XSPACE Art Gallery พลิกโฉมโกดังเก่าสู่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย ผสมพื้นที่โชว์งานศิลปะหลากหลายแขนง

Space and Time
16 Oct 2020
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

Highlights

หากไม่ได้สังเกต เราอาจจะผ่านเลยบริเวณลานจอดรถใต้ทางด่วนท้ายซอยพัฒนเวศม์ 12 ย่านพระโขนง ไปแบบไม่ได้สนใจ แต่นั่นคือทางเข้าสู่แกลเลอรีน้องใหม่ที่เวลานี้กำลังก่อสร้าง xcafe คาเฟ่สองชั้นที่จะเปิดในช่วงต้นปีหน้า เดินออกไปอีกหน่อย จนเจอกับถนนในซอยเล็กๆ มองเฉียงขวาเล็กน้อยก็จะพบกับ XSPACE Art Gallery ตั้งอยู่ท่ามกลางทาวน์โฮม และที่ตรงนั้นเราได้พบกับ ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์ Media Director หนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังพื้นที่ของงานดีไซน์แห่งนี้ ซึ่งจะมาเป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวการรีโนเวต การออกแบบ และความสำคัญของพื้นที่นี้ให้เราฟัง

 

xspace

โกดังเก่ารีโนเวตใหม่

         อาคารเบื้องหน้าที่ดูเรียบง่าย แต่ในรายละเอียดกลับเต็มไปด้วยความละเอียดของงานดีไซน์ เริ่มจากการปรับปรุงพื้นที่ และโกดังเก็บของ ซึ่งตั้งอยู่ตรงนี้มานานหลายสิบปีให้กลายเป็นโชว์รูมและอาร์ตแกลเลอรีที่มีถึง 7 ชั้น ซึ่งภาณุเล่าว่า เดิมอาคารนี้คือบริษัททำเฟอร์นิเจอร์สำนักงานทั่วไปที่ทำเป็นทั้งออฟฟิศและโกดังเก็บของมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ และเมื่อมาถึงรุ่นลูก จึงมาสานต่อและปรับเปลี่ยนให้มีความเป็นโมเดิร์นเฟอร์นิเจอร์ ด้วยการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์แบรนด์ชั้นนำมาจากประเทศเข้ามาจำหน่าย หรือในวงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ผู้ที่หลงใหลงานเฟอร์นิเจอร์รู้จักอย่างเวอร์ค่อน ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สาธารณะยุคใหม่ นำโดย สิริมาดา ศุภองค์ประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวอร์ค่อน (ประเทศไทย) จำกัด

        “ตอนแรกที่คิดไว้จะใช้พื้นที่แค่ส่วนหนึ่ง แต่แล้วเราทุกคนก็เห็นศักยภาพและอยากให้พื้นที่นี้เป็นมากกว่าโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์สำหรับการจำหน่ายเพียงอย่างเดียว จึงปรับแผน เปลี่ยนโกดังเก่าแห่งนี้ใหม่ทั้งหมด”

 

xspace

 

        ผนังด้านหนึ่งติดกระจกใส สามารถมองเห็นโชว์รูมด้านในบริเวณชั้นหนึ่งและสองได้ ส่วนผนังอีกด้านทำใหม่สำหรับโชว์ผลงานโดยเฉพาะ ติดสปอตไลต์ไฟรางสำหรับงานนิทรรศการ พร้อมปรับพื้นที่เอาต์ดอร์ด้านข้างของตัวอาคารให้เป็นโถงกว้าง เพดานสูงแบบกึ่งเอาต์ดอร์ ติดประตูที่คล้ายกับบานเฟี้ยมแต่เป็นประตูโครงเหล็ก บ้างบานใช้วิธีการเปิดแบบหมุน บางบานใช้วิธีการเปิดแบบด้านเดียว แต่เมื่อประตูทุกบานเปิดออกก็จะคล้ายกับโรงรถขนาดใหญ่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือปิดทุกบาน แล้วเปิดเครื่องปรับอากาศอุตสาหกรรม บริเวณนี้ก็จะกลายเป็นโถงขนาดใหญ่ สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้หลายร้อยคน

