10 บทเรียนเพื่อสร้างการเงินที่ดีและชีวิตที่มีความสุข

The Lesson
30 Dec 2019
เรื่องโดย:

a day BULLETIN Team

ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมา a day BULLETIN มีโอกาสได้สนทนากับผู้คนในหลากหลายสาขาอาชีพ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเสมอคือมุมมองของพวกเขาในเรื่องการเงิน ธุรกิจ และเศรษฐกิจ

        ร่วมเรียนรู้บทเรียนและข้อคิดด้านการเงินที่คัดสรรจากประสบการณ์ของบุคคลสำคัญ เพื่อเป็นแนวทางปรับมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิด และการใช้ชีวิต สำหรับรับมือกับกิเลสและปัญหาทางเศรษฐกิจที่ทุกคนมีโอกาสเผชิญ 

        อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะช่วยตอบคำถามเหล่านี้ได้ว่าเราจะสร้างเสริมพฤติกรรมการเงินที่ดีได้ด้วยวิธีใด เงินคือสิ่งสำคัญแต่เงินใช่ทุกอย่างของชีวิตหรือเปล่า ยุติธรรมหรือไม่ที่คนในสังคมต้องต่อสู้เพื่อไม่ให้ตัวเองประสบกับความจนที่กำลังคืบคลานเข้ามากลืนกินชีวิต ระบบของรัฐควรสนับสนุนเรื่องการเงินและเศรษฐกิจอย่างไร รวมถึงแนวคิดสำคัญด้านธุรกิจในอนาคต

 

บทเรียนด้านการเงิน

01 | การลงทุนเป็นเรื่องง่ายและไม่ไกลตัว 

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแบบ VI 

        “ผมสนับสนุนให้ทุกคนเรียนรู้เรื่องการลงทุน แต่คนมักจะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยากและเต็มไปด้วยตัวเลขอันซับซ้อน ซึ่งถ้าเราลองสังเกตดูชีวิตของพวกเราดีๆ จะพบว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ ในแง่ที่ว่าเราเป็นสัตว์ที่ลงทุนสูงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร กว่าที่คนคนหนึ่งจะเกิดและเติบโตขึ้นมาจนสามารถทำมาหากินเลี้ยงชีพได้ด้วยตัวเอง เขาต้องผ่านการลงทุนมาเป็นเวลาหลายสิบปี ซึ่งถ้าเราไปดูสัตว์อื่นๆ จะพบว่าสัตว์บางชนิด อย่างเช่นสัตว์จำพวกปลา พวกมันเกิดมาเพียงแค่สองถึงสามนาทีก็หาเลี้ยงตัวเองได้แล้ว หรือแม้แต่สัตว์ใหญ่บางชนิด เมื่อเกิดขึ้นมาได้ไม่นานก็สามารถหากินเองได้แล้ว แต่ชีวิตของพวกเราทุกคนที่เกิดขึ้นมา ถ้าไม่มีพ่อแม่คอยลงทุนเลี้ยงเรามาก็คงอดตายกันหมด

        “สำหรับผม การศึกษาคือการลงทุนที่มีความสำคัญมากต่อชีวิต เมื่อพูดถึงการลงทุน ย่อมแปลว่าคุณต้องยอมสละอะไรบางอย่างเพื่อที่ว่าในอนาคตคุณจะได้รับอะไรบางอย่างกลับมา เช่น คุณตั้งใจเรียนเพื่อจบออกมาจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นหรือได้บริโภคมากขึ้น ดังนั้น มนุษย์คือสัตว์ที่ลงทุนมาโดยตลอด ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ไม่เคยลงทุนกับอะไรเลย”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2sjTr3q 

 

บทเรียนด้านการเงิน

02 | การกระจุกตัวของความมั่งคั่งคือความล้มเหลวครั้งใหญ่

มูฮัมหมัด ยูนุส, นักเศรษฐศาสตร์ และเจ้าของแนวคิดธนาคารคนจน 

        “การกระจุกตัวของความมั่งคั่งคือความล้มเหลวใหญ่ เพราะคุณสร้างระบบที่ทรัพย์สินต่างๆ มีแต่จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้น และก็พยายามเพิ่มให้สูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือระบบที่ผิดพลาด มันคือการออกแบบที่ผิดพลาด คุณออกแบบระบบบางอย่างที่ผู้คนต้องพึ่งพิงทรัพย์สิน แต่ความมั่งคั่งเหล่านั้นกลับไปกระจุกอยู่แค่มุมใดมุมหนึ่ง นั่นคือเหตุผลหนึ่ง และอีกเหตุผลที่ระบบทุนนิยมล้มเหลวก็เพราะมันกำลังทำลายล้างโลก ทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิล พลาสติก และการตัดไม้ทำลายป่า เหล่านี้เกิดจากทุนนิยมทั้งสิ้น โลกจะตายในไม่ช้า เราจะอาศัยอยู่กันไม่ได้อีกต่อไป เพราะความร้อนขึ้นของบรรยากาศโลก (Global Warming) ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่อาจโกหกกันได้ นี่คือผลลัพธ์ของระบบทุนนิยม ระบบที่พระเจ้าไม่ได้สร้างขึ้นมา พระเจ้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เราในฐานะมนุษย์ต่างหากที่สร้างมันขึ้นมา เราไล่ตามทุนนิยม และทุนนิยมก็นำเรามาถึงจุดนี้

        “และอีกอย่างก็คือ การว่างงานขนานใหญ่ มีคนจำนวนมากว่างงานอยู่ทุกหนทุกแห่ง ผู้คนนั่งอยู่เฉยๆ และไม่ทำอะไรเลย นั่นก็มาจากผลของทุนนิยมเช่นกัน ปัญญาประดิษฐ์ที่ผมพูดถึงไปแล้วก็ใช่ เพราะคุณออกแบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง เพื่อทำให้กำไรสุทธิ (Profit Margin) สูงขึ้น และคุณก็กำลังหมกมุ่นที่จะทำให้กำไรของคุณสูงขึ้นและสูงขึ้น ในขณะที่คุณกำลังทำลายโลก”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/351AhN9 

 

บทเรียนด้านการเงิน

03 | คนเรามักตั้งเป้าผิดกับชีวิต

‘เปอร์’ – สุวิกรม อัมระนันทน์, พิธีกร 

        “คนเรามักตั้งเป้าผิดกับชีวิต ชอบวัดความสำเร็จจากเงินในบัญชี ซึ่งผมไม่ได้วัดจากตรงนั้นไง สำหรับผม คนประสบความสำเร็จคือคนที่มีความสุขในการใช้ชีวิต ตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าจะทำสิ่งโน้นสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร แม้มันจะไม่มีประโยชน์กับใคร แต่ถ้ามันสร้างความสุขในชีวิตเขาได้ก็พอแล้ว 

        “ผมพูดเสมอ คนที่ค้นพบตัวตนคือคนที่รู้ว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร ทำไปเพื่อใคร แค่นั้นเอง ผมเองก็คิดแบบนี้ แต่ขอยืนยันการลงมือทำแล้วสำเร็จหรือไม่สำเร็จไม่ใช่ตัววัดว่าผมจะมีความสุขไหม ไม่ได้ยึดติดกับตัววัดอะไรก็ตามที่จะเป็นข้อแม้ของความสุขหรือความทุกข์

        “เมื่อก่อนอาจจะคิด จนวันหนึ่งได้เรียนรู้ มีโอกาสได้ฟังท่านอาจารย์ชยสาโร แล้วเราเข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงเป็นเช่นไร ความสุขที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องทำงานที่เรารัก ไม่ต้องอยู่กับคนที่เรารัก ไม่ต้องอยู่ในสถานะแบบที่เราอยากเป็น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปตั้งข้อแม้ว่าชีวิตจะมีความสุขเมื่อมี 1 2 3 4 5 คำถามที่ตามมาคือหากชีวิตไม่เคยมีโอกาสไปถึงจุดที่ตั้งใจเลยล่ะ ชีวิตจะไม่มีความสุขเลยเหรอ ต้องมีเงินสิบล้าน แล้วถ้าไม่ได้ล่ะ ชีวิตนี้ต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เท่านั้น แล้วถ้าเขาไม่รักเราล่ะจะมีความสุขไม่ได้เลยเหรอ มันไม่จำเป็นจะต้องมีตัวการใดก็ตามมามีผลหรืออิทธิพลต่อความสุขของเรา”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2QoOJcR

 

บทเรียนด้านการเงิน

04 | ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง 

‘ทิม’ – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 

        “มีคนสองประเภทที่ผมเคยเจอ คือคนที่เชื่อและตามองไปที่ผลตอบแทนว่าเขาต้องรวยเร็ว มีอิสระ ไม่ต้องมีความรับผิดชอบอะไรมาก ตรงนี้เวลาคุยกับเขาก็ต้องชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยง แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่กล้าทำอะไรเลย กลัวว่าถ้าลาออกจากบริษัทจะกลับมามีงานทำได้ไหม ถ้าคุยกับคนแบบนี้ก็ต้องผลักดันให้เขามีความกล้าขึ้นมา เพราะว่าเรื่องพวกนี้เป็นการตัดสินใจของใครของมัน ความเสี่ยงของใครของมัน คงไม่มีใครที่จะคอยบอกได้ว่าทำได้หรือเปล่า

        “ถ้าพูดถึงเรื่อง Entrepreneur Mindset ต้องมาดูเรื่อง risk กับ return ด้วย ความที่เราเห็นความสำเร็จตามหน้าสื่อหรือหน้าโฆษณาต่างๆ ทำให้ทุกคนไปโฟกัสที่ return คิดว่าเขาต้องเป็น สตีฟ จ็อบส์ คนต่อไป หรือคิดว่าต้องรีไทร์ตอนอายุ 30 ซึ่งก็ไม่ผิด เขาก็มีสิทธิ์ที่จะฝัน แต่ในขณะเดียวกันคนที่เป็นผู้ใหญ่ก็มีหน้าที่อธิบายความเสี่ยงที่จะทำ จะมีคนส่งข้อความมาถามผมประจำว่า หนูทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ดีไหม ผมก็ถามเขากลับไปว่า แล้วสิ่งที่จะทำใหม่นั้นมันชัด มันโดนหรือเปล่า ถ้าใช่ก็น่าลองเสี่ยงที่จะทำดู แต่ถ้าซ้ำกันกับคนอื่น เป็นร้านกาแฟที่ไปเปิดอยู่ข้างๆ ร้านกาแฟที่มีอยู่แล้ว ก็ต้องลองคิดดูว่าคุณพร้อมที่จะรับความเสี่ยงตรงนี้ไหม”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2tZp1Ef 

 

บทเรียนด้านการเงิน

05 | ความยากจนไม่ใช่เรื่องเวรกรรม

สุพจน์ ธีระวัฒนชัย, นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง 

        “ความจนไม่ใช่เรื่องเวรกรรมนะ แต่เป็นเรื่องของการไม่ได้โอกาส สังคมต้องสร้างโอกาสให้เขา สังคมไม่ควรเอาปลาให้เขา สังคมต้องสอนให้เขาตกปลา

        “คุณสังเกตไหมว่าไม่ว่าสังคมคนจนหรือคนรวย เราอยู่ในสังคมที่โอ้โลมกันเยอะ ไม่ให้เดินด้วยตัวเอง แต่ผมโชคดีที่ว่า ผมไม่เดินด้วยตัวเองไม่ได้ แต่คนส่วนใหญ่อยู่ในสังคมที่อนุเคราะห์กันสูง อย่างคนจนเอง—ผมบอกเสมอว่าให้โอกาสเขา สร้างงานให้เขา อย่าไปแจกเลยเงิน แจกอย่างอื่นดีกว่า เงินพันเดียวมันหมุนเศรษฐกิจได้กี่รอบกัน”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/39iurKH

บทเรียนด้านการเงิน

06 | ความจนของคนในประเทศนี้ไม่ใช่เรื่องปัจเจก

ผศ. ดร. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี, อาจารย์ และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐสวัสดิการ

        “การโฆษณาต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับประกันภัย จะหล่อเลี้ยงความกลัวและทำให้รู้สึกว่าความรวยความจนเป็นเรื่องส่วนตัวที่เราต้องรับผิดชอบเอง ทั้งที่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องของปัจเจก คนที่ร่ำรวยมั่งมีเขาได้ทรัพยากรมาจากคนในประเทศนี้ เขาใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เขาใช้แรงงาน และเขาได้อภิสิทธิ์ทางภาษีจนเขาร่ำรวย และในขณะเดียวกันความจนของคนในประเทศนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของปัจเจก ไม่ใช่ว่าเราขี้เกียจ เราไม่ทำงาน หรือเราใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนะ แต่ผลวิจัยชี้ออกมาว่า เงินส่วนใหญ่มันหมดไปจากการที่คุณใช้จ่ายในชีวิตประจำวันนั่นแหละ”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/35W9WkQ 

 

บทเรียนด้านการเงิน

07 | ปัญหาของคนส่วนใหญ่ คือไม่กล้าเอาเงินไปลงทุน

ถนอม เกตุเอม, บล็อกเกอร์ด้านการเงิน เจ้าของเพจ TaxBugnoms 

        “ปัญหาของคนส่วนใหญ่ คือไม่กล้าเอาเงินไปลงทุน ซึ่งจริงๆ แล้วมันทำได้ไม่ยาก เช่น คุณมีเงินเก็บหนึ่งแสน ลงทุนแรกเริ่มแค่หนึ่งพันก็ได้ โดยไม่ต้องลงไปหมดทั้งหน้าตัก พอคุณได้เริ่มลงเงินไปจำนวนน้อยๆ ก็จะทำให้เริ่มสนใจว่า ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเงินคุณบ้าง พอใส่เงินไปเรื่อยๆ สักปีสองปี คุณก็ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองว่าแบบไหนถูกต้องเหมาะสมสำหรับคุณ ถ้าเห็นว่ามีอะไรผิดพลาดไปก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพียงแต่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่อาจจะลังเล และไม่แน่ใจ จนไม่กล้าลงทุน คิดดูว่า เวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว คุณก็ยังไม่เริ่ม มัวแต่ถามตัวเองว่าจะดีหรอ เอ้า! หากไม่เริ่ม ไม่ลองเสี่ยง แล้วจะรู้หรอ จู่ๆ ทำงานวันแรกแล้วจะเป็น CEO เลยก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นลองเริ่มต้นได้เลยตั้งแต่วันนี้ ด้วยเงินแค่น้อยๆ หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่เจ็บตัวมาก”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2StQf01 

บทเรียนด้านการเงิน

08 | เงินคือสิ่งที่มนุษย์สมมติกันขึ้นมา

ดร. เกริก มีมุ่งกิจ, ผู้ก่อตั้งโครงการคนกล้าคืนถิ่น   

        “เงินคือสิ่งที่มนุษย์สมมติกันขึ้นมาเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งของแก่กัน แต่ถ้าวันหนึ่งเงินทั้งหมดที่มีหมดความหมายเหมือนตอนที่ทางเขมรมีสงคราม ธนาคารของที่นั่นถูกยกเลิก คนที่มีเงินเยอะๆ จะมีค่าแค่เพียงกระดาษที่เขาเอาใส่ในกระป๋องแล้วก็ใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟผิงหน้าบ้านในฤดูหนาวเท่านั้น ตอนนั้นผมเอาข้าวสารถังหนึ่งกับยาแก้ปวดไปแลกทอง 1 บาทกับเขามา ข้าวสารในราคาเท่ากับทองคำ 1 บาท

        “ถ้าเราลองเอาเงินเป็นตัวตั้งดูบ้าง เช่น คุณทำงานได้เงินเดือนเดือนละสองหมื่นบาท เดือนนี้หัวหน้าเห็นว่าคุณทำงานหนัก เพิ่มเงินให้อีกหนึ่งหมื่นบาท จะมีใครคิดไหมว่าเราได้เงินเกินมาตั้งหนึ่งหมื่นบาท เอ้า! คุณมาช่วยเอาไปใช้หน่อย คุณทำได้ไหม ถ้าเอาเงินเป็นตัวตั้งก็คือการทำอะไรที่เห็นแก่ตัว ต่อให้มีเงินเพิ่มขึ้นเป็นสามหมื่นหรือห้าหมื่นบาท เราก็ไม่ยอมให้ใครหรอก ไม่ต้องถึงกับต้องละทิ้งเงินไป ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินไม่ได้ เราไม่ต้องเอาเงินมาเป็นปัจจัยหลักในการมุ่งหาเงิน”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2Q10h78 

 

บทเรียนด้านการเงิน

09 | กลับมาที่การถามตัวเองว่าวันนี้เรามีความสุขไหม

ปีติภัทร คูตระกูล, พิธีกร  

        “คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงาน คงจะต้องต่อสู้ดิ้นรนกับสภาพเศรษฐกิจอย่างมาก มันขึ้นอยู่กับว่าเรามีความสุขกับชีวิตแบบนี้ไหม ถ้าไม่มีความสุข ก็อาจจะต้องเปลี่ยนงานหรือทำอาชีพเสริม ซึ่งในปัจจุบันมีเยอะมาก ถือเป็นโอกาสที่มากขึ้นของยุคนี้ หลายๆ คนทำงานประจำควบคู่กันไปกับงานเสริม จนวันหนึ่งก็ลาออกจากงานประจำไปทำงานเสริมนั้นอย่างเดียวเลย เป็นบล็อกเกอร์หรือวล็อกเกอร์ ได้รายได้เยอะกว่า แต่อาจจะไม่มั่นคงเท่างานออฟฟิศ หรือมองอีกแง่ งานออฟฟิศก็ไม่ได้มั่นคงเสมอไป มันตอบยาก สุดท้ายก็วนกลับมาที่การถามตัวเองว่าวันนี้เรามีความสุขไหม เงินทองแม้จะมีน้อย ถ้าเราบริหารให้ดี มันก็แฮปปี้ได้ พวกที่ไม่แฮปปี้ก็อาจเพราะรายจ่ายเยอะ คุณก็ต้องกลับมาพิจารณาการใช้จ่าย หรือไม่ก็หารายได้เพิ่มอย่างไร”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/2SEnkpQ 

 

บทเรียนด้านการเงิน

10 | ทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่ทุกคนมีจังหวะไม่เท่ากัน

นพพันธ์ บุญใหญ่, นักแสดง และผู้กำกับละครเวที 

        “ทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่ทุกคนมีจังหวะไม่เท่ากัน จะขึ้นหรือลงก็แตกต่างกันไป คนประสบความสำเร็จเร็ว มันเป็นจังหวะของเขา มันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน และไม่ใช่การเปรียบเทียบว่าเขามีแล้วเราต้องมี ถามตัวเองก่อน ทำอะไรแล้วมันดี ทำอะไรแล้วรุ่ง ทำสิ่งที่เรามีแรงขับ ทำไปเพื่ออะไร เพื่อใคร เพื่อรวยอย่างเดียวหรอ แต่อาจจะได้ เอาเงินไปซื้อเพื่อน ซื้อของ ซื้อใจคน ใครบอกว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้ ประเด็นคือเราไม่ควรอยู่นิ่ง ชีวิตและเวลามันไม่ได้บงการเรา อยู่ที่เราจะไปค้นหาหรือเปล่ามากกว่า จะไปทางไหน จะอยู่ยังไง ใช้เวลายังไง ทั้งเวลาที่เรามีและเวลาที่เขาให้มา เพราะฉะนั้น จังหวะของชีวิตหรือการเปลี่ยนแปลงบางครั้งเกิดขึ้นเพราะเราไม่ได้เลือกด้วยซ้ำ”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่: http://bit.ly/37qJMav

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

a day BULLETIN Team

Where the Conversations Begin: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่