การเกิดใหม่ในเส้นทางทำธุรกิจของ วินิจ ลิ่มเจริญ CEO & Founder We Chef Food Truck จากการล่มสลายแห่งยุคสมัย

The Lesson
19 May 2021
เรื่องโดย:

ปารณ ศรีสุนทร

วันที่โลกเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยความพลิกผันของเทคโนโลยีเช่นนี้ สำนวน ‘ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม’ ไม่อาจนำมาเป็นคติประจำใจในการประกอบธุรกิจอีกต่อไปแล้ว เราไม่อาจรีรอให้วันคืนผ่าน กาลเวลาเปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่ลงมือเปลี่ยนแปลงอะไรแม้แต่อย่างเดียว เพราะนั่นอาจทำให้ไม่ทันกินทันใช้และอะไรแย่ลงไปกว่าเดิมได้

        ทางที่ดีคือการนำเอาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ นี่คือแนวทางของ วินิจ ลิ่มเจริญ เจ้าของกิจการ Ninebags ซ่อมกระเป๋า ผู้ควบตำแหน่ง CEO & Founder We Chef Food Truck สร้างแอพพลิเคชันจองช่องจอดขายอาหารตามปั๊มน้ำมัน หมู่บ้าน ตลาด และอีเวนต์ เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้ค้าฟู้ดทรักไม่มีสถานที่จอดขายอาหาร

        แต่ก่อนหน้าที่จะตัดสินใจหันมาทำธุรกิจนี้ แน่นอนว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่ายดาย สิ่งใดคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาตัดสินใจเช่นนี้ เขามีมุมมองต่อโลกธุรกิจในยามพลิกผันนี้อย่างไร เขาปรับตัวและวิ่งตามความเร็วของกาลเวลาทันได้หรือไม่อย่างไร มีบทเรียนอะไรบ้างที่ได้จากความ (ไม่) ประสบความสำเร็จนี้บ้าง นั่นคือสิ่งที่เราชวนเขามาพูดคุยในวันนี้ รับรองว่าคุณจะได้แนวทางไปปรับใช้ต่อชีวิตและธุรกิจของคุณอย่างแน่นอน

We Chef Food Truck

ความ (ไม่) ประสบความสำเร็จในอดีต คือแรงผลักดันสู่อนาคต

        • เราทำธุรกิจซ่อมกระเป๋ามาจนถึงตอนนี้เป็นระยะเวลากว่า 12 ปี ถ้ามองจากมุมมองของวิศวกรคอมพิวเตอร์คนหนึ่งซึ่งเย็บผ้าไม่เป็น ไม่รู้จักกระเป๋าแบรนด์เนมเลย แล้วเราสามารถสร้างชื่อให้ธุรกิจซ่อมกระเป๋าเราเป็นเบอร์หนึ่งได้ในวงการได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง

        • แต่สิ่งที่ทำอาจบอกว่าไม่ประสบความสำเร็จตามที่วาดฝันเอาไว้ก็ได้ เพราะเราคาดหวังที่จะเติบโตจากร้านห้องแถวเล็กๆ มีสาขาเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งนั้นมันไม่เป็นดั่งฝัน เราจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ดีกว่าจะยืนหยัดทำแบบนั้นต่อไปทั้งที่รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้

        • การระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้จากธุรกิจเราหายไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะเดิมทีลูกค้าส่วนใหญ่มาจากสายการบิน พวกเขาจะส่งกระเป๋าที่เสียหายของผู้โดยสารมาให้ทางร้านเราซ่อม เชื่อไหมตอนนั้นเราเป็นเหมือนเสือนอนกินเพราะมีงานเข้ามาตลอด แต่ด้วยหลายเหตุปัจจัยเข้ามา ไม่ว่าเรื่องความพลิกผันทางดิจิทัลและเทคโนโลยี หรือสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ลูกค้าหายไปหมด

        • ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมรู้สึกกังวลในอาชีพของตัวเองว่าจะยั่งยืนต่อไปได้อีกนานแค่ไหน จนเริ่มมาวิเคราะห์ว่าเราจะไปทางเดิมหรือเปล่า ตั้งสมมติฐานว่าในโลกอนาคตคุณค่าของงานซ่อมกระเป๋ามันยังจะมีอยู่หรือไม่ ซึ่งก็เลือกแล้วว่าเราคงรอให้โลกกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ เราจึงเริ่มมองหาอาชีพอื่น

We Chef Food Truck

ช่วงกาลเปลี่ยนผ่าน ความผิดพลาด และการก้าวข้ามผ่าน

        • ตอนที่คุยกับตัวเองว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เหมือนการตัดสินใจบนทางแยก ถ้าเลี้ยวซ้ายคือเลิก แต่เลี้ยวขวาคือทำต่อ สุดท้ายผมก็ไม่เลือกทางซ้ายหรือทางขวา เพราะมองเห็นว่ายังคงมีทางตรงกลางที่เราสามารถเลือกได้อยู่

        • ผมยังพยายามประคับประคองธุรกิจรับซ่อมกระเป๋าต่อไปอีกสักพัก เพราะเรายังมีความสุขกับการทำธุรกิจนี้ โดยไม่หวังเติบโตเหมือนที่ฝันไว้ตอนแรก ถือเสียว่าเป็นธุรกิจที่เอาไว้คลายเครียดจากอีกงานหลักที่เราเบนเข็มมาทำอย่างเต็มตัว ส่วนแผนสองที่เริ่มทำหลังจากเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงกับอาชีพเดิมแล้ว คือการมองหาอาชีพคู่ขนานที่จะทำให้ชีวิตเรามั่นคงมากยิ่งขึ้น นั่นคือการทำสตาร์ทอัพ We Chef Food Truck 

We Chef Food Truck

การเริ่มต้นธุรกิจครั้งใหม่

        • จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจสตาร์ทอัพนี้คือ เราอยากจะนำเอาความรู้ทางเทคโนโลยีมารวมกับความชื่นชอบในการทำอาหาร กลายเป็นแพลตฟอร์มหรือแอพพลิเคชันจองที่จอดรถขายอาหารตามสถานที่ต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ด้วยคติที่ว่า ‘เปลี่ยนครัวที่บ้านให้เป็นงาน เปลี่ยนฝีมือทำอาหารให้เป็นเงิน’ 

        • ปกติเรามักจะเห็นรถฟู้ดทรักจอดตามงานนิทรรศการ อีเวนต์ งานคอนเสิร์ต หน้าห้างสรรพสินค้า หรือตลาดไนต์มาร์เกต แต่การที่จะได้ไปจอดตรงนั้นได้ ก็ต้องมีคนเชิญร้านรวงต่างๆ ไปออกงาน ถ้าไม่มีหรือไม่รู้ว่าจะมีใครเชิญไปออกร้านที่ไหนในวันนั้น รายได้ของร้านที่จะไปออกขายก็จะเป็นศูนย์บาททันที กลายเป็นปัญหาที่ต้องไปขึ้นกับคนอื่น ถ้าเราสามารถสร้างช่องทางบอกได้ว่าจะไปขายที่ไหนได้บ้าง และมีระบบการจองด้วยก็น่าจะดีกว่า เราจึงเข้าไปแก้สิ่งที่เป็นปัญหาของผู้ให้บริการเพื่อให้เขาสามารถจองพื้นที่ขายอาหารตามที่ต่างๆ ได้ และเป็นการสร้างระบบนิเวศของฟู้ดทรักให้มีระบบระเบียบมาตรฐานชัดเจนอีกด้วย

We Chef Food Truck

We Chef Food Truck

        • ถ้าคุณเริ่มต้นจากศูนย์แล้วอยากจะเข้ามาเป็นผู้ประกอบการกับเราก็สามารถมาปรึกษาหรือขอคำแนะนำได้ เราพยายามสร้างแนวทางครบวงจร (turn key solutions) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจมือใหม่ ตั้งแต่จำหน่ายรถ ดัดแปลงฟู้ดทรัก พูดคุยเรื่องฟังก์ชัน อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงการออกแบบเมนูในการขาย เราสามารถจะให้คำปรึกษาคุณได้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่คุณออกขาย

        • ส่วนคนที่ทำธุรกิจร้านอาหารอยู่แล้วก็สามารถมาพูดคุยกับเราได้เช่นกัน ซึ่งมีมาคุยกับทางเราเยอะมากด้วย เพราะหลายคนก็กังวลเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วกิจการเขาจะสามารถรักษาลูกค้าไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต่อให้รสชาติอาหารอร่อยแค่ไหน ถ้าไม่สามารถปรับตัวตามโลกให้ทันได้ ก็อาจจะดึงลูกค้าไว้ไม่ได้เสมอไป 

        • สิ่งที่เราให้ความช่วยเหลือได้ คือการเพิ่มจุดเข้าถึง (touch point) ก็ต้องยอมรับว่าในยุคนี้มีร้านค้าเกิดขึ้นจำนวนมาก ลูกค้ามีทางเลือกมหาศาล หากลูกค้าสามารถทำความรู้จักคุณได้จากการมาเห็นเพียงแค่หน้าร้านคงไม่เพียงพออีกต่อไป ร้านอาหารจำเป็นต้องเพิ่มช่องทางที่ทำให้คุณสามารถขายของแบบเชิงรุก (proactive) ได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโลกออนไลน์ 

        • เรื่องการเงิน สำหรับผู้ที่ซื้อมาขายไป ก็จะไม่มีธุรกรรมทางการเงิน (financial transaction) ที่ชัดเจน ธนาคารจึงไม่สามารถที่จะประเมินความเสี่ยงเพื่อให้กู้หรือออกสินเชื่อได้ แต่เมื่อมาอยู่ภายใต้แพลตฟอร์มดิจิทัล ธุรกรรมทางการเงินจะเกิดขึ้นผ่านการค้าขาย รวบรวมมาเป็นข้อมูลที่สามารถมาวิเคราะห์ เก็บเป็นสถิติได้ อีกทั้งยังสร้างช่องทางนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจอาหารเพื่อสร้าง S-Curve ใหม่ให้กับธุรกิจได้ด้วย

We Chef Food Truck

การทำความเข้าใจ คือเป้าหมายของการทำงาน

        • ไม่ว่าเราจะทำงานอะไรหรือแขนงไหนกับใคร สิ่งที่ผมคิดเสมอคือเราต้องเป็นฝ่ายให้ก่อน แล้วสุดท้ายเราก็จะได้รับเอง คุณจะเห็นว่าหลายๆ แพลตฟอร์มที่เราใช้งานอยู่เขาก็มาทางนี้ด้วยเช่นกัน โดยเขายอมให้ส่วนลดที่มากกว่า สิ่งนี้ทางสตาร์ทอัพเรียกว่าการผลาญเงิน หรือ cash burn เพื่อเอาชนะใจผู้บริโภค และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคไปตลอดกาล ด้วยความเชื่อที่ว่าเมื่อซื้อใจคนได้แล้ว เขาก็จะกลายมาเป็นลูกค้าประจำ (loyalty customer)

        • ในสถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้ ความยากลำบากคือ โลกไม่มีความแน่นอนเลย เราใช้ชีวิตกันรายสัปดาห์ หรือบางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น กลายเป็นว่าสถานการณ์แบบนี้เราต้องมาคาดเดา ชีวิตต้องมีแผนหนึ่งและแผนสองตลอดเวลา นี่คือความยากของคนทำธุรกิจในสถานการณ์ที่ผันผวนเช่นนี้

-หลายครั้งที่ผมท้อแท้และจิตตก แต่ด้วยวัยวุฒิมันก็ทำให้นิ่งขึ้น ปลงต่ออะไรได้มากขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น รู้สึกไปกับสิ่งต่างๆ ได้ประมาณหนึ่ง เมื่อเสียใจมานับครั้งไม่ถ้วนก็เรียนรู้ว่า เสียใจไปก็เท่านั้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป และจะได้เชยชมกับความสำเร็จที่ได้ผ่านพ้นมา

        • วิธีการมองโลกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจโลกมากขึ้นคือ ในเมื่อทุกสิ่งถูกทำให้ตกลงพื้นด้วยกฎแรงดึงดูดของโลก ถ้าวันหนึ่งจิตใจคนเราจะตกลงไปบ้างก็ให้โทษเสียว่าเป็นกฎแรงดึงดูดของโลกก็แล้วกัน เป็นกฎของธรรมชาติ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ในวันที่ใจแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เราก็อาจจะต้านทานแรงดึงดูดของโลกได้บ้าง แล้วสักวันหนึ่งจิตก็จะไม่ตกอย่างที่เคยเป็นมา 

We Chef Food Truck

แนวทางการดำเนินชีวิตและทำธุรกิจในวันที่โลกผันผวน

        • บทเรียนสำคัญคือเราอยู่ในโลกที่มีความผันผวนตลอดเวลา ลองคิดดูว่าวันนี้เราเข้าป่าสักหนึ่งเดือน พอออกมาจากป่ากลับมาก็มีหลายอย่างที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เราต้องกังวลตลอดเวลาคือเราอย่าทะนงตัวในคุณค่าของเรา นับวันเทคโนโลยีที่ราคาถูกลง จะมาแทนที่ความสามารถของหลายคนที่กำลังถูกลืม

        • สังคมโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจนยากที่จะกลับคืนมา สิ่งนี้เป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เป็นสิ่งที่คุณต้องยอมรับก่อนว่าโลกจะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิม และอัตราเร่งของการเปลี่ยนแปลงจะทวีความรุนแรงขึ้นแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว เราต้องตระหนักและไม่ตระหนกไปกับมัน มีแผนสำรองให้กับชีวิตอยู่เสมอ คาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุด (worst case scenario) ถ้าทักษะความรู้ความสามารถที่เรามีอยู่มันกลับไม่เป็นที่ต้องการแล้ว วันนั้นจะเป็นอย่างไร 

        • สำนวน ‘ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม’ คงใช้ไม่ได้แล้วสำหรับผม คงต้องใช้กลยุทธ์ ‘จับปลาสองมือ’ อาจจะเหมาะสมกว่า เพราะโลกในวันนี้คุณต้องมั่นใจว่าคุณต้องมีเบ็ดตกปลามากกว่าหนึ่งคัน ถ้าคุณมีเบ็ดตกปลาแค่คันเดียวแล้วเอ็นมันขาดไปคุณจะทำอย่างไร ก็ต้องปักเบ็ดหลายอันไปเลย เพื่อให้มั่นใจว่าหากอันไหนหักไปเราก็ยังมีตัวสำรอง

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ปารณ ศรีสุนทร

อดีตนิสิตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่กำลังเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนผ่านการพูดคุย