ยุค 90s ของไทย & เกาหลี ไม่เหมือนตรงไหน เอาปากกามาวง

The Review
1 Oct 2021
เรื่องโดย:

adB Team

ถ้าจะหาซีรีส์สักเรื่องที่มี ‘สถิติ’ มากมาย เป็นที่จดจำขั้นสุด หนึ่งในนั้นต้องเอาปากกามาวงชื่อ ‘Reply 1988’

        ลองไล่เรียงโปรไฟล์กันเบาๆ ซีรีส์เรื่องนี้ทำเรตติ้งสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ 4 ของช่องเคเบิลทีวีที่ประเทศเกาหลีใต้ ออกอากาศครั้งแรกในปี 2015 แต่ถึงวันนี้ผ่านมา 6 ปี ยอดผู้ชมยังล้นหลาม ว่ากันว่าแฟนๆ ที่เมืองไทยหลายคนเคยพยายามสร้างสถิติส่วนตัว ดูซีรี่ส์นี้วนเวียนไปไม่ต่ำกว่า 3-4 รอบ!

        อะไรคือคุณงามความดีของ Reply 1988 ที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เข้าไปกระแทกหัวจิตหัวใจผู้ชมได้ขนาดนี้?

        ประการแรก, นี่เป็นซีรีส์ ‘ย้อนวันวาน’ ที่นำเอาเหตุการณ์สำคัญในประเทศเกาหลีใต้ในช่วงยุค 80s-90s มาเป็นฉากหลังของเรื่อง รวมทั้งยังสะท้อนเรื่องราวชีวิต ครอบครัว ความรัก โลกใบใสของวัยหนุ่มสาวในอดีต ได้อย่างอบอุ่นละมุนหัวใจ 

        หลายคนที่ดูเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนที่ ‘เกิดทัน’ ในยุค 80s-90s ต่างรู้สึกคล้ายๆ กันว่า เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปในวันที่ ‘ชีวิต’ ดำเนินไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เดินหน้าไปอย่างไม่รีบเร่ง ตลอดจนเรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้คนที่ ‘จับต้องได้’ การพบปะ เจอหน้า พูดคุย ล้อมวงกินข้าว ทั้งหมดล้วนเป็นพฤติกรรมง่ายๆ ที่เราสามารถสัมผัสได้จากซีรี่ส์เรื่องนี้

        Reply 1988 เป็นหนึ่งในเซตซีรีส์ที่ผู้กำกับ ชินวอนโฮ สร้างเอาไว้ 3 เรื่อง เริ่มต้นจาก Reply 1997 ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2012 ตามมาด้วย Reply 1994 ออกอากาศเมื่อปี 2013 และปิดท้ายด้วย Reply 1988 ที่ออกอากาศในปี 2015 ซึ่งเรื่องนี้เองที่จัดว่าเป็นเรื่องที่พีกที่สุด

        Reply 1988 ว่ากันด้วยเรื่องราวของชุมชนแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ ที่มีชื่อว่าย่านซังมุนดง ภายในชุมชนมีครอบครัวหลากหลายฐานะอาศัยอยู่ร่วมกัน ความสนุกของเรื่อง อยู่ที่เรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละคร นับตั้งแต่รุ่นลูกๆ ไปจนถึงรุ่นพ่อแม่ ทั้งหมดถูกโอบอุ้มไว้ด้วยบรรยากาศสังคมในยุค 80s-90s ที่หากว่าใครได้ชม จะรู้สึกละม้ายคล้ายกับสังคมไทยในยุคเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วเช่นกัน

        หรือนี่อาจะจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ชมชาวไทย ‘อิน’ จนมอบหัวใจให้กับซีรี่ส์เรื่องนี้ ดูกี่ทีก็ไม่ยอมเบื่อ เอาเป็นว่า ยังไม่ต้องเชื่อ adB จนกว่าคุณจะเช็กลิสต์ 20 เรื่องราวต่อไปนี้ที่เป็น ‘ความคล้ายคลึง’ (ทั้งในอดีตและอาจต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน) ไม่แน่ว่า คุณอาจรำพึงเบาๆ ในใจ ‘เกาหลีกับไทยห่างกันตั้ง 3,460 กิโลเมตร แต่ทำไมเราทำอะไรคล้ายๆ กันได้นะ โอ้ว อ๊ปป้า!

 

Reply 1988

โต๊ะใหญ่หน้าบ้าน ลานเมาท์ของแม่ๆ

        เป็นฉากขายประจำซีรีส์ก็ว่าได้ เหล่าบรรดาตัวละครแม่ๆ มักจะชอบออกมารวมตัวกันที่โต๊ะหน้าบ้าน ถ้าไม่ออกมาปรับทุกข์ พวกแม่ๆ ก็มักจะมานั่งเตรียมวัตถุดิบเพื่อทำกับข้าว จุดนี้คล้ายกับชุมชนคนไทย ที่บรรดาแม่ๆ ชอบออกมารวมตัวกันหน้าบ้าน บ้านไหนมีโต๊ะกลางที่ตั้งเอาไว้ พวกแม่จะไปใช้บริการเสมอ

 

Reply 1988

กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา

        อีกหนึ่งฉากขาย และเป็นพฤติกรรมที่เห็นบ่อยในซีรีส์ Reply 1988 ไม่ว่ามันจะเป็นความตั้งใจ ‘ขาย’ เมนูอาหารเกาหลีก็ตามที แต่สะท้อนได้ดีถึงความอบอุ่นในครอบครัว ไม่ต่างจากครอบครัวคนไทย ที่ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน การล้อมวงกินข้าวคือความสุขง่ายๆ อย่างหนึ่งของครอบครัว

 

Reply 1988

วัฒนธรรมแห่งการแบ่งปัน

        ในอีพีแรกๆ มีฉากที่เรียกรอยยิ้ม คือการเดินวนเวียนสวนกันไปมาของบรรดาเด็กๆ แห่งย่านซังมุนดง พวกเขาต้องนำอาหารไปให้เพื่อนบ้าน เพราะเป็นคำสั่งของบรรดาพ่อแม่ที่ต้องการแบ่งปันน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ นี่คือความพ้องกันของสังคมเกาหลีกับสังคมไทยในอดีตเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะบ้านใกล้เรือนเคียง

 

Reply 1988

ทรงผมดัดของออมม่า

        บรรดาออมม่าของเด็กๆ ต่างพร้อมใจกัน ‘ดัดผม’ เหมือนเป็นทรงนิยมของสุภาพสตรีสูงวัยของเกาหลีในยุคนั้น ข้ามน้ำทะเลมาที่เมืองไทย อ้าว! คุ้นๆ ไหม ใครเคยนั่งรอแม่ทำผมทรงนี้ในร้าน จนหลับไปสามตื่น แม่ยังทำไม่เสร็จสักที!

 

Reply 1988

รวยเพราะหวย

        ตามพล็อตเรื่อง ครอบครัวของคิมจองฮวาน (ไอ้เสือยิ้มยาก) มีฐานะที่ดีกว่าครอบครัวเพื่อนๆ เรื่องมาเฉลยว่า เมื่อก่อนพวกเขาเคยยากจนมากๆ มาก่อน แต่เกิดรวยแบบฟ้าผ่าเพราะถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ ช่างเหมือนวิถีคนไทย ที่มักจะมีความหวังในการพลิกฐานะทุกๆ วันที่ 1 และ 16 ของเดือน

 

Reply 1988

กระเป๋าเงินพ่อจะฮอตในวันสิ้นเดือน

        ดงอิล พ่อของด็อกซอน (นางเอก) ทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงโซล ทุกๆ สิ้นเดือน พ่อมักจะซื้อข้าวของกลับบ้านมากเป็นพิเศษ แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ การนับเงินเดือนของแม่ต่างหาก ถ้าเงินตกหล่นไปล่ะก็ พ่อมึ้ง!! (บ้านใครเป็นแบบนี้มั่ง?)

 

Reply 1988

ทำไมต้องตั้งชื่อลูกให้ไพเราะไม่เหมือนกัน

        ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปัญหาคลาสสิก ที่เกิดทั้งครอบครัวเกาหลีและครอบครัวคนไทย มีอยู่ฉากหนึ่งที่ด็อกซอนร้องไห้โวยวาย หาว่าพ่อและแม่ตั้งชื่อตัวเองได้ไม่เพราะเท่าพี่สาว (โบรา) และน้องชาย (โนอึล) เธอไม่ชอบชื่อตัวเอง และน้อยใจในความเป็นลูกคนกลางของครอบครัว

 

Reply 1988

กำแพงบ้านกับรั้วแหลม และเศษขวดปากฉลาม

        ใครที่ช่างสังเกตสักหน่อย จะเห็นว่าบริเวณกำแพงบ้านของตัวละครในซีรีส์ ถ้าไม่ออกแบบให้เป็นเหล็กแหลม ก็มักจะนำเศษขวดมาปักไว้บนแนวกำแพง เห็นแล้วนึกถึงที่เมืองไทย บ้านเรือนคนไทยยุคก่อนก็นิยมทำแบบนี้ เป็นการป้องกันโจรขโมย ไม่เน้นความสวย แต่เน้นความเสียวไส้

 

