The Coffee Diaries: 16 | ดริปกาแฟกันเถิด

The Coffee Diaries
26 Aug 2019
เรื่องโดย:

สว่าง ทองดี

Highlights

“ผมชงกาแฟให้ แต่ไม่มีเทกอะเวย์นะ รบกวนคุณยืนจิบ ไม่ก็นั่งเก้าอี้เล็ก เสร็จแล้วจึงค่อยไปเดินเที่ยวต่อ ดีไหมครับ” 

     นั่นคือสิ่งที่ผมมักบอกลูกค้าขาจรเมื่อพวกเขาหยุดและแวะรถพ่วงจักรยานกาแฟดริปที่จอดริมทางเท้าในตัวเมืองเก่าเชียงใหม่ คนที่เห็นว่าเป็นความไม่สะดวกก็มักปฏิเสธแล้วเดินหาร้านกาแฟนั่งสบายแทน ในขณะที่นักท่องเที่ยวติดดินและชื่นชอบวิถีสโลว์ไลฟ์มักหยุดเพื่อรอจิบกาแฟ ไม่เพียงชง แต่ผมมีโอกาสได้พูดคุยด้วยบ้าง ผู้คนต่างที่ต่างพื้นเพมีรายละเอียดน่าสนใจพอสมควร อย่างบางคนมาจากฮ่องกงลาพักร้อน จึงมาเที่ยวไทยเพราะอยากลดจังหวะชีวิตให้ช้าลง เห็นบอกว่าทุกอย่างที่โน่นเร็วมาก ผู้คนรีบกินรีบทำงานกันมากที่สุด ทำให้คนเครียดกันเยอะ ไม่เฉพาะที่ฮ่องกงเท่านั้น แต่สังเกตว่าคนเมืองใหญ่ในหลายประเทศก็มีอาการแบบเดียวกัน

 

ดริปกาแฟ

 

     ดีแล้วล่ะ ชะลออัตราเร็วของการใช้ชีวิตลงได้บ้างนับเป็นการเพิ่มเวลาและโอกาสให้ออกซิเจนได้เข้าสู่ร่างกายมากขึ้น

      วิธีชงกาแฟของผมก็ไม่สามารถรีบร้อนด้วยเช่นกัน เพราะใช้วิธี ‘ดริป’ ซึ่งใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้น และไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป วิธีการไม่ได้ยุ่งยาก ทว่าละเมียดละไมและแทบจะเรียกได้ว่าเป็น ‘เพอร์ฟอร์แมนซ์’ อย่างหนึ่ง

      เริ่มด้วยการชั่งเมล็ดกาแฟบนตาชั่งดิจิตอล ผมใช้ครั้งละ 20 กรัม ส่วนใหญ่มักใช้กาแฟคั่วอ่อน หรืออย่างมากคั่วกลางซึ่งมักจะอมเปรี้ยวโดยไม่ติดขม เทลงในเครื่องบดมือหมุน บดให้ได้ผงละเอียดราวผงเกลือป่นหรือเม็ดทรายที่หาด เทลงในกรวยกรองซึ่งมีผ้ากรองหรือกระดาษกรองเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว นำกรวยกรองขึ้นวางบนโถแก้วหรือถ้วยกาแฟซึ่งวางบนเครื่องชั่ง เตรียมน้ำร้อนอุณหภูมิราว 88-92 องศาเซลเซียส ใส่ลงในกาดริปจะงอยปากแคบซึ่งช่วยคุมการเทและหยดน้ำได้ดีกว่า

     จากนั้นก็เริ่มทำการดริปไปพร้อมๆ กับจับเวลาไปด้วย เทคนิคของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปบ้าง แต่โดยรวมมักเริ่มด้วยการปล่อยน้ำร้อนลงไปบนผงกาแฟราว 30-40 กรัม (มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณกาแฟที่ใช้) เพื่อให้อมความร้อนและเกิดการสกัด เรียกขั้นตอนนี้ว่า ‘บลูมมิ่ง’ ผ่านไปราว 30 วินาทีจึงค่อยรินน้ำต่ออย่างช้าๆ โดยค่อยๆ วนจากด้านในใกล้ศูนย์กลางออกสู่ด้านนอก ทำไปพร้อมๆ กับสังเกตเวลาและปริมาณน้ำร้อนให้ได้ราว 150 กรัมโดยประมาณ จึงพักการเทน้ำไว้ รอให้น้ำค่อยๆ ไหลลงสู่โถแก้วหรือถ้วยกาแฟที่รองอยู่ด้านล่าง เมื่อน้ำด้านบนพร่อง จึงทำการเทน้ำร้อนลงบนกาแฟบดเพิ่มอีก ถ้าใช้อัตราส่วนกาแฟต่อน้ำ 1:15 กรัม ก็หมายถึงปริมาณน้ำต่อกาแฟ 20 กรัมควรเท่ากับ 300 กรัม ทั้งนี้สามารถปรับเปรี่ยนอัตราส่วนนี้ตามใจชอบได้ อาจจะเป็น 1:10 หรือ 1:12 ก็ได้

     เวลาที่ใช้ในการดริปกาแฟควรอยู่ที่ราว 2.5 ถึง 3 นาที เป็นอันจบการแสดงหนึ่งฉากว่าด้วยการชงกาแฟ เท่านี้ก็ได้กาแฟพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ เบ็ดเสร็จตั้งแต่ชั่งจนถึงเสร็จกินเวลาราว 5-6 นาที ถือว่าใช้เวลานานพอสมควร แต่แลกกับการได้จิบกาแฟอร่อยไปพร้อมๆ กับลดความเร็วในการใช้ชีวิตก็คุ้มกัน ว่าไหม

 

ดริปกาแฟ

 

         กาแฟดริปมักจิบเป็นกาแฟดำ อย่างมากก็เติมน้ำตาลลงไปนิดหน่อย อันที่จริงวิธีชงกาแฟแบบนี้สามารถทำเองที่บ้านก็ได้ ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องเอสเปรสโซราคาแพงก็สามารถทำกาแฟอร่อยจิบ แค่ต้องเข้าใจปัจจัยซึ่งส่งผลต่อรสชาติกาแฟที่ดริปซึ่งหลักๆ ก็ได้แก่ ระดับการคั่วเมล็ดกาแฟ ขนาดของผงกาแฟที่บด อุณหภูมิของน้ำร้อนที่ใช้ ชนิดของน้ำ ระยะเวลาที่ทำการดริป เราสามารถทดลองโดยเล่นกับปัจจัยเหล่านี้แล้วดูว่าจะส่งผลต่อรสชาติกาแฟแตกต่างกันอย่างไรบ้าง สนุกดีออกครับ

     ปัจจุบันมีข้อมูลมากมายให้เรียนรู้ ไม่ว่าจากยูทูบหรือจากเว็บไซต์กาแฟต่างๆ อีกทั้งยังหาเมล็ดกาแฟคั่วหาซื้อได้ง่ายตามร้านกาแฟพิเศษทั้งหลายซึ่งมักมีเครื่องคั่วประจำ ทำการคั่วล็อตเล็กเพื่อให้ได้ความสดใหม่ (คล้ายการทำเบเกอรี) เมล็ดคั่วบรรจุห่อก็หลากหลาย ทั้งที่มาจากดงดอยต่างๆ ในไทยเอง กับแหล่งกาแฟในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละแหล่งมักมีคาแรกเตอร์เฉพาะ ไหนจะวิธีการแปรรูปกาแฟอันส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นแม้จะมาจากแหล่งผลิตเดียวกันก็ตาม นี่แหละ เป็นเสน่ห์ของเครื่องดื่มประเภทนี้ เพราะมีลูกเล่นและอะไรต่างๆ ให้ค้นหาอยู่เรื่อยๆ แทบไม่รู้จบ

 

ดริปกาแฟ

 

         ยามไม่ได้ออกไปเร่ขายกาแฟ ตื่นนอนสาย แซะตัวเองออกจากเตียง งัวเงียไปยังมุมกาแฟใกล้ครัว เตรียมสิ่งของต่างๆสำหรับการดริปกาแฟ ที่บ้าน การชงกาแฟไม่ใช่เพอร์ฟอร์แมนซ์เช่นการดริปโชว์นักท่องเที่ยว ทว่าเป็นอารมณ์ที่แทบจะเรียกว่า ‘พิธีกรรม’ เพราะนั่นเป็นกิจกรรมแรกที่มักทำหลังตื่นนอน

         สุขสันต์วันสโลว์ไลฟ์ครับ

 


<<ตอนที่แล้ว          ตอนถัดไป>>

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา