The Coffee Diaries: 22 | ความหลงใหล

The Coffee Diaries
7 Oct 2019
เรื่องโดย:

สว่าง ทองดี

วิธีสังเกตว่าใคร ‘อิน’ ในสิ่งใด ง่ายๆ คือดูว่าเขาโพสต์อะไรขึ้นโซเชียลมีเดียบ้าง จริงอยู่ที่บนโลกออนไลน์นั้น ใครๆ ก็สร้างคอนเทนต์หลอกเพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริงได้ แต่ก็น่าจะพอบ่งบอกความสนใจของคนคนนั้นได้ในระดับหนึ่ง เช่น บางคนบ้าตกปลา ก็จะขยันโพสต์รูปปลาน้อยใหญ่ที่ตัวเองจับได้ หรือบางคนเห่อลูกที่เพิ่งคลอด ก็โพสต์สารพัดอากัปกิริยาของทายาทตนได้ไม่เว้นวัน เป็นต้น

        กรณีของจอห์น เขาหลงใหลอยู่สองอย่างคือกาแฟและการตกปลา ภรรยาของเขาที่เป็นคนโฉ่งฉ่าง เสียงดัง แต่ใจดี มักค่อนขอดเขาอยู่บ่อยๆ อาจเพราะทั้งหมั่นไส้และ (แอบ) ชื่นชม สังเกตได้จากเวลาที่เธอเล่าให้เพื่อนฝูงรวมถึงใครต่อใครฟัง เธอมักบอกว่า “ดูเอาเถอะค่ะ จอห์นน่ะ เวลาพูดถึงกาแฟหรือเรื่องตกปลาของเขา ลองมองเข้าไปในดวงตาของเขาสิเป็นประกายเชียว ตอนตกปลานี่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ด้วยตัวเองได้ ไปนั่งแช่ริมแม่น้ำได้ทั้งวันไม่ต้องกินข้าวกินปลาล่ะ” ซึ่งเจ้าตัวรู้ดีว่าตัวเองเป็นแบบนั้น อารมณ์คงเหมือนแววตาลูกชายทั้งสองของเขาเวลาได้สนุกกับของเล่นชิ้นโปรด

 

ความหลงใหล

 

        ภรรยาของเขาเป็นคนเมืองกุสโก (เมืองมรดกโลกแห่งเปรู) แต่พื้นเพของจอห์นนั้นแตกต่าง พ่อแม่ปู่ย่าตาทวดของเขาอยู่บนดงดอยสูงใกล้มาชูปิกชู พวกเขาเป็นคนเชื้อสายเกชัว ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองหลักของเปรู มีภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะ ทุกวันนี้ครอบครัวของเขายังพยายามสอนให้ลูกๆ พูดเกชัว เพราะไม่อยากให้หลงลืมรากเหง้าแล้วพูดแต่สแปนิชอย่างเดียว

        แม้จะยุ่งเหยิงเรื่องงาน แต่เขาก็ยังพยายามหาเวลากลับไปเยี่ยมหมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างไกลให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกลจึงมักออกรถแต่เช้า กว่าจะถึงบ้านก็เย็นย่ำ ขึ้นเขาลงเขาเป็นว่าเล่น ช่วงยี่สิบกิโลเมตรสุดท้ายเป็นถนนลูกรังกระเด้งกระดอนมากทีเดียว พ่อแก่แม่เฒ่าของจอห์นอยู่ที่นั่น เป็นชาวสวนกาแฟ

        ตั้งแต่จำความได้จอห์นก็วิ่งเล่นในดงกาแฟ ต้องช่วยเก็บผลสุกและแปรรูป งานหนักแต่สนุก ขายผลผลิตให้สหกรณ์ประจำหมู่บ้านซึ่งนำไปขายต่อให้แก่สหกรณ์ขนาดใหญ่ กาแฟส่วนใหญ่ส่งออก ขายให้ตลาดในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเป็นหลัก มีส่งไปยังเอเชียบ้างเล็กน้อย สำหรับตัวเกษตรกรเองรายได้ไม่ได้เยอะแยะอะไร เพียงพอสำหรับยังชีพเท่านั้นเอง ถ้าไม่อาศัยปลูกพืชผักกินเองก็น่าจะไปไม่รอด ไหนจะช่วงนั้นพ่อแม่ยังต้องกัดฟันเจียดเงินจ่ายค่าเล่าเรียนให้จอห์นอีก ยังนับว่าโชคดีที่ในที่สุดก็เรียนจบมหาวิทยาลัยจนได้ ซึ่งก็หืดขึ้นคอน่าดู

