คิมจียอง เกิดปี 82: เพราะเป็นคุณแม่จึงเจ็บปวด

The Review
27 Dec 2019
เรื่องโดย:

กฤตนัย จงไกรจักร

Highlights

‘เลี้ยงลูกเป็นงานเหมือนกันไหม’ คำถามที่จียองถามกับแดฮยอน สามีของเธอในเรื่อง และเป็นคำถามสำคัญต่อการใช้ชีวิตคู่ ที่หากทั้งสองหาคำตอบได้ ความเจ็บปวดทั้งหมดคงจะไม่เกิดขึ้นให้เห็น แต่สุดท้ายหนังเรื่องนี้ก็ทำให้รู้ว่าคำตอบของคำถามนี้มันไม่มีแต่อย่างใด

        เพราะไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ทั้งอดีตและปัจจุบัน สังคมมนุษย์ไม่เคยมองว่าการเปลี่ยนผ้าอ้อมลูก ซักผ้า ล้างจาน ทำอาหารรอคนในบ้านกลับมา เป็นงานจริงๆ เสียที

 

คิมจียอง เกิดปี 82

เพราะเมื่อเป็นแม่ คุณก็จะไม่ได้เป็นตัวเองอีกต่อไป

        ‘การเป็นมนุษย์ไร้ฝันไม่เจ็บปวดเท่ากับการเป็นมนุษย์ที่เคยมีฝัน’ ประโยคหนึ่งที่ผมนึกขึ้นได้เมื่อดู Forrest Gump (1994) หลังจากกัมป์ทำตามฝันคนรอบตัวมาตลอด จนในสุดท้ายที่เขาตัดสินใจหยุดวิ่งเพราะไม่รู้จะวิ่งต่อไปทำไม กลับกัน หมวดแดน นายทหารหนุ่มผู้หวังไต่เต้าไปเป็นพลทหารใหญ่เปี่ยมด้วยบารมี กลับต้องมาขาขาดในสงครามกลายเป็นคนพิการ ความหวังและความฝันของชีวิตก็ดับลงไปในทันที

        หากเราเอาสมการของหมวดแดนมาแทนที่จียองในเรื่องนี้ิิิ ก็พบว่ามันเข้าล็อกกันอย่างน่าใจหาย เพราะถึงแม่จียองจะไม่ใช่หญิงขาขาดต้องนั่งรถเข็นเหมือนหมวดแดน แต่ตอนนี้เธอกำลังโดนล่ามขาด้วยโซ่ที่มีชื่อว่า ‘สังคม’ 

        ครั้งหนึ่งมนุษย์เคยถูกนิยามให้เป็นนกที่มีอิสระเสรีสามารถทำอะไรได้ดั่งใจ ไม่ต้องคอยหาอาหารหรือระแวงผู้ล่าเหมือนกับสัตว์ประเภทอื่นๆ บนโลก แต่กลายเป็นว่าปัจจุบัน เรากลับต้องระแวงมนุษย์ในสังคมด้วยกันเอง ที่มักจะล่าและทำลาย (ความฝัน) กันด้วยคำว่าประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติ ที่มีตัวอย่างให้เห็นกันมาแล้วนับต่อนับ

แม่ที่เจ็บปวดกับหัวหน้าครอบครัวที่ไร้ความหมาย

        เพราะถึงแม้คนที่ต้องแบกรับความกดดันจะเป็นจียอง ผู้ถูกประเพณีและสังคมในปัจจุบันทำร้ายอยู่ก็ตาม แต่แดฮยอนสามีที่แสนดีของเธอก็ตกอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับการต้องประนีประนอมในความคิดอนุรักษ์นิยมของเหล่าญาติๆ กับแนวคิดสมัยใหม่ของจียองด้วยเช่นกัน

        พูดกันตามตรง แดฮยอนก็คือคนที่ยืนอยู่ในฝั่งจียอง ผู้หญิงที่เขารักและอยากเห็นเธอมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เสมอ จึงไม่แปลกใจที่เขาจะยอมมีปัญหากับครอบครัวในบางครั้งเพื่อให้จียองออกไปทำตามความฝันตัวเอง

        เมื่อคนเอเชียยังต้องให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวหรือระบบเครือญาติ การที่จะหักดิบตัดญาติกับครอบครัวอนุรักษ์นิยมก็เป็นเรื่องที่ยากจะทำได้ สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นปัญหาที่ไม่มีทางหาคำตอบที่ถูกต้องได้เลยว่าเราจะประนีประนอมสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะสุดท้าย ‘ความคิดของมนุษย์’ มันยังคงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยากที่สุดเสมอ

 

คิมจียอง เกิดปี 82

คิมจียอง เกิดปี 82

สังคมที่อยู่ยาก

        ความน่าเจ็บปวดของเรื่องนี้คือถึงแม้ในปัจจุบันแนวคิดเรื่องชายเป็นใหญ่จะถูกโต้กลับมากมายขนาดไหนก็ตาม แต่ปัจจุบันผู้หญิงก็ยังถูกกระทำเหมือนในอดีตโดยความคิดของผู้คนในสมัยก่อนอย่างน่าเจ็บใจ

