จดหมายถึงเมืองที่รัก: ซางตาครูซ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

Feature
6 Jan 2022
เรื่องโดย:

adB Team

ที่จริงแล้ว เราไม่ได้รู้จักกันมาตั้งแต่ต้น และการพบเจอกันก็เป็นเรื่องบังเอิญอย่างเหลือเกิน

        ตอนนั้น ฉันกำลังอยู่บนเส้นทางซานแอนเดรียส จะเรียกว่าเป็นการจาริกแสวงบุญอันศักดิ์สิทธิ์ส่วนตัวก็ได้ มันคือการเดินทางยาวไกลจากลอสแองเจลิสขึ้นไปเหนือซานฟรานซิสโก เพื่อติดตามรอยเลื่อนมหึมาของโลก รอยเลื่อนที่มีชื่อว่า ซานแอนเรียส (San Andreas)

        ฉันคิดว่าเธอไม่รู้หรอกว่าการเดินทางเพียงลำพังนั้นชวนให้อ่อนล้าเพียงใด จริงอยู่ รถจี๊ปอันเป็นรถแบรนด์อเมริกันคันนั้นไม่มีอะไรเสีย และช่วยเหลือเกื้อกูลการเดินทางของฉันเป็นอย่างดี แม้เมื่อเข้าไปในทะเลทราย สู่ที่ราบคาริซโซ (Carrizo Plain) อันเป็นละม้ายทะเลทรายกว้างใหญ่ที่ไร้แม้สัญญาณโทรศัพท์ และทำให้ฉันต้องขับรถตระเวนไปโดยดูแผนที่แทนที่จะเป็นจีพีเอสแสนสะดวก

        ที่จริงแล้ว แคลิฟอร์เนียอาจไม่มีอันตรายอะไรก็ได้ แต่ภาพจำที่เกิดจากหนังและซีรีส์มากมาย ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ขับรถไปในทะเลทรายตามลำพังโดยแทบไร้เส้นทางเช่นนั้น ฉันจะเจอกับคนที่มาปรุงยาเสพติดเหมือนในซีรีส์ Breaking Bad หรือพบเห็นคนเอาศพมาลักลอบฝังในที่ห่างไกลเหมือนใน Pulp Fiction หรือเปล่า ซึ่งหากพบเจออะไรเช่นนั้น ชะตาชีวิตของฉันก็อาจเป็นเรื่องคาดเดาไม่ได้

        เส้นทางนับพันกิโลเมตร ทำให้ฉันเหนื่อยล้า จากลอสแองเจลิส ผ่านป่าแห่งชาติหรือ National Forest อย่างลอสปาเดรส (Los Padres) ที่แสนสวยจนแทบลืมหายใจ ไปจนถึงทะเลทราย และเมืองโบราณที่แทบไม่มีใครรู้จักอย่างพาร์คฟิลด์ แล้วเมื่อออกจากอะทาสคาเดโร (Atascadero) ฉันก็อดไม่ได้ที่จะต้องขับรถลัดเลาะชายฝั่งไปตามถนนสายแปซิฟิกโคสต์ไฮเวย์ เพื่อจะผ่านเมืองแสนน่ารักและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของวงการเขียน เพราะ เฮนรี มิลเลอร์ นักเขียนชื่อก้องโลก เคยมาอยู่ที่นั่น และยังมีห้องสมุดของเขาให้ไปเยี่ยมชมด้วย

        แต่เปล่าเลย – ฉันไม่ได้แวะบิ๊กเซอร์ ฉันเพียงแต่ขับรถผ่านเท่านั้นเอง เพราะเวลาที่ฉันมีให้กับการจาริกครั้งนี้น้อยเหลือเกิน ฉันจึงต้องผ่านบิ๊กเซอร์ไปอย่างแสนเสียดายเพื่อมาแวะมอนเทอร์เรย์ เมืองที่อยากใช้เวลาอยู่ด้วยนานๆ ใจจะขาด แต่สิ่งที่ฉันทำได้ ก็คือการแวะที่ร้านขายลูกอมกัญชา เพื่อซื้อมันกลับไปฝากเพื่อน โดยใช้เวลาเพียงน้อยนิดอยู่ที่นั่น ทุกอย่างดูรีบเร่งไปหมด กับการขับรถวันละสี่ห้าร้อยกิโลเมตรเป็นเวลาห้าวัน นับรวมแล้วได้เกือบสองพันห้าร้อยกิโลเมตรเพียงลำพัง มันทำให้ฉันหมดแรงโดยไม่รู้ตัว

        แล้วฉันก็ได้มาพบเธอ

        โดยไม่รู้อะไรเลย ฉันจองโรงแรมเล็กๆ เอาไว้ที่นี่ ที่ซางตาครูซ เมืองที่ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรทั้งสิ้น นอกจากเป็นหนึ่งในเมืองที่พักรายทางก่อนขึ้นไปถึงซานฟรานซิสโก เพื่อตามรอยเลื่อนซานแอนเรียสไปจนถึงมันเลื้อยลับหายไปในทะเลที่หาดพอยต์เรเยส (Point Reyes Beach)

        แต่เธอ – ซางตาครูซ, เธอทำให้ฉันหลงรัก

        เย็นย่ำ – ฉันขับรถจี๊ปคู่ใจในช่วงเวลานั้นมาที่ริมทะเล ฉันไม่รู้เลยว่า เธอคือหนึ่งในไม่กี่เมืองที่การเล่นเซิร์ฟคือหัวใจและกำลังวังชาของเมือง

        ที่จริงแล้วไม่ใช่แค่การเล่นเซิร์ฟหรอก แต่ยังรวมไปถึงกีฬาทางน้ำอีกมากมาย ทั้งการแล่นเรือใบ ว่ายน้ำ ดำน้ำ กระโดดน้ำ พายเรือ พายบอร์ด 

        แต่ที่โด่งดังที่สุด – ซางตาครูซได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่เล่นเซิร์ฟที่ดีที่สุดในโลก

        ใช่ – ฉันไม่รู้เลย

        ฉันขับรถไปจอดที่ริมทะเล คิดว่าจะเดินเล่นตามลำพังในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตก ไม่หรอกนะ ฉันไม่ได้เหงา ฉันชอบการอยู่ลำพังเพื่อครุ่นคิดถึงการเดินทางและสัณฐานทางธรณีวิทยาที่ได้พบเห็นมาตลอดเวลาห้าหกวัน 

        แต่แล้วเมื่อเดินมาถึงริมทะเล ฉันก็ได้เห็นอนุสรณ์สถานนักเล่นเซิร์ฟ หรือ Surfers Memorial ฉันไม่รู้เลยว่ามันสำคัญอย่างไร แต่อนุสรณ์แห่งนั้นดูพิเศษ พื้นที่แห่งนี้เรียกว่า สตีมเมอร์เลน (Steamer Lane) ว่ากันว่า ตรงนี้นี่เองที่เป็นจุดเล่นเซิร์ฟที่ดีที่สุดของซางตาครูซ 

        แต่แน่นอน – เคยมีคนตายที่นี่ คนที่เคยสนุกสนานกับการเซิร์ฟ คนที่เคยมีร่างกายแข็งแรงและต่อสู้กับกระแสน้ำ แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้กับมัน ผู้คนที่ยังอยู่จึงทำไม้กระดานโต้คลื่น จารึกตัวอักษรต่างๆ เพื่อรำลึกถึงพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น RIP Carl หรือ Pat and Skye, In our hearts and minds และอื่นๆ เพื่อบอกผู้ที่จากไปว่าคนที่ยังอยู่รำลึกถึงเขามากเพียงใด

        น่าเสียดายที่เวลานั้นคือสี่โมงเย็นแล้ว ฉันจึงไม่มีโอกาสแวะเข้าไปที่พิพิธภัณฑ์ เพราะน่าจะใกล้เวลาปิดแล้ว แต่กระนั้น ฉันก็เดินต่อไปที่ริมทะเลแห่งนั้น และมองลงไปเห็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน นั่นก็คือนักเล่นเซิร์ฟนับสิบคนที่กำลังต่อกรกับคลื่นซึ่งกระแทกและม้วนตัวเข้ามาหาพวกเขา

        พวกเขานอนอยู่บนกระดาน เอามือพายออกไปสู่มหาสมุทร และรอคอยให้คลื่นใหญ่ม้วนตัวได้จังหวะ บางคนพลาด บางคนฝึกหัด แต่บางคนก็หยัดตัวขึ้นยืนเหนือกระดาน และปล่อยให้พลังงานมหาศาลของคลื่นพาพวกเขาเข้าไปที่ชายฝั่ง

        เด็กหนุ่มสาวมากมายรอพวกเขาอยู่ที่นั่น พวกเขาคือพลังงานของอนาคต 

        อะไรบางอย่างทำให้ฉันรู้สึกร้อนที่ขอบตา

        ทำไมวะ – ฉันถามตัวเอง ทำไมถึงรู้สึกอยากร้องไห้

        อากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีของแคลิฟอร์เนียกลางหรือ หรือชีวิตที่แลดูแสนสบายของพวกเขา สี่โมงเย็น – แต่ผู้คนก็ออกมาเล่นเซิร์ฟกันแล้ว ไม่ใช่แค่เล่นเซิร์ฟ แต่ตรงโน้น อีกมุมหนึ่งที่มีชายหาด พ่อแม่ลูกและผู้คนอีกนับร้อยพันก็ออกมานั่งเล่นรับลม บางคนเล่นจานร่อน บางคนจูงสุนัข บางคนออกวิ่งไปกับสายลมของมหาสมุทรแปซิฟิกที่แสนสวยในความรู้สึก มีอากาศให้สูดเข้าไปเต็มปอด ได้กลิ่นทะเล และมีเสียงหัวเราะดังมาแต่ไกล

        มันเป็นวันธรรมดา – เป็นวันทำงาน แต่เพียงสี่โมงเย็น ผู้คนจำนวนมากก็มีโอกาสมาทำสิ่งที่ตัวเองรัก ในสถานที่ที่แสนวิเศษ

        ฉันรู้สึกชุ่มชื้น ไม่ใช่เพียงที่ดวงตา แต่ที่หัวใจด้วย ความอ่อนล้าจากการขับรถทำให้ฉันนั่งอยู่ตรงนั้น กอดตัวเองเมื่อสายลมที่พัดมาเย็นเยียบหนาวเหน็บเกินการต้านทานของคนจากเมืองร้อน พลางมองผู้คนที่รู้ตัวอยู่เต็มอกว่าพวกเขามีอนาคตอยู่ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย และมีการจัดการชีวิตจนพวกเขาสามารถทำกิจกรรมที่รักชอบได้ในโมงยามที่ฉันไม่เคยคาดคิด เพราะในที่ที่ฉันจากมา สี่โมงเย็นคือเวลาที่ผู้คนยังคงทำงานกันอยู่ เพื่อให้ได้เงินน้อยกว่าที่ควรจะได้ และมีชีวิตอยู่กับระบอบการปกครองบางอย่างที่พวกเขาไม่สมควรจะได้รับ

        ฉันไม่ได้เห็นความโหดร้าย ไม่เห็นอาชญากรรม ไม่เห็นความทุกข์ยากลำบากของผู้คน – ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่ ฉันอยู่ที่ซางตาครูซเพียงค่ำคืนเดียว ในโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ย่านชานเมือง ไม่ได้แม้กระทั่งพูดคุยกับใคร ยกเว้นคนในร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เกต ฉันรู้ว่าทุกเมืองย่อมมีมุมมืดของมัน 

        อย่างน้อยที่สุด – นักเล่นเซิร์ฟที่ไม่ได้มีชีวิตรอดจนแก่ชราทุกคนไป

        เย็นย่ำเดียวซางตาครูซ ทำให้ฉันนึกถึงเมืองแห่งนี้ไม่เคยคลาย และฝันอยากกลับไปอยู่ตรงนั้นอีกครั้ง เพื่อนั่งดูคลื่นกระแทกของแปซิฟิก รอยยิ้ม และการจากไปของผู้คน

        อาจเป็นการได้พบเจอโดยบังเอิญ ไม่คาดคิด ไม่ได้วางแผนมาก่อนก็ได้ – ที่ทำให้ความประทับใจนั้นใหญ่

        ฉันก็ไม่รู้ได้


เรื่อง: โตมร ศุขปรีชา

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่