 

ความหลงใหล

 

        ในเมื่อได้โอกาสเก็บความรู้วิชาในระบบ รวมถึงมีทักษะด้านกาแฟจากประสบการณ์ตรงด้วย จึงตั้งใจต่อยอดสิ่งที่พ่อกับแม่ทำ ถึงขั้นอยากจะคั่วกาแฟขายเอง เรียกได้ว่าทำเบ็ดเสร็จตั้งแต่ปลูกต้นกล้าจนถึงเสิร์ฟในแก้ว นอกจากนี้เขาและภรรยาตัดสินใจเปิดโรงคั่วและร้านกาแฟชื่อ Café D’Wasi ซึ่งอยู่ในย่านเมืองเก่ากุสโกอันคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว

        ตอนเริ่มลงมือทำรู้ว่าเสี่ยงสูงเพราะไม่แน่ใจว่าจะออกหมู่หรือจ่า แต่ความหวังไม่ได้ริบหรี่ ยิ่งได้ทำในสิ่งที่รักยิ่งพร้อมที่จะลุย ได้ทำงานที่ตัวเองชื่นชอบนั้นแทบจะเท่ากับได้เล่นสนุก จริงอยู่ การวางแผนและความรับผิดชอบย่อมทำให้เหนื่อยและเครียดบ้างเป็นธรรมดา แต่เขาเห็นว่าคุ้มค่าที่จะทุ่มเทพลังงานชีวิตให้สิ่งนี้ ณ ปัจจุบันถือว่าธุรกิจไปได้ค่อนข้างดี 

        เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำกาแฟเฉยๆ แต่ต้องการทำให้ได้คุณภาพสูง เน้นเกรดสเปเชียล ควบคุมทุกขั้นตอนในการผลิต เพื่อการันตีแก่ผู้บริโภคว่าได้ของดี ในขณะเดียวกันก็ขายได้ราคางามด้วย จุดขายโดดเด่นของกาแฟเขามีหลายประการ อย่างแรกคือเป็นออร์แกนิก ไม่มีการใช้เคมีใดๆ แม้กระทั่งน้ำสำหรับใช้ในการแปรรูปกาแฟนั้นก็มาจากลำห้วยซึ่งไม่ปนเปื้อนคลอรีน พื้นที่ปลูกเป็นพื้นที่ซึ่งสลับป่าเขาสูงตั้งแต่ 1,600-2,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล นับว่าสูงใช่เล่น ยิ่งสูงยิ่งหนาวและออกซิเจนต่ำกว่า นั่นทำให้ผลกาแฟสุกช้า มีโอกาสพัฒนารสชาติได้นานด้วย ไหนจะสายพันธุ์อีกล่ะ ทิปิกาและเบอร์บอนนั้นปลูกเป็นหลัก ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยอยู่แล้ว เพิ่งจะปีนี้ที่พวกเขาเริ่มปลูกต้นกล้าสายพันธุ์อร่อยว้าวอย่างเกอิชา สำคัญกว่าอื่นใดก็คือเป็นกาแฟที่ ‘ทำด้วยใจ’ จะไม่อร่อยได้ไง จริงไหม

 

ความหลงใหล

 

        เสน่ห์อย่างหนึ่งของคนทำกาแฟเห็นจะเป็นการใช้ ‘ความหลงใหล’ เป็นพลังขับเคลื่อนอาชีพที่ตนทำอยู่ แน่นอน ผลกำไรจากการประกอบสัมมาชีพเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและคนรอบข้างก็จำเป็น แต่การรักในสิ่งที่ทำและทำในสิ่งที่รักย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ

 


<<ตอนที่แล้ว        ตอนถัดไป>>

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา