ความคิดถึงของ ‘ต้มวุ้นเส้น’ สัมผัสไม่ได้ แต่รับรู้ได้ด้วยปลายลิ้น

รสกับข้าว
16 Oct 2020
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

ความคิด

        ยามค่ำคืนในวันที่พายุดีเปรสชันอ่อนกำลัง แต่ท้องฟ้ายังเต็มไปด้วยเมฆที่อีกไม่นานก็จะก่อตัวให้เกิดเป็นเม็ดฝน ฉันยืนมองถนนในซอยเล็กๆ อยู่ริมระเบียงบ้านชั้นบนสุดของตึกที่อาศัย

        “คืนนี้แปลก” – ฉันคิด ปกติช่วงหัวค่ำแบบนี้จะต้องได้ยินเสียงเครื่องยนต์สลับกับเสียงบิดคันเร่งจากมอเตอร์ไซค์ แต่คืนนี้กลับเงียบสนิท ได้ยินแต่เสียงแมลงตัวเล็กที่ดังมาจากดงกระถินยักษ์ข้างบ้าน 

        ความเงียบทำให้ฉันเริ่มอยู่กับตัวเอง ฉันเห็น บางความคิดโฉบเข้ามาแล้วก็จากไป บางความคิดกระโดดพรวดเข้ามาแล้วดันเกาะติดหนึบเหมือนทากในป่าหน้าฝน ไม่เจ็บ แต่คันจนรำคาญ แม้จะเอาออกไปได้แต่ก็หลงเหลือรอยแผลและหยดเลือด บางความคิดก็เป็นความคิดเก่าคร่ำครึที่ฝังไว้มานมนาน เฝ้าติดตามฉันไปทุกหนทุกแห่ง

        ยอมแล้ว – ฉันยอมจำนนต่อทุกความคิดของตัวเอง นี่คือวิธีการที่ฉันอ้าแขนรับความอ่อนแออย่างดุษณี

        แต่ก่อนที่จะลืมตา ฉันกลับคิดถึง ‘บ้านทุ่งโพธิ์’ บ้านหลังที่สองในชีวิตที่ฉันได้ฝากฝังหัวใจไว้ที่นั่น เพราะทุกครั้งที่ใจล้า ฉันจะเอ่ยชวนสามีให้ช่วยพาจิตที่ป่วย และสังขารที่พังพาบ กลับบ้านสามีที่หมู่บ้านทุ่งโพธิ์ จังหวัดพิจิตร ให้เร็วที่สุด

        ภาพท้องฟ้าที่มืดสนิท ฉันเห็นพระจันทร์กลมโต และดวงดาวระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้า ฉันได้กลิ่นดอกกระดังงาที่หอมแรงช่วงพลบค่ำโชยติดจมูก ได้ยินเสียงธรรมชาติยามค่ำคืนที่ไพเราะ ตามด้วยภาพยามเช้าที่สดใส ฉันเห็นบ้านไม้สีเขียวมินต์หลังที่คุ้นเคย ได้ยินเสียงประตูเหล็กดัดหน้าบ้านเปิดดัง ได้ยินเสียงหมุนจุดเตาแก๊สที่ดังกึก กึก แกร๊ก มาจากครัวหลังบ้าน เห็นภาพของแม่สามีที่มวยผมไว้ที่ต้นคอ ใส่ชุดนอนตัวโคร่งตัวเก่ง มือหนึ่งกระชับตะหลิว อีกมือหนึ่งพาดไว้ที่หลังอย่างสบายอารมณ์ 

บ้านทุ่งโพธิ์ 

        เสียงท้องร้องโครกครากทำเอาฉันสะดุ้ง แถมยังเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่สามีคอลไลน์มาหาหลานชายพอดี แม่ถามได้สักพัก หลังจากนั้นฉันก็เป็นฝ่ายถามสารทุกข์สุกดิบของแม่และเด รวมไปถึงข่าวคราวที่บ้านทุ่งโพธิ์

        แม่บอกว่า ฝนมา น้ำมา พืชผักก็งามตามไปด้วย ได้ข่าวว่าปีนี้น่าจะได้กินผักกาดดองเจ้าประจำด้วย – ฉันหูผึ่ง 

        ผักกาดดองของที่นี่อร่อยไม่เป็นสองรองใคร เพราะทำจากผักกาดสดๆ หัวโตๆ เด็ดจากแปลงผักที่ไม่เคยใช้สารเคมีมาตั้งแต่รุ่นทวด เรื่อยมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน ดังนั้น ผลผลิตในแต่ละปีจะมีไม่มาก แต่หากช่วงไหนมีมากพอ เขาก็จะแบ่งบางส่วน นำมาดองเกลือด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมสูตรชาวจีน ส่วนใหญ่เขาจะนำออกมาขายในช่วงหน้าหนาว และเราก็จะได้กินต้มผักกาดดองใส่กระดูกซี่โครงหมูที่เคี่ยวบนเตาถ่านฝีมือแม่สามี อร่อยเด็ดจนไม่สามารถซื้อผักกาดดองตามตลาดได้อีกต่อไป

        “แต่ไม่รู้ว่าพวกหนูจะมาทันกินหรือเปล่า” แม่กำลังหมายถึงการกลับบ้านในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 

        คำพูดของแม่เป็นเพียงประโยคคำถามที่กระเซ้าเย้าแหย่ แต่ในช่วงเวลาที่ร่างกายไม่สัมพันธ์กับหัวใจ ประโยคนี้ทำให้ฉันเหมือนเป็น ‘ไบโพลาร์’ จากที่อารมณ์ดี จู่ๆ ฉันก็เงียบและทิ้งดิ่ง – ฉันคิดอีกแล้ว

        “หากเหนื่อยนักก็กลับมาพักบ้างนะลูก หายเหนื่อยแล้วค่อยว่ากันใหม่ เดี๋ยวแม่จะทำต้มวุ้นเส้นให้กิน” – น้ำตาของฉันคลอเบ้า เสียงสั่นเล็กน้อย คิดอยู่ในใจ แม่รู้ได้ไงว่าฉันหิว!  

ความคิดถึงของต้มวุ้นเส้น

 

ต้มวุ้นเส้น

 

        ต้มวุ้นของแม่ ก็คือต้มวุ้นเส้นของเน่ เป็นเมนูขึ้นโต๊ะพิเศษ แม่เคยเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนจะได้กินปีละ 2 ครั้ง เพราะทำขึ้นเฉพาะในช่วงเทศกาลสารทจีนและตรุษจีน เมื่อมาถึงมือของแม่ รสชาติก็ยังคงเดิมไม่มีผิดเพี้ยน 

        “ความลับอยู่ที่น้ำซุป” แม่บอกขั้นตอนและสูตรการทำเอาไว้ให้ฉันอีกต่อ ซึ่งน้ำซุปที่อร่อยจะต้องทำมาจากน้ำที่เหลือจากการต้มหัวหมู 2 หัว ผสมหมูสามชั้นอีกหลายกิโลกรัม และน้ำต้มไก่ทั้งตัว ที่ต้มครั้งละสิบกว่าตัว จนได้น้ำต้มที่เข้มข้นถึงใจ 

 

ต้มวุ้นเส้น

 

        และที่ต้องใช้สามอย่างนี้ในปริมาณเท่านี้ แม่ให้เหตุผลว่า สมัยก่อนจะต้องใช้ของต้มสามอย่างเป็นสำรับสำหรับไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ เมื่อน้ำต้มค้างหม้อในปริมาณมาก น่าเสียดาย เน่จึงนำมาต้มต่อให้เดือด ระหว่างนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดพริกไทยดำที่ตำพร้อมกับกระเทียมจีนให้พอหอม โยนลงไปน้ำหม้อต้มขนาดใหญ่ ตามด้วยกุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้งฉีก ฟองเต้าหู้ เห็ดหูหนูแห้งจากเมืองจีนแช่น้ำ ตามด้วยเห็ดหอมแห้งแช่น้ำ ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วเท่านั้น ปล่อยให้เดือด หมั่นช้อนฟองออก ใส่วุ้นเส้นเป็นลำดับสุดท้าย 

 

ต้มวุ้นเส้น

 

        แต่สิ่งที่ทำให้การต้มวุ้นเส้นแตกต่างออกไปก็คือ เรื่องของไฟ ในสมัยก่อนการใช้เตาถ่าน เพราะความแรงฟืนไฟทำให้น้ำเดือดก็จริง แต่ไม่ทำให้น้ำซุปขุ่น แถมยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของฟืนติดมานิดๆเป็นกำไรความอร่อย การันตีได้จากเสียงซดน้ำซุปดังสวบสาบของคนงานนับสิบในโรงสี เสียงเอ่ยชมไม่ขาดปากจากเหล่าญาติๆ ที่มารวมตัวกัน และมักจะชวนคุยถึงเรื่องเก่าๆ ด้วยความสนุกสนาน

        “ถึงอย่างนั้น ต้มวุ้นเส้นของเน่ก็ทำให้แม่คิดหลายอย่าง” 

 

ต้มวุ้นเส้น

 

        แม่คิดถึงความห่วงใยของเน่ผ่านคำพูดและอาหารแต่ละมื้อ คิดถึงความคึกคักของโรงสีที่ตอนนี้เหลือแค่ปล่องโรงสีเก่าให้ดูต่างหน้า คิดถึงยาย และกับข้าวฝีมือยายรสจัดจ้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกปลาทูใส่กะทิ หลนปลาร้า ที่ยายเรียกว่า ‘ปลาลุ่มเนื้อ’ ไข่เจียวน้ำปลา ที่ยายหมักเองกับมือ ไหนจะเมนูปลาย่างอีกสารพัด แต่เมื่อมาเป็นสะใภ้จีน เมนูเหล่านี้ก็ไม่ได้กินอีกเลย

        “กลับทุ่งโพธิ์กันนะ แม่คิดถึง” 

        ความคิดของฉันพักชั่วคราว แต่ความคิดถึงของฉันเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง 

        “พวกหนูก็คิดถึงแม่ แต่คิดถึงต้มวุ้นเส้นมากกว่า” ฉันเหมารวมทั้งสามีและลูก เชื่อว่าทั้งคู่ก็คิดถึง และชื่นชอบกับข้าวฝีมือแม่และย่าชามนี้ไม่ต่างกัน  

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