The Story of Diana: ถ้าไม่ใช่เจ้าหญิงของปวงชน เธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการมีรักและถูกรักตอบ

The Review
19 Nov 2020
เรื่องโดย:

สุธามาส ทวินันท์

‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ คือบุคคลสำคัญระดับโลกที่วันนี้คนอายุ 35 ปีลงไปอาจจดจำเธอไม่ได้เลย

        ไฮไลต์สำคัญของซีรีส์ The Crown ซีซัน 4 ที่หลายคนรอคอยคือการเข้ามามีบทบาทของ ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ คู่ชีวิตของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ที่เข้ามาในช่วงราชวงศ์กำลังเผชิญปัญหาวิกฤตศรัทธาอย่างหนัก เธอไม่เพียงแค่กู้ชื่อเสียงราชวงศ์อังกฤษกลับมา แต่เธอยังกลายเป็นบุคคลที่คนทั้งโลกต่างชื่นชมยกย่อง ซึ่ง ‘เอมมา คอร์ริน’ นักแสดงที่มารับบทบาทนี้ต่างได้รับคำวิจารณ์ว่าสามารถเข้าถึงบทบาทเจ้าหญิงไดอาน่าได้อย่างน่าทึ่ง จนว่ากันว่าเธอคงคว้ารางวัลสักชิ้นไปนอนกอดได้แน่นอน 

        แม้ซีรีส์ The Crown จะสามารถถ่ายทอดชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่าออกมาใกล้เคียงแค่ไหน แต่คงไม่มีใครจะเล่าเรื่องของเจ้าหญิงไดอาน่าได้ดีที่สุดเท่ากับตัวเธอเองอีกแล้ว

        เรากำลังพูดถึงสารคดี ‘The Story of Diana’ ใน Netflix ที่ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงจะพาไปรู้จัก เด็กหญิงไดอาน่า สเปนเซอร์ แห่งตระกูลสูงศักดิ์ที่ค่อยๆ เติบโตถึงวัยเบ่งบานกลายเป็นสาวงามผู้ได้ครองรักกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษ แต่ความเป็นจริงชีวิตรักกลับขมขื่นตรงข้ามโลกนิยายแสนโรแมนติก เธอเผชิญความคาดหวังอย่างหนักจากสังคมและราชวงศ์ 

        เรื่องราวมากมายที่ถาโถมเข้ามาเปลี่ยนให้สาวขี้อายกลายเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะคลื่นชีวิตกำลังจะถึงคราวสงบ เธอกลับต้องจากโลกนี้ไปด้วยวัย 36 ปี จากโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้า

       The Story of Diana แบ่งออกเป็น 2 พาร์ตด้วยกัน โดยดำเนินเรื่องผ่านภาพถ่ายและวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์จริงแต่ละช่วงเอาไว้ ก่อนจะนำมาร้อยเรียงเข้ากับบทสัมภาษณ์คนใกล้ชิดของเจ้าหญิงไดอาน่า ไม่ว่าจะเป็นน้องชาย เพื่อนของเธอ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างแฟนเก่าของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ นักประวัติศาสตร์ ตลอดจนสื่อมวลชนที่ถูกตีตราว่าเป็นสาเหตุให้เธอต้องจบชีวิตลงจากความกระเสือกกระสนอยากได้ข่าวจนลืมไปว่าเธอก็แค่คนคนหนึ่งเท่านั้น ตลอด 3 ชั่วโมงจึงเต็มไปด้วยความลุ้นระทึก ดูอย่างไม่วางตาว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร 

 

The Story of Diana

ไดอาน่า สเปนเซอร์ สู่ ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์

        ปกติเจ้าหญิงไดอาน่ามักจะเป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าหญิงอาภัพรัก ไม่ก็เจ้าหญิงผู้ใจบุญ หรือเจ้าหญิงผู้งดงามหาใครเปรียบ แต่แค่นั้นเพียงพอหรือสำหรับคนที่โด่งดังมากจนเป็นที่รักของคนทั้งโลก 

        ถ้านึกไม่ออกว่าเจ้าหญิงไดอาน่าโด่งดังแค่ไหน ลองนึกภาพตามว่าทุกๆ วันกล้องหลายสิบตัวตามถ่ายชีวิตของเธออย่างบ้าคลั่ง หนังสือและนิตยสารทุกฉบับจะต้องมีเธอขึ้นบนปก เสื้อผ้าที่เธอใส่ขายเกลี้ยง ทรงผมของเธอกลายเป็นทรงผมยอดฮิต และหากเธอผลักดันประเด็นอะไรอยู่เรื่องนั้นจะได้รับการแก้ไขทันที นี่คือผู้หญิงที่ทรงพลังมากที่สุดคนหนึ่งของโลก 

 

        พาร์ตแรกของสารคดีจะพาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น โดยเริ่มเล่าเรื่องปูมาตั้งแต่ชีวิตวัยเยาว์ของเธอในตระกูลชนชั้นสูงเก่าแก่ของอังกฤษ แต่เธอต้องเจอกับความบอบช้ำทางจิตใจจากการที่ผู้เป็นแม่เดินออกไปจากครอบครัวพร้อมกับชู้รัก ผู้เป็นพ่อซึมเศร้าอย่างหนัก ส่วนเธอก็ไม่มีความสุข ความรักและความเป็นแม่จึงเหมือนเป็นปมที่ฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเธอนับตั้งแต่นั้น 

        ไดอาน่าในวัยเด็กยังชอบความโรแมนติก หลงใหลเรื่องเจ้าหญิงเจ้าชายอย่างมาก เด็กผู้หญิงหลายคนก็คงเคยเป็นแบบนั้น หนึ่งในนักเขียนคนโปรดของเธอคือ ‘บาร์บารา คาร์ตแลนด์’ ที่นิยายรักของเธอมักเป็นแบบอุดมคติที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นจริงเท่าไหร่นัก เป็นไปได้ว่าหนังสือเหล่านี้อาจมีอิทธิพลบางอย่างที่หล่อหลอมความเชื่อต่อไดอาน่าในการวาดฝันถึงการครองรักของเจ้าหญิงเจ้าชายแบบแฮปปี้เอนดิ้ง 

        เธอยังคิดตลอดว่าชะตากำหนดให้เธอต้องพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สิ่งนั้นก็คือ ‘เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์’ แทบจะเหมือนกับนิยายที่เธอสามารถคว้าเจ้าชายที่ฮอตที่สุดมาครองได้ แต่นิยายที่เธออ่านไม่ได้บอกถึงความขมขื่นที่ต้องเผชิญ 

 

The Story of Diana

 

        เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ณ เวลานั้น เป็นหนุ่มเนื้อหอมที่มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาไม่ขาดสาย ใครๆ ต่างจับจ้องว่าใครจะมานั่งแท่นเป็นพระชายาของเขา ก่อนจะคบกับไดอาน่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เดตอยู่กับ ‘คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบลว์ส’ สาวชนชั้นสูงที่มีความชอบ มีไลฟ์สไตล์บางอย่างเหมือนกัน เธอเป็นเหมือนคนที่เขาสามารถเปิดใจคุยได้อย่างสบายใจ และคามิลลาเองก็รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะคว้าใจชายคนนี้มาได้ 

        อย่างไรก็ตาม สำหรับทายาทของบังลังก์อังกฤษ การแต่งงานไม่ใช่แค่การตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันกับคนที่ตัวเองรัก เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ควรจะได้แต่งงานกับคนที่เหมาะสม อย่างน้อยคนที่ดูเป็นสาวบริสุทธิ์หน่อยตามขนบธรรมเนียมแต่โบร่ำโบราณ ‘ไดอาน่า สเปนเซอร์’ สาวน้อยวัย 19 จึงเป็นคนนั้นที่ราชวงศ์และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์มองหา เธองดงาม เธอเป็นชนชั้นสูง เธอน่ารัก เธอจิตใจดี เธอคือภรรยาในอุดมคติ 

        ช่วงต้นยุค 80s เกิดความวุ่นวายอย่างหนักในอังกฤษจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำผู้คนประท้วงหยุดงานกันเป็นว่าเล่น เกิดเหตุโกลาหลแทบทุกมุมของถนน ประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาจะต้องเอาเงินมาปรนเปรอราชวงศ์ด้วยในเมื่อพวกเขายังแทบไม่มีจะกิน นั่นถือเป็นวิกฤตศรัทธาอย่างหนักที่ราชวงศ์อังกฤษต้องเผชิญ แต่แล้วการมาของไดอาน่าทำให้ภาพของราชวงศ์ที่ดูคร่ำครึโบราณ เปลี่ยนเป็นนิยายรักร่วมสมัยโดยมีพล็อตเป็นเจ้าหญิงผู้ติดดิน ทำงานสถานเลี้ยงเด็ก แต่กลับเฉิดฉายท่ามกลางแสงแฟลชสาดส่อง  

 

The Story of Diana

 

        สิ่งที่ต้องแลกกับการเดตกับเจ้าชายคือความเป็นส่วนตัว สื่อจะเข้ามารุกล้ำชีวิตพวกเขาทุกฝีก้าว วิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เกรงใจ และไม่ใช่ทุกคนจะทนกับสิ่งนี้ได้ ซึ่งไม่ใช่กับไดอาน่า เธอมีความเป็นดาราโดยธรรมชาติ อากัปกิริยาของเธอที่แสดงออกมาเหมือนท่าโพสที่พร้อมให้กล้องจับ เธอรู้จักเล่นกล้อง รู้จักการวางตัวว่าทำแบบไหนคนจะชอบเธอ สื่อรักเธอ ผู้คนก็รักเธอ แต่คนที่เธอต้องการความรักมากที่สุดกลับให้ความรักนั้นกับเธอไม่ได้ 

        หลังงานอภิเษกสมรสอันยิ่งใหญ่ระหว่างเธอและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จบลง ผู้คนราว 750 ล้านคนทั่วโลกที่ชมการถ่ายทอดไม่มีใครคาดคิดว่าเจ้าหญิงและเจ้าชายที่เดินเข้าประตูครองรักกันอย่างมีความสุขนั้นจะต้องเลิกลากัน 

        คามิลลายังคงเป็นวนเวียนอยู่กับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนสามคนที่มาเกี่ยวข้องกันอย่างไม่เต็มใจ รวมถึงภาระหนักอึ้งในฐานะราชวงศ์ของเธอที่อาจเกินกว่าเด็กสาววัย 19 คนหนึ่งจะรับไว้ ซึ่งเธออาจไม่เคยคาดคิดเลยว่าต้องเจอ แต่เธอก็ทำหน้าที่ของราชวงศ์ได้ดีกว่าที่ควรเป็น เธอเป็นมิตร ไม่ถือตัว เป็นเจ้าหญิงผู้จิตใจงดงามในสายตาของปวงชน ลดช่องว่างระหว่างคนทำธรรมดากับชนชั้นสูงให้ดูใกล้กันมากขึ้น 

        เรื่องหนึ่งที่ทุกคนตกตะลึงไปตามๆ กันคือวันที่เธอไปเยี่ยมผู้ป่วย HIV สมัยนั้น HIV กำลังระบาดอย่างหนักและไม่ได้รักษาได้อย่างทุกวันนี้ แต่เธอกล้าหาญที่จะจับมือผู้ป่วยด้วยมือเปล่า ภาพที่ออกมานั้นสร้างความเข้าใจใหม่ต่อคนทั้งโลก  

        ถึงอย่างนั้น ไดอาน่าก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อรับมือกับทุกอารมณ์ทุกความรู้สึกแล้วเก็บซ่อนเอาไว้อย่างที่ราชวงศ์ควรจะเป็น แม้เธอจะโด่งดังและได้รับความรักจากคนมากมาย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอโดดเดี่ยว เธอคือผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้สึกไม่เป็นที่รักของสามี ความโดดเดี่ยวนั้นแสดงออกมาผ่านร่างกาย ไดอาน่าต้องเผชิญกับโรคบูลิเมียอยู่ระยะหนึ่ง แต่เธอหาทางหนีจากทุกข์นั้นด้วยการทำเพื่อคนอื่น ไดอาน่ามุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมอย่างจริงจังโดยใช้ชื่อเสียงที่เธอมีทำในสิ่งที่เธอแคร์ 

        นอกจากเรื่องนอกบ้าน ไดอาน่ายังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่แม่ของลูกชายทั้งสองแบบไม่ขาดตกบกพร่อง เธอเหมือนกับเด็กหลายๆ คนที่พื้นเพครอบครัวไม่ดีจึงไม่อยากให้ลูกต้องเผชิญประสบการณ์เลวร้าย ไดอาน่าพยายามใช้เวลากับลูกให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เล่นกับพวกเขาอย่างเต็มที่ ปกป้องเขาเมื่อถึงเวลาที่ต้องปกป้อง 

        พาร์ตแรกของสารคดีจึงปิดจบตรงที่ไดอาน่าลุกขึ้นเดินไปหาปาปารัสซี บอกให้พวกเขาเคารพเวลาพักผ่อนของเธอกับลูกชาย นั่นเป็นความกล้ามหาศาลที่ไดอาน่าได้ทำลงไป เธอค่อยๆ เติบโตจากหญิงสาวขี้อายกลายเป็นเจ้าหญิงผู้เข้มแข็งที่พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา แต่ความกล้าของเธอมีมากกว่านั้น

 

The Story of Diana

สื่อที่ผิดหรือเราเองที่ผิด 

        การหย่ากันอาจเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของคนทั่วไป แต่ไม่ใช่กับราชวงศ์ การหย่ากันระหว่างไดอาน่ากับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จึงเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกที่สั่นสะเทือนถึงภาพลักษณ์ของราชวงศ์ กว่าพวกเขาจะหย่าขาดกันได้นั้นก็ต้องกล่ำกลืนฝืนทนหลายอย่าง ไดอาน่าเองก็ลุกขึ้นจากผู้ยอมมาเป็นผู้เอาคืนบ้าง เมื่อรู้ว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กลับไปคบหากับคนรักเก่าที่เป็นหนามหยอกใจมาตลอดอย่างคามิลลา ไดอาน่าก็เริ่มมองหาความรักครั้งใหม่กับบอดี้การ์ดของเธอ น่าเศร้าที่คนรักของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ   

        ไดอาน่ามองหาคนที่รักเธอมาตลอด รักโดยไม่มีเงื่อนไข แต่เธอกลับไม่ได้รักนั้นกลับคืนมา ไม่ว่าจะคนรักหรือคนใกล้ตัว ช่วงก่อนหน้าจะหย่ากันสื่อพยายามทุกทางเพื่อให้ได้ข่าวมา ชีวิตของเธออยู่กับความหวาดระแวงว่าจะไว้ใจใครได้บ้าง จะมีเครื่องดักฟังอยู่ในบ้านไหม 

        ความเป็นจุดสนใจของทุกคนทำให้ไดอาน่าตกเป็นเป้าหมายของบรรดาปาปารัสซีมาตลอด แค่เพียงภาพถ่ายเดียวก็ทำเงินก้อนโตได้อย่างง่ายดาย ยิ่งมีการถือกำเนิดของกล้องอัตโนมัติขึ้นมา ยิ่งทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถถ่ายภาพได้ คนเหล่านั้นอาจไม่แม้แต่จะแคร์หรือเคารพคนที่เขาถ่ายภาพเลย เขารู้แค่ว่าจะต้องได้ซีนที่ไม่เคยมีใครได้เพื่อทำเงินให้สูงขึ้น ไดอาน่าจึงไม่ต่างจากเหยื่อของพวกหมาป่าล่าเนื้อเหล่านี้ แถมนับวันหมาป่าก็ยิ่งบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เธอกังวลมากกว่าตัวเองคือวิลเลียมและแฮร์รี ลูกชายทั้งสองของเธอ ราชวงศ์อาจเข้ามาจัดการเองหากปัญหามันหนักข้อจนเธอรับมือไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่าทั้งสองเป็นทายาทของบังลังก์นี้ 

        ไดอาน่ารวบรวมความกล้าเปิดเผยเรื่องราวชีวิตกับ แอนดรูว์ มอร์ตัน นักเขียนคนที่เธอไว้วางใจอย่างลับๆ สำหรับเขียนหนังสือชีวประวัติของเธอออกมาในชื่อ Diana: Her True Story – In Her Own Words ทุกอย่างชลมุนเมื่อบทแรกของหนังสือเล่มดังกล่าวไปเผยอยู่หน้าหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ก่อนวางขาย พร้อมพาดหัวที่ว่าเจ้าหญิงไดอาน่าพยายามฆ่าตัวตาย 5 ครั้งจากการที่สามีไม่สนใจ ราชวงศ์ไม่พอใจอย่างมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม ทุกคนเห็นใจเธอ นี่คือวิธีจัดการกับสื่อของเธอ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าบางครั้งเธอก็ทำให้สื่ออยู่ข้างเธอได้อย่างแยบยล แต่นั่นอาจไม่จริงเสมอไป บทสนทนาสยิวกิ้วระหว่างเจ้าหญิงไดอาน่ากับคนรักถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ แต่ที่พีกยิ่งกว่าคือทางด้านเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ก็ถูกแอบอัดบทสนทนาที่สยิวไม่แพ้กันระหว่างเขากับคามิลลาด้วย

        กว่าจะมาถึงจุดที่หย่าขาดจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และราชวงศ์ก็ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ไดอาน่าต้องสู้กับมัน โดยใช้แฟชั่นและสื่อเป็นอาวุธ ซึ่งเธอก็ใช้ได้อย่างชาญฉลาด แต่สื่อคือสัตว์ประหลาดที่ดุร้าย ไม่มีทางที่จะใช้มันได้โดยไม่ย้อนกลับมาหลอกหลอนตัวเอง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของสาเหตุการเสียชีวิตของเธอ 

 

The Story of Diana

 

        หลังจากหย่าเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ไดอาน่าขาดหายไปคือการได้รับการปกป้องคุ้มครองในฐานะราชวงศ์ ตอนนั้นภาพถ่ายของเจ้าหญิงไดอาน่ามีราคาถึง 5 แสนปอนด์ ยิ่งช่วงที่เธอเดตกับมหาเศรษฐี ‘โดดี ฟาเยด’ ภาพดังกล่าวถูกซื้อไปในราคาถึง 1 ล้านปอนด์เลยทีเดียว โดดี ฟาเยด พยายามปกป้องเธอจากปาปารัสซีจนเหมือนว่าชีวิตของไดอาน่าจะถึงคราวสงบ เธอกล้าเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น กล้านุ่งน้อยห่มน้อย เธอมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง แต่ไม่มีใครสามารถปกป้องใครได้ตลอดเวลา เจ้าหญิงไดอาน่าและโดดีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ในปารีส โดยมีปาปารัสซีขี่มอเตอร์ไซค์ขนาบไล่พวกเขา การสืบสวนของหน่วยงานยุติธรรมของฝรั่งเศสใช้เวลานานถึง 18 เดือน สรุปว่า อองรี ปอล ปาปารัสซีคนดังกล่าวอยู่ในอาการมึนเมาขณะขับขี่รถยนต์ และไม่สามารถควบคุมรถซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงได้ 

        สื่อถูกสังคมโจมตีทันทีว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าหญิงไดอาน่าเสียชีวิต สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังทุกคนเห็นว่าพระองค์ไม่ยอมแสดงอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับประชาชนคนในชาติที่โศกเศร้าเสียใจอย่างมากต่อการจากไปของเจ้าหญิงไดอาน่า แต่ราชวงศ์ก็ปรับสถานการณ์ได้ทัน ท่าทีประชาชนเปลี่ยนไปและมองว่าพระองค์ไม่ใช่แค่พระราชินีแต่เป็นย่าของหลานชายสองคนที่สูญเสียแม่อันเป็นที่รักไปอย่างกะทันหัน 

        “ผมคิดว่าเธอไม่เข้าใจว่าทำไมความตั้งใจดีที่แท้จริงของเธอถึงถูกสื่อเย้ยหยัน ทำไมถึงมีการตามสืบค้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อทำลายเธอ… เด็กผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเทพธิดาโบราณแห่งการล่า สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นคนที่ถูกล่ามากที่สุดในโลกยุคใหม่” 

        นี่คือคำปราศรัยของ ชาลส์ สเปนเซอร์ น้องชายของเจ้าหญิงไดอาน่า ที่เตือนสติทุกคนว่าการที่สื่อไล่ล่าพี่สาวของเขาอย่างบ้าคลั่งจนนำมาสู่การเสียชีวิตนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทุกคนหรือเปล่าที่กระหายรู้ อยากเสพข่าว ป้อนความอยากรู้ให้เป็นฟันเฟือง พาธุรกิจสื่อเติบโตจนกลายมาเป็นหายนะ 

 

The Story of Diana

 

        สารคดีนี้ไม่เพียงแค่เผยชีวิตอันซับซ้อนและลึกซึ้งของผู้หญิงที่เป็นที่รักมากที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่ยังเป็นประวัติศาสตร์ที่ทำให้เห็นว่าแม้จะมียศถาบรรดาศักดิ์ สุดท้ายแล้วชีวิตที่พวกเขาเผชิญก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป มีรัก มีโลภ มีโกรธ มีหลง และมีความคาดหวังอันหนักอึ้งที่ต้องแบกไว้บนบ่า ตอนจบของเจ้าหญิงคนนี้จึงไม่ได้เป็นไปตามนิยายรักที่เคยอ่าน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ผิดคือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ คนที่ผิดคือราชวงศ์ หรือคนที่ผิดคือเจ้าหญิงไดอาน่า ทุกคนล้วนเป็นเหยื่อของกันและกัน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สุธามาส ทวินันท์

อินโทรเวิร์ตที่ผ่อนคลายชีวิตด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น