‘Zack Snyder’s Justice League’ การกลับมาของความดาร์กในจักรวาลดีซี

The Review
20 Mar 2021
เรื่องโดย:

adB Team

แซ็ก สไนเดอร์ (Zack Snyder) คือผู้กำกับที่มีสไตล์โดดเด่นจากผลงานหนังสงคราม และการต่อสู้อย่าง 300 (2007) การหยิบหนังซอมบี้ในตำนานมารีเมกได้สนุกจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ Dawn of the Dead (2004) มาถึงการทำหนังซูเปอร์แมนฉบับใหม่ใน Man of Steel (2013) และ Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในความดาร์กของงานภาพและเนื้อเรื่องที่จริงจังจนแฟนจักรวาลดีซีต่างชื่นชมในวิสัยทัศน์ของผู้กำกับคนนี้

        แต่เนื่องจากเหตุผลหลายประการทำให้เขาต้องวางมือจากการทำ Justice League (2017) ไป และถูกสานต่อโดย Joss Whedon ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ค่อยถูกใจแฟนๆ สักเท่าไหร่ จนเกิดเป็นกระแสเรียกร้องให้ แซ็ก สไนเดอร์ นำฟุตเทจที่ถ่ายทำไว้แล้วกลับมาทำใหม่ในแบบของตัวเองอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งนั่นก็คือ Zack Snyder’s Justice League ความยาว 4 ชั่วโมงที่เราได้ดูกันวันนี้

บทภาพยนตร์

        การต่อสู้ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อสเต็พเพนวูล์ฟ (ตัวแทนแห่งดาร์กไซด์ ตัวละครฝ่ายร้ายอันดับต้นๆ ของจักรวาลดีซี) บุกมายังโลกเพื่อตามหา ‘มาเธอร์บ็อกซ์’ ขุมพลังอาวุธที่มีอานุภาพแห่งการสร้างและการทำลาย ซึ่งถูกแย่งชิงไปตั้งแต่มหาสงครามกับเผ่าพันธุ์มนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อน โดยมาเธอร์บ็อกซ์ทั้งสามถูกแยกออกไปซ่อนตามสถานที่ของสามเผ่าพันธุ์คือ ชาวแอตแลนติส ชาวแอมะซอน และมนุษย์บนโลก ดาร์กไซด์ต้องการที่จะนำมันกลับคืนเพื่อสร้างเอกภาพความเป็นหนึ่งเดียวของจักรวาล หรือก็คือการรวบรวมและครอบครองจักรวาลด้วยตนเองเพียงผู้เดียว 

        บรูซ เวย์น จึงพยายามรวมกลุ่มของซูเปอร์ฮีโร่อย่างวันเดอร์ วูแมน, อควาแมน, เดอะแฟลช และไซบอร์ก โดยมีเขาเป็นแกนนำ ซึ่งหนังใช้ก็บอกเล่าเหตุการณ์ผ่านการปูพื้นหลังให้แก่ตัวละครอย่างละเอียด โดยทุกตัวละครจะมีบทบาทและที่มาที่ไปของตัวเองที่ชัดเจนมากขึ้น รวมไปถึงฉากสำคัญอย่างการกลับมาอีกครั้งของซูเปอร์แมนในยูนิฟอร์มใหม่ที่เป็นสีดำเทา

        การเล่าเรื่องยังคงดำเนินตามเส้นเรื่องหลักแบบที่เราเคยดู แต่เล่าออกมาในสไตล์ของผู้กำกับอย่างแซ็คที่จัดเต็มความดาร์ก ภาพ แสง สี เสียง และเอฟเฟ็กต์ที่ต่างไปจากเวอร์ชันภาพยนตร์ มูฟเมนต์การเคลื่อนไหว และรายละเอียดยิบย่อยที่เคยถูกตัดออกไป ก็เอากลับมาใส่ไว้อีกครั้ง รวมถึงมีการเพิ่มฉากที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ด้วยความยาวกว่า 4 ชั่วโมง หนังแบ่งออกเป็น 6 ตอน ถ้าใครเป็นแฟนตัวยงของคอมิกหรือคอหนังฮีโร่ของค่ายดีซี ก็ดูกันอย่างจุใจกันไปเลย

ตัวละคร

Zack Snyder's Justice League

เรื่องราวของ Cyborg หรือ Victor Stone

        ฉากที่เพิ่มเข้ามาได้อย่างน่าสนใจในเวอร์ชันนี้ก็คือ บทบาทของไซบอร์ก จากที่เวอร์ชันที่แล้วเกือบจะกลายป็นตัวประกอบ มาเวอร์ชันนี้เขาได้มาเป็นอีกตัวละครหลักที่มีบทบาทสำคัญอย่างมาก จนเรียกได้ว่าเป็นตัวเด่นเลยก็ได้ ด้วยฉากที่เพิ่มเข้ามาเป็นการเล่าถึงครอบครัวและต้นกำเนิดของตัวไซบอร์กเอง ที่พ่อและลูกชายมีปัญหากันจนกระทั่งเกิดอุบติเหตุที่เกือบจะทำให้สูญเสียลูกชายไป และถูกช่วยเหลือให้มีชีวิตกลับมาอีกครั้งในร่างของไซบอร์ก ยิ่งทำให้ตัวลูกชายไม่พอใจในตัวพ่อที่ทำให้เขากลายเป็นตัวประหลาด เขาไม่กล้าออกไปเผชิญโลกภายนอก จนได้มารับรู้ความจริงจากพ่อของเขาว่า ตัวไซบอร์กนั้นมีความสามารถแท้จริงอย่างไร ทำให้ตัวเขาและเหล่าฮีโร่อีกทั้ง 4 คนมาร่วมมือกันในภารกิจนี้ โดยที่ไซบอร์กเป็นคนเดียวที่จะสามารถเข้าถึง ‘มาเธอร์บ็อกซ์’ สิ่งที่เป็นได้ทั้งหายนะและความหวังขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ได้

Zack Snyder's Justice League

The Flash / Barry Allen

        ในเวอร์ชันนี้ เรื่องราวของเดอะแฟลชก็ได้ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้งขึ้นเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวของเขาล้วนเป็นข้อมูลที่ใครที่เคยดูซีรีส์ เดอะแฟลช มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่การเพิ่มตัวละคร Kiersey Clemons (นำแสดงโดย ไอริส เวสต์) ในบทคนรักของเดอะแฟลช ก็สร้างความน่าสนใจให้กับเส้นเรื่องของเดอะแฟลชได้ไม่น้อย

Zack Snyder's Justice League

เรื่องราวของอควาแมนที่สานต่อจากเนื้อเรื่องหลัก

        อควาแมน หรือ Arthur Curry เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีหนังเดี่ยวของตัวเองในเนื้อเรื่องเวอร์ชัน แซ็ก สไนเดอร์ ได้ปูเบื้องต้นไปว่ามีความคาบเกี่ยวกับตัวเนื้อเรื่องหลักของ อควาแมน ที่เป็นหนังเดี่ยว ซึ่งเล่าถึงการกระหายอำนาจของคิงออร์ม หรือ เจสัน แพตทริก น้องต่างบิดาของอาเธอร์

Zack Snyder's Justice League

ซูเปอร์แมนที่มาพร้อมกับชุดดำ

        เนื้อเรื่องของซูเปอร์แมนในเวอร์ชันนี้ไม่ได้ต่างอะไรมากกับเวอร์ชันที่แล้ว แต่ที่เห็นได้ชัดเลยคือเขามาพร้อมกับชุดสีดำและผ้าคลุมสีดำ กับฉากที่เพิ่มขึ้นมาในฝันของแบตแมนว่า…  

Zack Snyder's Justice League

ฉากของ Darkseid  ที่เพิ่มขึ้นมา

        ในพาร์ตของคู่ปรับหลักของเรื่องนี้อย่าง Darkseid ได้มีการเพิ่มฉากขึ้นมาหลายฉาก และยังมีในส่วนของตัวละครอื่นๆ จากในหนังสือการ์ตูนที่ออกมาให้เห็นได้ในหลายๆ ฉากเป็นอีสเตอร์เอ้ก ให้แฟนดีซีได้พูดถึงกันต่อ

Conclusion

        แม้จะมีกระแสตอบรับด้านบวกมากมาย แต่ก็ยังคงมีกระแสด้านลบจากนักวิจารณ์ออกมาให้เห็นบ้าง ด้วยเรื่องของความยาวที่ผู้ชมบางท่านอาจจะมองว่ายาวเกินไป หรือบางคนบอกว่าจะต้องใส่รายละเอียดเพิ่ม หรือตัวหนังควรจะมีความยาวที่มากกว่านี้ ไหนๆ ก็ทำลงสตรีมมิงแล้ว และหลังจากเริ่มปล่อยสตรีมมิงครั้งแรกสำหรับประเทศไทยเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 18 มีนาคมพร้อมกันทั่วโลก แฟนๆ ก็แห่กันเข้าไปดู Zack Snyder’s Justice League จนทำให้ส่งระบบเซิร์ฟเวอร์หลักล่มและต้องรอการกู้ระบบคืนมานานถึงหนึ่งชั่วโมง 

Zack Snyder's Justice League

        สำหรับเราในส่วนของการกลับมาของซูเปอร์แมนตอนท้ายเรื่อง ก็เห็นด้วยว่าควรจะมีการเล่าเรื่องเพิ่มเติม ทั้งในเรื่องของเหตุผลรองรับการฟื้นคืนชีพและพลังของซูเปอร์แมน ซึ่งตอนกลางเรื่องนั้นค่อนข้างย้วยไปหน่อย ทำให้หนังเสียเวลาไปพอสมควร รวมไปถึงประเด็นยิบย่อยที่ไม่จำเป็นทำให้ดูน่าเบื่อเป็นบางฉาก และอาจจะด้วยด้วยสภาพจิตใจที่ยังไม่เข้มแข็งได้อย่างเต็มที่จากการสูญเสียลูกสาวขณะถ่ายทำเวอร์ชันภาพยนตร์ แต่โดยรวมแล้วเวอร์ชันนี้สามารถทำออกมาได้ดีสมกับฝีมือของผู้กำกับอย่าง แซ็ก สไนเดอร์ ที่แฟนหนังฮีโร่ดีซีได้ดูเวอร์ชันในแบบที่ควรจะเป็นกันเสียที 

        แม้ว่าสุดท้ายแล้ว Zack Snyder’s Justice League จะไม่ถึงกับทำให้เรารู้สึกว้าวจนต้องลุกขึ้นปรบมืออย่างตื่นเต้นได้ แต่เราก็เห็นด้วยที่หนังควรจะถูกทำให้สมบูรณ์จากมือของผู้ที่ปลุกปั้นมันมาตั้งแต่ต้น เพื่อให้เป็นไปตามสิ่งที่ผู้กำกับต้องการอย่างแท้จริง


เรื่อง: เจนจิรา จงมีเพียร และ ธนัชชา ยะสาธโร

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่