ไต่โหลว | ปลุกความเป็นเจ้าพ่อด้วยอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นทาปาสในร้านอาหารกลิ่นอายฮ่องกง

Space and Time
19 May 2019
เรื่องโดย:

ธนดิษ ศรียานงค์, ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

หลองปั้น หลองเหล่า หม่านเหลยโทวโท้ว กงโสยเหว่งปั๊ดเย่า~

เพลง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ท่อนแรกดังขึ้นในหัวโดยอัตโนมัติ เมื่อมีใครสักคนกล่าวถึงเจ้าพ่อที่มาในมาดเข้ม สวมแว่นตาและชุดสูทสีดำ แวดล้อมด้วยหญิงสาวใส่ชุดกี่เพ้าสีแดงรัดรูป มีเครื่องประดับส่วนใหญ่เคลือบสีทอง กำลังนั่งดื่มอยู่ในบาร์จีน ที่ตกแต่งด้วยโคมเต็งลั้งและหลอดไฟนีออนสีแดงแทบทั้งร้าน

แต่ภาพเหล่านั้นจะอันตรธานหายไปเมื่อเจอเจ้าพ่อโฉมใหม่ หัวใจโมเดิร์นในสไตล์จีนฮ่องกง ที่แอบมีกลิ่นหว่องนิดๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเสพความจีนกันที่ Dai Lou (ไต่โหลว) ร้านอาหารจีนร่วมสมัย และเพื่อให้เชื่อว่าเจ้าพ่อคนใหม่ไฉไลกว่าเดิม ‘ทราย’ – ธาวินี จันทนาโกเมษ Brand Director ร้านไต่โหลว จะเป็นผู้เล่าเรื่องราวของเจ้าพ่อคนนี้ให้ฟัง

ไต่โหลว

ไต่โหลว

 

     “เราได้รับงานให้มาดูแลร้านไต่โหลวตั้งแต่ที่นี่ยังเป็นแค่บ้าน โจทย์คือทำที่นี่ให้เป็นร้านอาหารกลิ่นอายฮ่องกง ในสไตล์โมเดิร์นไชนีสทาปาส ช่วงยุคที่อังกฤษปกครองอยู่ โดยยังคงโครงสร้างบ้านเดิมๆ ไว้ทั้งหมด พร้อมมีชื่อร้านอยู่แล้วว่า ไต่โหลว แปลว่า Big Boss หรือเรียกให้เท่ๆ ว่า ‘เจ้าพ่อ’ ตอนนั้นก็แอบคิดว่า เราจะนำเสนอออกมาในรูปแบบไหนดี แต่ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องของสเปซและโครงสร้างอาคารต่างๆ และเดิมเคยเป็นทั้งสไตลิสต์ และเป็นบก.บห. นิตยสาร Nylon เราก็คิดว่า แค่เพียงนำสิ่งที่เราถนัดมาจับรวมเข้ากับสิ่งที่ชอบ มันก็คงไม่ยาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ ภายใต้โจทย์ที่ได้รับมามันก็ยากกว่าที่คิด”

 

ไต่โหลว

 

     ในความยากก็มีความท้าทายซ่อนอยู่ และในความท้าทายก็มีความสนุกอยู่เช่นกัน เธอจึงคิดและเริ่มกลับมาทบทวนแนวทางการออกแบบตกแต่งร้าน การจัดการพื้นที่ และคอนเซ็ปต์หลักของร้านอีกครั้ง

     “เราคิดอยู่นาน จู่ๆ ภาพร้าน Ba Hao บาร์สไตล์จีนโทนสีแดงทั้งร้าน ย่านวงเวียน 22 ก็ผุดขึ้น ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่า บาร์จีนจะต้องมีสีแดง นั่นคือความดั้งเดิม แต่เราต้องการความโมเดิร์น เราจึงเลี่ยงทุกอย่างที่เป็นสีแดงแล้วใช้สีฟ้าครามแทน โดยนัยยะครามยังสื่อถึงเครื่องลายครามของจีน ซึ่งแฝงความหมายที่สื่อได้ถึงความเก่าและความเก๋า เมื่อมาผสานกับชื่อร้านว่าไต่โหลว จึงกลายมาเป็นคาแร็กเตอร์ของร้าน นั่นก็คือความเก๋าของเจ้าพ่อที่กลายมาเป็นความเก๋าในแบบร้านไต่โหลว แสดงให้เห็นผ่านดีเทลต่างๆ ที่เราใส่เข้าไปโดนอิงโทนสีฟ้าครามทั้งหมด”

 

ไต่โหลว

 

     สีฟ้าครามแรกที่เห็นก็คือ ความสุขุมลุ่มลึกแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนของเจ้าพ่อ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ทางเข้าร้าน สะดุดตากับไฟนีออนดัดเป็นรูปสุนัข ซึ่งเป็นสัตว์ที่เจ้าพ่อรักและให้ความสำคัญถึงขั้นมีไฟนีออนดัดเป็นตัวอักษรภาษาจีนกลางว่า人的朋友 (Rén de péngyǒu) ซึ่งแปลว่า เพื่อนของมนุษย์ เมื่อรวมกันแล้วเจ้าพ่อพยายามจะบอกทุกคนว่า สุนัขคือเพื่อน และเพื่อนของคนก็คือสุนัข นั่นทำให้บริเวณชั้นสองของร้านมีโซนที่ให้พาสุนัขตัวโปรดมาร่วมมื้ออาหารด้วยได้ และยังมีร้านเสริมสวยเฉพาะสุนัขเปิดบริการเพิ่มเติม

 

ไต่โหลว

ไต่โหลว

 

     ย้อนลงมายังชั้นแรก กลิ่นอายฮ่องกงบนสีฟ้าครามต่อๆ มาค่อยปรากฏตัวในทุกๆ พื้นที่ของร้าน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารอย่างจานหลักขนาด 4 นิ้ว ที่มีลวดลายคล้ายลายคราม ตะเกียบและช้อนส้อมหลากสีแต่เหลือบน้ำเงิน ซึ่งได้ไอเดียมาจากไฟนีออนดัดหน้าร้าน ซึ่งเจ้าพ่อกำลังจะบอกว่า เขาก็สะสมของเหล่านี้และพร้อมที่จะแบ่งปันให้คุณได้ร่วมชื่นชม

 

ไต่โหลว

 

     รวมทั้งพื้นหินขัด โต๊ะไม้ที่ชาวจีนชอบสะสม โลโก้ไต่โหลวที่เหมือนตราประทับประจำตระกูล หรือเมื่อมองผ่านกระจกบานใหญ่หลังร้าน ก็จะเห็นโซนด้านนอกที่ตกแต่งด้วยโมเสกสีฟ้า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการตกแต่งสถานีรถไฟใต้ดินฮ่องกงด้วยโมเสกทั้งหมด

     “เมื่อตกแต่งไปเรื่อยๆ เราเองรู้สึกว่ายังขาดอะไรบางอย่างที่บ่งบอกถึงความจีนที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วอย่างลูกคิดไม้ เพราะสมัยก่อนเรายังเคยเห็นอากงใช้อยู่เลย แต่ในปัจจุบันแทบไม่เห็นแล้ว จึงได้ลูกคิดมาสเตอร์พีซมาจากเจ้าของไต่โหลว ซึ่งในอดีตพ่อของเขาเป็นผู้ทำลูกคิดไม้แฮนด์เมดจำหน่าย อีกนัยยะหนึ่งลูกคิดก็เป็นเสมือน lucky item ได้ด้วย และยังล้อไปกับโคมไฟทรงกลมด้านบน ซึ่งดัดแปลงมาจากเค้าโครงของลูกคิด กลายเป็นความเจ้าพ่อในเจ้าพ่ออีกที”

 

ไต่โหลว

ไต่โหลว

 

     ดีเทลของเจ้าพ่อยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เรายังพบเห็นการเชื่อมโยงของเจ้าพ่อที่กระจายตัวไปตั้งแต่ชื่อเมนู จนถึงเครื่องแบบพนักงาน

     “สำหรับเครื่องแบบ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะใส่กี่เพ้าได้เหมือนจางม่านอวี้ที่ใส่แล้วรอด จริงไหม (หัวเราะ) เราเลยคิดว่าจีนโมเดิร์นจะต้องใส่แล้วหลวมๆ ให้ความรู้สึกคลี่คลายแทนการรัดรูปอย่างคุ้นตา เนื้อผ้าก็เปลี่ยนจากผ้าแพรเบาๆ เป็นผ้ายีน ที่ดูทะมัดทะแมง แต่ยังคงมีกิมมิกด้วยกระดุมจีนและคอปาดแบบจีนดั้งเดิม เติมความทันสมัยด้วยรองเท้าสนีกเกอร์ตามใจชอบได้เลย”

     มาจนถึงเมนูไฮไลต์ประจำร้าน เจ้าพ่อตั้งใจคัดเลือกแล้วมาเสิร์ฟให้ชิมถึง 4 อย่าง ประกอบไปด้วย หมูกรอบวานไฉ ปลาเก๋าเช็กแลปก๊อก หอยเชลล์จอร์แดน เปาะเปี๊ยะโปโฮ ซึ่งแต่ละชื่อเมนูก็เกี่ยวโยงกับสถานที่ในฮ่องกง แถมยังอร่อยอย่างคาดไม่ถึง

 

 

หมูกรอบวานไฉ (220 บาท)

     วานไฉคือชื่อถนนที่มีร้านอร่อยเจ้าดังตั้งอยู่ เป็นการเปรียบเปรยว่า หมูกรอบของไต่โหลวอร่อยเหมือนเจ้าดังในวานไฉ โดยไฮไลต์ของหมูกรอบจานนี้อยู่ที่การเลือกใช้เนื้อหมูส่วนท้องมาย่างจนกรอบ เคี้ยวทีเสียงดังจนคนข้างๆ ยังได้ยิน แถมยังกรอบอยู่ได้นานต่อให้ผ่านไปประมาณ 30-40 นาที เสียงกรอบก็ยังคงเป็นเช่นเดิม จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรน้ำผึ้งอินฟิวส์ ก็จะฟินกันไปข้าง

 

หอยเชลล์จอร์แดน (480 บาท)

     จอร์แดนคือย่านท่องเที่ยวหลักของฮ่องกง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องพุ่งมาที่นี่ เช่นเดียวกับ หากมาร้านไต่โหลวก็ต้องสั่งเมนูหอย ที่สัมผัสได้ถึงความนุ่มของหอยเชลล์ตัวใหญ่เสิร์ฟกับนมสดทอด ราดซอสที่มีรสชาติเผ็ดจัดจ้านในสไตล์เสฉวน

 

ไต่โหลว

 

เปาะเปี๊ยะโปโฮ (280 บาท)

     สุกี้แห้งที่คลุกเคล้าน้ำจิ้มสุกี้สูตรกวางตุ้งแบบโฮมเมด ห่อด้วยแผ่นแป้งนุ่มๆ จุดเด่นของน้ำจิ้มกวางตุ้งก็คือความหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเต้าหู้ยี้ เสิร์ฟพร้อมสลัดผักโคนไว้กินแกล้ม กลายเป็นเปาะเปี๊ยะโปโฮยั่วๆ จ้า

 

ปลาเก๋าเช็กแลปก๊อก (320 บาท)

     เช็กแลปก๊อกก็คือชื่อสนามบินแห่งชาติของฮ่องกงที่เปิดมานาน มีทั้งความเก่าและความเก๋า พอมีเมนูปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว ก็เลยนำชื่อสนามบินมาตั้งชื่อ เสิร์ฟคู่กับเส้นกรอบ เคียงด้วยน้ำจิ้มซีอิ๊วที่มีกลิ่นของหัวหอมใหญ่และขิงแก่

 


WHERE TO FIND DAI LOU

Facebook: DAI LOU

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง

เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

นักขีดๆ เขียนๆ เริ่มเขียนแบบไดอารี่จริงจังก็ตอนอยู่ ม.2 ด้วยเหตุผลเดียวคือกลัวตัวเองสมองเสื่อมกะทันหัน จนทำงานเขียนมากว่า 10 ปี ปัจจุบันเรื่องตัวเองไม่เขียนแล้ว เพราะคิดว่าไม่ลืมชัวร์ แล้วหันมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับคนอื่นแทน!