The Coffee Diaries: 14 | กาแฟและสิ่งแวดล้อม

The Butterfly Effect ถ้าเทียบเคียงภาษาไทยก็น่าจะใกล้เคียงกับประโยค ‘เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว’  ความหมายประมาณว่า เราทำสิ่งใด แม้มองว่ากระจิริดหรือแทบไม่ได้สลักสำคัญใดๆ ทว่าในความเป็นจริงนั้นกลับส่งผลกระทบมหาศาล

 

และผมก็เชื่อแบบนั้น

 

     ตั้งแต่ก่อนเริ่มโปรเจ็กต์กาแฟ ผมตั้งใจอย่างมั่นเหมาะว่าจะทำให้เล็ก ยึดมั่นที่จะเล็กให้ถึงที่สุด ไม่ต้องขยายให้กลายเป็นธุรกิจใหญ่โต โดยยืน (ยัน) ตรรกะว่าหากใหญ่ขึ้นก็ย่อมเบียดเบียนคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งแวดล้อม (ธรรมชาติ) แม้จะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบเชิงลบหรือพยายามดำเนินกิจการอย่างรอบคอบเพียงใดก็ตาม หนึ่งในวิธีการจำกัดการทำกาแฟไม่ให้ใหญ่ขึ้นก็คือการใส่ใจในทุกรายละเอียด และด้วยความยิบย่อยเหล่านี้เองซึ่งกินเวลาค่อนข้างมาก จึงยังคงจะฉุดรั้งให้เป็นธุรกิจเล็กๆ ต่อไป

     เงินก็อยากได้อยู่นะ ไม่ใช่ไม่อยาก เพราะมันสำคัญโขอยู่และช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นนี่นา แต่ถ้าเรามีรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่สิ่งอื่นรอบข้างขาดทุน นั่นนับว่าคุ้มค่าหรือไม่ สู้ทำกินให้ได้กำไรแต่พอประมาณ ในขณะเดียวกันมีส่วนรับผิดชอบต่อผลของการกระทำตัวเองมากพอดีกว่าไหม

 

กาแฟและสิ่งแวดล้อม

 

     กับประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เราทุกคนเห็นพ้องว่าเริ่มเข้าขั้นวิกฤติ ดังนั้น ใช่เราต่างควรลงมือทำอย่างจริงจังโดยเริ่มที่ตัวเราเองก่อนหรือไม่ ปลาวาฬตายผ่าท้องขยะพลาสติกเต็ม นกอัลบาทรอสป้อนพลาสติกให้ลูกกินจนอดตายเพราะไม่มีพื้นที่ในกระเพาะอาหารเหลืออีกต่อไป เต่าทะเลกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ตายเพราะเศษอวนเศษขยะไปรัดตัวมันแน่น สภาวะอากาศโลกแปรปรวน ฤดูกาลผิดเพี้ยน อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ภัยธรรมชาติเพิ่มระดับความรุนแรงและถี่ขึ้น ฯลฯ

     เหล่านี้ที่เกิดขึ้นเราต่างไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสาเหตุหลักมาจากกิจกรรมต่างๆ ของพวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์นี่เอง รับรู้แบบนี้แล้วควรจะ take action เพื่อแสดงความรับผิดชอบไหม ผมถามตัวเองเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าและหลายปี จนกระทั่งเห็นว่าต้องพยายามลงมือทำอะไรก็ตามแต่ที่เห็นว่าสมควรทำ ไม่ลงมือทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน เช่นนี้แล้ว ถ้าจะทำอะไรบางอย่างด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการทำกาแฟของตัวเองผมควรทำอะไรบ้างล่ะ

 

กาแฟและสิ่งแวดล้อม

 

     ไอเดียโน้นนี้เริ่มผุดขึ้น ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านกาแฟและการขาย ไม่มีเทกอะเวย์ก็อย่างหนึ่งที่ทำได้ จริงอยู่ ผมขายกาแฟริมทาง มันยุ่งยากมากขึ้นที่ต้องขนทุกสิ่งอย่างรวมทั้งถ้วยเซรามิกมาด้วย แต่เห็นว่าดีกว่าตรงที่สามารถนำถ้วยเหล่านั้นกลับไปล้างที่บ้านแล้วกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่ต้องสร้างขยะเพิ่ม ในย่านท่องเที่ยวใจกลางเมืองเก่าเชียงใหม่ก็สร้างขยะกันเยอะแยะอยู่แล้ว ช่วยลดปริมาณลงได้บ้างก็ดีนี่นา

     อีกอย่าง ลูกค้าที่แวะมาชิมกาแฟก็ได้เพิ่มโอกาสในการรื่นรมย์กับความอ้อยอิ่งในการทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ไลฟ์สไตล์ในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมเมืองนั้น รังแต่จะผลักให้ผู้คนรีบเร่ง ดื่มกาแฟก็ไม่ต้องรีบบ้างได้ไหม ค่อยๆ ละเมียดละไมจิบแล้วค่อยไปทำธุระอย่างอื่นต่อก็ไม่น่าจะเสียเวลาเกินไป

 

กาแฟและสิ่งแวดล้อม

 

     บางคราวผมทำกิจกรรมขยะรีไซเคิลแลกกาแฟ โดยโพสต์ขึ้นเฟซบุ๊กของตัวเองว่ายินดีไปขนขยะตามบ้านในละแวกเชียงใหม่แล้วให้กาแฟเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน จากนั้นผมจะนำขยะเหล่านั้นไปขายร้านรับซื้อของเก่า ถือเป็นการสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมไปด้วย

     นึกสนุกขึ้นมาก็ทดลองทำถ้วยกาแฟกินได้ ลองพยายามค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต หาส่วนผสมมาลองปั้นและขึ้นรูปแล้วนำไปอบ แล้วก็ลองนำมาใช้ ดูว่าลูกค้าเขาตอบสนองอย่างไร สนุกดีครับ

 

กาแฟและสิ่งแวดล้อม

 

     อีกอย่างที่เริ่มทำก็คือเย็บถุงผ้ากรองกาแฟ แทนที่จะใช้กระดาษกรองซึ่งแม้จะย่อยสลายค่อนข้างง่ายและไม่แย่เกินไปนัก แต่ผ้ากรองสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เสียเวลาซักตากหน่อย นี่ก็ช่วยให้ตัวเองชะลอชีวิตและการทำมาหากินให้ต่อนยอนด้วย

     ไม่นานมานี้ผมเริ่มทดลองทำบรรจุภัณฑ์ใส่เมล็ดกาแฟคั่ว (ห่อละ 250 กรัม) สำหรับส่งทางไปรษณีย์แก่ลูกค้า โดยนำกระดาษที่พิมพ์หน้าเดียวมาพับและไสกาวคล้ายถุงใส่กล้วยทอดสมัยก่อน แล้วก็ทาเทียนไขเคลือบด้านนอกของถุงนั้น เป็นการรีไซเคิลอย่างหนึ่ง และยังแน่ใจว่าเป็นหีบห่อซึ่งย่อยสลายได้ง่ายกว่าถุงฟอยล์ซึ่งใช้กันทั่วไปในท้องตลาดด้วย นี่ก็เป็นกิจกรรมสนุกและช่วยสกัดตัวเองไม่ให้รีบเร่งค้าขายทำกำไร เพราะใช้เวลามากในการเตรียมพร้อมถุงใส่กาแฟซึ่งต้องทำเอง

 

กาแฟและสิ่งแวดล้อม

 

     ก็คงจะมีอีกหลายไอเดียค่อยๆ ทยอยคิดและลงมือทำ ใช่ ผมต้องการกำไร แต่ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ต้องแน่ใจด้วยว่าได้สื่อสารสิ่งที่ตนเองเชื่อ คือการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมของมนุษย์เรา และถ้าจะให้ดี ร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

     บางที ขณะจิบกาแฟบางแก้ว อาจจะหมายถึงเราไปช่วยปลูกดอกไม้บนดวงดาวอีกหลายดวงก็เป็นได้

 


บทความ The Coffee Diaries ตอนที่ผ่านมา

     – The Coffee Diaries: 11 | เพื่อน 

     – The Coffee Diaries: 12 | ‘ชูใจ’ และผองเพื่อน      

     – The Coffee Diaries: 13 | geisha ที่ว่าสวย

Share Post
Like 1 View 574

Author

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา