The Coffee Diaries: 12 | ‘ชูใจ’ และผองเพื่อน

The Coffee Diaries
29 Jul 2019
เรื่องโดย:

สว่าง ทองดี

บ่ายแก่ ริมทางเท้าแยกกลางเมืองเก่าเชียงใหม่ (เมื่อราว 4 ปีก่อน) ผมกำลังลงมือเก็บข้าวของ เตรียมปั่นจักรยานลากรถพ่วงเล็กกลับบ้าน ไอ้หนุ่มร่างเล็กหนวดเครารุงรังโพกหัวแต่งกายด้วยผ้าม่อฮ่อมเดินเก้กังเข้ามาทัก เขาหอบถุงใบใหญ่ข้างในบรรจุกาแฟคั่วมาด้วย ถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนามและคุยสัพเพเหระอะไรกันไป หนุ่มคนนี้บอกว่า สนใจอยากขายกาแฟและตั้งใจจะทำเล็กๆ เช่นกัน ก็ให้ถ่ายรูปรถพ่วงทั้งด้านนอกและข้างในเผื่อจะนำไปจ้างร้านเหล็กให้ประกอบแล้วเอามาตุเลงปั่นขายกาแฟด้วยอีกราย เพราะคิดว่าถ้ามีแบบนี้กันหลายคนหลายคันก็จะเกิดเป็นกระแส เรียกความสนใจได้ทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

ชูใจ

 

     ชื่อกาแฟเขาคือ ‘ชูใจ’ (พ่อแม่เรียกเขาว่าพจน์ เพื่อนฝูงบางส่วนเรียกว่าวุฒิ) พื้นเพอยู่บ้านกำแพงหินที่ดอยสะเก็ด ก็เชียงใหม่บ้านเรานี่เอง ดงดอยทั้งเทือกทิวแถวนี้เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย แต่ก่อนชาวบ้านปลูกเมี่ยง (ชาอัสสัม) เก็บใบมาอบและหมักไว้เคี้ยวกับเกลือเม็ด ผู้เฒ่าผู้แก่และคนชนบทบางส่วนยังทานกัน แต่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จักกันแล้ว

     วัฒนธรรมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ประจวบเหมาะกับก่อนช่วงขาลงของเมี่ยงแบบชาวเหนือ (คนละอย่างกับเมี่ยงคำตามร้านอาหารนะครับ) กาแฟก็เข้ามาในพื้นที่ ชาวบ้านขานรับ ปลูกควบคู่กันไป ซึ่งก็รวมถึงพ่อแม่ของชูใจด้วย ลูกชายเมื่อเรียนจบก็หาประสบการณ์ชีวิตระยะหนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจกลับมาสานต่อช่วยงานกาแฟ และพยายามเปลี่ยนเป็นวิธีไม่ใช้เคมี (เจ้าตัวบอกกว่าจะเปลี่ยนความคิดบุพการีได้ใช้เวลาค่อนข้างนาน) รวมถึงพัฒนาคุณภาพการผลิตไปพร้อมๆ กับเริ่มลงมือขายผลผลิตเองโดยไม่ต้องพึ่งพ่อค้ารับซื้อ ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก ‘กล้าสู่แก้ว’

     ชูใจหาเอกลักษณ์ให้กับตัวเองจนเจอ ไม่ได้ต่อรถพ่วงอะไรอย่างใด แต่ดีไซน์ให้เป็นกาแฟย้อนยุค คล้ายสมัยปู่ยาตาทวดเวลาไปตลาดก็พากัน ‘หาบเปี้ยด’ (หาบกระบุงไม้ไผ่สานโดยมีไม้คานวางบนบ่า) แต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองธรรมดาซึ่งออกโทนน้ำเงิน เพิ่มเล็กน้อยแค่งอบสวมหัว ใช้เตาถ่านต้มน้ำ กาแฟก็บดมือ พีกสุดก็คือ ‘เปิดหมวก’ ประมาณจิบกาแฟแล้วอยากจ่ายเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับลูกค้า

 

ชูใจ

ชูใจ

 

     ก่อนหน้านี้ย้ายที่ทำมาหากินหลายครั้ง รวมทั้งไปดริปกาแฟขายตามงานต่างๆ ด้วย แต่มาลงตัว ณ ปัจจุบันที่ตลาดจริงใจซึ่งเป็นตลาดน่ารักสไตล์ล้านนา ความต่อนยอนและเอ้อระเหยเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวเหนือ จะกินจะทำงานก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องรีบร้อน เมื่อทำตลาดก็มักจะออกมาในแนวซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของพวกเขา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าทั้งของกินของใช้มาขาย มองดูดีๆ จะเห็นความละเมียดละไมแฝงอยู่ ไม่เฉพาะกาดจริงใจเท่านั้น ยังมีย่านอื่นๆ อย่างตลาดฉำฉา หรือถนนเล็กหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งก็ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน

     ชูใจขายกาแฟเฉพาะวันอาทิตย์ที่กาดจริงใจ ขนข้าวของมาเตรียมให้พร้อมแต่เช้าตรู่ น้องสาวซึ่งลาออกจากงานประจำก็มาช่วยด้วยอีกแรง คนแวะเวียนกันเข้ามานั่งล้อมวง เก้าอี้เล็กมีอยู่ไม่กี่ตัว ก็แบ่งๆ กันนั่ง ลูกค้ามีทั้งขาจรและขาประจำ วงสนทนาสภากาแฟเล็กๆ นี้ยังเชื่อมคนเข้าหากันด้วย

     เคยมีช่วงหนึ่งกระแสบนโซเชียลฯ พูดถึงกาแฟชูใจค่อนข้างมาก คนกดไลก์กดแชร์ต่อๆ กัน ซึ่งเรารู้ว่าบนโลกออนไลน์นั้นข่าวคราวต่างๆ มักมาเร็วไปเร็ว แต่กับชูใจ นี่ก็ผ่านมาพักใหญ่ๆ แล้ว ลูกค้าและความนิยมก็ไม่ได้หดหาย เขาก็ยังคงทำมาหาเลี้ยงชีพต่อไปตามปกติ คล้ายกระแสจะมาจะไปก็ไม่ได้มีผลใดๆ ไม่ได้พึ่งพาอาศัยโซเชียลมีเดียมากนัก

 

ชูใจ

 

     เวลานอกเหนือจากนั้นก็กลับขึ้นไปอยู่บนดอยเสียเป็นส่วนใหญ่ ระหว่างสัปดาห์ก็เข้าสวนบ้าง เตรียมกาแฟโดยการนำไปสีกะลา นั่งคัดเมล็ดเสียออก คั่ว แพ็ก ทำซองกาแฟดริปอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ต้องการนำไปใช้ขณะเดินทางท่องเที่ยว

     ออฟฟิศและห้องนอนของชูใจคือกระท่อมริมลำธารหลังบ้านนั่นเอง มีสวนครัวเล็กๆ ที่แม่เขาปลูกผักปลอดสารพิษไว้กินเอง เป็ดไก่ก็เลี้ยงแบบปล่อย ห่านของเพื่อนบ้านคู่หนึ่งมาลอยน้ำเล่นอยู่ใกล้ๆ กระท่อมนั่น ปลาซึ่งรู้ว่าไม่มีใครจ้องจับมันก็ใช้วังน้ำเล็กๆ เป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีแมวเหมียวอีก 5-6 ตัวในอาณาจักรชูใจด้วย บางครั้งพรรคพวกเพื่อนฝูงขึ้นไปเยี่ยมเยียน ก่อไฟนั่งคุยนั่งกินอะไรกันไป บนดอยสูงราวพันเมตรนิดๆ แบบนี้อากาศดีตลอดปี ต้นไม้ป่าเขายังสมบูรณ์ สูดออกซิเจนได้เต็มปอด

 

ชูใจ

 

     นี่เป็นอีกตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิด ใช้ชีวิตพอเพียง ขณะเดียวกันก็ประกอบสัมมาชีพด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ทั้งต่อผู้คนและธรรมชาติ พลังงานดีๆ จากการใช้ชีวิตแบบนี้จึงส่งต่อไปยังคนรอบข้าง เราไม่ต้องมีเยอะ แต่เราก็มีความสุขได้นี่นา

 

ภาพ: Pornthep Chitphong


<<ตอนที่แล้ว          ตอนถัดไป>>

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา