The Coffee Diaries: 2 | เมื่อผมต้องกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกครั้ง

The Coffee Diaries
21 May 2019
เรื่องโดย:

สว่าง ทองดี

ยังไม่ทันหายจากเจ็ตแล็ก ไม่ได้ปรับตัวปรับใจใดๆ แต่อะดรีนาลีนในร่างกายกระตุ้นบอกว่าขอเริ่มงานทันที บินจากไทยไปปานามาซิตี (แวะเปลี่ยนเครื่องที่แฟรงก์เฟิร์ต) กินเวลากว่า 35 ชั่วโมง ต่อรถทัวร์อีก 2 ต่อเพื่อไปโบเกเตอันเป็นหมุดหมาย เวลาคนละซีกโลกต่างกัน 12 ชั่วโมงเต็ม บ้าหรือเปล่า!

ไร่กาแฟ

 

     ได้งานทำกับบริษัทกาแฟชื่อ International Coffee Farms ที่นี่ (ประเทศปานามา) มันมีความรู้สึกผสมปนเปกันหลายอย่าง ดีใจก็ใช่อยู่ เพราะมองเห็นโอกาสดี ได้ทำในสิ่งที่ อิน ทั้งยังเอื้อให้ต่อยอดสำหรับเป้าหมายในอนาคต แต่ยอมรับว่าลึกๆ อดหวั่นหวาดไม่ได้ เพราะนี่คือ การกลับเข้าสู่ระบบ กลายสภาพเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกครั้งในรอบ 15 ปี

     เท้าความสั้นๆ ด้านอาชีพ ผมเคยเป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่ชลบุรี ทำอยู่ 9 ปีก็ตัดสินใจลาออก หันมาทำอาชีพฟรีแลนซ์ และไม่เคยกลับไปทำงานประจำอีกเลย ชินเสียกว่าชินกับการอยู่นอกกรอบตอกบัตร มองในมุมของคนทำงานอิสระริจะทำงานประจำ ผมว่ามันค่อนข้าง น่ากลัว โขอยู่

     ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะได้ร่วมงานกับคนต่างชาติอยู่เนืองๆ แต่งานทั้งหลายก็จำกัดขอบเขตอยู่แค่เฉพาะในไทย อย่างเก่งก็ไปทำงานเฉพาะกิจประเดี๋ยวประด๋าวตามประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวลาต้องไปเป็นไกด์ปั่นจักรยานกับพวกฝรั่งในเวียดนามและกัมพูชา ไม่ก็ไปออกกองกับนิตยสารเพื่อเก็บเรื่องราวกาแฟในพม่า ญี่ปุ่น หรือที่จีน แต่ครั้งนี้เป็นการออกมาขายแรงงานยังต่างประเทศแบบคาดว่าน่าจะยาวนานประมาณหนึ่ง การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รู้ว่าต้องปรับตัวครั้งใหญ่และคาดหวังว่าน่าจะยากพอสมควรแน่นอน

 

ไร่กาแฟ

 

     ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น อาจเหมือนนกขมิ้นเหลืองอ่อนซึ่งมีนิสัยเร่ร่อน อยู่ไม่ติดที่ จู่ๆ ก็ตัดสินใจบินกลับเข้าไปอยู่ในกรงสวย หรืออาจเข้าข่ายชายยิปซีเปลี่ยนใจมาปักหลักอยู่กับที่ แลดูจะฝืนความเป็นตัวตนเยอะพอสมควร ที่ผ่านมาผม (โชคดีที่มีโอกาส) กำหนดกะเกณฑ์ชีวิตตัวเองเสียเยอะ ปีหนึ่งทำงานอย่างมาก 8 เดือน ถ้าน้อยกว่านั้นได้ยิ่งดี แล้วเอาเวลาที่เหลือกับเงินเก็บไปใช้เดินทาง (แต่ก็มีสำรองไว้ด้วยบ้างสำหรับกรณีฉุกเฉิน ไม่ได้เอาเงินไปผลาญจนหมด) แต่รอบนี้ เนื่องจากตัดสินใจกลับไปทำงานประจำ ก็ต้องทำใจให้ได้ว่าต้องอยู่ภายใต้ระเบียบ มีเวลาเข้างานเลิกงาน มีวันทำงานและวันหยุดตามที่นายจ้างกำหนดให้ มีระเบียบข้อบังคับอะไรต่อมิอะไรให้ต้องทำตาม แค่คิดก็ เอ่อ… น่ากลัวมากแล้วอะ!

 

ไร่กาแฟ

 

     ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมพยายามมองต่างมุมว่านี่เปรียบเสมือนการผจญภัยอีกประเภทหนึ่ง อาจไม่ได้ไปตะลุยหัวหกก้นขวิดหรือบุกป่าฝ่าดงเหมือนการปั่นจักรยานเดินทาง แต่มันมีความหินเป็นกำแพงขวางอยู่ และความยากนี่เองที่ควร (ค่า) จะเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีรสชาติไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่มีการท้าทายตัวเองด้วยเป้าหมายใหม่ๆ ชีวิตก็จะกลายเป็นสิ่งจืดชืด หรือว่าไม่จริง และนี่ก็เป็นความต้องการของตัวเองตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย ไลฟ์สไตล์ตลอด 15 ปีมันชักสบายเกิน ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะฟังเสียงข้างในที่เรียกร้องให้แสวงหาความท้าทายใหม่ๆ มาเริ่มย่อหน้าใหม่ที่นี่ก็ถือว่าเป็นการนำพาตัวเองออกจากพื้นที่สบาย ก็ตอบโจทย์แล้วไม่ใช่หรือ

     ยังมีข้อดีอื่นๆ อีกคณานับ เช่น นี่เป็นโอกาสดีที่จะเรียนภาษาสเปน ซึ่งเป็นภาษาที่คนเขาใช้กันครึ่งค่อนโลก ตลอดทั้งอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (ยกเว้นบราซิล) ใช้สแปนิชเป็นภาษาหลัก นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ภาษาสเปนดูจะเป็นภาษาที่เมกเซนส์ด้วยประการทั้งปวงที่จะฟังพูดอ่านเขียนให้ได้ นอกจากนั้น ยังสามารถใช้ปานามาเป็นฐานสำหรับเดินทางไปประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ รวมถึงหมู่เกาะแคริบเบียนด้วย ไม่ใช่เฉพาะแค่เพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวผจญภัยด้วยจักรยาน แต่ยังสามารถไปสืบเสาะคุ้ยค้นเรื่องราวกาแฟในประเทศต่างๆ เหล่านี้ซึ่งล้วนโดดเด่นและเป็นที่รู้จักกันในฐานะ กาแฟดี

     สำคัญสุดคือ มันเป็นความใฝ่ฝันของเอ็งไม่ใช่เหรอ อย่ามาป๊อดตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นเสียล่ะ’ อือ ก็มีส่วนถูกแหละ ชักแม่น้ำทั้งห้ามาปลุกขวัญกำลังใจตัวเอง ไม่แน่ใจนักว่าย่อหน้าถัดไปจะออกหัวหรือก้อย จะนำพาไปสู่จุดไหน จะสำเร็จหรือล้มเหลว รู้แค่ว่าต้องการทำให้ดีที่สุด ส่วนจะทำได้หรือไม่นั้นก็อีกเรื่อง

 

ไร่กาแฟ

 

     ผมมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนไม่เกี่ยงงานหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นสิ่งที่รักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ช่วงแรกนี้ไม่อยากว่างเลย อยากให้มีงานป้อนเรื่อยๆ จะได้ไม่มีเวลามากพอให้เวิ่นเว้อ อีกอย่างหนึ่งคืออยากทำตัวเป็นประโยชน์ให้มากที่สุด แม้ไม่ได้มองว่าเป็นตัวแทนประเทศไทย (อันนั้นอาจเข้าข่าย ยกหางตัวเอง มากกว่าถ้าคิดแบบนั้น) แต่ก็ไม่อยากให้เขามองว่าคนไทยเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เพราะถ้าทำเสียเขาอาจไม่ได้ประณามรายบุคคล แต่อาจเหมารวมไปทั้งประเทศก็เป็นได้ (คนไทยในปานามามีอยู่ไม่ถึง 10 คน)

     ผมหยิบเสื้อผ้าซึ่งคิดว่าเหมาะสำหรับงานลุยๆ ชุดนั้นขึ้นมาใส่ สวมหมวกแก๊ปและรองเท้าบู๊ตสีคล้ายกัน ออกจากห้อง ปิดประตู แล้วปั่นจักรยานเพื่อไปยังไร่กาแฟ บอกกับตัวเอง “เอาเว้ย สู้เว้ย!”

 


<<ตอนที่แล้ว        ตอนถัดไป >>

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา