Staycation เที่ยวรอบตัวเองแบบหรูหราในราคาสุดคุ้ม

Feature
24 Nov 2020
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

ตั้งแต่ช่วงคลายล็อกดาวน์ นัก(อยาก)ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เลือกปลดปล่อยอารมณ์คงค้างไปกับแหล่งท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด และเลือกวิธีเที่ยวแบบนอนกางเต็นท์ ทำกับข้าว และดริปกาแฟกินเอง จนเกิดเป็นเทรนด์ ส่งผลให้ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์กางเต็นท์ขายดิบขายดี ได้ฟื้นลืมตาอ้าปากกันอีกครั้งหลังจากนิ่งเงียบมาหลายเดือน นักกางเต็นท์ก็ได้รับการปลดปล่อยอารมณ์อยากเที่ยวไปได้มาก 

        แต่ยังมีอีกหนึ่งแนวทางการท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงแซงทุกโค้ง นั่นก็คือ ‘staycation’ เที่ยวรอบตัวเอง ภายในบ้านของตัวเองก็ได้ แถวบ้านตัวเองก็ดี ภายในจังหวัดของตัวเองก็ถือเป็นการช่วยเหลือชุมชน เรื่อยไปถึงในประเทศของตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน ตื่น หลับ กินข้าว ดื่มกาแฟ

 

staycation

Vacation พักก่อน นอนกับตัวเอง เพื่อสุขภาพกายและใจ  

        การท่องเที่ยวพักผ่อน คือยาใจชนิดหนึ่งที่มีผลทางอ้อมต่อสุขภาพร่างกาย คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิของฟินแลนด์ ได้ตีพิมพ์ผลวิจัยเรื่องนี้ไว้ในวารสารโภชนาการ สุขภาพ และความชรา (Journal of Nutrition Health & Aging) ระบุว่า การลาพักร้อนหรือได้หยุดงานพักผ่อนเป็นเวลานานเพียงพอ มีส่วนช่วยให้คนเราอายุยืนยาวมากขึ้น เพราะร่างกายได้พักผ่อน สมองได้วางจากภาวะเครียดและกดดัน ซึ่งสภาวะทางจิตใจและผลกระทบเชิงบวกของอารมณ์เหล่านี้คือสิ่งที่เรียกว่า Vacation State of Mind

        ดังนั้น การลาพักร้อนมากกว่าปีละ 3 สัปดาห์ขึ้นไป จะช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจได้ เป็นเทคนิคสร้างความสุข และทำให้ชีวิตรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้เช่นกัน

        แต่ก็ยังมีคนจำนวนอีกไม่น้อยทั่วโลกที่ติดงานต่อเนื่องแล้วไม่ยอมใช้สิทธิ์หยุดลาพักร้อน อย่างคนไทยเองติดอันดับ 7 ของโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนทำงานเกิดภาวะ Burnout ที่องค์การอนามัยโลกเพิ่งรับรองให้ต้องรับการรักษาทางการแพทย์

        หากยังห่วงงานจริงๆ แต่ใจก็อยากเที่ยว เราคิดว่าการท่องเที่ยวแบบ Staycation จะเป็นยาต้านเฉา ลดอาการเบิร์นเอาต์ปรับสมดุลร่างกาย บรรเทาอาการเครียด และบำรุงจิตใจให้กับคุณได้เป็นอย่างดี   

 

staycation

Staycation เที่ยวรอบตัวเอง

        ตามพจนานุกรมของ Cambridge คำว่า Staycation มาจากคำว่า Stay และ Vacation ซึ่งหมายถึง ช่วงเวลาที่ผู้คนใช้ชีวิตพักผ่อน ทำกิจกรรมอยู่ที่บ้าน หรือละแวกบ้าน อาจจะใช้คำว่า Holistay หรือ Daycation ก็ได้ โดยคำนี้ได้ปรากฏขึ้นครั้งแรกประมาณปี 2005 ในรายการโทรทัศน์ Corner Gas ของสหรัฐฯ นำโดย เบรนต์ บัตต์ (Brent Butt) นักแสดงตลกชาวแคนาดา ที่ได้ออกอากาศแล้วพูดไว้ในตอน Mail Fraud เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2005 ทำให้คำนี้ใช้กันอย่างแพร่หลาย 

        ต่อมาในปี 2008 เกิดวิกฤตการเงินของสหรัฐฯ ราคาก๊าซพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ด้วยเหตุนี้ หลายครอบครัวจึงต้องจำกัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ จึงเป็นที่มาของสาเหตุที่หลายๆ คนเริ่มค้นพบสภาพแวดล้อมที่ใกล้ตัวที่สุด 

        Staycation หรือคำศัพท์ที่ใกล้เคียงกันอย่าง Nearcation ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดี ทั้งในแง่ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ได้พักอยู่กับครอบครัวมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางมากนัก ที่สำคัญคือยังเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์และสิ่งแวดล้อมทางอ้อม เพราะการเดินทางไกลด้วยเครื่องบิน เรือสำราญ หรือรถยนต์ ระหว่างการเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นเหตุภาวะโลกร้อน และเมื่อต้องเที่ยวรอบตัวเองหรือละแวกบ้าน อย่างน้อยก็ช่วยยืดเวลาการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ตรงนี้ได้ และอีกส่วนหนึ่งที่น่ารักของ Staycation คือมีส่วนช่วยธุรกิจในท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง หรือแม้แต่ค้างคืนในโรงแรมที่น่าสนใจใกล้ๆ

        นอกจากนี้ Staycation ยังกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับความนิยมในสหราชอาณาจักรในปี 2009 เนื่องจากค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง ทำให้วันหยุดพักผ่อนในต่างประเทศมีราคาแพงขึ้นอย่างมาก การท่องเที่ยวแบบนี้จึงได้รับความนิยม และต่อมาคำว่า Staycation ในภาษาอังกฤษแบบบริทิช จึงมีความหมายถึงการเที่ยวพักผ่อนภายในประเทศแทนการเที่ยวต่างประเทศ กระทั่งคำนี้ถูกเพิ่มเข้าไปในพจนานุกรม Collegiate ของ Merriam-Webster ในปีเดียวกันเป็นที่เรียบร้อย 

        กระแส Staycation ในสมัยนั้นร้อนแรง จนถึงกับมีหนังสือตีพิมพ์ออกมาชื่อว่า The Great American Staycation เป็นหนังสือฮาวทูวิธี Staycation ให้สนุก และเกิดประโยชน์ โดย Matt Wixon นักเขียนและคอลัมนิสต์ของ The Dallas Morning News และเป็นคุณพ่อที่เคยบอกว่า การพักผ่อนของเขาก็คือการเลี้ยงลูกในทุกๆ วัน

        สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด Staycation จะทำให้เราได้ใช้ชีวิตที่ช้าลง เรียนรู้วิธีใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาปัจจุบันได้อีกทางหนึ่ง และเมื่อเวลาผ่านไป ความนิยมของ Staycation ก็ค่อยๆ ห่างออกไปไกลจากคนชอบเที่ยว เพราะต่างก็รู้สึกว่า อยากจะแยกออกจากกัน ระหว่างการท่องเที่ยวนอกบ้าน และการท่องเที่ยวที่เหมือนอยู่บ้าน เมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และอังกฤษฟื้น ผู้คนก็เริ่มออกเดินทางนอกประเทศมากขึ้น 

        เพราะเกิดวิกฤตจากโควิด-19 Staycation จึงกลับมาอีกครั้ง กลายเป็นฮีโร่ในวงการนักท่องเที่ยว จนเกิดคำศัพท์ใหม่อย่าง Workcation ขึ้นมา 

 

staycation

Work+Vacation ทำงานไปด้วย ท่องเที่ยวไปด้วย ทางรอดของธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม  

        ระหว่างที่โควิด-19 กำลังเล่นงานชีวิตและการเงินของผู้คนทั่วโลกอย่างหนัก ธุรกิจหลายอย่างถูกพับและยุติไปไม่น้อย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่ต้องปรับตัวและงัดกลยุทธ์ที่มีรอบด้านออกมาใช้ให้หมดเพื่อประคับประคองธุรกิจ

        บางโรงแรมจะใช้วิธีปรับให้เป็น Alternative State Quarantine (ASQ) สถานที่กักตัวทางเลือก เป็นกระบวนการของการกักกันโรค ณ โรงแรมที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาล โดยผู้กักตัวต้องจ่ายเงินเอง ในขณะที่หลายๆ โรงแรมเลือกที่จะอดทน หลังคลายล็อกดาวน์ก็ใช้วิธีขายคูปองห้องอาหาร เครื่องดื่ม ฟิตเนส สปาต่างๆ พีกสุดคือแถมห้องพักในราคาที่ถูกกว่าปกติตั้งแต่ 30-70% เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการ และกระตุ้นให้คนทำงานออกมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไปในตัว ซึ่งมีทั้งแพ็กเกจ Staycation และ Workcation ที่ใช้กันทั่วโลก

        อย่างที่ประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลได้ออกแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในชื่อ  Go to Travel ให้เงินเที่ยวสูงสุด 20,000 เยนต่อคนต่อคืน ยิงยาวให้ใช้ไปถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า และรัฐบาลญี่ปุ่นยังพยายามขอความร่วมมือบริษัทเอกชนให้พนักงานได้ Workcation คือการนำงานไปทำระหว่างท่องเที่ยว ทำงาน 4 ชั่วโมง ที่เหลือก็ออกไปท่องเที่ยวในพื้นที่ เศรษฐกิจท่องเที่ยวก็ไปต่อได้ คนทำงานก็รู้สึกผิดน้อยลง เพราะอย่างน้อยก็ยังรับผิดชอบงานของตัวเองอยู่แม้จะไม่ได้เข้าออฟฟิศก็ตาม แต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนก็ต้องติดตามกันต่อไป เพราะชาวญี่ปุ่นได้ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานที่จริงจังขั้นสุด

        หรือที่ประเทศเกาหลี กับเทรนด์ HoCance หรือ 호캉스 คำฮิตติดปากของชาวเกาหลี ซึ่งมาจากคำว่า โรงแรม และความว่าง หมายถึงการใช้วันหยุดพักผ่อนของตัวเองในโรงแรมหรูหราภายในประเทศเท่านั้น เดิมคำคำนี้มีคนพูดถึงมาตั้งแต่ปี 2005 แต่ตั้งแต่ปี 2016-2019 คำนี้ได้กลายเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับวันหยุดของเกาหลี หัวใจหลักของคำนี้ก็คือ การผ่อนคลายในโรงแรมหรู ซึ่งได้ผลเช่นเดียวกันในปีนี้ 

        ชาวเกาหลีจะเลือกโรงแรมหรูหรา ช่วงแรกๆ จะยังเน้นไปที่โรงแรมหรือรีสอร์ตตามชายหาดหรือภูเขา แต่ตอนนี้ชาวเกาหลีกำลังฮิตเที่ยวหรูดูแพงจ่ายถูกในโรงแรมใจกลางเมือง เพราะสะดวกสบายและอยู่ใกล้ที่ทำงาน รวมทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่หายดี โรงแรมหลายแห่งจึงดึงดูดลูกค้าด้วยการสร้างแพ็กเกจสปาแบบพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น 26 ชั่วโมงตั้งแต่เช็กอินจนถึงเช็กเอาต์ แพ็กเกจโรงแรม + ร้านอาหารฟรี แพ็กเกจ ChiMaec (ไก่ + เบียร์) ไม่อั้น จอง 2 คืนฟรี 1 คืน

        เช่นเดียวกับประเทศไทย โดยเฉพาะโรงแรม 4-5 ดาวใจกลางกรุงเทพฯ และวิวติดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พากันปล่อยโปรโมชันรูปแบบ Staycation และ Workcation ที่สามารถทำงานไปพร้อมกับการผ่อนคลายได้อย่างเต็มรูปแบบ หรือจะเลือกซื้อแค่คูปองคอร์สอาหาร บุฟเฟต์แบบเหมา บาร์เครื่องดื่ม สปา หรือเฉพาะห้องพัก ก็มีให้เลือกในราคาที่เรียกว่า จ่ายเพื่อความสบายและเปิดประสบการณ์สุดเลิศให้กับชีวิต 

 

staycation

5 โรงแรมหรูอยู่สบายในกลางกรุงเทพฯ ในราคาน่ารัก

1) Grand Hyatt Erawan Bangkok

        กับแพ็กเกจจองปีนี้นอนปีหน้า โปรโมชัน Staycation ห้องพัก King / Twin Room ราคาคืนละ 2,021 บาทสุทธิ รวมอาหารเช้า ใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 1,212.60 บาทสุทธิ หรือห้องพัก Grand Executive Suite ราคาคืนละ 5,021 บาทสุทธิ รวมอาหารเช้าและการเข้าใช้บริการคลับเลานจ์ ใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 3,012.60 บาทสุทธิ

        โปรโมชัน Workcation 4 คืน ระหว่างวันจันทร์-วันพฤหัสบดี พร้อมอาหารเช้าในแบบ Grab & Go ที่เอราวัณ เบเกอรี และบริการซักผ้าจำนวน 5 ชิ้นต่อวัน มีให้เลือกทั้งห้องพัก King Room (1 คน) 4 คืน ราคาเพียง 5,900 บาทสุทธิ ใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 3,540 บาทสุทธิ หรือห้องพัก King / Twin Room 2 คน ราคา 4 คืน ราคาเพียง 6,500 บาทสุทธิ ใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 3,900 บาทสุทธิ 

 

2) Mandarin Oriental Bangkok

        กับแพ็กเกจ Staycation by M.O. เริ่มต้นที่ 17,450 บาทต่อคืน มาพร้อมกับบริการผู้ช่วยส่วนตัว อาหารเช้าทุกวันที่ The Verandah พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับการจองห้องสวีต คุณสามารถเพลิดเพลินกับอาหารเช้าในห้องสวีตของคุณได้อย่างสะดวกสบาย แชมเปญ Louis Roederer แช่เย็น 1 ขวดเมื่อเดินทางมาถึง บริการเช็กอินก่อนเวลา 08.00 น. และเช็กเอาต์ล่วงเวลาถึง 20.00 น.

 

3) Conrad Bangkok

        ห้องพักราคา 5,000 บาท/คน/คืน (6,000 บาท / 2 คน) คุณสามารถเข้าพักในห้องเอ็กเซ็กคูทีฟที่ได้รับการตกแต่งใหม่ ฟรีอาหารเช้าและเครื่องดื่มไม่จำกัดที่ห้องรับรองพิเศษ แพ็กเกจนี้ยังมาพร้อมกับอาหารฟรีที่ห้องอาหารจีน Liu หรือร้านอาหารญี่ปุ่น KiSara 

 

4) Sofitel-Bangkok-Sukhumvit

        Weekday Staycation เฉพาะวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ห้องพัก 2 คน ราคา 2,999 บาทสุทธิ เช็กอิน-เช็กเอาต์ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเข้าพักในวันอาทิตย์-วันพฤหัสบดีเท่านั้น อัพเกรดไปห้อง Luxury (Park View) ได้ อาหารเช้าฟรีที่ห้องอาหารวัวลา หรือ Indulgent Staycation ห้องพักราคา 3,999 บาทสุทธิ เข้าพักได้ทุกวันตลอดทั้งสัปดาห์รวมอาหารเช้า สปาทรีตเมนต์เป็นเวลา 30 นาทีสำหรับ 2 คน พร้อมคูปอง 1,000 บาทสำหรับใช้ที่ห้องอาหารเบลกา รูฟท็อปบาร์ แอนด์ บราสเซอรี  

 

5) Rosewood Bangkok 

        ราคาเริ่มต้น 6,500 บาทสุทธิ ใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน เหลือ 3,900 บาทสุทธิต่อคืน พร้อมมื้อค่ำสำหรับ 2 คน ห้อง Deluxe Room มาพร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็น เช็กอิน 8.00 น. เช็กเอาต์ 18.00 น. ถ้านอน 2 คืน ได้นวด 60 นาที สำหรับ 2 คน เมื่อสำรองห้องพักประเภทสตูดิโอและห้องสวีตขึ้นไป พร้อมรับสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ #WaiWeCelebrate เซตอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารละคร ยูโรเปียน บราสเซอรี และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์สำหรับ 2 ท่านที่สามารถเลือกดื่มในห้องพักหรือที่เลนนอนส์ สปีกอีซีย้อนยุค 

 

staycation

5 โรงแรมสุดหรูอยู่สบายทั่วโลกกับแพ็กเกจเฉพาะกิจที่ต้องร้องว้าว

Bequia Beach Hotel, หนึ่งในเกาะที่ดีที่สุดของคาริบเบียน
        นั่งทำงานบนชายหาดขาวมองน้ำทะเลใสแจ๋วไปกับโรงแรมสไตล์ย้อนยุคบรรยากาศดุจดั่งสรวงสวรรค์ มาพร้อมกับแพ็กเกจ W.F.P. (Work From Paradise) สำหรับเข้าพัก 20 วันขึ้นไป ฟรีอาหารเช้า และกาแฟสดตลอดทั้งวัน อาหารมื้ออื่นๆ ลดเพิ่มอีก 20% จากราคาปกติ ส่วนลด 50% สำหรับบริการซักรีด ทุกห้องมีโต๊ะทำงานและอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรีทั่วทั้งรีสอร์ต มีพื้นที่ห้องสมุดที่กว้างขวางและสะดวกสบายสำหรับแล็ปท็อป ห้องประชุมที่มีอุปกรณ์ครบครันก็ให้ใช้ฟรีแค่กดจองในระบบ ทั้งยังใช้ฟิตเนสได้ฟรีตลอดเวลา 

 

Cobblers Cove, ประเทศบาร์เบโดส
        นับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดี Mia Mottley ของบาร์เบโดส ประกาศว่านักท่องเที่ยวสามารถยื่นขอวีซ่าทำงานจากที่บ้านระยะยาวได้ 1 ปี เราก็อดอิจฉาชาวบาร์เบโดสไม่ได้ เพราะเขามีโอกาสได้ตั้งสำนักงานของตัวเอง (อย่างน้อยก็สมมติ) ในสวรรค์แห่งแคริบเบียน กับแพ็กเกจราคาพิเศษสำหรับ WFH ระยะยาว ที่เรียกว่า Dowager Duchess of the West Indies ที่ให้ทั้งบริการซักรีด ฟรีมินิบาร์ บริการแม่บ้านส่วนตัว นอนอาบแดดที่เก้าอี้ชายหาด 

 

Bulgari Hotel, กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
        แพ็กเกจห้องสวีตแบบรายวันไม่ต้องพักค้างคืน ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนที่ทำงานหนักมาตลองทั้งสัปดาห์ ได้มาใช้เวลาผ่อนคลายอย่างเต็มที่ในห้องพักที่หรูหราเพียงหนึ่งวัน แพ็กเกจนี้รวมของว่างตลอดทั้งวัน อาหารกลางวันแบบสองคอร์ส สระว่ายน้ำและสปา และยังมีเครดิตเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยในห้องพัก หรือจะไปนั่งชิลต่อที่ Sette Bar ก็ได้หากยังไม่อยากกลับ

 

Eden Roc Cap Cana, สาธารณรัฐโดมินิกัน
        แพ็กเกจ Family Staycation ระยะยาว มีให้เลือกสองแบบ คือ 20 คืน ราคา 35,000 เหรียญสหรัฐฯ และ 30 คืน ราคา 52,000 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 2 คน พร้อมอาหาร 3 มื้อ น้ำอัดลมหนึ่งแก้วต่อมื้อ กาแฟและชาเสิร์ฟพร้อมอาหาร ฟรี Wi-Fi หากต้องการพื้นที่ทำงานเพื่อใช้โปรแกรม Zoom ทางโรงแรมก็เตรียมให้ได้แม้อยู่ในห้องพัก หรือกิจกรรมมากมายสำหรับเด็กเล็กและเด็กโต ราคานี้ยังรวมบริการรับ-ส่งสนามบินทั้งไปและกลับจากสนามบินนานาชาติปุนตาคานา (Punta Cana International Airport) อีกด้วย

 

University Arms Hotel, เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ 
        แพ็กเกจ WFH ห้องเดย์เล็ตไม่ค้างคืน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. เริ่มต้นที่ราคา 129 ปอนด์ ในห้องสุพีเรียร์ที่กว้างขวาง พร้อมวิวพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองเคมบริดจ์  Parker’s Piece พร้อมไว-ไฟความเร็วสูง มีเก้าอี้ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ และโต๊ะทำงาน 2 ตัวในห้อง ฟรีห้องฟิตเนสของโรงแรม และเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มแสนอร่อยจากเมนูบาร์ของ Parker’s Tavern 

 

staycation

 

        ทั้งข้อเสนอและแพ็กเกจที่เย้ายวนชวนให้ไปลองพักและเข้ารับบริการจากทางโรงแรมมากมายภายในประเทศทั่วโลก นอกจากทำให้นักเดินทางได้เปิดประสบการณ์ใหม่แล้ว ธุรกิจโรงแรมเองก็ยังได้สนุกและมีความหวังไปกับการคิดแพ็กเกจใหม่ๆ ภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 

        อย่างที่ ‘จิ๋ม’ – ชาละณัญช์ ฤกษ์อัศวบุญชัย ผู้ช่วยผู้บริหารด้านธุรการ ฝ่ายห้องพัก โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ได้บอกกับเราว่า 

        “ตั้งแต่โรงแรมเปิดมา 28 ปี เราเองก็อยู่มาตั้งแต่ปีแรก ที่นี่ผ่านเรื่องดีร้ายและสถานการณ์มากมาย แต่ไม่มีครั้งไหนจะใหญ่เท่าโควิด-19 อีกแล้ว วิกฤตนี้ก็ยังเต็มไปด้วยโอกาสมากมาย  เพราะหลังจากคลายล็อกดาวน์ พนักงานในโรงแรมต่างขยันขันแข็งทำงานเนื่องจากห่างหายไปนาน โรงแรมแรมเองได้ออกแพ็กเกจโปรโมชันแบบสุดคุ้มในราคาถูก เพื่อชวนคนให้มาเที่ยวในกรุงเทพฯ และพักในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟต์อาหารกลางวันที่เคยถูกสุดคือ คนละ 900 บาท บางแพ็กเกจขายอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี และสปา แถมห้องพัก ปรับแพ็กเกจให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทั้ง Staycation และ Workcation        

        “ท้ายสุดแล้วโรงแรมไปต่อได้ พนักงานในโรงแรมก็มีงานทำ  ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่คือคนกรุงเทพ ก็ได้มีโอกาสเข้าพักในโรงแรมที่เราพร้อมบริการอย่างเต็มที่ อย่างแพ็กเกจ Staycation 4 คืน ห้องพัก 1 คืนต่อผู้ใหญ่ 2 คน และเด็กอายุไม่เกินหกขวบอีก 2 คน หากเด็กเล็กมากๆ เราก็มีบริการเตียงสำหรับเด็ก (Baby Crib) พร้อมที่นอนให้ครบตามมาตรฐานของแกรนด์ไฮแอททั่วโลกที่เรียกว่า VVIB หรือ very very important baby พร้อมอุปกรณ์ป้องกันด้านความปลอดภัยสำหรับเด็ก – โรงแรมทั่วกรุงเทพฯ และเราก็พร้อมแล้ว ออกมา Staycation กันนะคะ”  

 


ที่มา: 
www.bbc.com/thai/international-45361373

https://youmatter.world/en/staycation-definition-stay-vacations-sustainable

www.tatler.com/gallery/workcation-work-from-hotel

www.japantimes.co.jp/news/2020/07/30/business/workation-japan

https://punchkorea.com/hocance-marketing

www.amazon.com/dp/1605506567 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