 

xspace

 

        “พื้นที่ตรงนี้ยืดหยุ่น สามารถเป็นแกลเลอรีหมุนเวียนและพื้นที่จัดกิจกรรมได้หลากหลาย จัดแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่ได้ ด้านบนเพดานเราติดตั้งตัวแขวนสำหรับผลงานที่ต้องห้อยลงมาจากเพดาน มีสแตนด์ไม้ซึ่งความตั้งใจเดิมจะทำเป็นบันได ก็เปลี่ยนเป็นสแตนด์สำหรับนั่ง การจัดเสวนาขนาดใหญ่ หรือแม้แต่การฉายหนังที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ เฟอร์นิเจอร์ และงานดีไซน์ ก็สามารถมาติดต่อเพื่อขอเช่าพื้นที่ที่ส่วนนี้ได้”

        จากโกดังเก่า สู่การเป็นแกลเลอรีใหม่ ภาณุบอกว่า ไม่ใช่แค่ทำให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่ของงานดีไซน์มากขึ้นเท่านั้น แต่จะทำให้ชุมชนในย่านนี้กลับมาคึกคัก มีชีวิตชีวาและไม่เงียบเหงาอย่างที่ผ่านมา

ฟาซาดสไตล์ไทยร่วมสมัย

        แค่คอนเซ็ปต์และการรีโนเวตอย่างเดียว ก็คงไม่ใช่รูมโชว์และแกลเลอรีที่เน้นงานดีไซน์ เพื่อทำให้เห็นว่าที่นี่มีความหมาย และมีประโยชน์ ภาณุจึงเอ่ยถึงฟาซาดที่มีรูปร่างหน้าตาแสนคุ้นเคย คลับคลายคลับคลาเหมือนบานเกล็ดหน้าต่างในโรงเรียนสมัยเรียนมัธยมที่เวลาเปิดจะต้องจับก้าน แล้วบิดขึ้น ก่อนผลักออกไปด้านนอกเพื่อให้หน้าต่างเปิด เวลาปิดก็เอื้อมไปหยิบก้านจับ ดันกลับเข้ามาแล้วบิดล็อกคืนสู่ที่เดิม  

        “นี่คือไอเดียที่มีแนวคิดมาจากการตีความความเป็นไทยของสถาปนิกชื่อดังอย่าง จูน เซกิโน่ แห่ง Junsekino Architect and Design ที่ไม่ใช่ลายกนก แต่แสดงถึงความเป็นไทยผ่านสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวโยงกับสภาพแวดล้อมของไทย ที่เขารู้ว่าเมืองไทยอากาศร้อน แต่ว่ามีลมพัดและมีแสงส่องถึง นั่นทำให้บ้านส่วนใหญ่ต้องติดบานเกล็ดกันแดด กันฝน เวลาฝนตกก็ปิด ฝนหยุดตกก็เปิดรับลมและแสงแดดให้เข้าออกได้ง่าย และนี่ต่างหากคือความเป็นไทยแบบร่วมสมัยที่คำนึงถึงประโยชน์ไปพร้อมๆ กับความสวยงาม”

        ระหว่างฟาซาดบานเกล็ดกระจกที่ทำเลียนแบบไม้กับตัวอาคาร จะมีทางเดินเล็กๆ สามารถออกไปเปิดปิดได้ตลอดเวลา หากบางครั้งต้องการความเป็นส่วนตัว เปิดออกเพื่อรับลมธรรมชาติ หรือเพียงแค่ต้องการพักสายมองออกไปข้างนอกบ้าง ทำให้ฟาซาดที่มีดีไซน์กลายเป็นฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริงในทุกๆ วัน

โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ และแกลเลอรีงานศิลปะ

        เมื่อเข้าสู่ด้านในก็จะพบกับงานประติมากรรมรูปทรงเจดีย์แก้วที่มีชื่อว่า Form of Belief I (Holding Emptiness) ผลงานของ สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ ภูมิสถาปนิกสาวแห่งสนิทัศน์ สตูดิโอ

        ด้านซ้ายมือคือพื้นที่แกลเลอรีและโถงกึ่งเอาต์ดอร์ อีกไม่นานที่นี่ก็จะคึกคักไปด้วยงานแสดงศิลปะขนาดใหญ่ และผู้คนที่หมุนเวียนมาใช้พื้นที่เพื่อสร้างสรรค์งานดีไซน์เฉพาะทาง

        ส่วนทางด้านขวามือคือทางเข้าสู่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ผสมระหว่าง ACTIU แบรนด์ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและพื้นที่สาธารณะสมัยใหม่ชั้นนำของสเปน และ Andreu World แบรนด์ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นด้วยงานไม้จากสเปนเช่นกัน ซึ่งทั้งสองแบรนด์มีจำหน่ายที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย

 

xspace

 

        เก้าอี้และโซฟาหลากหลายดีไซน์จัดวางไว้ได้อย่างสะดุดตาแทบทุกชิ้น ผนังด้านหนึ่งมีผลงานศิลปะของนักออกแบบอย่าง สันติ ลอรัชวี นักออกแบบกราฟิกชาวไทยกับโปสเตอร์ที่มีกระบวนการพิมพ์ออฟเซตที่ซับซ้อนหลายชั้นในกระดาษแผ่นเดียว ที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้ดูไม่เงียบเหงา

        ส่วนบริเวณชั้น 2 คือ โซนออฟฟิศ และโชว์รูมเฉพาะแบรนด์ ACTIU เน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์สำหรับออฟฟิศ ซึ่งเริ่มต้นการบอกความสำคัญของเก้าอี้และสรีระการนั่งของมนุษย์ด้วยโปสเตอร์งานอินโฟกราฟฟิกขนาดใหญ่ พร้อมเก้าอี้หลากสีหลายดีไซน์ที่จัดเป็นหมวดหมู่ ทั้งแบบโฮมออฟฟิศ ออฟฟิศขนาดใหญ่ การจัดห้องประชุม รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์เข้าชุดที่มาเสริมองค์ประกอบให้กับออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทิชันดีไซน์เท่แถมช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ ชั้นวางเอกสาร หรือแม้แต่โต๊ะทำงานที่ปรับระดับความสูงได้เพื่อไม่ทำให้ปวดหลัง

 

xspace

 

        สำหรับชั้นที่ 3-7 อยู่ระหว่างการรีโนเวต คาดว่าจะเสร็จครบสมบูรณ์ราวต้นปีหน้า ซึ่งแต่ละชั้นก็จะเป็นโชว์รูมที่จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ในคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพว่า เฟอร์นิเจอร์แต่ละดีไซน์ไปตอบโจทย์ฟังก์ชันด้านใดในชีวิตของเราได้บ้าง

        “เราไม่ได้อยากให้ที่นี่เป็นแค่โชว์รูมขายเฟอร์นิเจอร์แห้งๆ คนมาก็ดูแค่เฟอร์นิเจอร์แล้วก็กลับ แต่เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่มีชีวิต คุณสามารถพาแฟนมาเดตเพื่อดูงานศิลปะที่ชวนกันมาได้ มานั่งกินกาแฟชมงานศิลปะ ดูทั้งเฟอร์นิเจอร์และดูทั้งงานศิลป์ได้ รวมทั้งยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาจัดกิจกรรม หรือเช่าพื้นที่มาทำงานศิลปะได้ ทั้งยังมีโซนออฟฟิศด้านบนอีกหลายชั้นที่สามารถแบ่งทำเป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซให้คนเข้ามาใช้ทำงานได้ ทั้งหมดที่ผ่านกระบวนการคิดและการออกแบบ เราจึงเรียกที่นี่ว่า พื้นที่จุดตัดแห่งความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจที่หลากหลายเดินทางมาบรรจบกัน”  

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ

ภาพโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN