LOVE LETTER: เมื่อหัวใจที่ตายด้านเย็นชากลับมามีชีวิตและพบความอบอุ่นอีกครั้ง

The Review
5 Mar 2020
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

Highlights

Love Letter เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นจากการกำกับของ ชุนจิ อิวาอิ ที่ออกฉายช่วงปี 1995 ซึ่งในวันที่ 25 มีนาคม หนังเรื่องนี้ก็จะมีอายุครบ 25 ปี พอดี ถ้าเปรียบเป็นคนก็คือเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวแล้ว และด้วยประเด็นของการก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดของชีวิตจากตัวละครหลักทั้งสองในเรื่อง ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักโรแมนติกที่พูดถึงการแอบรัก ความรู้สึกถวิลหาอดีต รวมถึงการเติบโตผ่านช่วงสำคัญของชีวิต ที่หลายๆ คนยกให้เป็นภาพยนตร์ในดวงใจ และเป็นแรงบันดาลใจต่อคนทำหนังเกี่ยวกับจดหมายรักในรุ่นหลังๆ รับอิทธิพลบางอย่างจากเรื่องนี้ไปโดยไม่รู้ตัวด้วย 

        เนื้อหาที่ว่าด้วยการเติบโตแล้วเข้าใจชีวิตของหนังเรื่องนี้ Love Letter จึงมีอีกฟังก์ชันที่น่าทึ่งอยู่ในตัวมันเอง นั่นคือการเป็นหนังที่เราดูครั้งแรกตอนวัยรุ่นแล้วไม่ชินกับการเล่าเรื่องที่เนิบช้าในตอนต้นจนถึงกับนั่งหลับ แต่อีกหลายปีต่อมาเมื่อหยิบมาดูใหม่อีกครั้งอย่างตั้งใจ เวลา ชีวิต ประสบการณ์ที่มากขึ้น กลับทำให้ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ

 

LOVE LETTER

LOVE LETTER

 

        หนังเปิดเรื่องด้วยภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนเสียใจอย่างเดียวดายอยู่บนกองหิมะที่ขาวโพลน เธอมีชื่อว่า วาตานาเบะ ฮิโรโกะ หญิงสาวผู้ซึ่งสูญเสียสามีที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานจากอุบัติเหตุพลัดตกจากภูเขาระหว่างที่ไปปีนเขา และเธอกำลังเดินทางเพื่อไปงานรำลึกวันครบรอบการเสียชีวิตของ ฟูจิอิ อิทสึกิ ที่บ้านพ่อแม่ของสามีเธอ ซึ่งหนังใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีช่วงต้นเรื่องถ่ายทอดความรู้สึกของฮิโรโกะที่ยังไม่สามารถปล่อยวางจากคนรักได้อย่างแยบยล แม้เวลาจะผ่านไปนานถึงสองปี แต่เธอก็ยังไม่สามารถทำใจกับการสูญเสียสามีของตัวเองได้ แต่ก็ต้องกดความรู้สึกนี้ไว้ข้างใน รอยยิ้มของเธอที่เราเห็นจึงแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยอยู่ลึกๆ 

        ไม่เพียงแต่ฮิโรโกะเท่านั้นที่ไม่สามารถปล่อยวางจากคนที่รักได้ เราจะเห็นตัวละครในเรื่อง ทั้งเพื่อนสนิทของแม่ของสามีเธอเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน แม้จะทำปากแข็งบอกว่าไม่ได้คิดอะไรก็ตาม โดยจะเห็นได้จากการที่พวกเขายังคงเก็บห้องของลูกชายเอาไว้ในสภาพเดิมราวกับรอว่าสักวันหนึ่งเขาจะกลับมา 

        สิ่งที่ช่วยให้ประเด็นนี้ชัดเจนขึ้นคือการที่ฮิโรโกะเขียนจดหมายส่งไปให้สามีเธอตามที่อยู่เดิมที่ได้มาจากหนังสือรุ่นตอนเขาเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ซึ่งอยู่ในเมืองโอตารุ จังหวัดฮอกไกโด โดยบ้านหลังเดิมของเขานั้นถูกเวนคืนไปทำเป็นทางหลวงนานแล้ว โดยข้อความในจดหมายนั้นมีใจความสั้นๆ ว่า ‘ฟูจิอิ อิทสึกิ ที่รัก คุณเป็นอย่างไรบ้าง ฉัน วาตานาเบะ ฮิโรโกะ สบายดี’  

        เธอเลือกที่จะส่งจดหมายนี้ไปยังสถานที่ที่ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว เพราะหวังแค่ว่าจดหมายฉบับนั้นจะถูกส่งไปถึงมือของสามีเธอที่อยู่บนสวรรค์ 

        แต่ชีวิตก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ เมื่อจดหมายนั้นถูกเขียนตอบกลับมา และชื่อของผู้ที่ส่งจดหมายกลับมาหาฮิโรโกะนั้น จ่าหน้าซองว่าจาก ‘ฟูจิอิ อิทสึกิ’ ซึ่งเป็นชื่อของสามีเธอนั่นเอง 

        มาถึงตรงนี้ ถ้าใครที่ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้อาจจะบอกว่า อ๋อ นี่คงเป็นหนังรักส่งจดหมายข้ามเวลา ปาฏิหาริย์ข้ามมิติต่างๆ สินะ แต่ไม่ใช่เลย หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีเรื่องเหนือธรรมชาติหรือการสวมรอยตอบจดหมายอะไรทั้งนั้น 

        คนที่ส่งมาคือ ฟูจิอิ อิทสึกิ จริงๆ แต่ ฟูจิอิ อิทสึกิ คนนี้เป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับฮิโรโกะราวกับฝาแฝด

