ลำพูน | ขึ้นรถไฟสายเหนือ สัมผัสความเนิบช้าของวิถีชีวิตในหุบเขา

Branded Content
27 Aug 2018
เรื่องโดย:

adB Team, วงศกร ยี่ดวง

หากกางแผนที่ประเทศไทยเจาะจงไปทางภาคเหนือ เมืองท่องเที่ยวที่เป็นหมุดหมายหลักของผู้คนส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นจังหวัดเชียงใหม่ หรือไม่ก็เชียงราย แต่เมื่อไล่เรียงดูดีๆ แล้ว ยังมีอีกหลายจังหวัดที่น่าสนใจและควรค่าแก่การกากบาทลงบนแผนที่ให้เป็นจุดหมายปลายทาง

     ลำพูน จังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในภาคเหนือ มีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่และยาวนาน หลายคนจัดให้เป็นเพียงเมืองผ่านไปสู่จังหวัดข้างเคียง หรือเมืองรอง เพราะอยู่ติดกับจังหวัดที่มีชื่อเสียงในด้านท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ ลำปาง และตาก แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว เมืองเล็กๆ แสนน่ารักนี้ยังมีเสน่ห์ให้ได้ค้นหาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นความสงบและบรรยากาศน่ารักของบ้านเมืองและผู้คนที่ยังคงอยู่กับเมืองขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ วัฒนธรรมล้านนาอันเก่าแก่และวิถีชีวิตท้องถิ่นแบบดั้งเดิมที่สะท้อนผ่านผู้คน ชุมชน สถานที่ และสถาปัตยกรรมในตัวเมือง และที่สำคัญคือธรรมชาติอันน่ารื่นรมย์ที่ห้อมล้อมอยู่แนบชิดกับเมืองแห่งนี้

     ถ้าได้ลองมาสัมผัสสักครั้ง อาจได้พบว่าความสุขที่ซุกซ่อนอยู่ในที่แห่งนี้ก็ไม่ได้เล็กตามขนาดเมืองเลยสักนิด

 

 

นั่งรถไฟสายเหนือสู่สะพานขาวทาชมภู 

     สำหรับคนรักรถไฟ เส้นทางสายเหนือน่าจะเป็นอีกจุดหมายหลักที่ต้องนั่งมาเยือนสักครั้ง ด้วยทัศนียภาพของหุบเขาสีเขียวชอุ่ม ป่าไม้ที่สมบูรณ์สองข้างทาง และการเดินทางแบบเนิบช้าบนรางของรถไฟ น่าจะเป็นความเพลิดเพลินและความสุนทรีย์ที่ประทับอยู่ในความทรงจำไม่ลืมเลือน

     สะพานขาวทาชมภู เป็นสะพานประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่บ้านทาชมภู หมู่ 4 ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จังหวัดลำพูน อยู่ระหว่างสถานีขุนตานกับสถานีทาชมภู สถานีรถไฟเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยภูเขา เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2461 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2463 เพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินรถไฟจากลำปางมายังเชียงใหม่ ซึ่งการเดินทางระหว่างสถานีรถไฟขุนตานกับสถานีรถไฟทาชมภู ก็จะต้องผ่านสะพานทาชมภูแห่งนี้นั่นเอง

     แม้ชื่อจะชวนเข้าใจว่าเป็นสะพานสีชมพู แต่ตัวสะพานกลับเป็นสีขาวด้วยโครงสร้างคอนกรีตรูปโค้งอันโดดเด่น ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สะพานขาวแห่งนี้ก่อสร้างต่อจากอุโมงค์รถไฟขุนตาน ซึ่งเป็นเส้นทางสายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เพื่อให้รถไฟข้ามผ่านลำน้ำแม่ทา

 

 

     ปัจจุบันสะพานขาวทาชมภูเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยเฉพาะคนรักรถไฟ เนื่องด้วยความสวยงามและตั้งอยู่ในบริเวณภูมิทัศน์ที่โดดเด่นของ อ.แม่ทา จังหวัดลำพูน โดยด้านบนเป็นรางรถไฟ มีประตูระบายน้ำติดกับฝายทาชมภู ซึ่งปัจจุบันฝายดังกล่าวได้ถูกปรับปรุงทัศนียภาพอย่างสวยงามโดยตัวอาคารสร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทลื้อประยุกต์ นอกจากนั้น สะพานแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่าเป็นสะพานแห่งรัก เพราะนักท่องเที่ยวที่เป็นคู่รักส่วนใหญ่นิยมมาถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก โดยเฉพาะฉากหลังที่เป็นสะพานสีขาว ตัดกับสีเขียวของภูเขาที่อยู่รายล้อม

     นอกจากที่เป็นสะพานที่นักท่องเที่ยวด้วยรถไฟต้องชะโงกดู และยกกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บภาพอยู่บ่อยครั้งเวลาผ่านมาเส้นทางนี้ บริเวณที่รถไฟผ่านก็ยังน่าสนใจ เพราะเต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติสองข้างทาง ผืนทุ่งนา ป่าไม้ และแม่น้ำลำห้วยที่ไหลมาจากทิวเขา โดยเฉพาะทุ่งบัวบานที่เต็มไปด้วยดอกบัวสะพรั่งบนผืนน้ำริมทางที่รถไฟแล่นผ่าน

 

 

อ่านประวัติศาสตร์ของอุโมงค์ขุนตาน

     หนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักเดินทางโดยรถไฟ และเส้นทางรถไฟสายเหนือ อุโมงค์ขุนตานเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาวถึง 1,352.15 เมตร ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ระหว่าง อ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง กับ อ.แม่ทา จังหวัดลำพูน เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2450 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2461 โดยการรถไฟหลวงแห่งกรุงสยาม

     หากเริ่มต้นจากแรกสุด ก่อนความสวยงามของอุโมงค์แห่งนี้ มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจซุกซ่อนอยู่เบื้องหลัง อุโมงค์แห่งนี้เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงต้องการย่นระยะเวลาการเดินไปยังจังหวัดเชียงใหม่ จากเดิมที่ใช้เวลาหลายวันและมีอุปสรรคที่สำคัญอย่างเทือกเขาผีปันน้ำที่กั้นระหว่างลำปางกับลำพูน เป็นปราการธรรมชาติที่สูงชัน จึงยากที่จะทำทางรถไฟข้ามไปได้ จึงทรงสั่งให้สร้างเป็นอุโมงค์คอนกรีตเสริมเหล็กตลอดแนว และขุดอุโมงค์ลอด โดยมีนายช่างชาวเยอรมันชื่อ เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างทั้งหมด ใช้เวลาสร้างทั้งหมด 11 ปีเต็ม

 

     

 

     ภายหลังการขุดเจาะอุโมงค์ที่ถ้ำขุนตานแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2461 ก็นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจที่สำคัญของเชียงใหม่ และลำพูน เป็นเสมือนการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเป็นเส้นทางที่ลำเลียงไม้สัก ข้าวและถ่านหุงต้มในเขตภาคเหนือไปยังตลาดภาคกลางได้อย่างสะดวกขึ้น<

     ปัจจุบันอุโมงค์ขุนตานเป็นสถานที่ยอดนิยมที่สำคัญอีกแห่งซึ่งมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาตลอดทั้งปี เพื่อชมความงามของอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยที่โอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจี และความมีเสน่ห์ของอุโมงค์ที่ยังคงได้กลิ่นอายความคลาสสิคของอุโมงค์ประวัติศาสตร์แห่งนี้เสมอ

     นอกจากความสวยงามของอุโมงค์แล้ว สถานีรถไฟขุนตานหลังเล็กๆ ก็ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาถ่ายรูปในบรรยากาศน่ารักๆ ของวิถีชีวิตคนรถไฟ รวมไปถึงหมู่บ้านเล็กๆ ร้านขายของ ชาวบ้าน ที่มักออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม ก็นับเป็นความทรงจำที่แสนประทับใจที่ได้มาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้

 

 

อุดหนุนของป่าที่ตลาดชุมชนบ้านดอยแก้ว

     มีคำกล่าวที่ว่า หากอยากรู้จักวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนนั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นให้ไปเดินตลาด เหตุผลนั้นเป็นเพราะตลาดทุกแห่งทั่วโลกคือเส้นเลือดใหญ่ของชุมชน เป็นจุดศูนย์กลางของผู้คนที่นำสินค้า ผลิตผล มาวางขายและจับจ่ายเลือกซื้อวัตถุดิบไปประกอบอาหารการกิน ทั้งยังสะท้อนวัฒนธรรมการกินรวมไปถึงวิถีชีวิตของชุมชนนั้นๆ ตลาดชุมชนบ้านดอยแก้ว หรือ กาดบ้านทา ในภาษาของคนท้องถิ่น เป็นตลาดที่ตั้งอยู่ใน อ.แม่ทา จังหวัดลำพูน ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของป่า และผักพื้นเมือง หรือ ผลผลิตจากป่าต่างๆ ที่หาซื้อได้ยากในเมือง  รวมไปถึงพืชพันธุ์การเกษตรที่ชาวบ้านปลูกเอง และนำมาขาย

 

 

     แต่เดิมที่บริเวณนี้เป็นทางผ่านของชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่ามากินในครัวเรือน จึงได้เดินเลาะริมทางถนนเส้นทางสายเชียงใหม่-ลำปาง แถวบริเวณที่ตั้งของตลาดแห่งนี้ หลังจากที่มีชาวบ้านผ่านที่เดิมทุกวัน ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาก็เริ่มจอดถามเพื่อซื้อของป่าที่ชาวบ้านเก็บมา พอเริ่มมีการติดต่อซื้อขายกันบ่อยมากขึ้น ชาวบ้านบางส่วนจึงมีการริเริ่มปูเสื่อนั่งขายของกันเป็นหลักแหล่ง ต่อมาก็เริ่มทำเป็นโต๊ะเล็กๆ วางขายของป่ากันริมถนน จนคนที่สัญจรผ่านไปมาเริ่มจอดซื้อของจำนวนเยอะขึ้น ชาวบ้านจึงเห็นว่าการวางขายของป่าในรูปแบบนี้สามารถนำเงินที่ได้ไปเลี้ยงครอบครัวได้

     ยิ่งนานวันจึงยิ่งมีจำนวนพ่อค้า แม่ค้าหาบของมาวางขายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีการขยายพื้นที่ และปรับปรุงอยู่เรื่อยมา จนกลายเป็นตลาดชุมชนบ้านดอยแก้วในปัจจุบัน

 

 

     เมื่อเดินสำรวจภายในตลาด ก็พบว่าที่นี่เต็มไปด้วยของป่าหายากจำนวนมาก บ้างก็หน้าตาและชื่อเสียงไม่คุ้นเคย โดยชาวบ้านจะตั้งโต๊ะเล็กๆ แบ่งสัดส่วนของร้านตนเองคล้ายตลาดทั่วไป วางขายวัตถุดิบหรืออาหารการกินที่สมบูรณ์ มีทั้งผักชนิดต่างๆ เช่น เห็ดป่า หน่อไม้ เห็ดถอบ เห็ดโคน ผักหวาน ผักกาด ผักหละ รวมไปถึงของกินต่างๆ

     วัตถุดิบที่ชาวบ้านได้มาถูกนำมาวางเรียงรายเผยโฉมหน้าให้ผู้มาเยือนได้เห็น ผู้เฒ่าผู้แก่ หรือคนในชุมชนต่างพึ่งพาอาศัยตลาดแห่งนี้เป็นหลักในการเลือกซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารประจำครัวเรือน ดังนั้นเราจึงจะได้เห็นผู้คนมากมายเลือกสรรวัตถุดิบเหล่านี้จากพ่อค้า แม่ค้า หรือแม้กระทั่งเชฟจากร้านอาหารดังๆ บางแห่งในตัวเมืองเชียงใหม่เองก็ยังต้องมาหาวัตถุดิบป่าจำพวกผัก หรือเห็ดป่า จากที่นี่

 

 

     ส่วนใหญ่วัตถุดิบที่นำมาขายในตลาดจะถูกนำมาประกอบเป็นอาหารเมือง หรือ ‘ของกิ๋นคนเมือง’ ที่สะท้อนวัฒนธรรมอาหารการกินของชาวล้านนา ผักป่าหายากล้วนเป็นดั่งของดีที่เสริมหรือชูรสชาติของความเป็นอาหารเมืองให้โดดเด่นยิ่งขึ้น อาทิ ผักหละ หรือ ผักชะอม ที่นิยมนำมาแกงกับผักอื่นๆ เช่น แกงหน่อไม้ แกงถั่วฝักยาว แกงแค แกงโฮะ แกงเห็ดหูหนู หรือแกงเฉพาะชะอมอย่างเดียว ที่เรียกว่าแกงผักหละ ซึ่งถือเป็นแกงที่นิยมรับประทานอีกเมนูของชาวบ้านในภูมิภาคนี้

     หรือวัตถุดิบที่ขึ้นชื่ออย่างเห็ดป่า เช่น เห็ดถอบ หรือเห็ดเผาะ ที่นอกจากจะมีฤดูกาลแล้ว หลายคนน่าจะชื่นชอบกับรสสัมผัสกรุบๆ มันๆ กรอบนอกนุ่มในของวัตถุดิบชนิดนี้ ยิ่งนำไปทำเป็นแกงเห็ดเผาะ รสชาติเปรี้ยวกลมกล่อมก็ยิ่งชูวัตถุดิบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น หรือผักหวานป่า ที่นิยมนำมาทำเป็นแกงผักหวานป่า และ แกงผักหวานบ้าน ซึ่งมีรสชาติกลมกล่อมจากเครื่องแกง ผักที่ต้มจนนิ่มเคี้ยวง่าย และยังนิยมแกงใส่ปลาย่างสดหรือปลาย่างแห้ง และไข่มดแดงที่มักออกไข่ในช่วงเดียวกับฤดูที่ผักหวานป่าผลิยอดเพื่อเพิ่มรสชาติและรสสัมผัสด้วย

 

     

 

     นอกจากวัตถุดิบหายากจากป่าที่รอผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยแล้ว ที่ตลาดก็ยังมีอาหารเมืองอื่นๆ รองรับปากท้องของผู้คนที่แวะเวียนมา อาทิ ลาบสุก ลาบดิบ แกงฮังเล แกงอ่อม แกงแค แอ๊บ ปลาย่าง น้ำพริกพื้นเมือง แมลงทอด หมูป่า ผึ้งปิ้ง จิ้นย่าง มันปู ที่ไม่ว่าใครมาเยือนก็ต้องอิ่มอกอิ่มใจกลับไปอย่างแน่นอน

     ใครที่ต้องการความรู้เรื่องของป่า และอาหารการกิน จากพ่อค้าแม่ค้าหรือชาวบ้านจะไม่ผิดหวัง เพราะเรื่องราวที่อยู่หลังเรื่องเล่าของชาวบ้านและตลาดแห่งนี้ล้วนผูกเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่สืบโยงกันมาแต่ช้านาน

     นอกจากที่นี่จะอุดมไปด้วยอาหารการกินที่สมบูรณ์คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชุมชนแล้ว มวลความสุขและความอบอุ่นของผู้คนก็ยังลอยอวลอยู่ในตลาดเล็กๆ แห่งนี้ไม่เสื่อมคลาย 

 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่

เรื่องโดย

วงศกร ยี่ดวง

ฝ่ายสร้างสรรค์วิดีโอประจำ a day BULLETIN