The Coffee Diaries: 3 | บ้านหลังใหม่ ณ โบเกเต

The Coffee Diaries
28 May 2019
เรื่องโดย:

สว่าง ทองดี

สัปดาห์นี้จะเล่าเรื่องความเป็นอยู่ที่นี่ครับ เผื่อจะเป็นข้อมูลสำหรับคนที่ต้องการมาเที่ยว หรืออย่างน้อยก็ทำให้รู้จักบ้านเมืองนี้ประเทศนี้มากขึ้นบ้าง

     แต่ก่อนจะเล่าเกี่ยวกับโบเกเตซึ่งเป็นเสมือน บ้านหลังใหม่ อยากเกริ่นนำสักเล็กน้อย พอให้เห็นภาพรวมหอมปากหอมคอ ว่าประเทศเล็กๆ อย่างปานามานั้นพิกัดอยู่ติ่งล่างสุดของอเมริกากลางหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ละตินอเมริกา (ใครยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนก็ google maps แล้วกันนะ) แม้จะไกลไทยครึ่งค่อนโลก เวลาต่างกันถึง 12 ชั่วโมง แต่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเหมือนกัน ดังนั้น สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ พืชพันธุ์ป่าเขาจึงมีส่วนคล้ายบ้านเรามาก ตึกรามบ้านช่องในกรุงปานามาซิตีซึ่งเป็นเมืองหลวงมีส่วนคล้ายด้วยเช่นกัน ประมาณว่ามาถึงปานามาซิตีแล้วอาจเข้าใจผิดไป คิดว่า “นี่ฉันกำลังอยู่ในกรุงเทพมหานครหรืออย่างไรกัน?” แบบนั้นจริงๆ นะเออ

 

โบเกเต

 

     พื้นที่ราบต่ำนี่ร้อนชื้นแดดเปรี้ยงแผดเผาเรียกเหงื่อหยดติ๋งแบบภาคกลางแถวสุพรรณ อ่างทอง ไม่มีผิด ในขณะที่บนดอยของเขาอากาศก็เย็นสบายกว่า คล้ายดอยช้าง ดอยปุย ปางขอน ดอยอินทนนท์ ม่อนแจ่ม ม่อนล้าน ม่อนจอง อะไรประมาณนั้น แต่ในความเหมือนย่อมมีความต่าง ก็บริบทของไทยกับปานามาไม่ได้เหมือนกันในแง่ของชาติพันธุ์นี่นา

     คนประเทศนี้เหรอ อยู่กันทั้งหมดราว 4 ล้านคน และปนเผ่าพันธุ์ แน่นอน ชนพื้นเมืองดั้งเดิม (คนอินเดียนแดงเผ่าเฉพาะถิ่น) คือชาติพันธุ์แต่อ้อนแต่ออก ครอบครองและอยู่กันมานมนานกาเล แต่เมื่อราวสามร้อยปีก่อน (ช่วงๆ นั้นแหละ) ซึ่งเริ่มเกิดกระแสล่าอาณานิคมของมนุษย์ยูโรเปียน คนสเปนและอิตาเลียนพากันแผ่ขยายอำนาจสู่ดินแดนใหม่ในฟากฝั่งนี้ (พวกโปรตุกีส ฝรั่งเศส อังกฤษ ดัตช์ก็แห่กันมาหวังครอบครองด้วยเช่นกัน) ไม่แน่ใจว่าเป็นสัจธรรมหรือเปล่า แต่กรณีปลาใหญ่กินปลาเล็ก ซึ่งหมายถึงชาวยุโรปซึ่งพร้อมสรรพด้วยวิทยาการอีกทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ ย่อมแผ่อำนาจสู่พื้นที่ด้อยพัฒนา (ซึ่งเรามักเรียกกันให้ (รู้สึกดี) และดูดีขึ้นว่า กำลังพัฒนา) ได้อย่างไม่ยากเย็น

     เอาเถอะ จะอย่างไรก็ตามแต่ โครงสร้างสังคมเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยโน้น ลูกหลานยูโรเปียนทั้งหลายยังจำรากเหง้าบรรพบุรุษได้ (อาจคล้ายลูกหลานคนจีนในไทยรู้ว่าปู่ย่าตาทวดเสื่อผืนหมอนใบมาจากส่วนไหนของจีนแผ่นดินใหญ่) แต่รู้สึกผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งของประเทศปานามามากกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด อย่างไรก็ตาม เท่าที่สังเกต คนพื้นเมืองก็ยังคงเป็นเบี้ยล่างจนถึงปัจจุบันนี้อยู่ดี หมายถึงในแง่ของฐานะและชนชั้นทางสังคม ทั้งนี้อาจเพราะต้นทุนไม่เท่ากัน มรดกตกทอดส่งผลให้ลูกหลานคนขาวยังคงมีโอกาสดีกว่า

