The Coffee Diaries: 20 | ดินแดนลี้ลับ… หุบเขาซานเดีย

The Coffee Diaries
21 Sep 2019
เรื่องโดย:

สว่าง ทองดี

ใครไปเที่ยวประเทศเปรูก็ต้องไปมาชูปิกชูอันเลื่องชื่อระดับโลก เพราะเป็นโบราณสถานของชนเผ่าอินคาดั้งเดิมแห่งเทือกเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้ ใช่ ผมก็ไป จ่ายค่าเข้าแพงโขอยู่ (เทียบเป็นเงินไทยพันกว่าบาทแน่ะ) และมาชูปิกชูก็สวยจริงสมคำเล่าลือ ส่วนหนึ่งเพราะชัยภูมิที่ตั้งเหมาะเหม็ง ไปยืนแอ็กท่าถ่ายรูปมุมไหนก็สวยทั้งนั้น ถือว่าคุ้มค่าเวลาและเงินที่ต้องจ่ายไปล่ะ

        อีกบางแห่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักดี ได้แก่ เมืองมรดกโลกกุสโก นี่ก็สวย เต็มไปด้วยตรอกซอกซอย พื้นถนนปูด้วยก้อนหิน ตึกรามทรงสเปน และลานโล่งตามมุมโน้นนี้ของเมือง แทรกด้วยโบสถ์น้อยใหญ่ ร้านรวงต่างๆ นักท่องเที่ยวก็เยอะ ดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ชาวบ้านเขาก็มีรายได้จากการท่องเที่ยว ส่วนสถานที่อื่นๆ ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมก็คือเมืองเล็กเมืองน้อยในหุบเขาซึ่งอยู่ใกล้มาชูปิกชู ไกลออกไปหน่อยก็มีภูเขาสีรุ้ง ส่วนที่ไกลมากจนอยู่ชิดชายแดนประเทศโบลิเวียก็คือทะเลสาบติติกากาซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องชนเผ่าซึ่งสร้างบ้านเรือนกลางน้ำเป็นแพด้วยกอต้นกกล้วนๆ นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือไปเที่ยวชมและถ่ายรูป ถ้าเป็นพื้นที่กึ่งทะเลทรายใกล้ชายทะเลก็มีเส้นปริศนานาซกาชวนพิศวงอีกจุดที่น่าสนใจมากเช่นกัน แล้วก็เมืองโอเอซิสวากาชินาซึ่งคลาคล่ำไปด้วยฝูงแบ็กแพ็กเกอร์ผู้นิยมปาร์ตี้และเล่นแซนด์บอร์ด ซึ่งคือการปล่อยตัวเองพร้อมแผ่นกระดานลงจากด้านบนของเนินทรายสูงตระหง่าน สนุกครับ แต่ถ้าเล่นเวลากลางวันแดดเปรี้ยงๆ นี่ก็โดนทั้งแดดและทรายร้อนๆ เผาเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน

 

หุบเขาซานเดีย

 

        อันที่จริงเปรูยังมีสถานที่อีกมากมายหลายที่นับไม่ถ้วนให้ไปเที่ยวชม ผมใช้เวลาเดินทางในประเทศนี้สามเดือนยังรู้สึกว่าเห็นไม่หมดเลยด้วยซ้ำ สาเหตุที่นวยนาดอยู่เสียนานในเปรูก็เพราะวิธีการเดินทาง ผมใช้การปั่นจักรยาน ก็เลยไปได้ช้า อีกทั้งเวลาไปถึงเมืองไหนที่ตรงจริตก็จะพิรี้พิไรอยู่นานหน่อย อีกอย่าง ผมไม่ได้เน้นแค่ไปเห็นเฉพาะไฮไลต์ แต่สิ่งละอันพันละน้อยระหว่างทางที่ได้พบเจอก็รู้สึกว่ามีสีสันแตกต่างด้วยเช่นกัน

        บางครั้งผมปั่นออกนอกเส้นทางหลัก อย่างเช่น ครั้งที่ควรจะปั่นมุ่งหน้าไปยังกุสโก แต่ผมตัดสินใจเลี้ยวขวาขณะถึงเมืองฮูลิอากา เพื่อไปยังหุบเขาซานเดียซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสามร้อยกว่ากิโลเมตร จุดประสงค์หลักและประการเดียวก็คือ ‘ไปตามหาครอบครัวกาแฟครอบครัวหนึ่ง’ ซึ่งผมทราบเรื่องราวคร่าวๆ ของพวกเขาในเว็บไซต์ต่างๆ บ้าง จากข่าวสารที่อ่าน ทราบว่าเธอชื่อ วีเซนตินา โปคโก เธอและครอบครัวเป็นชาวสวนกาแฟ ปลูกและแปรรูปกาแฟมานาน ปีที่แล้ว (ค.ศ. 2018) ส่งกาแฟเข้าประกวดที่งานในเมืองซีแอตเติล อเมริกา แล้วได้รับรางวัลชนะเลิศในหมวดผู้ผลิตขนาดเล็ก เทียบกับนักมวยก็ได้คาดเข็มขัดแชมป์โลก นี่จึงเป็นสาเหตุให้อยากดั้นด้นไปทำความรู้จักเสียหน่อย ปัญหาก็คือข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตไม่ได้ให้รายละเอียดว่าบ้านช่องครอบครัวนี้อยู่พิกัดตรงไหน จึงค่อนข้างเสี่ยงโขอยู่ว่าเหนื่อยยากไปแล้วไม่ได้เจอพวกเขา ก็ไม่เป็นไร ไหนๆ ตั้งใจมั่นเหมาะแล้วก็ต้องไปล่ะ

        ปกติอยู่ไทยนี่ถ้าจะไปไร่กาแฟมักพูดกันว่า “ไปขึ้นดอยกาแฟกัน” แต่สำหรับเปรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุบเขาซานเดียที่ว่านี้ การไปไร่กาแฟคือ ‘การลงดอยไปหา’ ค่าที่บริเวณที่สามารถปลูกกาแฟขึ้นนั้นอยู่ที่ความสูงพันกว่าถึงสองพันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล ในขณะที่จุดที่ผมอยู่นั้นคือสันของเทือกเขายักษ์ สูงราวสี่พันเมตร เช่นนี้แล้วก็หมายถึงจะทิ้งความสูงเพื่อลงไปหาดงกาแฟ ผลพลอยได้ที่นับว่าเป็นรางวัลงามก็คือวิวสวยว้าวๆ ระหว่างทางนี่แหละ ความเวิ้งว้างของภูมิประเทศ ทะเลสาบ ยอดเขาหิมะ บ้านเรือนสร้างด้วยก้อนหิน ถนนลูกรัง ความหนาวเหน็บของพื้นที่ และออกซิเจนที่เบาบาง สิ่งต่างๆ เหล่านี้รวมกันเข้า ทำให้ขณะเดินทางผ่านรู้สึกประหนึ่งกำลังเดินทางย้อนเวลาเข้าไปสู่ยุคโบราณ

 

หุบเขาซานเดีย

 

        ถนนค่อยๆ ลดระดับลงสู่พื้นที่ที่มีต้นไม้ใบหญ้ามากขึ้น อากาศอบอุ่นขึ้นบ้าง แม่น้ำก็ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นด้วย ที่ความสูงราวสามพันเมตรนี้ชาวบ้านสร้างบ้านเรือนบนไหล่เขา ใช้ระบบเพาะปลูกแบบขั้นบันไดโบราณอันแสนอลังการ เขาเรียกขานกันว่าอินคาเทอร์เรส เป็นภูมิปัญญาของการทำการเกษตรบนพื้นที่ลาดชัน โดยนำหินมาก่อ แต่ละขั้นสูงท่วมหัว ปลูกมันฝรั่ง ข้าวโพด คินัว (ข้าวดอยโปรตีนสูงของที่นั่น)

 

หุบเขาซานเดีย

 

        บนเทือกเขาหิมาลัยในเอเชียนั้นเขาเลี้ยงวัวขนยาวหรือที่เรียกว่าตัวจามรี บนเทือกเขาแอนดีสนั้นไม่มีจามรี แต่มีสัตว์ขนนุ่มหน้าตาน่ารัก คือเจ้ายามาและอัลปากานั่นเอง ยามา (บางทีคนออกเสียงผิด โดยเรียกว่า ‘ลามา’ แทน) นั้นหน้ายาวตัวสูงกว่า ในขณะอัลปากาหน้าทู่ ตัวก็ป้อมๆ ดูน่ารักกว่า เวลาส่งเสียงก็เหมือนแค่เสียงครางหงิงๆ ของหมาน้อย ไม่ได้ดังลั่นเหมือนพวกลาซึ่งร้องทีโหยหวนประหนึ่งโดนใครเขาทุบตี

 

หุบเขาซานเดีย

 

        คนที่นี่แต่งกายสีสันฉูดฉาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกผู้หญิง บางคนมีดอกไม้ทัดบนหมวกดูเก๋ไก๋ เสื้อแบบดั้งเดิมของพวกผู้ชายนั้นทั้งวิธีการทอและสีแดงสดเห็นแล้วคล้ายกับที่ชายชาวปกากะญอบ้านเราใส่มากทีเดียว

        ในที่สุด ผมก็เดินทางไปถึงก้นหุบเขาซานเดีย ปัญหาก็คือ ผมจะตามหาครอบครัววีเซนตินาพบได้อย่างไรกัน…

 


<<ตอนที่แล้ว          ตอนถัดไป>> 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา