ความชอบ / หลงใหล / ผูกพัน แรงผลักดันของ ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม สู่การสานต่อธุรกิจครอบครัว

The Lesson
20 May 2021
เรื่องโดย:

ปารณ ศรีสุนทร

สำหรับคุณ สิ่งใดคือแรงผลักดันให้สามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปได้ในระยะเวลานาน ในยามที่ท้อถอย เหนื่อยล้า มีอุปสรรคมาขัดขวาง อะไรคือแรงขับเคลื่อนให้คุณก้าวเดินต่อไป

        สำหรับ ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม กรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด กล่าวกับเราว่าสิ่งนั้นคือ ความชอบ หลงใหล และผูกพันที่มีต่อธุรกิจรถยนต์ของทางบ้านมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ซึ่งดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องมากว่าเจ็ดสิบปี โดยที่เธอเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งสืบทอดธุรกิจครอบครัวได้ในระยะเวลาไม่นานมานี้ พร้อมทั้งเสริมว่า หลังจากทำงานมาได้สักพัก ยิ่งทำให้เธออยากทำงานนี้ต่อไปในทุกวันแม้ว่าจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้เพียงใดก็ตาม

        ต้องยอมรับว่าการสานต่อธุรกิจครอบครัวที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักบริหารมือใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจที่เลื่องชื่อในอดีต ยิ่งทำให้เธอต้องแบกความหวังของคนจำนวนมากไว้อย่างหนักหน่วง เธอยังคงจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องราวอีกมากมายผ่านคำสอนของคุณพ่อ และรับฟังความคิดเห็นจากไม่ว่าจะลูกน้องหรือลูกค้าเพื่อแก้ไขและพัฒนา ปรับปรุงสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป นั่นคือเป้าหมายหลักในการเข้ามาบริหารงานของเธอ 

ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม

ความชอบ หลงใหล และผูกพัน

        • เราเติบโตมากับรถยนต์ อยู่กับสิ่งนี้ด้วยความชอบ หลงใหล และผูกพัน ในมุมของเครื่องยนต์อาจไม่ใช่ที่เราถนัด แต่รถก็เปรียบเหมือนเครื่องประดับอย่างหนึ่งที่หนีไม่พ้นเรื่องความสวยความงามของใครหลายคน มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นโลกของยานยนต์จึงไม่ใช่พื้นที่ที่มีแต่ผู้ชาย แต่ก็สามารถเป็นความหลงใหลอย่างหนึ่งสำหรับผู้หญิงอย่างเราได้ด้วยเช่นกัน

        • เมื่อก่อนเราอาจจะมองรถยนต์แค่เรื่องความสวย แต่พอวันเวลาผ่านไปยิ่งทำให้รู้สึกชอบรถยนต์มากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อได้เรียนรู้เรื่องเครื่องยนต์และเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน ได้เข้าไปสัมผัสกับดีไซน์และสมรรถนะ ได้คลุกคลีมากขึ้น ยิ่งหลงใหลและผูกพันมากขึ้นด้วยเช่นกัน จนทำให้เราอยากที่ทำงานนี้ไปในทุกวันแม้ว่าบางครั้งจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้ ก็จะไม่คิดอะไรมากนอกเหนือไปจากการลงมือทำให้สำเร็จ

ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม

70 ปี ยนตรกิจ ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน

        • ‘ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น’ ก่อตั้งมาได้ 70 ปีแล้วตั้งแต่รุ่นคุณปู่ เริ่มต้นด้วยการนำรถยนต์หลากชนิดเข้ามา ตลอดเวลาที่ผ่านมาย่อมมีช่วงที่ประสบความสำเร็จมากๆ และช่วงเวลาที่ล้มลุกคลุกคลานบ้าง เป็นเรื่องธรรมชาติของการทำธุรกิจ ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมโดยรวม ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เราต้องมองภาพรวมให้ชัดเจน และเห็นว่ามีข้อบกพร่องส่วนใด เพื่อที่จะได้แก้ไขให้ถูกที่ถูกทาง

        • เมื่อพิจารณาปัจจัยภายใน ทางเราตระหนักได้ว่าระบบการบริหารงานธุรกิจกงสีอาจไม่ใช่คำตอบในปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป การทำงานต้องการการจัดการให้เป็นระบบมากขึ้น มีการแบ่งแยกธุรกิจให้ชัดเจน จึงตกลงกันว่าจะใช้การแบ่งออกไปดูแลธุรกิจของตัวเอง โดยปัจจุบันนี้ทางฝั่งของครอบครัวของเราจะเป็นผู้บริหาร พัฒนาองค์กรและบุคลากร ภายใต้ชื่อ ‘ยนตรกิจ’ รวมถึงบริษัทในเครืออย่าง ‘บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด’ ที่นำเข้าแค่รถยนต์เกียเป็นหลัก

        • อุปสรรคคือภาพจำที่ผู้คนมีต่อยนตรกิจด้วยข้อมูลเก่า ซึ่งยังมองว่าเป็นบริษัทใหญ่ บริหารกันทั้งครอบครัวแบบเดิม และมีข้อติในการให้บริการอยู่ แต่ตอนนี้เราได้แยกบริหารกันอย่างชัดเจนเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องพัฒนาเรื่องการสื่อสารมากยิ่งขึ้น นอกจากจะทำให้เขาเข้าใจในแบรนด์ของเราแล้ว ยังเข้าใจถึงตัวตนที่แท้จริงและความตั้งใจในการให้บริการของเราเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม

การสืบทอดธุรกิจครอบครัว กับการบริหารงานของหญิงสาวยุคใหม่

        • ตอนเข้ามาทำงานในช่วงแรก เรารับฟังความคิดเห็นของลูกค้าเก่าๆ ที่พูดถึงบริษัท ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก หลายเรื่องก็ยังคงไม่เข้าใจว่านั่นหมายถึงอะไร มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่เพราะเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ สิ่งที่ทำได้คงเป็นการเก็บเอาทุกความเห็นมาแก้ไขและพัฒนา ปรับปรุงสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

        • บางคนอาจจะมองว่า แทนที่จะมาจมจ่อมอยู่กับธุรกิจที่มีกระแสลบมาตั้งแต่อดีต ก็เอาเวลาไปนับหนึ่งใหม่กับธุรกิจอื่นไม่ดีกว่าหรือ ซึ่งเรามองในทางกลับกันว่าด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่นของเราที่อยากสืบทอดแบรนด์ที่บรรพบุรุษก่อตั้งมาให้ดีขึ้น เพราะคำว่า ‘ยนตรกิจ’ มีประวัติมาอย่างยาวนาน แม้บางครั้งอาจจะมีข้อบกพร่องไปบ้าง แต่ธุรกิจรถยนต์ก็ยังคงเป็นความเชี่ยวชาญของครอบครัว เราไม่อยากทิ้งปัญหาเอาไว้แค่นั้น แต่อยากนำมันกลับมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

        • หากมีลูกมีหลานก็ยังอยากให้เขาสานต่อธุรกิจนี้ ด้วยความมุ่งหวังว่าอยากจะมอบสิ่งดีๆ กับคนไทยได้ใช้ต่อไปอีกนาน

ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม

สินค้าที่ดี ควบคู่มากับบริการหลังการขายและการทำการตลาดที่ดี

        • รถยนต์เกียเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่กับลูกค้าเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ด้วยความเชื่อมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีของรถยนต์สัญชาติเกาหลีที่เห็นการพัฒนาตลอดระยะเวลา 20 ปีที่เราเป็นตัวแทนจำหน่ายมา การันตีด้วยรางวัลต่างๆ ในระดับโลก อีกทั้งเรายังพยายามพัฒนาติดตามเทคโนโลยี ตามให้ทันโลกเสมอ ทำให้มั่นใจว่าสิ่งที่เลือกมาเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน

        • และสำหรับรถยนต์เกียนั้น หลังจากที่เราได้มีการสำรวจความพึงพอใจกับลูกค้า ก็พบว่าตัวรถเกียนั้นเป็นรถที่มีคุณภาพดี และไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก ลูกค้าหลายคนมาซื้อซ้ำเมื่อมีออกรุ่นใหม่ หรือแนะนำให้ญาติและเพื่อนมาซื้อ เราเลยมีความตั้งใจที่จะยิ่งพัฒนาและรักษามาตรฐานบริการหลังการขายให้ดี ให้สมกับความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อเราและผลิตภัณฑ์ของเรา ถ้าเราบริการได้ไม่ดี ก็จะส่งผลกระทบตามมา จนทำให้เขาไม่กลับมาใช้บริการอีกได้

        • แม้เราจะเชื่อมั่นว่าสินค้าเราดีอย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่ยังขาดคือการทำตลาดสู่บุคคลภายนอก เพราะต่อให้สินค้าเราดีแค่ไหน แต่ถ้าการตลาดไม่ดีพอ ลูกค้าก็คงไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ เรายอมรับว่าก่อนหน้านี้เราอาจจะไม่ได้มีการทำเรื่องการสื่อสารมากนัก ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เราจึงได้ทำการสื่อสารและการตลาดมากขึ้นทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ให้ลูกค้ารู้จักเรามากขึ้น เขาบอกกันปากต่อปากมากขึ้น และโฟกัสมาที่รถยนต์เกียอย่างเดียว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น อีกทั้งยังส่งเสริมการขายสินค้าของเรา

ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม

คำสอนสั่งจากพ่อสู่ลูก

        • คุณพ่อ (สรวิศย์ ลีนุตพงษ์) มักจะสอนให้เราทุกคนใส่ใจและเน้นที่ลูกค้าเป็นหลัก ทุกครั้งที่ขอคำปรึกษาจากคุณพ่อ ท่านจะถามกลับมาเสมอว่าลูกค้าต้องการอะไร เราก็ต้องช่วยเหลือและแก้ไขให้ลูกค้าอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากนั้น ในมุมมองของการบริหารงาน แต่ละแผนกที่ทำงานร่วมกัน ให้ถือเสมือนว่าเป็นลูกค้าของกันและกัน เราจะต้องดูว่าแต่ละส่วนนั้นต้องการอะไร วิธีนี้จะทำให้การทำงานราบรื่นและได้ประสิทธิภาพที่ดี

        • ทุกคำสอนของคุณพ่อคือสิ่งที่ใช้ได้จริงเหนือกาลเวลา เราต้องยอมรับฟังคำเสนอแนะของทุกคน แม้ว่าเขาจะเป็นลูกน้องของเรา เพราะเขาสัมผัสกับลูกค้าโดยตรง สิ่งนี้จะดีกว่าการที่เราเป็น One Man Show ที่คิด ทำ และจบที่เราคนเดียว ทำให้เราได้รู้ว่าเราไม่ได้ทำงานโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว

ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม

บทเรียนที่ได้จากการทำธุรกิจ

        • การทำธุรกิจครอบครัวมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถึงแม้เราสามารถจัดสรรเวลาทำงานของเราเองได้ แต่เวลาทำงานกับคนในครอบครัว เราจะต้องสวมหมวกหลายใบ เป็นทั้งลูกและเป็นลูกน้อง ในขณะที่คุณพ่อเป็นหัวหน้าหรือเจ้านาย ถึงแม้กลับบ้านเราก็ยังคุยงาน ไปเที่ยวเราก็ยังคุยงาน ไม่มีวันไหนที่เป็นวันหยุด ไหนจะเรื่องความคาดหวังที่สูงซึ่งเราต้องพยายามประคับประคองไว้ให้ได้ดีที่สุด อันนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับเรามาก

        • บางครั้งการทำธุรกิจครอบครัวย่อมต้องมีปัญหากระทบกระทั่งกัน แต่เราก็ต้องพยายามปรับและพูดคุยกันมาเสมอ เพื่อให้สิ่งที่แม้จะสืบทอดมานาน ยังก้าวต่อไปได้อย่างไม่ล้าสมัย ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราต้องพร้อมตลอดเวลา ตัดสินใจได้รวดเร็วและทันเวลา สิ่งนี้สำคัญกับการทำธุรกิจมาก ฉะนั้น เราจึงต้องหมั่นสื่อสารพูดคุยกับทีมงานอยู่เสมอ ทำให้สิ่งนี้เป็นนโยบายและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้เรามีข้อมูลมากเพียงพอที่จะแก้ไขสิ่งต่างๆ ภายในระยะเวลาอันจำกัด และไม่ตัดสินใจอะไรผิดพลาด

        • คติประจำใจที่เรายึดถือนั้นเป็นประโยคธรรมดาอย่าง ‘การทำวันนี้ให้ดีที่สุด’ เพราะเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ จึงต้องทำวันนี้ให้เต็มที่ เพื่อที่จะได้ไม่เสียใจว่าทำไมเราไม่ทำตอนนั้นให้ดี แต่ถ้าเราทำ ณ วันนั้นให้เต็มที่ เราคิดรอบคอบ และลงมือทำมันจริงๆ เราจะไม่ต้องมองย้อนกลับไป และไม่ต้องเสียใจกับอะไร เพราะที่ผ่านมาเราทำดีที่สุดในทุกๆ วันอยู่แล้ว ถ้าเรามัวแต่เสียอกเสียใจในแต่ละวันแสดงว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้ทำดีที่สุด

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ปารณ ศรีสุนทร

อดีตนิสิตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่กำลังเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนผ่านการพูดคุย