Reply 1988

ให้เด็กนักเรียนถือป้ายในมหกรรมกีฬา

        ด็อกซอนแฮปปี้ดี๊ด๊ามากมาย ที่ตัวเองได้รับเลือกให้ไปร่วมถือป้ายพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ แถมครอบครัวยังลุ้นเว่อร์อยู่ในหน้าจอทีวี กิจกรรมเหล่านี้เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย เมื่อตอนเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 13 (ปี 1985) ซึ่งใช้วิธีคัดเลือกเด็กๆ จากโรงเรียนมัธยมให้ไปร่วมถือป้ายประเทศ เป็นความภูมิใจเล็กๆ ของครอบครัวเช่นกัน

 

Reply 1988

ห้องนอนบ้านเพื่อนคือสวรรค์

        แก๊งหนุ่มสาวแห่งซังมุนดง มักจะชอบนัดรวมตัวกันที่บ้านของ ชเวแท็ก (พระเอกของเรื่อง) พวกเขามักจะมาปาร์ตี้แบบย่อมๆ กันในห้อง คล้ายวิถีวัยรุ่นไทยยุคนั้น ถ้าไม่นัดไปเดินห้างสรรพสินค้า การรวมตัวกันที่สนุกและสะดวกที่สุด คือห้องนอนบ้านเพื่อนสักคนนี่เอง

 

Reply 1988

กิจกรรมรวมตัวเพื่อจอเดียวกัน

        ยุคนี้มี ‘หน้าจอ’ ของใครของมัน แต่ในยุค 90 การนั่งหน้าจอทีวีเดียวกัน คือกิจกรรมอันเป็นที่สุด แถมวัยรุ่นเกาหลีและไทยยังนิยมดูหนังจีนฮ่องกงเหมือนกันซะอีก พี่โจวเหวินฟะ พี่เลสลี่จาง พี่หลิวเต๋อหัว มากันครบ บ้านใครมีเครื่องเล่นวิดีโอ เดี๋ยวเจอกัน!

 

Reply 1988

รถเมล์แน่นเอี้ยด

        ถ้าเป็นตัวจริงเรื่อง 90s ต้องเคยผ่านวีรกรรมโหนรถเมล์ ไม่น่าเชื่อว่า ซีรีส์เรื่องนี้ก็มีฉากโดยสารรถเมล์ที่แน่นขนัด เรื่องสวัสดิการและการโดยสารของชนชั้นกลาง ทั้งที่เกาหลีและไทยเวลานั้น ยังต้องพึ่งพารถประจำทางเป็นหลักอยู่

 

Reply 1988

ทรงผมบ็อบของจินตหรา และหวังจู่เสียน

        ด็อกซอน และเพื่อนสาว พร้อมใจกันไว้ทรงผมบ็อบหน้าม้า ข้ามมายังประเทศไทย เอ้า! นั่นมันทรง จินตหรา สุขพัฒน์ นางเอกแห่งยุค 80s-90s ของเรานี่นา แถมให้อีกคนที่ฮ่องกง นางเอกคนสวยอย่าง หวัง จู่เสียน ก็ทำทรงฮิตนี้เช่นกัน

 

Reply 1988

แต่งตัวเป็นธีม และเต้นเป็นทีม

        วัยรุ่นยุค 80s-90s ทั้งเกาหลีและไทย มักจะนัดแต่งกายให้เป็นธีมเดียวกัน ถ้าสวมเสื้อเชิ้ตก็ต้องเชิ้ตเหมือนกัน กางเกงต้องเอวสูงเหมือนกัน และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องทำด้วยกัน คือการเต้นคัฟเวอร์ด้วยความพร้อมเพรียง เรื่องนี้เกิร์ลแก๊งของด็อกซอนทำเป็นประจำ

 

Reply 1988

ในกลุ่มต้องมีใครสักคนมีพ่อแม่เป็นครู

        ‘รยูดงรยง’ หรือไอ้แว่นตัวแสบของเพื่อนๆ มักจะสร้างวีรกรรม ถ้าไม่โดนนักเลงไถเงิน ก็ชอบไปหลับในห้องสมุด แต่แสบๆ อย่างนี้ ดันมีพ่อเป็นครูฝ่ายปกครอง ลองย้อนนึกดูสิ เรามีเพื่อนสักคนไหมที่พ่อแม่มีอาชีพเป็นคุณครู ของมันต้องมี! อาจเป็นเพราะว่ายุคสมัยหนึ่ง อาชีพยังไม่หลากหลายแบบทุกวันนี้ รวมไปถึงระบบการศึกษาที่คล้ายๆ กันของประเทศฝั่งเอเชีย ทำให้ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุ้นชินไม่น้อย

 

Reply 1988

การประท้วงและการเรียกร้อง

        ที่เกาหลีใต้มีการประท้วงบ่อยๆ ไม่ต่างกับบ้านเรา ตัวละครอย่าง โบรา (พี่สาวของด็อกซอน) มักจะแอบที่บ้านไปร่วมประท้วงเป็นประจำ ฉากหนึ่งที่น่าประทับใจ เมื่อพ่อเดินกลับจากทำงาน แล้วแอบช่วยเหลือวัยรุ่นที่มาประท้วงให้รอดจากการจับกุม โดยที่พ่อไม่รู้เลยว่าลูกแอบมาประท้วงเป็นประจำ

 

Reply 1988

รักใสใส ที่ต้องใช้เวลา

        รักในยุค 80s-90s เป็นรักที่ต้องใช้เวลา และระยะทางในการพิสูจน์ เหมือนอย่างความรักของด็อกซอนกับชเวแท็ก หรือแม้แต่รักข้างเดียวของคิมจองฮวาน ที่เป็นความรักที่บริสุทธิ์ในแบบเพื่อน ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเครื่องมือในการสื่อสาร โทรศัพท์ หรือโซเชียลมีเดีย ยังไม่เกิดขึ้นในยุคนั้น ถ้าย้อนกลับไป เราเชื่อว่า พวกเขาก็อยากคุยแบบเห็นหน้าค่าตากับแฟนหรือคนที่ตัวเองสนใจ แต่โทรศัพท์แบบเห็นหน้ากัน การส่งข้อความหากันง่ายๆ เป็นเรื่องเกินจินตนาการ เอาแค่การนัดเจอกันก็ได้ นัดแล้วอีกฝ่ายต้องรักษาเวลายิ่งชีพ เพราะไม่มีเครื่องมือสื่อสารบอกกันหรอกว่าจะไปถึงกี่โมง หรือจะเปลี่ยนที่นัดกันกลางคันก็ไม่ได้ ทุกอย่างต้องอาศัยความอดทนรอคอยไปหมด

 

Reply 1988

รักข้ามรุ่นที่ไม่อาจเปิดเผย

        ตัวละครอย่างซอนอู แอบหลงรักโบรา พี่สาวนางเอกที่มีอายุมากกว่า แต่จำต้องปิดบังเอาไว้ เพราะกลัวพวกผู้ใหญ่จะรู้ เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นที่เกาหลี และคล้ายกับที่เมืองไทย ค่านิยมของผู้คนส่วนใหญ่ในเวลานั้น ยังให้ความสำคัญกับเรื่องตัวเลขของอายุ มากกว่าความรู้สึกบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นมา

 

ห้องสมุดคือบ้านหลังที่สอง และมหาวิทยาลัยคือนิพพาน

        เป้าหมายของซอนอู รยูดงรยง คิมจองฮวาน และด็อกซอน คือการเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐให้จงได้ นี่คือความสำเร็จที่พวกเขาจะมอบให้กับพ่อกับแม่ได้ ห้องสมุดจึงกลายเป็นฐานที่มั่นในการอ่าน อ่าน และอ่านตำรา ไม่ต่างอะไรกับวัยรุ่นเมืองไทยในยุค 80s-90s ที่เส้นชัยแรกในชีวิต คือการเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย เพื่อให้พ่อแม่ได้ภูมิใจเช่นกัน

 

Reply 1988

ความมั่นคงของลูกๆ คือความสำเร็จของพ่อแม่

        แรกทีเดียว คนดูอาจจะรำคาญใจกับฉากทะเลาะกันของครอบครัวบ้านชั้นใต้ดินของด็อกซอน เอะอะอะไรก็ทะเลาะกันตลอด แต่ระว่างทางเรากลับได้เห็นการต่อสู้เพื่อยกระดับฐานะครอบครัวให้ดีขึ้น จนท้ายที่สุด เมื่อลูกๆ เติบโตมีหน้าที่การงานที่ดี มั่นคง และได้แต่งงาน ภารกิจของพ่อกับแม่ก็ถือว่าสำเร็จลุล่วง ค่านิยมในสังคมเกาหลีและสังคมไทยในยุค 80s-90s ต่างให้ความสำคัญกับรูปแบบชีวิตที่เป็นสูตรสำเร็จ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันคือความมั่นคงและปลอดภัยที่ชีวิตพึงจะมีหลังการต่อสู้มาอย่างยาวนาน

        ซีรีส์ Reply 1988 อาจไม่ใช่ผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่การสะท้อนเรื่องราวในอดีต เหมือนได้ทบทวนสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้รู้เท่าทัน และจัดการชีวิตให้ดีต่อไปในอนาคต วันวานของเราอาจจะเคยหวาน หรือแม้แต่มีรสชาติขม แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า เราได้เรียนรู้อะไรในวันวาน เพื่อนำมาปรับปรุงและสานต่อ ให้อนาคตของเราดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น…

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่