Patom: พื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อการใช้ชีวิตปลอดสารพิษ ภายใต้แนวคิด Organic Living

Space and Time
22 Mar 2018
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

เรือนกระจกหลังใหญ่ที่เปิดโล่งให้แสงเข้าได้ทุกทาง ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นหญ้าเม็กซิกันแดง แซมด้วยดอกแฮปปี้เนสสีชมพู แวดล้อมด้วยสวนและไม้ยืนต้นให้ร่มเงา พร้อมเสียงนกร้องเบาๆ เคล้าบรรยากาศอันสงบของธรรมชาติ ใครจะเชื่อว่าทั้งหมดนี้ซ่อนตัวอยู่ในย่านทองหล่อ ที่แห่งนี้คือ ร้าน Patom พื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับการใช้ชีวิตที่ปลอดสารเคมี ภายใต้แนวคิด Organic Living ออกแบบโดย อนัฆ นวราช ทายาทรุ่นที่สาม ของโรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์

        “ผมตั้งใจทำที่นี่ให้รู้สึกเหมือนว่าคุณกำลังมาเที่ยวต่างจังหวัด มาให้เวลากับตัวเอง และได้สนุกไปพื้นที่สีเขียวในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนแรก ที่ตั้งใจจัดให้เป็น English Country Style ด้วยต้นหญ้าเม็กซิกันแดง ที่มีดอกฟูสีครีมซึ่งเวลาโดนลมจะพลิ้วสวย ให้ความรู้สึกมีความสุขด้วยดอกจิ๋วสีชมพูอย่างดอกแฮปปี้เนส และเมื่อเดินขึ้นมาอีกนิดก่อนจะเข้าสู่ตัวร้าน ก็จะได้เห็นมุมสวนทรอปิคอลที่ให้ความรู้สึกสงบ เย็นสดชื่น จัดให้เป็นโซนป่าดิบชื้นจำลอง ด้วยพรมมอสดินสีเขียวนุ่มๆ ใต้ต้นมะม่วงขนาดใหญ่ที่นำเฟิร์นชายผ้าสีดามาตกแต่งเพิ่ม ถัดไปอีกนิดจะเป็นพื้นที่สำหรับเพาะและจำหน่ายแคคตัส ท้ายสุดฝั่งขวาจะเป็นแปลงปลูกต้นไม้ไซซ์เล็ก และโซนทำปุ๋ยอินทรีย์จากใบไม้แห้ง รวมทั้งโรงเลี้ยงไส้เดือน”

 

patom

 

        “ส่วนลานหญ้ากว้างซ้ายมือ จะเป็นพื้นที่สำหรับการจัด Organic Farmers’ Market โดยเราจัดให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชผักเกษตรอินทรีย์ได้มาพบปะกับผู้บริโภคกันเดือนละครั้ง และยังมีแปลงผักปลอดสารพิษสาธิตขนาดย่อมอยู่ด้านหลังสุดอีกด้วย เราแบ่งพื้นที่เพื่อให้คนเมืองได้มีโอกาสมาซึมซับความเป็นธรรมชาติ และเห็นว่าการทำเกษตรอินทรีย์ไม่ยาก ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และทำได้จริง แม้กระทั่งในเมือง”

        คุณอนัฆบอกเล่าเรื่องราวของร้าน Patom รวมถึงการแบ่งพื้นที่ร้านเป็นส่วนๆ ก่อนที่จะย้อนกลับมาอธิบายถึงตัวร้าน ซึ่งออกแบบเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่

 

patom

patom

 

        “สังเกตได้ว่า บริเวณประตูนั้นเรายกพื้นให้สูงขึ้น คล้ายเนินเล็กๆ เพราะเราต้องการให้ทุกคนที่ก้าวเข้ามาในร้านได้มองเห็นทุกมุมของร้าน ส่วนโครงสร้างร้าน เป็นเสาไม้เก่าจากเรือนแพที่สวนสามพราน เรามองว่าไม้เก่ามีความทนทาน และสวยงามด้วยตัวมันเองจึงนำมาใช้ หากจะใช้เป็นโครงเหล็กก็จะร้อนเกินไป และที่สำคัญการใช้ไม้จริงทำให้ที่นี่ดูอบอุ่น สอดคล้องไปกับการใช้กระจกบานใหญ่ เพื่อให้ดูโล่ง สามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวโดยรอบได้ทั้งหมด”

 

patom

patom

 

        เมื่อเปิดประตูเข้ามายังเรือนกระจกด้านใน จะรู้สึกได้ถึงความโปร่งสบาย ทั้งยังสัมผัสกับแสงธรรมชาติที่เข้ามาในปริมาณอันเหมาะสม ได้กลิ่นเครื่องหอมออร์แกนิกที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ประดู่แดงกลางร้าน ซึ่งเป็นไม้ล้มในสวนสามพราน ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีอาหารสด ผักผลไม้ และเครื่องดื่มออร์แกนิก ไว้รอต้อนรับผู้ที่หลงรักชีวิตแบบ Organic Living

 

patom

 

        นอกจากนี้ทางร้านยังเพิ่มพื้นที่การใช้งานให้ทุกคนด้วย meeting zone ขนาดย่อม ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดวนที่กั้นด้วยไม้ไผ่สานโปร่งๆ เพื่อความปลอดภัยขึ้นสู่ชั้นลอยทางด้านบน

        “คนมาคุยงานก็สามารถขึ้นมายังชั้นนี้ได้ มีบีนแบ็กให้นั่งสบายๆ ล้อมวงคุยงาน เมื่อหันหน้าออกไปก็จะเจอกับบรรยากาศดีๆ รอบด้าน เชื่อว่ามีส่วนช่วยให้คิดอะไรได้ง่ายขึ้น ส่วนพื้นที่ด้านล่าง ก็จัดโต๊ะที่นั่งให้มีสเปซว่างๆ สบายๆ พร้อมมีอาหารและเครื่องดื่มออร์แกนิกจากวัตถุดิบของเกษตรกรอินทรีย์ มารองรับความต้องการของทุกคน เพื่อให้เต็มอิ่มกับความเป็นออร์แกนิกจากทุกๆ ส่วน ทั้งภายในและภายนอกร้าน”

 

patom

 


WHERE TO FIND PATOM

Facebook: Patom

 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ

ภาพโดย

วงศกร ยี่ดวง

ฝ่ายสร้างสรรค์วิดีโอประจำ a day BULLETIN