        ความไม่เท่าเทียมทางเพศที่มีให้เห็นชัดเจนสุด คงเป็นตอนที่พ่อและแม่ของแดฮยอน รวมไปถึงพ่อจียอน ที่ให้ความสนใจ ‘ลูกชาย’ หัวแก้วหัวแหวนเพียงอย่างเดียวมากกว่าจะให้ความสำคัญลูกสาวของเธอ

        ฉากที่น่าเจ็บใจที่สุดอย่างตอนที่จียอนในช่วงวัยรุ่นโดนลวนลาม แทนที่พ่อของเธอจะออกตัวปกป้องลูกสาวและเอาเรื่องกับชายคนนั้น เขากลับเลือกที่จะตำหนิลูกสาวตัวเองว่าทำไมถึงได้แต่งตัวโป๊เช่นนี้ นี่คงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากที่สุดถึงการผลักไสไล่ส่งและโยนความผิดให้เพศหญิง

        ตัวละครเดียวที่เข้าใจสถานการณ์นี้คือแม่ของจียอง ด้วยความที่เธอเคยเป็นลูกสาวที่ต้องตกอยู่ในยุคที่ความไม่เท่าเทียมทางเพศ การกัดฟัน ถีบตัวเองขึ้นมาจนสามารถเลี้ยงลูกและมีร้านอาหารในบั้นปลายได้นั้น ทำให้เธอกลายเป็นตัวละครที่เข้าใจหัวอกจียองอย่างสุดหัวใจ ว่าสถานะทางสังคมมันตัดสินคำว่าครอบครัวและทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องยอมทิ้งความฝันไปเพียงเพราะคำว่าแม่ (แม่ของจียองเคยฝันอยากเป็นครู)

        ปัจจุบัน แม้กระแสเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศจะมีให้เห็นทั้งในกระแส #Metoo หรือสถานการณ์ต่างๆ อยู่เป็นระยะ แต่หากมองในมุมของการเป็นผู้เลี้ยงดูลูก สิ่งเหล่านี้สังคมก็ยังไม่ยอมรับและเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่เช่นกัน สังเกตได้จากทุกครั้งที่จียองพาลูกไปสวนสาธาราณะ ก็มักจะถูกคนแปลกหน้าดูถูกละเหยียดหยามอยู่เสมอจากการที่เธอกระเตงลูกไปมาในที่ต่างๆ จนพวกเขาเกิดความไม่พอใจและตัดสินไปเองว่าเธอ ‘เป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง’ โดยที่พวกเขาไม่เคยรับรู้ด้วยซ้ำว่าตลอดชีวิตของอาชีพแม่บ้านเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง

 

คิมจียอง เกิดปี 82

จงเลี้ยงลูกให้แข็งแกร่ง (แต่สุดท้ายรัฐก็ต้องช่วยส่งเสริม)

        สุดท้ายแล้วเมื่อเรายังอยู่ในระบบสังคมนี้อยู่ การเปลี่ยนแปลงความคิดให้เขาเข้าใจเราจึงดูเป็นเรื่องที่สายไปเสียแล้ว ถ้าพูดอย่างทารุณก็คือเราคงต้องรอมนุษย์ที่มีชุดความคิดแบบเก่าล้มหายตายจากกันไปให้หมด แล้วเริ่มสร้างค่านิยมที่เท่าเทียมโดยไม่นำเรื่องเพศมาเป็นเกณฑ์ชี้วัดกันเสียที 

        ซึ่งการที่เราจะไปจุดนั้นได้ ใจความสำคัญคงเป็นไปตามประโยคหนึ่งของเพื่อนจียองที่พูดกับเธอเอาไว้ว่า “ถ้าตอนนี้ยังไปทำงานไม่ได้ จงเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด” เพราะถึงแม้ในยุคสมัยของจียองเธอจะกลายเป็นผู้ได้รับเคราะห์กรรมอย่างสุดซึ้ง แต่หากเราสุมกองไฟที่ชื่อความหวังให้ดีพอ ในยุคต่อๆ ไป ของสังคมปัญหาเหล่านี้คงจะมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนสุดท้ายเราจะไม่ต้องมีธรรมเนียมการบังคับให้เป็นแม่บ้านโดยไม่สมัครใจเช่นนี้ก็เป็นได้

 

 


Food Porn

        อีกหนึ่งจุดเด่นของหนังที่ชัดเจนเตะตาและต่อมน้ำลายอย่างมาก คือเหล่าอาหารทั้งหลายที่มักสอดแทรกอยู่ในเหตุการณ์ต่างๆในเรื่อง ความพิเศษคือเมื่อไหร่ที่เราเห็นอาหารปรากฏอยู่ตรงหน้าเสียงโฟลีย์ (การทำเสียงประกอบเพิ่มเติมให้เข้ากับหนัง) ก็จะดังมากขึ้น ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมอาหารเกาหลีอันหลากหลายภายในเรื่อง

       แต่ถึงแม้จะน่าสนใจขนาดไหน การมีอยู่ของอาหารทั้งหลายก็ช่วยตอกย้ำถึงอิสระที่หายไปของจียอง ที่ชีวิตส่วนใหญ่กลายเป็นการอาศัยอยู่ในห้องครัวกับอาหารเหล่านี้ไปเสียอย่างนั้น

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กฤตนัย จงไกรจักร

KFC, ฟิลเตอร์สตอรีไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่