กับข้าวเรียกพลังใจ ‘หน่อไม้ (ไฟ) ชุบแป้งทอด’

รสกับข้าว
2 May 2020
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

ร่องรอยจากท้องนาก่อนเข้าฤดูฝน

        เสียงจักจั่นตัวผู้ตีปีกดังเซ็งแซ่อยู่บนต้นไม้ใหญ่หลังบ้าน แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มมาจากถนนเล็กๆ ที่ผ่านหน้าบ้าน เสียงหนึ่งดังขึ้นเพื่อประกาศฤดูกาล อีกเสียงดังขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงยุคสมัย กลายเป็นทำนองดนตรีน่าขบขันที่ฉันฟังแล้วกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

        ตรงข้ามกับแม่ที่ยังคงชื่นชอบและยังอยากได้ยินเสียงหวานๆ ที่ดังมาจากธรรมชาติมากกว่าเสียงล้อบดถนนคอนกรีต หรือเสียงเครื่องยนต์ที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกอึดอัดคล้ายกับเสียงคนไอแห้งๆ ฟังแล้วไม่ต่างจากเสียงเคาะท่อเหล็กที่ขึ้นสนิม

        “แม่คิดถึงเสียงธรรมชาติเจื้อยแจ้วของนกเอี้ยงที่เหมือนเสียงคนคุยกัน เสียงนกกระปูดที่ดังปู๊กๆ เสียงนกกาเหว่าที่ปลุกแม่ตอนเช้าตรู่ เสียงนกกระจิบตัวน้อยที่ส่งเสียงอยู่ในรังบนต้นไม้ และทุกๆ อย่างที่แม่เคยได้ยิน ได้สัมผัส”

        แม่กำลังรื้อฟื้นเรื่องราวจากธรรมชาติที่เคยได้โอบกอดนั้นอีกครั้ง

        “ทุกๆ เช้าแม่จะตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงแม่ชอบที่สุด”

        เสียงนั้นดังมาจากบรรดานกนานาชนิดบนต้นไม้ เสียงไก่และเสียงของอิเฒ่า ควายตัวโปรดของแม่ที่เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้าน เสียงล้งเล้งของหม้อที่ดังมาจากครัวเปิดหลังบ้าน เสียงตายายกำลังคุยกัน จนทำให้แม่ต้องรีบตื่น และหลังจากอาบน้ำเย็นในตุ่มหน้าบ้านให้พอชื่นใจ แม่จะจกข้าวเหนียวโรยเกลือสักปั้น แบ่งใส่กระติบน้อยๆ พร้อมไข่เจียวสักฟอง ตักแจ่วพริกป่นที่ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำปลา น้ำตาล และพริกป่น ใส่ย่ามใบน้อย สะพายข้างเตรียมพร้อมพาอิเฒ่าและลูกๆ ไปหากินที่ท้องนา และบางวันก็เดินเลยยาวไปจนถึงโคกไร่ที่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร

        แต่ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ตามีงานใหญ่ต้องทำ แม้ว่าท้องนายังคงว่างเปล่า โชคดีที่ตอนกลางคืน พายุฤดูร้อนหอบเอาสายฝนลงมาชโลมให้ดินได้มีความชุ่มชื้น เปลี่ยนดินแห้งแข็งให้มีความอ่อนนุ่ม เวลานั้นตาก็จะพาควายออกไปไถนา เตรียมตัวเริ่มฤดูกาลปลูกข้าวอีกครั้งก่อนเข้าฤดูฝน

        แม่บอกว่า แม่ชอบความหอมของกลิ่นดินหลังฝนตกใหม่ๆ ความหอมนั้นทำให้แม่นั่งมองตาพาอิเฒ่าไถนาได้อย่างเพลิดเพลิน พออากาศเริ่มร้อนขึ้นในช่วงสาย แม่ก็เปลี่ยนมานั่งนับฝูงนกปากห่างตัวใหญ่ที่กำลังก้มๆ เงยๆ หาหอยเชอรีและหอยโข่งที่อยู่ใต้ดินกินแทน

ตู้กับข้าวธรรมชาติ กะปอมย่าง และหน่อไม้ไฟ

        หากเบื่อๆ แม่และแก๊งเด็กเลี้ยงควายก็จะพากันเดินไปตามคันนา มองหากะปอมที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ คว้าหนังสติ๊กที่ทำจากง่ามไม้รูปตัววายขนาดกำลังพอดีมือ

        ปุก! – เสียงลูกหินกระทบเข้าที่หัวกะปอมจนสลบ เมื่อจับได้มากพอ ก็จะให้เด็กที่โตกว่าหรือผู้ใหญ่ที่ไปด้วยเป็นคนจัดการกับกะปอมให้กลายเป็นเมนูเด็ดไว้กินกับข้าวเหนียวที่พกมา

        เริ่มต้นทำกับข้าวด้วยการผ่าท้องกะปอม ควักเครื่องในออก ล้างน้ำให้สะอาด นำไปปิ้งเพื่อลอกหนัง โรยเกลือนิดๆ จริงๆ ก็พร้อมกินได้เลย รสชาติจะคล้ายกับเนื้อกบ แต่จะให้อร่อยที่สุดเมื่อนำไปทำ ‘ลาบกะปอม’ ด้วยการสับทั้งเนื้อและกระดูกอ่อนให้ละเอียด เติมพริกป่น ข้าวคั่ว หัวหอม บีบมะนาว คลุกเคล้าให้เข้ากัน หากแถวนั้นมียอดกระถิน ก็จะเด็ดมาแนม แล้วนั่งล้อมวงกินด้วยกันบนเถียงนา กลายเป็นมื้อกลางวันสุดหรูที่มีเสียงจักจั่นโหมโรงให้ฟัง หากจะเรียกให้โก้ๆ หน่อยก็คือ มื้อปิกนิกสไตล์อีสานในช่วงหน้าแล้ง

        “โอ๊ย! เป็นตาแซ่บ แซ่บอีหลี แซ่บล้ายหลาย แซ่บคัก แซ่บโพด!” (ทั้งหมดมีความหมายเดียวกันว่า อร่อยสุดยอด) แม่เล่าเรื่องกะปอมไปก็กลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ไป ส่วนฉันได้แต่ขนลุก จินตนาการความแซ่บหลายของแม่ไม่ออก

        ความสนุกปนความอร่อยของแม่ นอกจากจะได้จากกะปอมย่างโรยเกลือแล้ว ยังมีการผจญภัยที่เรียกว่า ตามล่าหา ‘หน่อไม้ไฟ’ หน่อไม้แตกหน่ออ่อนใหม่ๆ หลังจากการเผาโคกไร่ของชาวบ้าน เวลาออกตามหาจะต้องมองหากอไผ่ที่เพิ่งขึ้นใหม่ สังเกตที่ผิวดินจะมียอดอ่อนๆ โผล่พ้นดินแค่เพียงส่วนปลายน้อยๆ จากนั้นแม่ก็จะลงมือขุด และหักหน่อไม้ไฟใส่ย่าม เก็บกลับบ้านให้ยายทำเป็นเมนูอร่อยในมื้อถัดไป

ปลาร้าตุ่ม และแกงเปรอะรสเด็ด

        “ขอบอกว่าทั้งหมู่บ้านมีบ้านยายหลังเดียวที่หมักปลาร้าตุ่ม” แม่อดอวดความรุ่มรวยทางอาหารในวัยเด็กไม่ได้

        ปลาร้าของยายจะทำจากปลาตัวเล็กๆ ที่ตาไปหว่านแหในบึง นำมาขอดเกล็ด หมักเกลือในตุ่มขนาดใหญ่ ตั้งเรียงรายอยู่หลังบ้านกว่าสิบตุ่ม แบ่งส่วนหนึ่งไว้แลกผลไม้ ที่เหลือเวลาจะใช้ก็จะตักแบ่งใส่ไหเล็กๆ

        กับข้าวอีสานแทบทุกเมนูจะต้องใส่ปลาร้า และหากมีหน่อไม้ไฟอ่อนๆ แบบนี้ ยายมักจะทำ ‘แกงเปรอะ’ แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง เมื่อแม่คิดถึงแกงเปรอะของยาย แม่จึงชวนฉันไปตลาดสดข้างบ้าน เลือกซื้อหน่อไม้ไผ่ตงหน่อใหญ่ แทนหน่อไม้ไฟที่หาได้ยาก

 

หน่อไม้ชุบแป้งทอด

 

           แม่เตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงมากมาย มีทั้งชะอม หอมแดง เห็ดฟาง ฟักทอง ใบแมงลัก น้ำปลาร้า พริกสด แม่แช่ข้าวเหนียวในน้ำไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ก่อนใช้ต้องสะเด็ดน้ำ โขลกให้แหลก เพื่อทำเป็นข้าวเบือ ภูมิปัญญาชาวอีสาน ใช้แทนแป้งข้าวโพดที่ให้ความข้นเหนียว บวกกับความหอมมันที่เกิดจากการเคี้ยวข้าวเบือต้มสุก

 

หน่อไม้ชุบแป้งทอด

 

        อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ น้ำคั้นใบย่านาง แม่บอกว่าหน่อไม้จะมีสารพิษอย่างไซยาไนด์ นอกจากจะต้องต้มให้นานกว่า 20 นาที เพื่อไล่ไซยาไนด์แล้ว ยังต้องใช้น้ำคั้นใบย่านางซึ่งมีฤทธิ์ต้านพิษได้ดี แถมมีรสอร่อย

 

หน่อไม้ชุบแป้งทอด

 

        ระหว่างที่กำลังต้มหน่อไม้ในน้ำเดือดจัดได้เพียง 5 นาที แม่ก็เรียกให้มาดูในหม้อ ก็พบว่าในน้ำต้มหน่อไม้มีสีแดงเรื่อๆ เคลือบจางๆ อยู่บนผิวน้ำ

        “นั่นล่ะ… ไซยาไนด์” แม่ชี้ชวนให้ฉันดู

        จากนั้นต้มต่ออีก 5 นาที เทน้ำนั้นทิ้ง เปลี่ยนน้ำใหม่ แล้วต้มต่ออีก 10 นาที ลองหยิบขึ้นมาเคี้ยว หากยังมีรสขมและฝาด ให้ต้มต่อจนหายขม ตักขึ้นแล้วสะเด็ดน้ำ ตั้งไฟต้มน้ำคั้นใบย่านาง ใส่ข้าวเบือ หน่อไม้ และส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ ไม่ช้าแกงเปรอะหม้อใหญ่ก็พร้อมเสิร์ฟ   

        “คิดถึงตายายอีกแล้ว” แม่ชิมแกงเปรอะเพียงคำแรกก็คิดถึงสำรับร่วมวงกินข้าวกับตายายตอนเด็กๆ

        หน่อไม้ไฟ และปลาร้า วัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ อุดมไปด้วยแร่ธาตุแห่งความสนุก ความรัก และวิตามินธรรมชาติที่สร้างได้ตลอดชีวิต – ฉันขอยกให้เมนูแกงเปรอะเป็นอาหารเรียกพลังในวันที่ใจ (ของแม่) อาจจะมีความรู้สึกแห้งผากกว่าดินในนาช่วงหน้าแล้ง

หน่อไม้ชุบแป้งทอด

         “บ่แม่นทางเด้อ” (ไม่น่าจะเข้าทางสักเท่าไหร่นะ) แม่ค้าขายหน่อไม้ในตลาดห้ามแม่ไว้ หลังจากที่แม่เล่าให้ฟังว่าลูกสาวจะแปลงร่างหน่อไม้ ทำเมนูชุบแป้งทอด แต่สำหรับแม่ กับข้าวไม่มีสูตรใดผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับว่าถูกปากคนในครอบครัวหรือเปล่า ดังนั้น แม่จึงยิ้มและจ่ายเงินเป็นคำตอบ ทั้งๆ ที่แม่เองก็มีความสงสัยและมีความไม่มั่นใจปนอยู่ไม่น้อย

 

หน่อไม้ชุบแป้งทอด

 

           “มันจะดีเหรอลูก” แม่ท้วงก็จริง แต่มือก็บรรจงหั่นหน่อไม้ให้เป็นแว่นๆ ต้มหน่อไม้จนไซยาไนด์เกลี้ยงไม่เหลือ และยังเป็นคนชุบหน่อไม้กับแป้งทอดกรอบ ทอดจนเหลืองสวยน่ากิน แถมยังตำน้ำจิ้มสามรสให้อีกครกเล็กๆ ด้วย

 

หน่อไม้ชุบแป้งทอด

 

           และแล้วก็เป็นไปตามคาด หน่อไม้ไม่มีรสชาติ แต่กลับหลงเหลือความมันที่อร่อยเมื่อนำไปชุบแป้งทอดกรอบ แม่หยิบไปชิมด้วยทีท่าลังเล แล้วก็ตาลุกวาวเมื่อพบความอร่อยที่เกินคาด สองแม่ลูกคุยกันไป ชิมกันไป เผลอแป๊บเดียวเกลี้ยงกระจาด

           หากแกงเปรอะของแม่คืออาหารเรียกพลังใจ หน่อไม้ชุบแป้งทอดของฉันก็คงเป็นอาหารแห่งความเชื่อมั่นของแม่ถึงลูกสาวอย่างฉัน ที่เชื่อว่า ต่อจากนี้ฉันจะสามารถดูแลชีวิตตัวเอง ลูกน้อย และครอบครัว ให้อยู่ดีมีแฮง (มีความสุขกายสบายใจ) ได้ตลอดไป

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ

ภาพโดย

พฤษ อ่าวสมบัติกุล

ว่าที่ช่างภาพ (จำเป็นและชั่วคราว) พ่วงตำแหน่งคุณพ่อลูกอ่อนนอนเยอะ