เคาะประตูแง้มดูห้องสมุดส่วนตัวในบ้านของคนรักหนังสือ และจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตจากการอ่าน

Feature
22 Dec 2018
เรื่องโดย:

adB Team

เราต่างก็รู้ว่าการได้สัมผัสจับต้องหน้ากระดาษและรับรู้ถึงน้ำหนักของหนังสือในมือขณะที่อ่านนั้น มีเสน่ห์มากมายแค่ไหน และแม้หลายคนจะแย้งว่า คุณค่าของหนังสือที่แท้จริงอยู่ที่ตัวอักษร ข้อความ และรูปภาพที่บรรจุอยู่ข้างในต่างหาก เราจึงขอพาคุณไปทำความรู้จักกับคนที่เก็บรวบรวมสะสมหนังสือจนเกิดเป็นพื้นที่ซึ่งสะท้อนตัวตนและชีวิต สิ่งที่หนังสือให้กับพวกเขานั้นมากกว่าการได้หยิบมันขึ้นมาลูบไล้ที่สันปกและอ่านเรื่องราวที่อยู่ในนั้น ถ้าอยากรู้ว่าความสำคัญเหล่านั้นคืออะไร มาเคาะประตูแล้วเปิดไปพบกับห้องสมุดในบ้านของพวกเขากับเรากัน

ห้องสมุด
หนังสือคือตัวแทนของความรักความผูกพันที่เกิดขึ้นในชีวิต

     พื้นที่ขนาดเล็กกะทัดรัดที่ทำหน้าที่เสมือน Connecting Space ระหว่างออฟฟิศที่ชั้นล่างและตัวบ้านที่ชั้นบน ของ David Schafer และภรรยา นอกจากจะใช้เป็นพื้นที่ของสตูดิโอออกแบบ Studiomake แล้ว ภายในตัวบ้านยังอัดแน่นไปด้วยหนังสือนับร้อยเล่มที่ทั้งคู่เก็บสะสมไว้ตั้งแต่สมัยยังใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อตัดสินใจย้ายมาประเทศไทย ก็ไม่ลืมที่จะนำหนังสือเหล่านั้นข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วย ซึ่งหนังสือพวกนี้ไม่ได้ให้เพียงแค่ความรู้กับตัวเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของความรักความผูกพันเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขาด้วย

     “สำหรับนักออกแบบ หนังสือคือสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง นักเรียนส่วนใหญ่ของผมมักคิดว่าเราสามารถค้นหาทุกอย่างได้ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่เป็นความจริง การทำความเข้าใจสิ่งปลูกสร้าง อาคาร หรือชิ้นงานศิลปะ ด้วยภาพถ่ายในอินเทอร์เน็ตนั้นไม่สามารถถ่ายทอดกระบวนการคิดและข้อมูลต่างๆ ที่นักออกแบบจำเป็นต้องรู้ได้ครบถ้วนเท่าในหนังสือซึ่งถูกรวบรวมและตีพิมพ์อย่างพิถีพิถันผมเริ่มเก็บสะสมหนังสืออย่างจริงๆ จังๆ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ตอนที่เริ่มมีความคิดจะเรียนต่อด้านสถาปัตยกรรมโดยตอนนั้นผมยังอยู่ที่สหรัฐอเมริกา”

 

ห้องสมุด

 

     “หนังสือซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเครื่องมือบอกเล่าข้อมูลข่าวสารที่ปกติธรรมดาที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป วัฒนธรรมการเสพข้อมูลของผู้คนก็เปลี่ยน หนังสือกลับกลายเป็นของหายาก บางเล่มคุณอาจจะหามันพบหลังจากมันได้อันตรธานหายไปจากร้านหนังสือนานนับสิบปีบนเว็บไซต์ Amazon หรือ eBay ด้วยราคาที่สูงกว่าเดิมลิบลิ่ว (หัวเราะ) ถึงแม้ว่าผมจะชื่นชอบและเก็บสะสมหนังสือ แต่ผมก็เลือกอ่านบางอย่างออนไลน์เช่นกัน ผมอ่าน The New Yorker ด้วยไอแพดแทนที่จะรับฉบับตีพิมพ์ทุกๆ สัปดาห์ซึ่งสุดท้ายก็จะจบด้วยการต้องนำไปรีไซเคิลเมื่อมันกองพะเนินเต็มบ้าน เพราะมันสะดวกและดีกว่าต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น อะไรที่คุณจะอ่านมันแค่ครั้งเดียว ผมคิดว่าเราควรอ่านออนไลน์ แต่สำหรับหนังสือที่เราต้องพลิกซ้ำเพื่อศึกษาหรือใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง เช่น หนังสือเกี่ยวกับงานออกแบบ การได้เห็นรายละเอียดของภาพถ่ายใหญ่ๆ บนหน้ากระดาษ ย่อมดีกว่าการที่ต้องซูมและแพนภาพถ่ายไปมาบนจอคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ผมและภรรยาเก็บสะสมสมุดสเก็ตช์ด้วยเช่นกัน ใช้สเก็ตช์ ร่างแบบ โน้ตไอเดียต่างๆ สมุดสเก็ตช์ยังเป็นเหมือนไดอารี่ที่บันทึกความคิดของผมและเธอในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต”

 

ห้องสมุด

 

     “เราควรมีห้องสมุดในบ้านก็ต่อเมื่อหนังสือคือสิ่งสำคัญต่อชีวิตคุณ ไม่ใช่เฉพาะหนังสือ แต่ผมคิดว่าคนเราควรมีสเปซเพื่อเก็บสะสมอะไรก็ตามที่มีคุณค่าต่อชีวิต เพราะมันคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนและมุมมองความคิดของเรา การเก็บสะสมหนังสือมันไม่ใช่แค่คุณคิดว่า ‘ฉันอยากมีห้องสมุด’ แล้วเดินไปจ่ายเงินมหาศาลเพื่อกว้านซื้อหนังสือมาประดับห้องเท่านั้น ห้องสมุดหรือคอลเล็กชันของหนังสือที่ดีมักมีจุดเริ่มต้นเล็กๆ และจะค่อยๆ เติบโตขึ้นตามประสบการณ์ชีวิตของคุณ เมื่อ 20 ปีก่อน ผมไม่ได้มีหนังสือเยอะเท่าตอนนี้หรอก หนังสือบางเล่มที่ผมซื้อสมัยยังหนุ่ม ให้ซื้อตอนนี้ก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่ซื้อแล้ว แต่ผมยังคงเก็บรักษามันไว้ เพราะมันคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนและมุมมองความคิดของผม ณ เวลานั้น”

 

ห้องสมุด

 

     “ผมและภรรยาพบกันใน Architecture School เราบังเอิญซื้อหนังสือเล่มเดียวกัน เธอมี 1 เล่มและผมเองก็มี 1 เล่ม ซึ่งแน่นอนเป็นหนังสือที่ดีและพิเศษมาก หลังจากนั้นเมื่อเราแต่งงานและเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ เราจึงรวมคอลเล็กชันหนังสือที่เราเก็บสะสมเข้าด้วยกัน ดังนั้น ใน home library แห่งนี้ จึงมีหนังสือเล่มนี้อยู่สองเล่ม ของเธอและของผม เราเคยคิดที่จะขายไปสักเล่ม เพราะมันเลิกตีพิมพ์และขาดตลาด แต่เราก็ไม่ได้ขายและเลือกที่จะเก็บมันไว้ทั้งคู่ เพราะทั้งสองเล่มเป็นเสมือนภาพสะท้อนของเรา”

 

ห้องสมุด

 

จุดเปลี่ยนในชีวิตจากความรักที่มีให้หนังสือและนิตยสารแฟชั่น

     การได้สัมผัสกับหน้ากระดาษเป็นเล่มๆ ของ ‘ลูกน้ำ’ – สุคนธ์ สีมารัตนกุล เมกอัพอาร์ทิสต์แถวหน้าของประเทศไทย ไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึกชื่นชอบต่อการได้หยิบจับนิตยสารเป็นเล่มๆ เท่านั้น แต่ความรักในการตามอ่าน และเก็บสะสมนิตยสารรวมถึงหนังสือแฟชั่นต่างๆ มาตั้งแต่เด็กนั้น ได้ส่งผลกับตัวเขาจนเกิดจุดเปลี่ยนในชีวิตขึ้นมา ทำให้เขากลายเป็นช่างแต่งหน้าที่ใครก็ต้องการตัวมาจนถึงวันนี้ ซึ่งนั่นยังไม่รวมถึงเรื่องที่ใครอยากอ่านนิตยสารเล่มเก่าๆ ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เกิดนั้น ก็สามารถมาขอหยิบยืมดูได้จากเขาคนนี้ด้วย

     “เราชอบการอ่านนิตยสารมาตั้งแต่สมัยยังไม่เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นบ้านเราอยู่ที่พังงา เวลาเลิกเรียนเราจะชอบไปขลุกอยู่ที่ร้านหนังสือ อ่านนิยายหรือแมกกาซีนต่างๆ พอถึงช่วงที่เราสามารถซื้อหนังสือได้เองก็เริ่มซื้อนิตยสารมาอ่าน ก็เก็บสะสมมาเรื่อยๆ ไม่ทิ้งเลย เพราะทุกครั้งที่หยิบแมกกาซีนเล่มเก่าๆ มาเปิดดูเราจะมีความสุขมาก และเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากเดินทางมาที่กรุงเทพฯ อยากเจอกับคนที่เราชื่นชอบที่ได้เห็นอยู่ตามหน้านิตยสารอย่าง เพ็ญพร ไพฑูรย์ ซึ่งเป็นนางแบบแถวหน้าในตอนนั้น เราปลื้มเธอมาก หรือ ศิเรมอร อุณหธูป บรรณาธิการนิตยสาร ทเว็นตี้วัน เราก็อยากเจออยากรู้ว่าทำไมเขาเขียนหนังสือได้สละสลวย และทำไมทำนิตยสารออกมาได้สวย ทำให้เราอยากรู้ว่าขั้นตอนการทำนิตยสารให้ออกมาได้สักเล่มนั้นเขาทำกันอย่างไร”

 

ห้องสมุด

 

     “เราไม่ชอบอ่านอีบุ๊กเลย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือนิตยสารก็ตาม เราไม่เอา ไม่อ่านเลย เพราะเราไม่เห็นว่าอีบุ๊กจะมีอะไรที่เชิญชวนให้เราอยากเปิดอ่าน เรามีความสุขที่ได้อ่านหนังสือแบบเป็นเล่มๆ มากกว่า ได้จับเนื้อกระดาษ โดยเฉพาะการได้เห็นเนื้อกระดาษที่เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละยุคของสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับเราเป็นเรื่องสนุก อย่างกระดาษที่ใช้พิมพ์ในสมัยก่อนจะเป็นแบบหนึ่ง กระดาษในตอนนี้ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งที่ดีขึ้น และเราเชื่อว่าถ้าเรารักหนังสือมากๆ จักรวาลจะจัดเรียงให้เราได้มาเจอกับคนที่เราชื่นชอบมากๆ ได้ด้วย อย่างเราซึ่งเป็นเด็กต่างจังหวัด แต่พอมีโอกาสได้เข้ามากรุงเทพฯ ก็มีแรงผลักดันลึกๆ ให้เราออกไปหาไปเจอคนที่เราชื่นชอบ เราหอบดอกไม้แห้งจากพังงามามอบให้พี่ป๋อง (องอาจ นิรมล) ก็เคยทำมาแล้ว (หัวเราะ)”

 

ห้องสมุด

 

     “หนังสือที่มีอยู่ตอนนี้เป็นของลอตหลังที่เราไปตามเก็บมาใหม่ เพราะหนังสือในช่วงแรกของเราถูกน้ำท่วมพินาศไปหมด เราก็ไปตามเก็บใหม่หมดทั้งในเว็บไซต์หรือตลาดนัดสวนจตุจักร เพราะหนังสือพวกนี้ทำให้เรานึกถึงเรื่องราวในวันวาน พอเราหยิบหนังสือหรือนิตยสารเล่มนี้ขึ้นมา ภาพของเหตุการณ์ในช่วงนั้นที่เราได้จับหนังสือเล่มนั้นครั้งแรกก็จะลอยออกมา โดยเฉพาะแมกกาซีนต่างประเทศ ที่สมัยก่อนจะมีขายแค่ที่เซ็นทรัลชิดลมเท่านั้น และเราก็ต้องไปตีซี้กับน้องพนักงานให้เขาช่วยเก็บแมกกาซีนที่เพิ่งส่งมาให้เรา ซึ่งแต่ก่อนกว่าแมกกาซีนจะเดินทางมาถึงประเทศไทยต้องใช้เวลาราว 3 เดือน และมาแค่ไม่กี่เล่ม ซึ่งไม่พอกับจำนวนของคนที่อยากได้”

 

ห้องสมุด

 

     “ถ้าถามว่านิตยสารหัวไหนที่เราชอบมากที่สุด คือนิตยสาร BR เพราะถือเป็นนิตยสารเล่มแรกของเมืองไทยที่มีการทำหน้าปกให้ออกมาแตกต่างจากนิตยสารเล่มอื่นๆ บนแผง โดยหน้าปกเขาจะเน้นในเรื่องของงานศิลปะและดีไซน์ สำหรับเรา นิตยสารเล่มนี้ถือเป็นผู้เปิดโฉมหน้าใหม่ให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ของเมืองไทยเลยนะ

     “นิตยสารสำหรับเราคือ แรงจูงใจ เป็นแรงผลักดันให้เราค้นพบตัวเอง จากเดิมที่เรามีอาชีพเป็นครูอยู่ต่างจังหวัด พอได้อ่านได้คลุกคลีกับหนังสือและนิตยสารมากๆ เราก็รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เรามีความสุขกับงานศิลปะ เราเคยแต่งหน้าให้เพื่อนในงานกิจกรรมต่างๆ แล้วทำได้ดี เราจึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้ทำงานเป็นฝ่ายศิลปกรรมให้กับเครื่องสำอาง Pias ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นจากศูนย์เลย แต่การเรียนรู้ขวนขวายด้วยการอ่านก็ทำให้เป็นพรสวรรค์ที่สะสมอยู่ในตัวเรา ในที่สุดเราก็ได้ทำงานด้านการแต่งหน้ามากขึ้น จนกระทั่งต่อมาก็ได้ทำงานในตำแหน่งบรรณาธิการแฟชั่นให้กับนิตยสารในเครือของ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล และนั่นจึงทำให้เรารักนิตยสารมากยิ่งขึ้น”

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่