Cream Bangkok: คลับแห่งการเรียนรู้สำหรับเด็ก ผ่านจินตนาการไม่มีวันสิ้นสุด

Space and Time
17 Oct 2019
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

Highlights

หากวันหนึ่งมีเด็กๆ มากระซิบบอกผู้ใหญ่อย่างเราว่า เขาพบโรงแรมมหัศจรรย์ที่ไม่มีใครรู้ว่ามีทั้งหมดกี่ห้อง แต่ที่รู้ๆ ก็คือมีพนักงานใจดี ชอบอยู่ในโหมดล่องหน มีจุดรับฝากสัตว์มหัศจรรย์ และมีจุดเช็กอินที่ต้องตอบคำถามที่ไม่เคยมีใครถามมาก่อน คุณจะเชื่อพวกเขาไหม หากไม่เชื่อ อยากให้ลองนำลูกหลาน หรือเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ไปสัมผัสกับพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับเด็กกันที่ CREAM Bangkok ย่านสวนผัก กันสักครั้ง

 

Cream Bangkok
Cream Bangkok

Co-working Space สำหรับเด็ก

        หากมองภายนอก ที่นี่ก็ไม่ต่างจากบ้านหลังอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียง แต่เมื่อประตูรั้วเหล็กถูกเปิดออกแล้วก้าวเข้าสู่ด้านใน บ้านหลังนี้ได้กลายร่างเป็นโรงแรมมหัศจรรย์ ที่มีเด็กชายหญิงส่งเสียงเจื้อยแจ้ว พูดคุยและเล่นกันอย่างสนุกสนาน 

        “เราอยากให้เด็กๆ เริ่มต้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กันตั้งแต่ก้าวแรกเมื่อเข้าสู่พื้นที่การเรียนรู้แห่งนี้ เพื่อให้เขารู้สึกว่าที่นี่สนุกและพร้อมที่จะเป็นผู้เล่าบ้างแล้ว” ครูใบปอเริ่มต้นอธิบายความสำคัญของที่นี่ให้ฟัง

        “เมื่อมาที่นี่ เด็กๆ ทุกคนจะเจอกับที่รับฝากสัตว์มหัศจรรย์ ต้องเช็กอินด้วยการตอบคำถามปลายเปิดที่ไม่เหมือนกันสักวัน สามารถเลือกอุปกรณ์การเขียนเองได้ คือการมาที่นี่เด็กๆ จะต้องรู้จักการดูแลตัวเองและช่วยเหลือตัวเองในการเรียนรู้ได้ อยากจะพัก อ่าน เล่น ขีดเขียน สืบค้นอะไรต่างๆ ก็ทำได้อย่างอิสระ เพื่อให้พวกเขามีความสุขกับการอ่านและเขียนมากกว่าการมาบอกให้เขาอ่านและเขียนผ่านแบบฝึกหัด การสะกดคำตรงไปตรงมา หรือการอ่านที่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขา” 

จินตนาการบนชั้น 1

        “เราจึงทำให้ที่นี่มีบรรยากาศสบายๆ มีโถงกลางบ้านที่เปิดเป็นช่องสูงขึ้นไปเกือบถึงห้องใต้หลังคา เพื่อให้ดูโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก สังเกตว่าบริเวณนี้จะเย็นทั้งๆ ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมเลย ตรงกลางลานยังมีบ่อปลาและเต่า พวกเขาเป็นเจ้าของบ้าน ข้างๆ กันเป็นมุมหนังสือและนิทานภาษาญี่ปุ่น เป็นจุดที่ให้ผู้ปกครองมารอเด็กๆ 

        “ถัดไปเป็นบันไดขึ้นไปด้านบน บริเวณใต้บันไดจะเป็นอุปกรณ์สำหรับดื่มน้ำ โดยเราส่งเสริมให้เด็กรู้จักอ่าน เราจึงเขียนป้ายอธิบายการล้างและจัดเก็บแก้วที่ใช้แล้วไว้ให้ และเพื่อให้เด็กอยากจะทำ เราจึงเขียนให้การล้างแก้วเป็นเรื่องเหนือจินตนาการ เช่น ฟองน้ำและน้ำที่ใช้ไม่ธรรมดาเพราะมาจากมหาสมุทรแปซิฟิก เด็กๆ ก็จะสร้างทฤษฎีใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น ทำยังไงถึงจะนำน้ำมาจากมหาสมุทรได้ พวกเขาจะสามารถต่อเรื่องราวได้เรื่อยๆ ถ้าเราเริ่มต้นไว้ให้เขา และเรื่องเล่าของเด็กคือที่สุดแล้ว เรายังคิดไม่ถึงเลย”

 