 

โบเกเต

 

     เล่ามากไปอาจพาลเข้าสู่โหมดดราม่าได้ ถ้างั้นวกกลับเข้าสู่ประเด็นที่ต้องการเล่าดีกว่าครับ

     โบเกเตซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังใหม่นี้มีที่ตั้งอยู่บนดอยสูงพันเมตรเศษ และเกือบชิดชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างคอสตาริกาซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปตามแผนที่ทางภูมิศาสตร์ระยะทางราว 450 กิโลเมตรจากเมืองหลวงมายังที่นี่ โดยระหว่างทางผ่านเมืองเล็กหลายแห่ง รวมทั้งเมืองดาวิดซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ (แต่เทียบขนาดและความเจริญกับปานามาซิตีไม่ได้เลย) วิธีง่ายสุดที่จะมายังดงดอยโบเกเตคือโดยสารรถบัสหรือเครื่องบินจากเมืองหลวงมาลงที่ดาวิด แล้วค่อยต่อรถประจำทางไม่ก็แท็กซี่ขึ้นมาบนดอย ใช้เวลาอีกราวชั่วโมง สังเกตอย่างหนึ่งว่าความเจริญเข้ามาถึงดอยจากถนนลาดยางสี่เลนนั่นเอง

     ที่นี่ขึ้นชื่อหลายอย่าง เป็นหมุดหมายหลักทางการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติมักไม่พลาดบรรจุโบเกเตเข้าไปในแผนการเดินทาง เพราะขึ้นชื่อด้านความหลากหลายทางธรรมชาติ เป็นสวรรค์ของคนชอบดูนก มีกิจกรรมกลางแจ้งมากมายให้เลือกทำตามความสนใจและถนัด ตัวเมืองตั้งหลบลมในหุบเขา ล้อมรอบด้วยภูเขาแมกไม้ ยอดเขาสูงสุดของประเทศชื่อบารู เป็นภูเขาไฟซึ่งดับไปนานแล้วมีความสูงราวสามพันห้าร้อยเมตร นักเดินเขาทั้งหลายชื่นชอบไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน วันไหนฟ้าเปิดสามารถมองเห็นทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกและแอตแลนติก ถือว่าค่อนข้างพิเศษทีเดียว

 

 

     แม้จะเล็กนิดเดียว ประเภทเดินเล่นจากหัวเมืองไปท้ายเมืองใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ ที่นี่อากาศดีตลอดปี ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ฝรั่งฝั่งยุโรปและอเมริกาเหนือมักหนีหนาวมายังปานามากัน คนอเมริกันวัยเกษียณไม่น้อยมาซื้อบ้านบนดอยที่นี่ ประชากรเมืองกว่า 25 เปอร์เซ็นต์เป็นคนต่างชาติ มีโรงแรมและเกสต์เฮาส์มากมาย ร้านรวงรองรับการมาเยือนของคนต่างถิ่น ธนาคาร เอทีเอ็ม ซูเปอร์มาร์เกตหลายแห่ง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนอำนวยความสะดวกแก่ทุกคน

 

โบเกเต

 

     ในบรรดาทั้งหมด สิ่งที่สร้างชื่อเสียงระบือกระฉ่อนทั่วโลกให้แก่โบเกเตก็คือกาแฟนั่นเอง คนที่ชื่นชอบเครื่องดื่มชนิดนี้ย่อมต้องเคยได้ยินกาแฟสายพันธุ์เกอิชา (หรือเรียกว่าเกชาก็ได้) เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนกาแฟตัวนี้ได้ทุบสถิติ ขึ้นชื่อว่าเป็นกาแฟที่แพงที่สุดในโลกเพราะรสชาติอันอร่อยซับซ้อนกว่ากาแฟชนิดใดๆ ทั้งมวล คนนิยมชงจิบเป็นกาแฟดำ เพราะได้สัมผัสเอกลักษณ์นั้น ชื่อเสียงเกอิชาดังต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ เรียกว่ากระแสไม่ตกลงเลยแม้แต่น้อย

     และก็นี่แหละ เพราะความโดดเด่นด้านกาแฟนี่เอง เป็นแรงจูงใจหลักให้ผมดั้นด้นมาหางานทำ โดยหวังว่าจะได้เรียนรู้เคล็ดลับเจ๋งๆ สำหรับนำไปปรับใช้กับโครงการของตัวเอง

 


<<ตอนที่แล้ว          ตอนถัดไป>>

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา