บ้านข้างๆ Cafe & Gallery | พื้นที่ความฝันจับต้องได้ ที่อบอวลไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของคนข้างๆ

28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 คือวันแรกที่ ‘ตูน’ – ณัฐธีร์ อัครพลธนรักษ์ เด็กหนุ่ม ม.ปลายคนหนึ่ง ตัดสินใจโพสต์ภาพบ้านข้างๆ ลงบนอินสตาแกรม t_047 เวลาล่วงเลยมา 6 ปีกว่าๆ เด็กหนุ่มคนนั้นเติบโตมาเป็นชายหนุ่มที่มีผลงานทั้งด้านศิลปะและดนตรีมากมาย แต่เขาก็ยังหลงใหลการโพสต์รูปบ้านข้างๆ หลังเดิมในมุมเดิม พร้อมกับแคปชันสอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ความตั้งใจอันสม่ำเสมอของเขา ทำให้ปัจจุบันมีผู้มีติดตามไอจีนี้กว่า 230,000 คน

     จนเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รูปบ้านข้างๆ ที่เราเห็นกันจนชินตาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ได้โอกาสออกมาโลดแล่นอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงบนผนังสีขาว-เทาของคาเฟ่และแกลเลอรี บ้านข้างๆ Cafe & Gallery ร้านแรกในชีวิตของตูน 

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

 

     เขานั่งลงข้างๆ เรา แล้วบทสนทนาเรื่องบ้านข้างๆ โต๊ะข้างๆ และคนข้างๆ ก็เริ่มต้นขึ้น

     “เรามีงานอยู่ในเฟซบุ๊กกับอินสตาแกรมส่วนหนึ่ง แต่รู้สึกว่าช่องทางออนไลน์ไม่ควรเป็นที่แสดงงานของเรา อย่างเมื่อไม่กี่วันก่อนที่มีเหตุการณ์เฟซบุ๊กหรือไอจีล่ม มันเหมือนอยู่ดีๆ เราก็ไม่ใช่เจ้าของงานของเราเลย จู่ๆ คนก็เข้าถึงงานเราไม่ได้ กลายเป็นว่าเราอาศัยพื้นที่เขาอยู่ ก็เลยคิดว่าทำที่ของเราจริงๆ ดีกว่า”

     ตูน เจ้าของเพจ บ้านข้างๆ และอินสตาแกรม t_047 เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเปิดคาเฟ่แห่งนี้ให้เราฟัง เขาตัดสินใจหันมาจับธุรกิจคาเฟ่เพราะอยากให้งานของตนเองได้ออกสู่สายตาผู้คนโดยไม่ต้องผ่านสื่ออย่างเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่แสดงผลงานภาพถ่ายของชายหนุ่มคนนี้อย่างแท้จริง

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

 

     รอบๆ ร้านมีกรอบรูปเล็กๆ ประดับตกแต่ง แต่ละภาพก็มีโทนสีที่แตกต่างกันไป อีกทั้งยังมีแคปชันเล็กๆ อยู่ใต้รูปให้ได้อ่านเพลินๆ ระหว่างรอเครื่องดื่มด้วย

     คอนเซ็ปต์ภายในร้านประกอบด้วยงานไม้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นก็มาจากความชอบของตูนทั้งสิ้น มองเผินๆ อาจคล้ายคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นโทนสีของไม้ กับการตกแต่งที่เรียบง่ายและสบายตา ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น สบายใจ และเป็นกันเองตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

 

Heart-made Drinks

     ในส่วนของเครื่องดื่มอาจจะไม่ได้มีให้เลือกมากนัก หลักๆ มีกาแฟ ช็อกโกแลต ชา และอิตาเลียนโซดา แม้ในทีแรกตูนคิดอยากขายขนมด้วย เช่น คุกกี้รูปบ้านข้างๆ ไอศกรีมบ้านข้างๆ แต่พอถึงเวลาจริงๆ แค่ขายน้ำอย่างเดียวก็มือเป็นระวิงกันแล้ว

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

 

     “ความพิเศษคือเราทำกันเอง ซึ่งพิเศษสุดๆ เลย เพราะเราไม่ใช่บาริสตา เราคือคนคนหนึ่งที่เพิ่งมาฝึกชงเครื่องดื่มเมื่อไม่นานมานี้ ทุกวันนี้ก็ยังฝึกอยู่นะ ถ้ามันอร่อยก็ถือว่าสำเร็จแล้ว ถ้ายังไม่อร่อยก็บอกเขาว่าเรากำลังฝึกอยู่ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้น แต่ละครั้งที่สั่งรสชาติอาจไม่เหมือนกันเลย คล้ายกับว่าเราชงน้ำให้เพื่อนกิน”

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

 

The guy next door

     “เราตั้งชื่อร้านว่าบ้านข้างๆ เพราะนอกจากมันจะเป็นผลงานของเราแล้ว ยังอยากให้คนที่เข้ามารู้สึกเหมือนได้มาอยู่บ้านเพื่อนด้วย”

     ทุกอย่างเป็นไปตามคำพูดนี้ทั้งสิ้น เพราะแม้จะเป็นร้านขนาดเล็ก มีที่นั่งไม่กี่ที่ ไม่ได้ใหญ่โตอลังการ แต่ทุกคนที่ก้าวเข้ามากลับไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหา ผู้คนที่แวะเวียนมาได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่เป็นมิตร อบอวลไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความเป็นกันเองของเจ้าของร้าน ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายราวกับแวะเวียนมาเยี่ยมบ้านเพื่อนคนสนิท

     “พื้นที่ตรงนี้มันเล็กก็จริง แต่เราไม่ได้เน้นที่ขนาด เราเน้นการมีอารมณ์ร่วมกับพื้นที่ คนเข้ามาแล้วอาจไม่ได้สนใจเรื่องที่โต๊ะเก้าอี้มันน้อย แต่เขารู้สึกว่าการเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้ การเข้ามาเดินดูรูปแล้วได้อารมณ์ที่แตกต่าง อาจจะสร้างความรู้สึกดีๆ ได้มากกว่าการเข้าไปในพื้นที่ที่มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งเยอะๆ ก็ได้”

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

 

พื้นที่และความรู้สึก

     ใครที่เป็นแฟนคลับของเพจบ้านข้างๆ คงจะรู้ดีว่าตูนเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์ความรู้สึกเป็นอย่างมาก เห็นได้จากรูปท้องฟ้าและแคปชันต่างๆ ที่มักจะแสดงถึงความรู้สึกของเขา ณ ห้วงเวลานั้น บางทีอาจจะเป็นเรื่องราวที่เขาอยากเล่าและถ่ายทอดให้ฟัง หรือ ณ ชั่วโมงนั้นเขากำลังคิดอะไร ซึ่งนั่นก็ทำให้พื้นที่ของร้านบ้านข้างๆ Cafe & Gallery เป็นพื้นที่ที่ถูกสอดแทรกด้วยอารมณ์และเต็มไปด้วยความรู้สึกเช่นกัน

     “เราเป็นคน emotional มาตั้งแต่แรกเริ่มเลย ทำอะไรก็ตามต้องแฝงด้วยความรู้สึกเสมอ บางทีหากต้องซื้อของแพงกว่า functional น้อยกว่า แต่ได้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าก็ยอม”

     ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากคุณจะรู้สึกดื่มด่ำกับร้านเล็กๆ แห่งนี้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา เหมือนเราที่หลงใหลในความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของตูนตั้งแต่การจัดเรียงภาพ การตกแต่งและการจัดมุมต่างๆ ของร้าน รวมไปถึงงานไม้ชิ้นเล็กๆ ที่ประทับรูปบ้านข้างๆ ลงไป

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

 

แลกเปลี่ยนกับคนข้างๆ

     “เมื่อก่อนเราทำงานแบบสื่อสารทางเดียว เช่น โฆษณา แต่พอทำเสร็จปล่อยไปมันกลายเป็นว่าความคิดของเราวนอยู่แค่กับทีม แค่กับตัวเอง ไม่ได้คุยกับใคร ซึ่งจริงๆ แล้วเราชอบงานที่มีการสื่อสารสองทางมากกว่า เพราะมันเปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่น”

     รอยยิ้มเล็กๆ ถูกระบายออกมา ตลอดบทสนทนาของเรา แต่ไม่ใช่เพราะว่าตูนสนุกไปกับการพูดคุยเพียงอย่างเดียวหรอกนะ เราแอบเห็นว่ารอยยิ้มเหล่านั้นถูกระบายขึ้นเมื่อผู้คนในร้านเดินดูผลงานและเกิดรอยยิ้ม เกิดความสุข ภาพของผู้คนที่เดินเข้าออก บ้างก็แวะเวียนมาสั่งน้ำ เดินชมรูปเพียงเล็กน้อยและกลับออกไป บ้างก็หยุดอยู่ที่รูปใดรูปหนึ่งเป็นเวลานาน ดื่มด่ำกับรูปถ่ายเหล่านั้น บางคนก็เลือกที่จะเก็บความทรงจำด้วยสายตา บ้างก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายเก็บเอาไว้

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

     “บางทีคนดูงานในอินเทอร์เน็ตแล้วคอมเมนต์ว่า ชอบมากเลยค่ะ แต่เราไม่เห็นหน้าเขา ต่างกับคนดูงานแล้วเดินเข้ามาบอกว่า หนูชอบงานพี่ งานพี่ดีมากเลย อารมณ์ความรู้สึก สายตาที่สื่อออกมามันต่างกัน การเจอคนจริงๆ มันเลยดีกว่า”

     พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่เสพผลงานของตูนอยู่แล้วเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เขาได้พบเจอคนใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน อย่างที่เขาบอกกับเราว่า “บางคนเข้ามาเขาก็จะงงๆ นิดหนึ่ง งงว่ามันคือบ้านหรือเรือดำน้ำ เป็นภาพถ่ายหรือโฟโต้ช็อป ซึ่งก็จะเปิดโอกาสให้เราได้คุยกัน บางทีเป็นป้าขายข้าวแกงเลย เขาเข้ามาดูแล้วก็ถาม เราได้เจอคนแบบใหม่ในแบบที่เราอยากจะเจอ โดยใช้งานนี้เป็นตัวเชื่อมให้เราได้คุยและแลกเปลี่ยนความคิดกัน”

 

บ้านข้างๆ Cafe & Gallery

 

     สายตาที่อ่อนโยนและรอยยิ้มที่เป็นมิตรเกิดขึ้นทันทีที่มีแฟนคลับตัวเล็กๆ เดินเข้ามาขอให้ตูนเซ็นชื่อลงบนกีตาร์ของตัวเอง บทสนทนาและเสียงหัวเราะของทั้งสองคนเป็นกันเองอย่างเป็นธรรมชาติไม่ได้ถูกปรุงแต่งอะไร สายตาที่จับจ้องตูนด้วยความรู้สึกชื่นชมและดีใจนั่นก็ปิดไม่มิด ทำให้เราเผลอยิ้มตามเสียอย่างนั้น

     “เราแค่รู้สึกว่าเรายังไม่พอใจที่มันอยู่แค่ในออนไลน์ บางครั้งเน็ตอาจจะล่ม หรือวันหนึ่งอินสตาแกรมตาย เฟซบุ๊กตาย งานเราที่อยู่ในนั้นก็จะหาย เราก็เลยเปิดเองเลย จบ ไม่ต้องกลัวอะไรเลย กลัวอย่างเดียวคือไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าพอ (หัวเราะ)”

Share Post
Like 2 View 4145

Author

พิชชาภา พลนิกรกิจ

Photographer - adB JUNIOR

ภควดี จรูญไพศาล

Content Creator - adB JUNIOR