The Coffee Diaries: 23 | Galapagos Coffee เกาะประหลาด กาแฟมหัศจรรย์ ตอนที่ 1

The Coffee Diaries
14 Oct 2019
เรื่องโดย:

สว่าง ทองดี

Earth provides enough to satisfy every man’s needs, but not every man’s greed. – Mahatma Gandhi 

        มหาตมะ คานธี ต้นแบบนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพด้วยสองมือเปล่า ไร้ซึ่งอาวุธล้างผลาญชีวิตใดๆ ทว่าอานุภาพร้ายกาจกว่าลูกกระสุนและระเบิด สั่นคลอนมหาอำนาจผู้รุกรานจนในที่สุดต้องยอม ‘ปล่อย’ อินเดียอันเป็นดินแดนในอาณานิคมให้เป็นไท กล่าวไว้ประโยคหนึ่ง “โลกมีทรัพยากรมากพอที่จะเกื้อกูลทุกชีวิต แต่ไม่เพียงพอสำหรับความโลภของคน”

        ความหมายในประโยคข้างต้นนี้เกี่ยวข้องกับสถานที่ที่ผมได้ไปเยือนมากทีเดียว

        ไกลจากฝั่งแห่งทวีปอเมริกาใต้ราวพันกิโลเมตร ณ ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเส้นศูนย์สูตรพาดผ่าน มีหมู่เกาะขึ้นชื่อว่าแปลกประหลาดที่สุดกระจุกกันอยู่ ‘กาลาปากอส’ (Galapagos islands) นั่นเอง นักท่องเที่ยวมักปักหมุดยามไปเยือนประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) รัฐบาลกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศในปี ค.ศ. 1959 ในขณะที่องค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกแห่งแรกของโลกในปี ค.ศ. 1978 การเดินทางไปเยือนไม่ยาก ทว่าแพงน่าดู ประมาณ ‘มีเงินก็ไปได้’ แบบนี้ดีต่อคนมีสตางค์เป็นถุงเป็นถัง หากนักเดินทางทุนต่ำต้องการไปก็ต้องวางแผนค่อนข้างรัดกุมกว่าปกติเพื่องบจะไม่บานปลาย มีเที่ยวบินตรงใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงจากเมืองหลวงกีโต (Quito) หรือเลือกนั่งเครื่องจากวายากิล (Guayaquil) อันเป็นเมืองชายทะเลใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศก็ได้ 

 

Galapagos coffee

 

        คนต่างชาติต้องจ่ายค่าตั๋วแพงกว่าคนสัญชาติเอกวาดอร์นั่นก็อีกประเด็น แต่ถ้าคิดเสียว่า ‘ไหนๆ ก็อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว ยอมจ่ายไปเถอะ’ แบบนี้ก็ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไปนัก ถึงเวลาเครื่องเทกออฟสู่น่านฟ้า ทะลุทะเลเมฆสีขาว เมื่อใกล้จุดหมาย เครื่องลดระดับลง เริ่มเห็นสิ่งซึ่งทำให้หัวใจทุกคนเต้นรัว ม่านตาเบิกกว้าง รำพึง ‘ว้าว’ เพราะได้เห็นน้ำทะเลสีครามหลากเฉดงดงามที่สุด สีฟ้าอ่อนนั้นแทบจะเหมือนเรืองแสงด้วยซ้ำ ผืนแผ่นดินสีน้ำตาลแดงตัดรุนแรงกับสีของน้ำ เครื่องลงแตะรันเวย์ ณ สนามบินเซย์มอร์ (Seymour airport) ตั้งอยู่บนเกาะเล็กบัลตรา (Baltra island) นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องชำระค่าเข้าอุทยาน 100 เหรียญสหรัฐฯ จากนั้นจึงโดยสารรถบัสเพื่อไปยังท่าเรือเฟอร์รี ต่อเรือใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ข้ามฟากถึงฝั่งของเกาะใหญ่ซานตาครูซ (Santa Cruz island) จากจุดนี้ยังต้องนั่งรถบัสหรือเหมาแท็กซี่อีกหนึ่งต่อ ระยะทางราว 40 กิโลเมตร เพื่อไปยังเมืองหลักของเกาะแห่งนี้ที่ชื่อปวยร์โตอะโยรา (Puerto Ayora)

        ถนนพาดผ่านภูมิประเทศซึ่งไม่คุ้นเคย ต้นไม้มีกิ่งก้านรูปทรงคล้ายบอนไซยักษ์ บางชนิดไร้ใบ กระบองเพชรขนาดใหญ่ปะปนในป่า ขึ้นเขาไปเรื่อยๆ เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจากพื้นที่ซึ่งอยู่ต่ำกว่า เพราะความชื้นสูงกว่ามาก ไม้ใหญ่ใบเขียวสดขึ้นแน่นแทบชิดกันมีลักษณะแบบเดียวกับป่าดิบชื้นบนดอยสูงอินทนนท์ ไลเคนขึ้นเกาะตามกิ่งก้านต้นไม้ หญ้าและดอกไม้หลากสีสันขึ้นคลุมดินมิด ไอหมอกและฝอยฝนขนาดเล็กพรำ อากาศเย็นเกือบหนาว เมื่อถึงจุดสูงสุดของเส้นทางก็เริ่มลงเขาสู่อีกด้าน เริ่มผ่านชุมชน บ้านเรือน เรือกสวน สัตว์เลี้ยง เช่น วัว นวยนาดอยู่ในท้องทุ่ง จนกระทั่งหมดระยะที่จุดหมาย 

 

Galapagos coffee

 

        ปวยร์โตอะโยราเป็นเมืองเล็กทว่าเจริญที่สุดบนเกาะซานตาครูซ ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ร้านรวง โรงแรม ร้านอาหาร ท่าเรือ ตลาด บริษัททัวร์ โรงเรียนสอนดำน้ำ ทุกอย่างอยู่ที่นี่ ทุกอย่างบนเกาะแพงกว่าปกติราวสองเท่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเกินคาด เพราะต้องนำเข้าจากฝั่งแทบทั้งหมด

 

Galapagos coffee

 

        อันที่จริง ซานตาครูซไม่ใช่เกาะเดียวที่มีคนอาศัยอยู่ แต่ยังมีเกาะอื่นๆ อีกซึ่งมนุษย์ลงหลักปักฐานกันเป็นชุมชน ได้แก่ ซานคริสโตบาล (San Cristobal) อิสเบลลา (Isabela) และฟลอรีอานา (Floreana) รวมประชากรทั้งหมดราวสามหมื่นคน บรรพบุรุษของคนเหล่านี้อพยพมาลงหลักปักฐานเมื่อร้อยกว่าปีก่อนและยังคงมีการย้ายเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้

        ถ้าย้อนเวลาไปนานกว่านั้น โจรสลัดและเรือล่าวาฬใช้หมู่เกาะเหล่านี้เป็นแหล่งหลบมรสุมและสำหรับเติมน้ำจืด เรือหลวงบีเกิล (The HMS Beagle) แห่งราชนาวีอังกฤษก็เคยผ่านหมู่เกาะแห่งนี้ เรือลำนี้กางใบ ออกเดินทางรอบโลกนาน 5 ปีเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน พร้อมกับนักสำรวจและนักธรรมชาติวิทยา หนึ่งในนั้นคือ ชาร์ลส ดาร์วิน (Charles Darwin) ผู้ซึ่งต่อมาได้คิดทฤษฎีว่าด้วยวิวัฒนาการอันเขย่าฐานความเชื่อของคริสตจักรเพราะได้เห็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตที่ตนเองเก็บข้อมูลเมื่อไปถึงกาลาปากอส

        ปัจจุบันนี้ก็มีหน่วยงานซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ทำงานวิจัย มีสำนักงานและศูนย์เรียนรู้อยู่บนเกาะซานตาครูซ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เดียวกับดาร์วิน แต่เป้าหมายเน้นงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมากกว่า

 


<<ตอนที่แล้ว          ตอนถัดไป>>

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สว่าง ทองดี

นักท่องโลก (โลโซ) ด้วยจักรยาน เดินทางมาเกือบครบทุกประเทศในเอเชีย ปั่นเที่ยวหลายประเทศในยุโรป ผจญภัยนิดหน่อยในแอฟริกา ล่าสุดเพิ่งไปลุยทวีปอเมริกาใต้ แม้วัยจะเลยหลักสี่ แต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะยึดไลฟ์สไตล์เดิม คือทำงาน เก็บเงิน เดินทาง เป้าหมายใหม่ขณะนี้คือหางานทำระหว่างทางเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยบ่อยๆ ล่าสุดกำลังจะเริ่มทำงานในไร่กาแฟ ณ ปานามา