บันทึกอดีต จัดระเบียบปัจจุบัน ออกแบบอนาคต: เสียงจากชุมชนผู้ใช้ ‘บูโจ’ บุลเล็ตเจอร์นัล

The Review
4 Aug 2020
เรื่องโดย:

พชร สูงเด่น

“ตอนนั้นเป็นช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2012 รอบตัวฉันมีตำราเกี่ยวกับประสาทกายวิภาคศาสตร์กองโต มีเศษกระดาษคั่นไว้มากมาย พร้อมกับกระดาษโน้ตที่แปะไปทั่ว (ที่เห็นเด่นชัดคือ ‘นอนบ้าง’) โน้ตการตรวจคนไข้ สไลด์เลกเชอร์ และบันทึกสารพัด ตอนนั้นเองที่ฉันตระหนักว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนระบบการวางแผนและจัดการของตัวเองแล้ว ระบบของไรเดอร์โผล่มาในเวลาเหมาะเจาะมาก เกือบสิบปีที่ฉันอัดทุกอย่างลงในแพลนเนอร์ที่คนทั่วไปใช้กัน บุลเล็ตเจอร์นัลคือระบบที่เข้ามาช่วยบันทึกและวางแผนภาระการงานของฉันได้อย่างดี”

        ข้อความส่งท้ายจากชุมชนผู้ใช้บูเล็ตเจอร์นัลในหนังสือ วิถีบันทึกแบบบูโจ (The Bullet Journal Method) ทำเอาประหลาดใจไม่น้อยว่าสามในสี่เคสนั้นเป็นผู้เริ่มต้นใช้บุลเล็ตเจอร์นัลในเดือนสิงหาคม ช่วงเวลากลางปีที่ออกจะประหลาดในการเริ่มต้นการเขียนบันทึกใหม่ ต่างไปจากการใช้แพลนเนอร์ที่เราคุ้นชินที่โดยปกติแล้วต้องอาศัยฤกษ์งามยามดีในช่วงปีใหม่ มกราคมนั่นไงที่เราตั้งหลักว่าจะจัดระเบียบชีวิตกันดูสักตั้ง แต่แล้วผ่านไปไม่กี่เดือน นิวเยียร์เรโซลูชันก็ไปไม่ถึงไหนสักครั้ง จนเริ่มสงสัยว่านี่ฉันไม่มีพลังมากพอจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนชีวิตตัวเองหรือไรกัน 

        หากใช้แพลนเนอร์ไปแล้วหลายเล่ม วิธีการเก่าๆ ดูจะไม่ได้การ เราอยากชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ และลองวิธีใหม่ๆ กันดูสักครั้งกับ วิถีบันทึกแบบบูโจ ที่ไม่ต้องรอให้ถึงปีใหม่ ไม่ต้องรอฤกษ์งามยามดีไหนๆ เริ่มสมุดเล่มใหม่ เริ่มต้นใหม่กลางปีนี่เลยก็ได้ อย่างที่ใครเคยว่าไว้ว่า “วันที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือเมื่อวาน วันที่ดีรองลงมาคือวันนี้” – การเริ่มต้นบันทึกอดีต จัดระเบียบปัจจุบัน ออกแบบอนาคต, ก็เช่นกัน 

วิถีบูโจ

 

เขียนด้วยมือ

เห็นด้วยตา

ประทับไว้ในใจ

 

         ในยุคสมัยที่มีเครื่องมือดิจิตอลมากมายให้จดบันทึกรายการที่ต้องทำ รายรับรายจ่าย การนัดหมายในแต่ละวันให้เลือกใช้กันไม่หวาดไม่ไหว แม้แต่ ไรเดอร์ แคล์รอลล์ (Ryder Carroll) ผู้เขียนเองก็บอกว่าลองผิดลองถูกกับแอพพลิเคชันต่างๆ มาเยอะ แต่สุดท้ายสูงสุดก็มาบรรจบที่สามัญเมื่อเขาค้นพบว่าการเขียนนั้นไม่ใช่เพียงการบันทึก แต่ยังเป็นการทำให้ได้คิดและรู้สึกไปพร้อมๆ กัน ด้วยกระบวนการปลดปล่อย – ทบทวน – และจดจำผ่านการเขียนนั่นเอง

        “ในหนังสือมีข้อความว่า ‘ทุกครั้งที่เราใช้ทางลัด เราพลาดโอกาสที่จะชะลอความเร็วลงเพื่อใช้ความคิด’ ทุกวันนี้มีเครื่องมือดิจิตอลหลายอย่างที่มาช่วยจัดระเบียบชีวิตได้ ซึ่งก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่สำหรับเรา เวลาแห่งการเขียนบูโจเลยเป็นช่วงเวลาที่เราได้ชะลอการใช้ชีวิต ได้ใช้เวลาช้าๆ อยู่กับตัวเอง ค่อยๆ เขียน ค่อยๆ ใช้ความคิด ได้ตัดๆ แปะๆ ฝึกความคิดสร้างสรรค์บ้าง ในหนังสือเองก็บอกว่าการได้ใช้มือเขียนหนังสือ ซึ่งเป็นกลไกการใช้กล้ามเนื้อที่ซับซ้อนกว่าการพิมพ์ ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้ดีขึ้นด้วย …บูโจทำงานกับสมองและจิตใจของเราตั้งแต่ลงมือเขียนเลย” 

        นันท์ชนก คามชิตานนท์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ Bookscape ที่ได้ทดลองทำตามหนังสือเล่มนี้เล่าถึงจุดสำคัญที่ทำให้บุลเล็ตเจอร์นัลแตกต่าง ทุกๆ การได้ขีด – เขียน – วาด – ตัด – แปะ ลงไปที่ทำให้ความคิด ก้อนความรู้สึกนามธรรมขมุกขมัวในหัวได้กลั่นออกมาเป็นรูปเป็นร่างผ่านตัวอักษร ขั้นตอนการเขียนที่ทำให้ความคิดที่จับต้องไม่ได้ เรียงตัวออกมาจนมองเห็น และสามารถจัดการมันได้ในท้ายที่สุดเอง

 

วิถีบูโจ

วิถีบูโจ
บุลเล็ตเจอร์นัลของ นันท์ชนก คามชิตานนท์

 

คอลเล็กชัน ‘ความไม่สมบูรณ์แบบ’

พื้นที่สักแห่งที่คุณสามารถ ‘ปล่อย-วาง-ซะ’     

 

        เราต่างเคยหงุดหงิดเวลาเขียนข้อความผิดๆ ในแพลนเนอร์สวยๆ ที่ตั้งใจบรรจงคัดตัวอักษร ตีเส้นตารางด้วยไม้บรรทัด ประดับประดาด้วยรูปภาพที่ตั้งใจวาดบนหน้ากระดาษ แต่ทันทีที่เริ่มตีเส้นผิดช่อง เขียนข้อความผิดพลาด รูปวาดไม่สวยดั่งใจ จนแพลนเนอร์เริ่มเลอะเทอะไปด้วยปากกาลบคำผิด เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ ความหงุดหงิดเริ่มสะสมกลายเป็นความไม่ชอบใจ บ้างถึงขั้นไม่อยากใช้แพลนเนอร์เล่มนั้นแล้ว แต่ครั้นจะขึ้นเล่มใหม่ก็ยังไม่ถึงต้นปีที่จะไปเริ่มสมุดเล่มใหม่ได้ กลายเป็นแพลนเนอร์ที่ใช้ไปไม่ถึงไหน ก็อยากหยุดเขียนกลางทางอยู่ร่ำไป

        “คุณอาจมองว่าสมุดบันทึกคือหลักฐานถึงความไม่สมบูรณ์แบบของคุณ หรือมองว่ามันคือประจักษ์พยานถึงความกล้าหาญของคุณก็ได้ เจ้าตัวหนังสือยึกยือเหล่านั้นบ่งบอกถึงความพยายามของใครบางคนที่จะเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น มันอาจไม่สมบูรณ์แบบก็จริง แต่มันสวยงามอย่างแน่นอน”

        ไรเดอร์ ผู้เขียนให้คำแนะนำไว้ว่าเมื่อใดที่เราเริ่มแพนิกว่าบุลเล็ตเจอร์นัลไม่สวย ไม่เป็นระเบียบ ให้ลองถอยดูระยะห่างว่ามันยังมีประโยชน์หรือเปล่า หากประโยชน์ที่มันช่วยให้เราได้ถ่ายเทความคิดลงบนกระดาษจนหัวว่าง ได้ช่วยให้ทบทวนทั้งสิ่งที่ทำได้ดี รวมทั้งสิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้ามันยังช่วยเราได้ ก็ปล่อยวางความเละเทะ ไม่สมบูรณ์ไป มองว่าความผิดพลาด การขีดฆ่านั่นแหละที่ช่วยให้เราเห็นตัวเอง หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณหมกมุ่นอยากทำให้บุลเล็ตเจอร์นัลนี้สวยงาม ไร้ที่ติ ก็จงเตือนตัวเองว่านี่มันเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น อย่าเผลอหลงทางกลายเป็นว่าบุลเล็ตเจอร์นัลกลายเป็นก้อนงานใหม่ที่ทำให้ตึงเครียดมากไปกว่าเดิม 

        เมื่อใดที่รู้สึกหงุดหงิด งุ่มง่ามกับการจดบันทึก ลองถอยมาทบทวนใหม่ว่ามีขั้นตอนใดไม่จำเป็นหรือเปล่า มีคอลเล็กชันเยอะไปหรือเปล่า บอกตัวเองว่าเป้าหมายนั้นไม่ใช่การทำให้สมุดเล่มนี้สวยงาม (แต่หากคุณมีความสามารถทำให้มันสวย – ยินดีด้วย! นั่นไม่ใช่ข้อห้ามอะไร) หากคือการได้ชะลอความคิด – ค่อยๆ ทำให้เสร็จทีละขั้น – ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา – พัฒนาต่อไป – และทำกระบวนการนี้วนซ้ำใหม่เรื่อยไป 

        เขียนความคิด ความรู้สึก ความตั้งใจ ความฝันลงไป โดยไม่ต้องสนใจว่ามันจะถูก ผิดหรือไม่ แล้วทบทวนสิ่งที่เขียน แก้ไข เริ่มต้นใหม่ในทุกวันแบบนี้อยู่เรื่อยไป เพราะเป้าหมายไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ การปราศจากความผิดพลาด แต่คือการได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ทำมันอย่างหมดข้อสงสัย ทำมันจนไม่เหลือใดๆตกค้าง 

วิถีบูโจทิ้งขั้นตอนที่ไร้คุณค่า

ความเรียบง่ายธรรมดา

ยังดีกว่าความวิลิศมาหราที่ใช้ไม่ได้จริง

 

        “สิ่งที่ได้จากการเขียนบันทึกแบบบูโจและมีผลกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานสำหรับเราเลยคือ ช่วยจัดการงานต่างๆ ด้วยรูปแบบของลักษณะการจดที่ใช้สัญลักษณ์ต่างๆ เช่น Task, Task Complete, Task Moved เป็นต้น ทำให้เราจดบันทึก ลำดับเรื่องงาน หรือสิ่งที่ต้องทำในรูปแบบที่สั้นที่สุด กระชับที่สุด เราว่ามันช่วยให้จำสิ่งที่ต้องทำแต่ละวันได้ดี และไม่มีอะไรที่ตกหล่นไปหรือลืมไป เพราะเราคิดว่าการจดเป็นเครื่องมือแอนะล็อกที่ช่วยให้เราจำรายละเอียดต่างๆ ของสิ่งได้ดี”

        เพชรลัดดา แก้วจีน นักวาดภาพประกอบและคอลัมนิสต์คอลัมน์ ‘พื้นที่ประจำวัน’ ประจำ a day BULLETIN หนึ่งในผู้ใช้บุลเล็ตเจอร์นัล ที่ต้องกระซิบบอกว่าบูโจของเธอนั้นเต็มไปด้วยฟีเจอร์น่ารักๆ อย่างชั้นหนังสือที่คอยจดบันทึกว่าปีนี้อ่านอะไรไปแล้วบ้าง หรือซองจดหมายเล็กๆ ที่เป็นโน้ต reflection ประจำเดือนไว้เตือนใจตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วนั่นไม่ใช่กฎตายตัวแต่อย่างใด หากเป็นฟีเจอร์พิเศษที่เราต่างเลือกสร้างสรรค์ให้เหมาะกับความต้องการของเราเองได้ และแม้ศิลปินอย่างเธอจะมีฟีเจอร์พิเศษมากมายแค่ไหน สุดท้ายฟังก์ชันพื้นฐานของบูโจอย่างการใช้สัญลักษณ์ต่างๆ การย้าย task งาน ฯลฯ ก็ยังเป็นสิ่งที่เธอมองว่าเป็นประโยชน์พื้นฐานของการใช้บุลเล็ตเจอร์นัลอยู่ดี 

 

วิถีบูโจ
บุลเล็ตเจอร์นัลของ เพชรลัดดา แก้วจีน

 

        “เนื้อหาต้องมาก่อนรูปลักษณ์ งานออกแบบที่สวยงามแต่ขาดเนื้อหานั้น ไม่ใช่การออกแบบ หากเป็นเพียงการประดิดประดอย” 

        จริงอยู่ที่หนังสือเล่มนี้มีเทคนิค วิธีการบันทึกบุลเล็ตเจอร์นัลให้มีประสิทธิภาพมากมายเต็มไปหมด แต่หนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้บุลเล็ตเจอร์นัลแตกต่างจากการบันทึกอื่นๆ คือความเรียบง่ายของมัน สัญลักษณ์ต่างๆ  x < . > – / ล้วนถูกดีไซน์ไว้เพื่อความง่ายต่อการจัดการทั้งนั้น 

        ผู้เขียนได้ย้ำตลอดหนังสือเล่มนี้ว่าแม้วิธีการทั้งหมดที่เขารวบรวมมานั้นจะผ่านการคิดและทดลองทำซ้ำมาหลายทีแล้วว่ามันง่าย ได้ผลจริง แต่สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากให้ผู้อ่านทำคือลอกเลียนแบบแล้วทำตาม ตรงกันข้าม เขาอยากให้ผู้อ่านค่อยๆ ลองทำทีละนิด เริ่มจากง่ายๆ ก่อน เช่น การทำหน้าปฏิทิน (ที่แค่เขียนวันที่เรียงลงมา) และ daily log กิจกรรมรายวัน แล้วค่อยเพิ่มเติม เลือกวิธีการที่ตอบโจทย์ตัวเองมากที่สุด บ้างอาจอยากทำ habit tracking บ้างอาจอยากลอง gratitude log ถ้าอยากลองก็ค่อยๆ ทำทีละอย่างสองอย่าง ไม่ต้องกังวลว่าทำแบบไหนจะดีที่สุด เพราะสิ่งที่ดีที่สุดนั้นมีแค่สิ่งที่เหมาะกับผู้ใช้งานเท่านั้น เราจะไม่มีวันค้นพบรูปแบบการบันทึกที่เหมาะกับเราที่สุดเลย หากเราไม่ลอง – ลองเพื่อให้เจอสิ่งที่ใช่ และสิ่งที่ไม่ใช่ไปตลอดทาง

 

ศิลปะในการดำเนินชีวิตตามเจตจำนง

ขจัดสิ่งรกสมอง

เฉลิมฉลองก้าวเล็กๆ ในแต่ละวัน

 

        “ชีวิตของฉันยุ่งมากจนดูเหมือนว่ามันมีแต่ ‘รายการสิ่งที่ต้องทำ’ ยาวเหยียดไม่สิ้นไม่สุด จนฉันลืมความฝัน ลืมเป้าหมาย และความเป็นไปได้ต่างๆของชีวิตเสียสิ้น”

        ว่ากันว่าผู้คนที่เริ่มต้นเขียน New Year’s Resolution เมื่อตอนต้นปี มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 20 ที่ทำเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ มิหนำซ้ำครึ่งหนึ่งนั้นยังล้มเลิกความตั้งใจไปตั้งแต่กลางปี แม้เป้าหมายที่แต่ละคนมีนั้นจะยากง่ายต่างกันไป แต่พวกเขากลับบอกเหตุผลคล้ายกันว่า ‘ไม่มีเวลา’

        “ตอนเริ่มทำบูโจ เป็นช่วงที่ชีวิตเรายุ่งเหยิงวุ่นวายมากๆ รู้สึกสูญเสียการควบคุมจนเริ่มเครียดเพราะชีวิตสะเปะสะปะมาก พอได้มารู้จักการทำบูโจ เราก็เริ่มทำแบบตั้งความหวังมากๆ ว่ามันจะ ‘ช่วยชีวิต’ เราได้ ลองผิดลองถูก จนตอนนี้มันกลายเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของชีวิตไปเลย เรารู้สึกเหมือนมันเป็นสมองที่สองของเรา เมื่อก่อนเวลามีเรื่องอะไรที่ต้องทำในชีวิต เราก็จะจำๆ เอาบ้าง จดไว้ในแอพพลิเคชันบ้าง ในเศษกระดาษบ้าง แต่ตอนนี้ทุกอย่างรวมไว้ในบูโจ พอได้จดลงไป ก็เหมือนเราเคลียร์พื้นที่สมองตัวเอง รู้สึกโล่งและพร้อมรับมือกับชีวิตขึ้นมาก เหมือนเอาส่วนหนึ่งของความคิดและชีวิตไปฝากไว้ในสมุดเล่มนี้แล้ว”

        นันท์ชนก เล่าถึงประสบการณ์การใช้บุลเล็ตเจอร์นัลที่ช่วยให้เห็นว่า ‘รายการที่ต้องทำ’ นับสิบอย่างนั้นจริงๆ แล้วมีภารกิจ ‘สำคัญ’ ที่ต้องทำให้เสร็จจริงๆ 3-5 อย่างในแต่ละวัน (หากมากกว่านั้น คุณอาจต้องทบทวนการจัดลำดับความสำคัญใหม่) ซึ่งหากทำ 3-5 ภารกิจหลักลุล่วงไปได้ ก็นับว่าเป็นวันที่ก้าวไปอีกขั้นแล้ว และถ้าหากทำได้มากกว่านั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าขอบคุณให้กำลังใจตัวเอง (และเขียนลง gratitude log ต่อไป)

 

วิถีบูโจ
บุลเล็ตเจอร์นัลของ อุรุดา โควินท์

 

        “การใช้ชีวิตไปข้างหน้าอย่างบุกตะลุยทุกวันมันทำให้เราเรียนรู้จากชีวิตน้อยลง แต่การให้ทบทวนและมองเห็นแผนที่ชีวิตจากบูโจ ช่วยให้เราเรียนรู้ได้มากขึ้น-จากชีวิตของเราเอง และช่วยจัดสรรพลังงานและทรัพยากรของเราได้อย่างเหมาะสม”

        อุรุดา โควินท์ นักเขียน เจ้าของที่พัก ‘สมิงพระราหูบุ๊คคลับ’ และคอลัมนิสต์คอลัมน์ Love Actually ประจำ a day BULLETIN อีกคนจากชุมชนผู้ใช้บุลเล็ตเจอร์นัลที่สะท้อนว่าการบันทึกอย่างสม่ำเสมอส่งผลอย่างไรกับการใช้ชีวิตตามเจตจำนง ให้การกระทำเล็กๆ ในแต่ละวันส่งเสริมเป้าหมายใหญ่ระยะยาว ด้วยการเขียนทุกสิ่งที่ค้างคาออกมาให้เห็นเต็มตา ลงมือทำและขีดฆ่าสิ่งที่ทำเสร็จทิ้งไป จนเห็นว่าในแต่ละวันเราได้ก้าวไปอีกก้าว แม้จะมีวันที่ก้าวสั้นบ้าง ยาวบ้างก็ไม่เป็นไร ขอให้เราได้ก้าวต่อเนื่อง ก้าวไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งก็ล้วนสมบูรณ์ในกระบวนการทบทวนอดีต จัดระเบียบปัจจุบัน และออกแบบอนาคตนั่นเอง

 


ขอบคุณภาพประกอบจากสำนักพิมพ์ Bookscape

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

พชร สูงเด่น

มนุษย์รูทีน หมกมุ่น วนเวียนกับการอ่าน เขียน เรียนรู้ตลอดชีวิต