 

LOVE LETTER

        หนังพาเราย้อนกลับไปในสมัยที่ ฟูจิอิ อิทสึกิ ยังเป็นนักเรียนชายอยู่ชั้นมัธยมปลาย และวันแรกที่เปิดเรียนเขาได้พบกับนักเรียนหญิงอีกคนหนึ่งที่มีชื่อและนามสกุลเหมือนกับเขาทุกอย่าง ฮิโรโกะจึงตัดสินใจเดินทางไปที่เมืองโอตารุ และขอให้หญิงสาวที่หน้าตาเหมือนกับเธอช่วยเล่าเรื่องของสามีสมัยที่ยังเรียนอยู่ด้วยกัน และช่วยพาไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ที่สามีของเธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 

        เมื่อเรื่องราวค่อยๆ ถูกเล่าออกมา ฮิโรโกะก็รับรู้ถึงตัวตนของสามีเธอมากขึ้น เนื่องจากเขาเป็นผู้ชายเงียบขรึมและปากแข็งทำให้ช่วงเวลาที่คบกันมาเธอแทบไม่ค่อยได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวของเขาเลย 

        ส่วน ฟูจิอิ อิทสึกิ ฝ่ายหญิง ก็พบว่าตลอดเวลาที่เรียนด้วยกันมา เพื่อนชายที่เธอเข้าใจว่าไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอเอามากๆ คนนี้ แอบรักเธออยู่เงียบๆ มาตลอด และฝากข้อความบางอย่างสอดเอาไว้ในหนังสือที่ไม่เคยถูกใครยืมจำนวน 87 เล่มที่อยู่ในห้องสมุดของโรงเรียน 

 

LOVE LETTER

 

        การแสดงของ มิโฮะ นากายามะ นั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม เธอต้องแสดงเป็นตัวละครสองตัวที่แตกต่างกัน โดยเป็นหญิงสาวที่อมทุกข์ ไม่กล้าเปิดกับความรักครั้งใหม่ในบทของ วาตานาเบะ ฮิโรโกะ  และผู้หญิงร่าเริงที่มีปมลึกๆ ในใจจากการสูญเสียพ่อของตัวเองตอนวัยรุ่น 

        ตอนท้ายของหนังจึงเป็นการคลี่คลายความอัดอั้นที่อยู่ในใจของตัวละครทั้งสอง โดยที่ฮิโรโกะค้นพบความจริงว่าสามีของเธอนั้นไม่ได้รักเธอเพียงเพราะเธอหน้าตาเหมือนกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขาอย่างที่เข้าใจ หลังจากที่เธอพบความจริงจากเพื่อนสนิทที่ไปปีนเขากับสามีของเธอด้วยกันบอกว่า ก่อนจะสิ้นใจเขาร้องเพลงที่ตัวเองชอบร้องบ่อยๆ ออกมา ซึ่งเป็นเพลงของ เซโกะ มัตสึดะ นักร้องหญิงรุ่นใหญ่ที่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยชอบเธอคนนี้เลย แต่เขาก็มักจะร้องเพลงของเธอบ่อยๆ นั่นเป็นเพราะ เซโกะ มัตสึดะ เกิดที่จังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งฮิโรโกะก็เกิดทางตอนใต้เช่นเดียวกัน เวลาที่เธอโมโหจึงมักจะหลุดพูดสำเนียงท้องถิ่นออกมา

        หนังใช้ลูกเล่นของการส่งสารในหลายๆ รูปแบบเพื่อสร้างการเติบโตของตัวละคร ฟูจิอิ อิทสึกิ ฝ่ายชายใช้วิธีการบอกรักผู้หญิงที่เป็นรักแรกด้วยข้อความบนกระดาษที่ซ่อนไว้ในหนังสือของห้องสมุดโรงเรียน และบอกรักภรรยาผ่านเพลงของคนบ้านเดียวกันกับเธอ 

        ฮิโรโกะปลดปล่อยความทุกข์ และตะโกนข้อความไปทางภูเขาที่สามีของเธอเสียชีวิต โดยเชื่อว่าเขาอยู่ตรงนั้นว่า “ฟูจิอิ อิทสึกิ คุณสบายดีไหม ส่วนฉันสบายดี” ซึ่ง ฟูจิอิ อิทสึกิ ฝ่ายหญิง ก็พูดประโยคนี้ออกมาระหว่างนอนซมเพราะพิษไข้อย่างน่าประหลาดใจ 

        คนที่จากไปก็เพียงหายไปแค่ตัว โดยสิ่งที่หลงเหลือไว้นั้นกลับช่วยให้ชีวิตของคนที่ยังอยู่ได้เดินต่อไป หัวใจที่ตายด้านของฮิโรโกะกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง และเธอก็พร้อมจะเปิดใจให้ใครเข้ามาในอีกไม่นาน ส่วน ฟูจิอิ อิทสึกิ ฝ่ายหญิง ก็ได้พบกับความอบอุ่นจากการได้รู้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีคนที่แอบรักเธออยู่ เหมือนแสงอาทิตย์แรกของฤดูร้อนที่ส่องลงมายังโอตารุ เมืองในตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น

        เหมือนกับที่หนังใส่สัญญะทางภาพไว้ เมื่อเป็นเรื่องราวของฮิโรโกะโทนสีของภาพจะออกไปทางสีฟ้า หนาวๆ เหงาๆ แต่พอหนังเล่าไปทางฝั่งของ ฟูจิอิ อิทสึกิ โทนหนังจะออกเป็นสีเหลืองจากแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องเข้ามา สะท้อนถึงความอบอุ่น แม้พวกเขาจะอาศัยอยู่ในเมืองที่หนาวเย็นก็ตาม

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon