LIDO CONNECT: ‘ลิโด้’ เป็นทั้งผู้คนและสถานที่ กลับมาแล้วก็อย่าละเลยกันไปอีก

Feature
1 Sep 2019
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ, พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์

Highlights

เมื่อชื่อของ LIDO CONNECT ปรากฏขึ้นมาในวันแถลงข่าวหลังจากการประกาศหยุดให้บริการของโรงภาพยนตร์ลิโด เพียงเวลาไม่นาน ความรู้สึกเศร้าโศก ใจหาย และเสียดายโรงหนังดีใจกลางเมืองที่ผูกพันกับสยามมานานก็ค่อยๆ หายไป กลายเป็นความคาดหวังของผู้คนว่าการเข้ารับช่วงเพื่อดูแลโรงหนังแห่งนี้ต่อของทาง LOVEiS จะพาพื้นที่ตรงนี้ให้เติบโตไปในทิศทางไหน จะกลายเป็นอาคารพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างผลกำไรจากการทำธุรกิจเพลง หรือจะเป็นพื้นที่สำหรับคนรักการดูหนังที่อาจจะได้รับการสนับสนุนในช่วงแรกและค่อยๆ แผ่วปลายลงไปเหมือนที่เราคาดการณ์ไว้เล่นๆ

        การปรับปรุงต่อเติม ลดทอน เปลี่ยนแปลงของลิโด้ ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นในเวลาต่อมา และใช้เวลาเพียงไม่นานเราก็ได้พบกับการเปิดตัวใหม่อย่างเป็นทางการ ลิโด้ในวันนี้ไม่ได้มีฟังก์ชันแค่เป็นโรงหนังที่มีร้านค้าตั้งอยู่ชั้นบนและชั้นล่างในบรรยากาศเงียบเหงาเหมือนเมื่อก่อน แต่กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสทางศิลปะ ที่อ้าแขนต้อนรับศิลปินและผู้ที่สนใจงานศิลปะให้มารวมตัวกันได้อย่างน่าทึ่ง โดยยังมีโซนของร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้คนทั่วไปเลือกใช้บริการแบบไม่น่าเบื่อ และพื้นที่ส่วนต่างๆ โดยเฉพาะด้านล่างที่เป็นส่วนต้อนรับนั้นก็สว่างไสวกว้างขวาง เปิดให้เราเดินเข้ามานั่งเล่นได้โดยไม่รู้สึกผิด ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้ได้เปลี่ยนลิโดที่เราคุ้นเคยไปจนเกือบหมด หลงเหลือไว้เพียงเสน่ห์บางอย่างที่เคยมีอยู่และเรายังสัมผัสได้ในพื้นที่แห่งนี้

        ความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คงอยู่นี้ก็มาจากทีมงานของลิโด้ทุกคนที่ช่วยกันออกความเห็น ลงแรง ลงใจ และโอบอุ้มที่นี่ไว้อย่างทะนุถนอม ผ่านการดูแลโดยคีย์แมนทั้งสอง นั่นคือ ‘จี๊บ’ – เทพอาจ กวินอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LIDO CONNECT และ ‘ไก่’ – สุธี แสงเสรีชน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ LIDO CONNECT ซึ่งจะมาเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาเป็นไป และความสนุกที่ทำให้ลิโด้กลับมาครองใจพวกเราได้อีกครั้ง

 

lido connect

‘สยาม’ พื้นที่ที่เชื่อมโยงคนในทุกยุคสมัย

        ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อนหน้านี้ ยุคที่ยังไม่มีรถไฟฟ้าพาดผ่านสยาม โทรศัพท์มือถือยังมีขนาดใหญ่เทอะทะในราคาแพงเกินเอื้อม วัยรุ่นยังพกเครื่องเล่นเทปคาสเส็ตแบบพกพา ใช้ปากกาเสียบเข้าไปในรูของตัวเทปแล้วหมุนเพื่อกรอม้วนเทป และมาเดินเล่นที่สยามสแควร์ทั้งเวลาหลังเลิกเรียนหรือในเวลาเรียน สยามจึงเป็นความทรงจำที่สวยงามสำหรับชายทั้งสองคนนี้

        “สยามสแควร์ในตอนนั้นเป็นอะไรที่หรูหรามาก แค่ได้มานั่งกินรูตเบียร์ที่ร้าน A&W ผมก็มีความสุขแล้ว” อดีตสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์เล่าถึงความสุขของเขาที่มีต่อสยามให้เราฟัง

        “สยามสแควร์เป็นย่านที่ทันสมัยมาก เราสามารถหาซื้อสิ่งของต่างๆ ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศได้ เด็กสยามจะรู้กันว่าเสื้อผ้าจะอยู่โซนนี้ จะซื้อแว่นตาต้องมาตรงนี้ กางเกงยีนส์ต้องไปตรงนั้น คนจะรู้กันว่าโซนไหนมีอะไร ซึ่งสยามในวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ เด็กวัยรุ่นต้องมาเดินสยาม แม้ว่าวันนี้จะมีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นมากมาย แต่สยามก็ยังเป็นที่ที่วัยรุ่นยังไงก็ต้องมา”

        “แต่ถึงแม้ว่าสมัยก่อนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ จะมีน้อย แต่ผมก็ไม่ไปเดินห้างหรอกนะ ผมเลือกที่จะมาเดินสยาม และมาเกือบทุกวันด้วย ซึ่งตอนนั้นโรงหนังลิโดเป็นโรงหนังเล็กๆ ที่มีสามโรง ส่วนตอนที่ยังเป็นโรงใหญ่ๆ โรงเดียวนั้น ผมยังไม่ทันนะ” เทพอาจหัวเราะลั่นเพราะกลัวเราจะเข้าใจผิดว่าเขาโตทันในยุคที่ลิโดยังเป็นโรงหนังแบบสแตนด์อโลน

        โรงภาพยนตร์ลิโดเปิดให้บริการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2511 มีที่นั่งมากถึง 1,000 ที่นั่ง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นแบบสามโรงย่อยในเวลาต่อมา ฉายหนังระดับเล็กไปถึงระดับกลาง เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการดูหนังซึ่งหาดูได้ยากตามโรงภาพยนตร์ทั่วไป

        “ลิโดเป็นโรงหนังเล็กๆ เงียบๆ ชั้นล่างมีร้านขายของ ร้านแว่น ร้านซีดี ช่วงเย็นก็จะมืดๆ ทึมๆ มีมุมอับ สร้างความไม่น่าไว้วางใจกับผู้ปกครองเวลาเขารู้ว่าลูกๆ ของเขาจะมาเดินที่ลิโด ซึ่งจริงๆ ตัวอาคารเองก็ปลอดภัย ไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่ด้วยบรรยากาศแบบนั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลิโดไม่ค่อยน่าขึ้นมาเดินสักเท่าไหร่” นั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้เทพอาจอยากเปลี่ยนแปลงโรงภาพยนตร์นี้เสียใหม่ เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ใครเข้ามาแล้วก็รู้สึกสบายใจนั่นเอง

 

lido connect

‘ลิโด้’ เป็นทั้งผู้คนและสถานที่

        ข่าวการยุติบทบาทการทำธุรกิจของโรงภาพยนตร์ลิโดสร้างความใจหายให้กับหลายคนที่ได้ยิน แต่เวลาต่อมาเราก็ใจชื้นขึ้นเมื่อได้รู้ว่าทางสำนักจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะให้ทีม LOVEiS มาช่วยรับช่วงต่อโดยทำให้ที่นี่กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับทุกคน

        “เราคุยกันไว้ก่อนหน้าที่จะมีข่าวปิดกิจการแล้ว” เทพอาจเล่าถึงแผนการบูรณะโรงหนังแห่งนี้

        “สิ่งแรกที่ผมบอกกับทีมงานเลยคือขอเก็บโรงหนังไว้หนึ่งโรง ส่วนพื้นที่ของโรงหนังอีกสองโรงนั้นจะเอาไปแปลงเป็นอะไรได้บ้างก็ลองช่วยกันออกแบบ ที่ขอโรงหนังเอาไว้เพราะตอนเด็กผมเรียนอยู่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ผมรู้จักสยามทุกซอกทุกมุม และการมาดูหนังที่ลิโดคือหนึ่งในกิจกรรมของผม และอย่างที่รู้กันว่าโรงหนังลิโดตอนเย็นนั้นมีบรรยากาศมืดๆ ทึมๆ ไปหน่อย ตอนนี้ผมมีลูกด้วย ผมก็เข้าใจความรู้สึกของผู้ปกครองหลายๆ คนที่เขาอยากจะมีพื้นที่สำหรับมานั่งดื่มกาแฟ แล้วให้ลูกให้หลานไปเดินเล่นได้อย่างอุ่นใจ ลิโด้จึงต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่มีมุมอับ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีห้องน้ำสะอาด และมีศิลปะให้เขาเสพ นั่นจึงกลายเป็นโจทย์ของ คุณไก่ สุธี ไปทันที” เขาหัวเราะและยิ้มให้กับผู้เป็นเหมือนหัวหน้าโปรเจ็กต์ในการรีโนเวตโรงภาพยนตร์นี้

 

lido connect

 

        “เราอยากให้ลิโด้โมเดิร์นกว่านี้นะ นี่ถือว่ายั้งมือไว้เยอะมากๆ” สุธีหัวเราะ “แต่เราก็ไม่ลืมว่าความเก่าก็เป็นเสน่ห์ของพื้นที่นี้ ทำให้ที่นี่มีบุคลิกที่จับต้องได้ บางคนเดินเข้ามาที่ลิโด้ตอนนี้เขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นที่หรูหราจนต้องเดินเลี่ยงออกไป ลิโด้กลายเป็นที่ที่ใครเข้ามาก็ได้ เดินผ่านก็ได้ กลายเป็นจุดเชื่อมต่อให้กับคนในแต่ละเจเนอเรชันผ่านงานศิลปะ”

        “ศิลปะในหลากหลายแขนง” เทพอาจกล่าวเสริม “ผมขอโรงหนังไว้สำหรับคนที่อยากดูหนังที่ไม่ได้หาดูง่ายๆ และก็ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าหนังหาดูยากที่ฉายไปแล้วหรือกำลังฉายอยู่ก็มีคนสนใจที่อยากจะดู”

        ซึ่งที่เขาพูดมาก็เป็นความจริง เพราะที่ลิโด้มีการฉายภาพยนตร์โดยการดูแลของ Documentary Club ซึ่งตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการก็มีหนังหลากหลายแนว ทั้งสารคดี หนังจีน หรือหนังจากประเทศอื่นๆ มาฉายอย่างคับคั่ง และก็มีคนสนใจตีตั๋วเข้าไปดูอย่างอบอุ่น แต่จะไม่เป็นการสุ่มเสี่ยงไปหน่อยหรือกับการเอาพื้นที่ราคาแพงใจกลางเมืองมาทำธุรกิจที่น่าจะได้เงินน้อยแบบนี้ เพราะถ้ามองในฐานะการลงทุน ใครๆ ก็คงคิดว่าน่าจะเอาตึกนี้ไปหาประโยชน์อย่างอื่นที่สร้างกำไรกลับมาได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่า เชื่อว่านี่คงเป็นคำถามที่อยู่ในใจของหลายๆ คนรวมถึงทั้งเราด้วย

        “ทุกอย่างมีความเสี่ยง มันเป็นธรรมชาติของการทำธุรกิจ แต่ลิโด้เป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา เพราะทุกคนเห็นพ้องตรงกันว่าเราสามารถทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ ทุกอย่างมีความเสี่ยงทั้งนั้น คุณเอากาแฟมาตั้งขายหนึ่งแก้ว คุณก็เสี่ยงแล้ว ใช่ การเอาตึกนี้ไปทำอย่างอื่นที่เพลย์เซฟกว่าก็จริง แต่ถ้ามองในแง่ของความสนุก ทำให้ลิโด้เป็นแบบนี้ผมว่าสนุกกว่าเยอะ ผมเลือกที่จะสนุกก่อนเรื่องเงิน และไม่ใช่ว่าผมรวยมหาศาลหรือว่ามีเงินแล้วอยากทำอะไรก็ได้ ไม่ใช่เลย ผมไม่ได้มีเงินหรือรวยแบบที่หลายๆ คนคิด แต่ผมอยากทำธุรกิจที่ได้เงินจากความสนุกของตัวเองต่างหาก ทำงานแบบนี้โคตรมันเลย”

 

lido connect

 

        “อย่างการเอา Flex 102.5 มาตั้งตรงนี้เพราะผมยังฟังรายการวิทยุอยู่ และก็เชื่อว่าคนอย่างผมก็ยังมี ทุกวันนี้เรามีสตรีมมิงแล้วก็ใช่ แต่ทุกคนต้องปรับตัว การมีสตรีมมิงเป็นข้อดีด้วยซ้ำ เพราะเป็นเหมือนตัวกรองว่ารายการไหนที่ไม่ดี ไม่เวิร์ก ก็จะถูกถอดออกไป รายการไหนที่ไม่เหมาะกับคนฟังก็จะหายไปเอง ยิ่งผู้เล่นเหลือน้อยเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งชัดเจนว่าเราอยู่ได้เพราะคุณภาพ ถึงจะมองว่าเป็นช่วงขาลงของการทำรายการวิทยุ แล้วเป็นขาขึ้นของสตรีมมิง ถ้าอย่างนั้นเราก็จับมาผสมกันได้สิ ยังไงรายการวิทยุก็มีความได้เปรียบตรงที่มีการพูดคุยสื่อสารกับผู้ฟังกว่าการฟังเพลงแห้งๆ บนสตรีมมิงอยู่แล้ว” เทพอาจกล่าว

        “ผมเห็นคนมานั่งรอเข้าไปดูหนัง ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าการดูหนังในโรงภาพยนตร์นั้นได้บรรยากาศกว่านั่งดูที่บ้านแน่นอน แต่พูดตรงๆ ช่วงที่เรามีการรื้อ ปรับเปลี่ยน ก่อสร้างใหม่ ตอนนั้นผมก็เดาไม่ออกจริงๆ ว่าลิโด้จะออกมาเป็นแบบไหน” สุธีหัวเราะกับความชุลมุนในช่วงก่อสร้าง “ผมเดินเข้ามาข้างใน ทุกอย่างมีแต่เป็นความว่างเปล่า ในตัวอาคารก็จะมืดๆ ได้แต่คาดเดาล่วงหน้าว่าจะออกมาเป็นแบบนี้ เป็นอย่างนี้ จนเราเริ่มเปิดพื้นที่ทางด้านหน้าให้มีการแสดงขึ้นมา ประกายแห่งความมีชีวิตชีวาก็เริ่มส่องแสงให้เห็น”

        “ผมไม่ได้เป็นคนชุบชีวิตลิโด้” เทพอาจพูดย้ำอย่างหนักแน่น “ทุกคนทำได้หมด ไม่ต้องมาบอกหรอกว่าก็ผมมีเงินนี่เลยทำได้ ผมคนเดียวทำไม่ได้หรอก แต่ถ้าคนที่เป็นแฟนลิโดสัก 10,000 คน มาดูหนังหรือมาเดินที่นี่ได้ทุกวัน โดยสลับกันมา ลิโดก็ไม่ต้องปิดตัวตั้งแต่แรกแล้ว ทุกคนรักแต่ไม่มา ก็มีหลายเหตุผลที่เข้าใจได้ว่าทำไมถึงไม่มากัน แต่ที่แน่ๆ ก็คือคุณละเลยที่นี่กันเอง วันนี้เราแค่มาคลีนให้ใหม่ ทำทุกอย่างให้ใหม่ ผมมาส่งไม้ต่อให้แล้ว แต่จะให้ผมสองคนมาช่วยกันทุกวันต่อไปไม่ได้นะ แฟนๆ ของลิโด้ต่างหากที่ต้องมาช่วยกัน ลองซื้อตั๋วหนังสักใบ กินป็อปคอร์นสักถุง เสพงานศิลปะสักหน่อย จะเดินผ่านก็ได้หรือมาเข้าห้องน้ำก็ได้ ลิโด้กลับมาชีวิตแล้ว อย่าทิ้งมันไปอีกแล้วกัน”

 

lido connect

LIDO CONNECT

มีของต้องสำแดงสิ

        LIDO CONNECT กลายเป็นพื้นที่ที่ยืดหยุ่น มีโรงฉายภาพยนตร์ มีไลฟ์เฮาส์ที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักดนตรี ทั้งศิลปินในกระแสและนอกกระแส เป็นพื้นที่สำหรับคนฟังเพลงที่ได้มาเสพงานของศิลปินอย่างแท้จริง

        “มีศิลปินจำนวนไม่น้อยเลยนะที่อยากเปิดการแสดงของตัวเองในตอนกลางวันและไม่ใช่ตามผับ” เทพอาจเล่าให้ฟังว่ามีนักร้องนักดนตรีหลายคนที่มาบอกกับเขาว่าอยากเล่นดนตรีที่มีคนฟังเพลงของเขาจริงๆ บ้าง ไม่ใช่ขึ้นไปอยู่บนเวทีที่คนข้างล่างสังสรรค์กันอย่างรื่นเริง แต่ไม่ได้สนใจเลยว่าบนเวทีนั้นนักดนตรีกำลังเล่นอะไรอะไรอยู่ LIDO CONNECT จึงเปิดพื้นที่ด้านหน้าทางเข้าเป็นที่แสดงผลงานไว้สำหรับสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ มีความรู้สึกว่าอยากจะมาเปิดการแสดงต่อหน้าผู้คนบ้าง มีของก็ต้องเอามาแสดง เหมือนอย่างที่สมัยก่อน ป๊อด โมเดิร์นด็อก ชักชวน นภ พรชำนิ มาทำการเปิดหมวกแสดงที่ดนตรีที่หน้าลิโดเมื่อครั้งที่พวกเขายังเป็นนักศึกษา

        “การแสดงต่อหน้าผู้คนจะได้อารมณ์และประสบการณ์คนละแบบกับการทำคลิปออกมาแล้วไปปล่อยไว้บนยูทูบ” สุธีกล่าวในฐานะนักดนตรีรุ่นพี่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน “การสื่อสารคือการรับส่งกัน การปล่อยคลิปในยูทูบเป็นการส่งไปเพียงฝ่ายเดียว สายตานับร้อยนับพันคู่เราไม่สามารถสัมผัสได้ การคอนเน็กต์กับคนแค่ในหนึ่งวินาที ศิลปินต้องใช้ความคิดในการสร้างสรรค์แล้วว่าเขาจะทำอย่างไรเพื่อให้คนมองดูเขา ณ วินาทีนั้น หรือต้องแก้สถานการณ์อย่างไร คุณแสดงอยู่อาจจะมีคนเข้ามาทักทายหรือไม่สนใจเลยก็ได้ ต่อให้คุณไลฟ์สดยังไงการแสดงก็แค่กระจายออกไปทางเดียว คุณจะได้รับแต่ข้อความคอมเมนต์ แต่ยังไงก็สู้การมาแสดงกันต่อหน้าจริงๆ ไม่ได้”

        “เหมือนเวลาที่เราดูเมนูอาหาร แต่จะรู้หรือเปล่าว่าอาหารจานนั้นอร่อยจริงไหม ถ้าไม่ได้ชิมเองจริงๆ” เทพอาจช่วยเสริม “ยิ่งถ้าคุณมีความฝันว่าจะเป็นศิลปินด้วยแล้ว ต้องรีบมาเลย มารับรู้รสชาติว่านี่ไงมาเปิดการแสดงแล้วไม่มีคนดูหรือคนฟังจะเป็นอย่างไร จะได้รู้ว่าชีวิตจริงเป็นยังไง ในออนไลน์คุณจะซื้อยอดวิวได้ คอมเมนต์ไหนไม่ถูกใจก็ซ่อนได้ แต่มันใช้ไม่ได้กับชีวิตจริง ให้ความกลัว ความสั่น ความหวาดหวั่น ทำให้ร่างกายเราเกิดอาการเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่านบ้าง และเมื่อแสดงจบแล้วความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจมันดีขนาดไหน”

        แม้จะเป็นนักดนตรีและคนทำงานในวงการเพลงจนกลายเป็นมือเก๋าไปแล้ว แต่สุธีก็ยอมรับว่าตัวเองก็มีอาการสั่นทุกครั้งที่ถูกเรียกขึ้นไปบนเวที “ความรู้สึกที่สารในสมองมันหลั่งออกมา อาการมือเท้าเย็น หัวใจเต้นแรง และความรู้สึกตื่นเต้นเป็นสิ่งสำคัญของศิลปิน ความกลัวจะทำให้เราก้าวข้ามผ่านและเปิดความกล้าให้กับเราเมื่อทำการแสดง”

        “คุณลองไปดูก็ได้ ผมเชื่อว่าคุณจะประทับใจที่เห็นเด็กคนหนึ่งนั่งเล่นกีตาร์อยู่ข้างหน้า สายตาก็หลบๆ หน่อย ไม่กล้าสบตาใคร แต่พอมีคนเดินมาปรบมือให้ สายตาของเด็กคนนั้นก็จะเปล่งประกายขึ้นมา หรือมีคนแก่มานั่งเล่นดนตรี แล้วมีคนอายุใกล้ๆ กันมายืนโยกๆ อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกแบบนี้โคตรเจ๋งเลย” เทพอาจเสริม

 

lido connect

The Unexpected Experience: เปิดใจรับรู้และยืนหยัดในฝันของตัวเอง 

        ในวันเปิดตัว LIDO CONNECT ทางทีมงานก็จัดการแสดงขึ้นเพื่อโชว์ศักยภาพของพื้นที่ในลิโด้ว่าสามารถทำอะไรได้ ผ่านการร้อยเรียงของเรื่องราวการแสดงที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนตร์ Live House และ Black Box ที่พูดถึงคนที่ลุกขึ้นมากล้าทำตามความฝันของตัวเองแม้ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรค เพื่อค้นพบตัวตนที่แท้จริง จากการแสดงที่เชื่อมโยงกันระหว่างพื้นที่ต่อเนื่องกัน ผ่านรูปแบบการแสดงหลากหลาย ทั้งการห้อยโหนตัว ชกมวย นักบินอวกาศ ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาเป็นป่า หรือเหล่านางแบบนายแบบที่ใช้พื้นที่ตรงอัฒจันทร์ที่เคยเป็นที่นั่งชมภาพยนตร์มาเปลี่ยนให้เป็นแคตวอล์กที่เก๋ไก๋

        “เราให้โอกาสศิลปินสามารถทำงานในข้อจำกัดของพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ เหมือนกับที่เขากลับด้านเอาโซนที่เป็นที่นั่งของคนดูมาทำเป็นแคตวอล์กสำหรับการแสดงโชว์ มีการห้อยโหนตัว ซึ่งทำให้เห็นว่าการแสดงไม่มีขีดจำกัด ไม่ใช่ว่าเข้ามาแล้วจะต้องอยู่ด้านเดียวตลอด ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิตผลงาน ใน Black Box เราก็สามารถเซตให้เป็นป่า ทำให้เห็นว่าห้องเปล่าสามารถที่จะสร้างอะไรได้ เดินๆ อยู่ในป่าก็มีนักบินอวกาศออกมา มีนักมวยออกมาต่อยกัน เห็นไหมว่า ในห้องนี้ เราสามารถสร้างอะไรขึ้นมาก็ได้ตามจินตนาการ”

 

lido connect

lido connect

 

        ซึ่งไม่เพียงแค่การแสดงเท่านั้น แต่สุธียังบอกเราด้วยว่าเวิร์กช็อปเพื่อการเรียนรู้ต่างๆ ก็จะเข้ามาอยู่ใน LIDO CONNECT เพื่อเปิดประสบการณ์ให้กับทุกคนด้วย “เราตั้งใจว่าเวิร์กช็อปจะเป็นทุกอย่างที่เกี่ยวกับการทำงานศิลปะ หนังสือทำมือ หรืองานเพนต์ เป็นต้น อยากให้ลิโด้เต็มไปด้วยงานศิลปะ ดูแล้วสดชื่น ดูแล้วมีพลัง ตอนแรกที่ลิโด้เสร็จใหม่ๆ กำแพงเป็นสีขาวว่างเปล่าก็เอางานศิลปะเข้ามาเติม ซึ่งตอนนี้เรารู้สึกว่าลิโด้มีชีวิตแล้ว ลิโด้ทำงานด้วยตัวของมันเอง เหลือแค่รอให้ผู้สร้างสรรค์เข้ามาช่วยกันทำให้ลิโด้สนุกขึ้นทุกวัน”

        เราเสนอไปว่าอยากดูการแสดงที่่ไม่ค่อยเห็น เช่น อุปรากรจีนหรืองิ้ว ซึ่งสุธีเองก็เสริมว่าทำเป็นงิ้วร็อกก็น่าจะสนุกดีเหมือนกัน ระหว่างที่ไอเดียกำลังแล่นอยู่นั้น เราเองก็สงสัยว่าแล้วขอบเขตหรือข้อจำกัดของการแสดงผลงานนั้นอยู่ที่ตรงไหน เพราะศิลปะเองก็มีเส้นบางๆ ของการตีความและการวิพากษ์วิจารณ์สังคมกั้นไว้อยู่ ซึ่งเรื่องนี้เทพอาจก็บอกเราว่าเขาขอมีข้อจำกัดอยู่ราวๆ สองสามเรื่อง

        “เรื่องแรกคือเรื่องสถาบัน เราไม่อนุญาตแน่นอน ต่อมาคือเรื่องของการเมือง ขอเลยว่าอย่าลากการเมืองเข้ามาเลย และเรื่องของศาสนา ศิลปะที่ทำให้เกิดความขัดแย้งต่างๆ อย่างเอามาเลย แต่ไม่ใช่ว่าศาสนาหรือความเชื่อจะแตะต้องไม่ได้ เพราะถ้าเป็นงานที่ดูแล้วจรรโลงจิตใจอย่างงาน ‘ไม่เคยเหนื่อยล้ากับม้าลาย’ ภาพวาดริมผนังของ ป๊อด โมเดิร์นด็อก ดูแล้วชื่นใจ เราก็โอเค

        นั่นหมายความว่าถ้าศิลปะของคุณจรรโลงจิตใจ คุณก็เอามา แต่ถ้าคุณยังยืนยันว่าความเห็นต่างความขัดแย้งคือศิลปะ คุณก็เอาไปลงที่อื่น ถ้าเป็นความขัดแย้งในเรื่องของศิลปะแบบนี้ผมรับได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าจะมาขัดแย้งโดยมี hidden agenda เช่น เรื่องการเมือง ก็เชิญที่อื่น ผมอยากให้คนมาแล้วเสพงานศิลปะ ถ้าคุณบอกว่าผมทำศิลปะที่พูดถึงเรื่องของการเมือง นั่นหมายความว่าคุณเอาการเมืองเป็นตัวตั้ง คุณทำงานศิลปะที่เป็นเรื่องอื่นได้ไหม ถ้าทำได้ก็มา ชีวิตมีหลายมุม เราให้โอกาสแล้วก็อย่ามาใช้โอกาสที่เราให้ในความแอบแฝงแบบนั้น”

 

lido connect

 

        แม้ทั้งสองคนจะบอกเราว่าเขาไม่คาดหวังให้ลิโด้มีคนเข้ามาเดินเต็มขวักไขว่เหมือนห้างสรรพสินค้า แต่ลิโด้จะเป็นสถานที่ที่ชักชวนให้คนที่ชอบอะไรเหมือนหรือคล้ายกันเข้ามา ซึ่งจากการเปิดตัวมาจนถึงวันนี้ เรากลับคิดว่าลิโด้จะเป็นสถานที่ที่มีคุณค่ามากกว่านั้น เพราะหลังจากที่ใช้เวลาคลุกคลีด้วยกันมาตั้งแต่วันที่ยังเป็นอาคารโล่งๆ ห้องแสดงโชว์ชั้นสองยังมีการปรับปรุงซ่อมแซมต่อเติมอย่างแข็งขัน จนวันที่ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาในนี้ บางคนก็มานั่งรอเพื่อนที่เก้าอี้ด้านหน้า บางคนก็มานั่งจิบเครื่องดื่มหรือทำงานใน LIDO CAFE บางส่วนก็เดินทางดั้นด้นเข้าเมืองเพื่อมาดูหนังที่หาดูได้ยาก มาดูการแสดงที่ Black Box กับ Live House หรือแวะเวียนเข้ามาเดินเล่นฆ่าเวลา แต่เราเชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาในลิโด้นั้นต่างก็มีความรู้สึกดีกับเพื่อนเก่าในโฉมใหม่ครั้งนี้ และจะแวะเวียนมาหาเพื่อนคนนี้กันเป็นประจำแน่นอน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

เรื่องโดย

พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์

ผู้ชายวันจันทร์ ใช้ชีวิตแอนะล็อก ฟังเพลงร็อกพอๆ กับเพลงรัก ใส่ใจในรายละเอียดระหว่างทาง มีแมว 12 ตัว และมีวันหยุดไว้ซักผ้า IG: @addcandid