Cream Bangkok

ปล่อยพลังความคิดที่ชั้น 2 

        ขณะกำลังก้าวเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นที่สอง ครูใบปอก็ชี้ชวนให้เราดูที่ผนังแล้วอธิบายว่า “เพื่อเริ่มต้นจินตนาการให้สมเหตุสมผลขึ้นมาหน่อย ก็จะทำหนังสือพิมพ์ปลอมเป็นเรื่องเล่าของที่นี่ใส่กรอบติดไว้ เด็กๆ ก็จะชอบและอยากให้เราอ่านให้ฟัง จากนั้นเวลาที่เด็กๆ พบเจออะไรใหม่ๆ เขาก็จะเขียน ทำเกม หรือวาด แล้วนำมาแปะไว้ที่นี่เพื่อปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ที่นี่จะไม่มียางลบ เพราะเราไม่อยากให้เขากังวลเรื่องถูกผิดเวลาเขียนอะไรขึ้นมา”

        บริเวณชั้นสองด้านซ้ายติดริมหน้าต่างจะเป็นโซนเรียนรู้แบบไม่มีโต๊ะเก้าอี้ ด้านหนึ่งมีชั้นอุปกรณ์สำหรับเด็กที่หลากหลาย ครูใบปอบอกว่า นี่คือห้องวิจัยสำหรับเด็ก ส่วนด้านขวามือจะมีโต๊ะยาวและเก้าอี้สำหรับเป็นพื้นที่ให้เด็กๆ มานั่งค้นหาสิ่งที่อยากรู้ มาบันทึกสิ่งที่เห็น มาวาดสิ่งที่เจอ ขณะที่ยังมองเห็นพื้นที่ด้านล่างได้ด้วย โดยมีแผงซี่เหล็กกั้นเพื่อให้มองเห็นความเคลื่อนไหวของเด็กๆ ได้จากมุมอื่นๆ และยังสามารถออกไปยังระเบียงขนาดเล็กรูปตัวยู อ้อมไปเจอกับลานขนาดย่อมสำหรับทำกิจกรรมเช่นกัน ซึ่งจุดนี้ก็มองเห็นได้ทุกส่วนของตัวอาคาร

        “พื้นที่เหล่านี้ทำให้เด็กๆ ได้เห็น ได้สำรวจจริง เพราะเราอยากจะดึงเอาความเป็นนักสำรวจที่อยู่ในตัวเขาออกมา เราไม่อยากให้เด็กเป็น passive learner นั่งเรียนอยู่กับที่ แล้วรับสิ่งที่เราป้อนเข้าอย่างเดียว ดังนั้น ที่นี่จึงให้อิสระและเปิดกว้างเพื่อที่จะให้เด็กได้ค้นหาสิ่งที่สงสัยและอยากรู้ได้อย่างเต็มที่ 

        “สิ่งหนึ่งที่ดีต่อหัวใจของเด็กเป็นอย่างมากก็คือทุกครั้งที่เขาค้นพบอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง เขาจะรู้สึกว่าการเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นจากตัวเขาเอง เขามีความเป็นเจ้าของความรู้นั้น ไม่ใช่ของผู้ใหญ่ที่ยื่นไปให้”

ตามหาความ (ไม่) จริงที่ห้องใต้หลังคา 

         “เราให้อิสระกับเด็กเยอะมาก ที่นี่ไม่ได้ออกแบบเวิร์กช็อปมาให้ทำเป๊ะๆ ยืดหยุ่นได้เสมอ เพราะเราเชื่อว่าเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ยิ่งเราเน้นเรื่องอ่านเขียน เรื่องเล่าของแต่ละคนย่อมมาจากความคิดและประสบการณ์ที่สะสมมาของแต่ละคน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกดีต่อสิ่งนั้น เราไม่ต้องไปบอกเขาเลย เขาทำเองได้”

         ครูใบปออธิบายถึงหัวใจของการเรียนรู้แบบเวิร์กช็อปของที่นี่ให้ฟัง จากนั้นก็พาขึ้นบันไดต่อไปยังห้องสมุดใต้หลังคา โซนที่เด็กๆ หลายคนใฝ่ฝันว่าอยากจะมีไว้ในบ้านตัวเอง ซึ่งจะเป็นห้องเดียวที่ติดเครื่องปรับอากาศ 

        “ส่วนใหญ่เด็กๆ จะมาอยู่ที่นี่ มาอ่านหนังสือบ้าง มาเล่นบทบาทสมมติบ้าง” ครูใบปอบอก ก่อนอธิบายให้ฟังว่าลักษณะห้องจะเป็นพื้นยกสูงส่วนหนึ่ง อีกส่วนมีสติ๊กเกอร์ปลาฉลามขนาดเท่าของจริงแปะอยู่ที่พื้น ระหว่างพื้นยกสูงกับพื้นทางราบจะมีช่องกระจกตลอดแนว สามารถมองเห็นชั้นสองได้ ซึ่งเป็นของเดิมที่มีอยู่แล้ว เพราะเจ้าของบ้านเป็นสถาปิกและชอบเลี้ยงแมว เขาจึงออกแบบภายในบ้านให้เป็นเหมือนบ้านแมว 

        ตรงกลางมีประตูขนาดใหญ่ ที่เด็กๆ มักบอกว่านี่คือลิฟต์ไปยังชั้นต่างๆ ของโรงแรม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของจินตนาการ และสุดท้ายคือห้องนิทรรศการที่จัดขึ้นตามความเชื่อของครูใบปอที่ว่า สมองของเด็กจะเกิดการเชื่อมโยงต่างๆ จากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ดังนั้น ในห้องนี้จะไม่มีข้อมูลอะไรให้เลย มีแค่ประโยคคำถาม ชวนให้เด็กๆ ได้คิดต่อเท่านั้น

 

Cream Bangkok

Cream Bangkok

Cream Bangkok

เสกพื้นที่นี้ด้วยหัวใจของครูอนุบาล

        ครูใบปอเล่าย้อนให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นของที่นี่ “โดยส่วนตัว เราชอบการอ่านและมีความสุขกับการเขียน ทำให้เราอยากส่งต่อสิ่งนี้ให้กับเด็กๆ บ้าง เราจึงเริ่มค้นหาและเก็บข้อมูลบางอย่าง จนไปเจอกับพื้นที่สำหรับเด็กที่ชอบเขียนมารวมตัวกัน แล้วการเขียนเชิงสร้างสรรค์หรือจดบันทึกไอเดียของเขา ซึ่งเรียกว่า writing center ที่ต่างประเทศ เราตื่นเต้นมาก เพราะเรารู้สึกว่าการเรียนรู้ต้องแบบนี้แหละ ทำให้เราตัดสินใจไปฝึกงาน 1 เดือนที่ 100 Story Building เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่นั่นมีเพียง 1 ชั้น แต่บอกเด็กๆ ว่าที่ยืนอยู่คือชั้นที่ 100 อีก 99 ชั้นอยู่ใต้ดิน ผู้ก่อตั้งเองก็เป็นครูอนุบาลที่มีแนวคิดและความเชื่อแบบที่เราคิดเช่นกัน 

        “เวลาผ่านไป 10 ปี จากวันที่ได้ไปฝึกงาน ระหว่างนั้นเราพกความเชื่อของการเรียนรู้แบบนี้แล้วไปเป็นครูอนุบาลอยู่ที่โรงเรียนจิตตเมตต์ จนวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะทำพื้นที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง เราจึงเปิดที่นี่ขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราก็ยังคงเป็นครูอนุบาลอยู่เหมือนเดิม แต่จะแบ่งเวลามาเป็นพนักงานล่องหนในโรงแรมมหัศจรรย์แห่งนี้ด้วย” (ยิ้ม)

พื้นที่ล่องหนที่ยังหาไม่เจอ

        “การเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เกิดจากการสอนแบบสั่ง เราค่อนข้างให้อิสระกับเด็ก แต่ผู้ใหญ่ต้องเชื่อในตัวเขา หากผู้ใหญ่บอกว่าแล้วอย่างนี้เขาจะเรียนรู้ได้อย่างไร นั่นแสดงว่าเขาไม่เชื่อแล้ว ซึ่งบางครั้งผู้ใหญ่อาจจะยังไม่สามารถเบรกตัวเองจากการสั่งเป็นการขอความร่วมมือหรือชักชวนให้เด็กๆ มาร่วมเรียนรู้หรือทำบางอย่างได้ แต่หากทำได้ ไม่ใช่แค่เด็กๆ ที่จะได้เรียนรู้ พ่อแม่เองก็จะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเขาด้วย” ครูใบปอค่อยๆ ช่วยคลายปมให้กับสิ่งที่อาจจะทำให้การเรียนรู้ของเด็กสะดุดลง

        ด้วยทั้งหมดนี้ ที่นี่จึงเรียกว่า ‘club’ เพราะให้อารมณ์เหมือนชมรมสำหรับเด็ก เป็นเสมือนพื้นที่ล่องหนซึ่งต้องมีความเชื่อบางอย่างจึงจะพบกับพื้นที่แห่งนี้ แต่ความเป็นจริงเชิงกายภาพ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ยืดหยุ่นสำหรับทำกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และการที่เด็กๆ ได้มาเจอกันจะทำให้เกิดเรียนรู้ทักษะการเข้าสังคมและทักษะชีวิตต่อได้

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง