กานดา สายทุ้ม: เป็นตัวเองอย่างไร ให้เฉิดฉายได้ดีที่สุด

The Lesson
10 Mar 2020
เรื่องโดย:

ธนโชติ ทองรัก, คุลิกา แก้วนาหลวง, ปิ่นเพชร ภูจ่าพล

Highlights

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ความสนใจรวมทั้งรสนิยมของคนก็แตกแขนง และทาบทับจนเส้นกั้นของสไตล์การแต่งตัวระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายกลายเป็นแค่เส้นบางๆ ที่จางลงเรื่อยๆ วันนี้แทบไม่มีใครมองผู้ชายที่แต่งตัวจัดจ้านว่าไม่แมนอีกแล้ว และก็ไม่มีใครมองว่าผู้หญิงกับกางเกงเป็นชุดที่ไม่เหมาะสม การแต่งตัวกลายเป็นเรื่องสนุกที่ทุกคนสามารถทำได้ ผู้หญิงและผู้ชายสามารถนำเสื้อผ้าทุกแนวมามิกซ์แอนด์แมตช์ให้ตัวเองดูดีได้ในทุกๆ สไตล์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าการจับนั่นมาผสมนี่จะออกมาแล้วดูดีได้ทุกครั้งถ้าขาดหลักการเลือกเครื่องแต่งกายที่ถูกต้อง 

        ถ้าให้นึกถึงใครสักคนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องการแต่งตัว กานดา สายทุ้ม คือหนึ่งในคนลำดับต้นๆ ที่เราคิด เพราะเธอเป็นอีกคนที่พยายามนำเสนอสไตล์ของความเป็นชาย (masculine) และความเป็นหญิง (feminine) เข้าไว้ด้วยกัน โดยหลังจากอิ่มตัวกับการเป็นบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่น กานดาลาออกจากการทำงานตรงนั้น และผันตัวมาเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ที่นำเสนอคอนเทนต์เกี่ยวกับความสวยความงามและแฟชั่น บนแพลตฟอร์มสมัยใหม่ทั้งในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อว่า GANDA GANDA  

        อะไรเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอปรับเปลี่ยนบทบาทจากบรรณาธิการมาเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์  เราจึงชวนเธอมาอัพเดตเรื่องราวในชีวิตที่เกี่ยวโยงกับแฟชั่น ความงาม และตัวตนของเธอ พร้อมทั้งเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการปรุงแต่งตัวเองให้ออกมาสวยเก๋ เฉิดฉายกว่าเดิม

 

กานดา สายทุ้ม

จากสื่อเก่ามาสู่การเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์บนสื่อออนไลน์

        เราทำงานในวงการนิตยสารมาประมาณ 15 ปี เรียกว่าเริ่มทำงานตั้งแต่เรียนจบโดยเขียนคอลัมน์ในนิตยสาร สุดสัปดาห์ และมาทำ เธอกับฉัน ต่อ สุดท้ายคือเป็นบรรณาธิการความงามที่ Marie Claire ตอนทำที่ Marie Claire เราคิดตั้งแต่เรื่องของภาพ และเรื่องราวที่ใช้เล่าว่าควรมีวิธีการเล่าอย่างไร ทำให้เราได้ฝึกเรื่องการคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ช่วงที่ทำ Marie Claire สื่อออนไลน์ก็เริ่มเกิดขึ้นมา

        จากเดิมที่เราทำสื่อสิ่งพิมพ์มาตลอด เมื่อมีบิวตี้บล็อกเกอร์เข้ามาร่วมงานความคิดก็เปลี่ยนไป เราเริ่มสงสัยว่าเขามีวิธีการทำคอนเทนต์ออนไลน์อย่างไรก็เลยมาลองทำเล่นๆ ในอินสตาแกรม จนจุดหนึ่งที่เริ่มอิ่มตัวกับนิตยสาร และสนุกกับการทำออนไลน์มากขึ้น ก็เลยตัดสินใจลาออกจากบรรณาธิการ

        ตอนนี้เราทำสื่อออนไลน์มาได้ 3-4 ปีแล้ว โดยใช้ชื่อว่า GANDA GANDA เริ่มแรกเป็นการทำกันเอง โดยคอนเทนต์ที่นำเสนอจะเป็นการเล่าเรื่องจากสิ่งที่เราชอบผสมเรื่องความสวยความงามเข้าไป การทำสิ่งพิมพ์ทำให้เรารู้เรื่องระบบการคิดและการทำงาน จึงได้ประสบการณ์จากตรงนี้มาปรับใช้กับออนไลน์

        ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ GANDA GANDA ขยายรูปแบบของคอนเทนต์ให้มีคอลัมน์เพิ่มมากขึ้น อย่างตอนนี้มีคอมลัมน์ KOLS ที่เป็นการเชิญแขกมาปรับลุกส์ใหม่ หรือคอลัมน์ Way to Wear ที่ให้คนมาแต่งตัว โดยมีเสื้อผ้าให้ 4 ชิ้น แล้วต้องแต่งออกมา 4 ลุกส์ หรือคอลัมน์ 9 Things ที่เป็นคอลัมน์สำหรับ 9 อย่างที่อยากรู้ เช่น 9 กางเกงที่ผู้หญิงใส่แล้วสวย 9 ลิปสติกสีแดงที่เป็นเทรนด์ตอนนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นคอลัมน์ที่อยู่ในรูปแบบของอินสตาแกรมที่ไม่ค่อยมีใครทำ

เริ่มต้นจากความเชื่อที่ว่า ‘ทีมเวิร์ก’ ย่อมดีกว่า

        ตอนแรกเราทำกับสามีสองคน เริ่มจากการทำเป็นวิดีโอ ซึ่งต้องตัดกันเอง แต่เราไม่เคยตัดวิดีโอมาก่อนจึงให้รุ่นน้องมาสอนตัด ที่ผ่านมาก็ทำโปรดักชันเอง เป็นแบบเอง แต่งหน้าเอง ถ่ายกันเอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาจากคนสองคน

        ปัจจุบัน GANDA GANDA จะทำงานเป็นทีม ซึ่งต้องยอมรับว่าเราไม่ได้ทำเป็นทุกอย่าง เรายังต้องการทีมมาช่วย เพราะฉะนั้น ตอนนี้เราก็จะมีสไตลิสต์ที่มาช่วย แฟนเราเป็นคนดูแลเรื่องการถ่ายภาพ เพราะเขาจะมองคนออกว่าคนนี้ต้องเป็นสไตล์ไหน

ผู้หญิงดูได้ ผู้ชายดูดี

        เรามีทั้งคอนเทนต์ในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก แต่ฐานคนติดตาม GANDA GANDA ในอินสตาแกรมค่อนข้างแข็งแรงที่สุด และตอนนี้ก็เพิ่งมีเว็บไซต์ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งฐานคนอ่าน GANDA GANDA จะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งแปลกมากที่คนดูผู้ชายมีถึง 35% เลย การมีผู้ชายเข้ามาดูก็สะท้อนความเป็นตัวเราได้เหมือนกัน เพราะเราไม่ใช่ผู้หญิงที่ดูลุกส์แบบผู้หญิงขนาดนั้น ทำให้ผู้ชายสามารถเข้าถึงเราได้ง่าย และเข้าใจเราคอนเทนต์ที่เรานำเสนอได้มากขึ้น

 

กานดา สายทุ้ม

แน่วแน่กับการเลือกเส้นทางใหม่

        ช่วงนั้นสื่อสิ่งพิมพ์ยังคงรุ่งเรืองอยู่ และออนไลน์ก็เพิ่งมา เราจึงลองไปคุยกับบรรณาธิการว่าอยากทำออนไลน์ ตอนแรกเริ่มจากการโพสต์แค่รูปแล้วค่อยขยายไปเป็นวิดีโอ ซึ่งเรารู้สึกว่าสนุกดี จนมาวันหนึ่งเราถามตัวเองว่าจะทำนิตยสารอีกนานแค่ไหน เพราะเราเริ่มชอบทำคอนเทนต์ออนไลน์มากขึ้น แต่พอทำสองอย่างพร้อมกันมันออกมาไม่ดีสักอย่าง จึงตัดสินใจยอมเสี่ยงลาออกมาเลย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่คิดหนักเหมือนกัน ทั้งที่แพลตฟอร์มออนไลน์ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่เราสัมผัสได้ว่าถ้าตั้งใจก็น่าจะทำได้ ทั้งตอนนั้นช่องว่างของรูปแบบออนไลน์ยังมี และคู่แข่งก็ยังน้อย พอมาตอนนี้ผลตอบรับก็ดีกว่าที่คิดไว้เยอะมาก

จุดเด่นของกานดา

        เราเป็นคนชอบความคาบเกี่ยวกันระหว่างความเป็นชาย (masculine) และความเป็นหญิง (feminine) ชอบยืมเสื้อแฟนมาใส่ และเป็นคนที่ชอบใส่กางเกงมาก เวลาแต่งตัวจะเน้นความเรียบง่าย มีความเป็นผู้ชายนิดหน่อย เรามีแนวคิดว่ายุคนี้เป็นยุคที่กฎเกณฑ์และการมีเส้นแบ่งระหว่างอัตลักษณ์ทางเพศน้อยลงไปมาก จนเหมือนว่าไม่มีเส้นแบ่งแล้ว มีความหลากหลายและเฉพาะเจาะจงขึ้น เช่น การแต่งตัวที่ไม่ได้ยึดติดกับเทรนด์หรือแบรนด์ แต่เน้นไปที่การดูภาพรวมของการมิกซ์แอนด์แมตช์มากกว่า รวมถึงเรื่องเพศด้วย

        อีกหนึ่งสิ่งที่เราให้ความสนใจตอนนี้ และพยายามสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มที่มีอยู่ นั่นคือเมื่อมนุษย์ไม่ได้มีแค่เพศชายหรือหญิง การผสมผสานความชอบที่บ่งบอกความเป็นเพศก็พร่าเลือนมากกว่าเดิม ตอนนี้ผู้ชายก็สามารถหยิบเสื้อผ้าผู้หญิงมาแต่งได้ ความเป็นยูนิเซ็กซ์ (Unisex) ถูกผสมกลมกลืนกันจนไม่สามารถแยกด้วยเพศได้อีกต่อไป

         ผู้หญิงก็สามารถที่จะเอาเสื้อผ้าผู้ชายมาแต่งได้ LGBTQ ก็มีอิสรภาพในการแต่งตัวหรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น โดยที่สังคมให้การยอมรับ เป็นช่วงเวลาที่มีความหลากหลายและมีสีสันให้เห็น จนตอนนี้ความผิดความถูกมันแทบไม่มีแล้ว อยู่ที่ความเหมาะสมลงตัวในการแสดงออกมากกว่า

GANDA GANDA นำเสนออะไร

       ในแพลตฟอร์มของเราไม่ได้นำเสนอแค่เรื่องบิวตี้ ไม่ได้มารีวิวว่าของชิ้นนี้ต้องใช้ สำหรับเรา ‘บิวตี้’ เป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ ดังนั้น คอนเทนต์ต้องกว้าง ซึ่งนอกจากการอัพเดตแล้ว ต้องตอบได้ด้วยว่าเราใช้ของชิ้นนั้นไปเพื่ออะไร GANDA GANDA  จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามอย่างเดียว เรื่องของแฟชั่นหรือการแต่งตัวก็มีส่วนสำคัญที่ต้องไปด้วยกันได้

        เป้าหมายของเราจึงเป็นการทำคอนเทนต์เพื่อตัวเองและคนอ่าน คนที่ต้องการคำตอบว่าวันนี้ฉันจะแต่งหน้าอย่างไร วันนี้ฉันจะไปไหน แล้วฉันต้องแต่งตัวอย่างไร เป็นเหมือนการเล่าไดอารีสั้นๆ ให้คนติดตาม แต่ล่าสุดเราก็พยายามปรับคอนเทนต์ให้มีคอลัมน์เพิ่มมากขึ้น อย่างตอนนี้มีคอลัมน์ KOLS ที่เป็นการเชิญแขกมาปรับลุกส์ใหม่ ซึ่งแขกที่เราพามา เขาก็จะมีคาแรกเตอร์ที่น่าดึงดูดและน่าสนใจอยู่แล้ว แต่เราอาจจะลองปรับลุกส์ที่เขาอาจไม่เคยแต่งมาก่อนให้แปลกตาหน่อย ในส่วนของบิวตี้เมกอัพอาจจะเป็นคัตเลอร์บล็อกสี ปาดสีที่หน้าไปเลย แต่ก็ไม่ได้แปลกขนาดที่ดูแล้วไม่เข้าใจ จะพยายามทำอะไรให้ดูเข้าใจง่าย ที่ผสมผสานกันไปแล้วสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ได้

 

กานดา สายทุ้ม

มองให้เห็นถึงตัวตนของนางแบบ

        ในเรื่องเทคนิคของการมองคน เราจะมองเขาจากบุคลิกก่อนว่าเป็นคนอย่างไร แล้วใช้เรื่องของรูปร่างในการหาวิธีมิกซ์แอนด์แมตช์ เช่น ถ้าเป็นคนตัวใหญ่ เราก็จะดึงความน่ารักในแบบของเขาออกมา ซึ่งทุกคนมีแนวทางการแต่งตัวในแบบของตัวเอง อาจจะเปลี่ยนแว่นหน่อย ตัดผมสักนิด แล้วแมตช์ชุดแบบนี้เข้าไปก็น่าจะเหมาะ 

        ความสวยความงามเป็นเรื่องของการมองคาแรกเตอร์ เราต้องมองให้ออก เพราะบางทีจะให้คนนี้มาแต่งเป็นลุกส์แบบนั้นแบบนี้มั่วๆ ก็เป็นไปไม่ได้ ดูง่ายๆ อย่างแค่การทาลิปสติกสีแดง คนแต่ละคนก็มีวิธีการทาไม่เหมือนกัน สีและลุกส์ที่ได้ก็แตกต่างกัน เพราะความสวยของเขาและเราเป็นเรื่องที่แตกต่าง

สิ่งสำคัญที่ทำให้ total looks ออกมาดูดี

        สำหรับเรา การที่คนคนหนึ่งแต่งตัวแล้วเหมาะกับตัวเอง รู้จักเลือกของ รู้วิธีการเลือกสี เลือกทรง หรือเลือกเนื้อผ้าอย่างไรที่บอกความเป็นตัวเอง แต่ถ้าไม่รู้ว่าควรจะต้องแต่งอย่างไร เราอยากแนะนำวิธีหนึ่งคือ หาคนที่มีบุคลิกและลักษณะรูปร่างใกล้เคียงกับตัวเองมาเป็นเรเฟอเรนซ์ในการแต่งตัว อย่างเราจะชอบดูจากแมกกาซีน แล้วจำว่าตัวไหนแมตช์กับตัวไหนได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป

 

กานดา สายทุ้ม

How to Get a New Look | Styling by Ganda

        ในฐานะที่ตอนนี้ กานดา สายทุ้ม ได้ร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้า CPS Chaps ภายใต้แคมเปญ #WhatIsYourCPS โดยเป็นคิวเรเตอร์ฝั่ง Self ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เชื่อมั่นว่า ความเป็นตัวเองนั้นจะทำให้คุณเฉิดฉายได้ดีที่สุด ทั้งยังมีอีก 2 คิวเรเตอร์ที่มีความโดดเด่นและเป็นผู้นำในแต่ละด้าน Creativity และ Passion พร้อมทั้งอินฟลูเอนเซอร์อีก 36 ท่าน มาเป็นตัวแทน ในการนำเสนอตัวตนของแบรนด์ในแต่ละมุม เพื่อร่วมตอกย้ำถึงความแตกต่างอย่างลงตัว

        เราจึงชวนเธอในฐานะคิวเรเตอร์ฝั่ง Self มาร่วมแปลงโฉมน้องฝึกงานเรา มาดูกันว่าจะเปลี่ยนไปในลุกส์ไหน

 

กานดา สายทุ้ม

กานดา สายทุ้ม

Before

        “เดิมทีน้องนางแบบจะไม่ได้สูงมาก จึงอยากจะปรับเชปช่วงขาน้องให้ดูยาวขึ้น และด้วยรูปหน้าทรงเพชรดูสวย แต่ถูกปิดด้วยผมหน้าม้า จึงอยากลองปรับทรงผมใหม่ให้เข้ากับรูปหน้า และแมตช์ชุดที่เข้ากับน้องเพื่อทำให้ total looks ออกมาดูดีขึ้น”

 

กานดา สายทุ้ม

After 

        ลุกส์ใหม่ของนักศึกษาฝึกงานจาก adB ที่กานดาได้เนรมิตขึ้น จากเดิมที่เป็นสาวเรียบร้อย ตอนนี้กลับเป็นสาวที่มีความมั่นใจขึ้น โดยเธอเลือกเสื้อเชิ้ตคอปกแขนกุดสีขาวเรียบ ที่มีความเท่และไปได้ดีกับกางเกงยีนส์ บวกความขี้เล่นด้วยต่างหูห่วงวงกลม นอกจากนี้ยังเลือกกระเป๋าผ้าเรียบๆ ให้นางแบบ ซึ่งจะช่วยเสริมให้ลุกส์นี้ดูสบายขึ้น ปิดท้ายด้วยรองเท้าบู๊ตสีดำ ที่จะช่วยทำให้ช่วงขาดูยาวขึ้น และยังเคลื่อนไหวได้สะดวกโดยไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

 

กานดา สายทุ้ม

WHAT’S SHE WEARING: SLEEVELESS BUTTON UP SHIRT, DISTRESSED KRISTINA JEANS, SQUARE TOE ANKLE BOOTS | CPS

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ธนโชติ ทองรัก

adB JUNIOR—เหลา ผู้หลงรักความอบอุ่นจากผู้คนและนมร้อน ผันตัวจากฝันที่อยากจะเป็น Editor มาทดลองเป็น Content Creator เพราะกลัวสายตาเสีย แต่สุดท้ายกลับพบว่ายังไงก็ต้องจ้องหน้าคอมอยู่ดี

เรื่องโดย

คุลิกา แก้วนาหลวง

adB JUNIOR—อินโทรเวิร์ตผู้เป็น chocolate lover ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิทยา (:

เรื่องโดย

ปิ่นเพชร ภูจ่าพล

adB JUNIOR—มนุษย์เป็ด ชอบหนังรอมคอม และมักตั้งคำถามว่าทำไมหนังรักต้องดูกับคนรัก ทีหนังผีไม่เห็นต้องดูกับผี

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง