ฮ่องกงในความทรงจำ กับหนังฮ่องกง 10 เรื่องที่ดูได้ฟรี

The List
3 May 2020
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว คนไทยต่างผูกพันกับหนังจีนที่สร้างโดยบริษัทผลิตภาพยนตร์ในฮ่องกง ทั้งละครและหนังใหญ่ต่างพาเหรดกันเข้ามาทักทายคนดูในบ้านเราอย่างไม่ขาดสาย หลายครั้งก็เกิดเป็นกระแสดาราฮ่องกงฟีเวอร์ขึ้นในแต่ละยุค เช่น โจวเหวินฟะจาก เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่ส่งให้เขาขึ้นแท่นเป็นดาราหนังบู๊จอเงิน โดยช่วงพีกของโจวเหวินฟะนั้นเรียกว่า ในวันเปิดตัวภาพยนตร์ของตัวเอง เขามีบารมีระดับที่เรียกฟ้าเรียกฝนได้เลย หรือการมาของไอ้หนุ่มนักเลงหัวไม้ปลายแถวแต่ได้ใจสาวๆ ไปทั้งเอเชียของหลิวเต๋อหัวใน ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ ที่ทำเอาหนุ่มๆ หลายคนต้องซื้อมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มาขี่กันให้ได้ ถ้าย้อนไปไกลกว่านั้นอีกหน่อย เราก็เป็นหนึ่งในเด็กผู้ชายที่ทำทีเป็นว่าแขนด้วน และใช้กิ่งไม้เป็นดาบมาฟันกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน โดยมโนว่าตัวเองคือหวังหยู่จาก เดชไอ้ด้วน

        เมื่อวันวานยังหวานอยู่ และความคิดถึงหนังเก่าๆ เหล่านี้ เราก็พบว่าทางเว็บไซต์ผู้ให้บริการหนังและซีรีส์ออนไลน์อย่าง Doonee.com ได้ขนหนังฮ่องกงพากย์ไทยมาให้ดูกันแบบถูกลิขสิทธิ์ โดยมีทั้งหนังที่ดูได้ฟรีไม่มีเงื่อนไข และหนังที่ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นถึงดูได้ โดยค่าบริการรายเดือนแค่ 99 บาท เราจึงเลือกหนังฮ่องกงที่เคยดูตอนเด็กๆ 10 เรื่องที่ไม่ต้องเสียงเงินมาแนะนำให้กับคุณ

 

10 หนังฮ่องกง

1. Lee Rock (1991): ตำรวจตัดตำรวจ 

        หนังอ้างอิงจากเรื่องจริงของตำรวจฮ่องกงชื่อ เหลยเล่อ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่ยอดตำรวจมือปราบของฮ่องกงในยุค 60s-70s ผลงานส่วนใหญ่ของเขาคือการปราบปรามเหล่ามาเฟียบนเกาะฮ่องกง ตัวหนังมีทั้งหมดสามภาค โดยภาคแรกนำเสนอเรื่องราวตั้งแต่การไต่เต้าจากตำรวจหนุ่มไฟแรงไปจนถึงช่วงวัยชรา หนังนำเสนอเรื่องราวของวงการตำรวจและผู้มีอิทธิพลได้อย่างเข้มข้น แสดงให้เห็นทั้งด้านมืดและสว่างของตำรวจคนนี้ที่แสดงโดยหลิวเต๋อหัว ว่าบางครั้งเขาก็ต้องยอมแปดเปื้อนบ้าง หรือต้องยอมเป็นผู้ร้ายเสียเอง เพราะความซื่อตรงนั้นมีพลังไม่มากพอในการจัดการกับความเลวร้าย 

 

10 หนังฮ่องกง

2. The Bride with White Hair (1993): นางพญาผมขาว หัวใจไม่ให้ใครบงการ

        หนึ่งในหนังกำลังภายในของยุค 90s ที่มีฉากบู๊สุดอลังการ เมื่อรวมเข้ากับพลังดารานำอย่าง เลสลี่ จาง และหลินชิงเสีย จึงทำให้เรื่องราวความรักต้องห้ามระหว่างนางมารน้อยกับศิษย์เอกจากสำนักบู๊ตึ๊ง กลายเป็นความเศร้าโศกปนแค้นจนยุทธภพต้องสั่นสะเทือน ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกจัดอยู่ในหมวดหนังฮ่องกงสุดคลาสสิกของยุคไปทันที 

 

10 หนังฮ่องกง

3. Martial Arts of Shaolin (1986): มังกรน่ำปั๊ก

        ผลงานยุคแรกๆ ของเจ็ตลี หรือหลี่เหลียนเจี๋ย เป็นหนังในชุด เสี่ยวลิ้มยี่ ของผู้กำกับหลิวเจียเหลียง โดยเรื่องนี้เป็นตอนที่สาม และได้รับการยกย่องว่าเป็นตอนที่สนุกที่สุดในหนังชุด เสี่ยวลิ้มยี่ ทั้งสามตอน โดยเล่าเรื่องของจื้อหมิง นักบวชจากวัดเส้าหลินที่ฝึกวิชาต่อสู้จนสำเร็จ และออกเดินทางจากวัดเพื่อมาล้างแค้นขุนนางชั่วที่เคยสังหารครอบครัวของเขาในอดีต 

 

10 หนังฮ่องกง

4. Return of the Sentimental Swordsman (1981): ฤทธิ์มีดสั้น ลี้คิมฮวง

        งานเขียนของโกวเล้งที่ตัดแปลงมาจากหนังคาวบอยเรื่อง Gunfight at the O.K. Corral (1957) เป็นตอนต่อจากภาคแรก นั่นคือการเล่าเรื่องราวของลี้คิมฮวงและอาฮุยสหายคู่ใจหลังจากจบเรื่องราวของโจรดอกเหมย ซึ่งพวกเขาต้องเชิญกับอันตรายครั้งสำคัญ นั่นคือการมาของพรรคเหรียญทอง ซึ่งประมุขพรรคคือเซี่ยงกัวกิมฮ้ง ผู้มีอาวุธคือห่วงหงส์มังกร ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในอันดับสองในตำราวิจารณ์อาวุธของแป๊ะเฮี่ยวเซ็ง โดยมีดบินไม่พลาดเป้าของลี้คิวฮวงนั้นอยู่อันดับสาม และความเข้มข้นของตัวละครในเรื่องที่ต้องออกมาฟาดฟันกันเพราะอยากรู้ว่าฝีมือของใครจะเหนือกว่ากัน 

 

10 หนังฮ่องกง

5. Pursuit of Vengeance (1977): จอมดาบหิมะแดง

        เรื่องราวที่สานต่อจาก ฤทธิ์มีดสั้น เมื่อดำเนินมาถึงคนรุ่นลูก หนังเรื่องนี้สร้างจากนิยายของโกวเล้งชื่อ ดาบจอมภพ เล่าเรื่องของโป้วอั้งเสาะ ชายขาเป๋ตัวซีดเผือด โรคประจำตัวคือโรคลมบ้าหมู หน้าตาไร้อารมณ์ พกดาบด้ามใหญ่สีดำสนิทที่มีน้ำหนักมากแต่ดาบของมันกลับเร็วที่สุดในแผ่นดิน เป้าหมายชีวิตของมันมีเพียงอย่างเดียวคือสังหารให้สิ้นแค้น และมีเพียงเอี๊ยบไค ศิษย์หนึ่งเดียวของลี้ติวฮวงเท่านั้นที่มันยอมรับเป็นสหายในการท่องยุทธจักรครั้งนี้

 

10 หนังฮ่องกง

6. One-Armed Swordsman (1967): เดชไอ้ด้วน ภาค 1

        หนังที่สร้างชื่อให้กับหวังหยู่จนโด่งดัง และทำเงินถล่มทลายไปทั้งเอเชียจนเป็นแม่แบบของการวางคิวต่อสู้ให้กับหนังจีนกำลังภายในยุคต่อมา ซึ่งว่าด้วยตัวละครที่มีชีวิตสุดรันทด ถูกลูกสาวของเจ้าสำนักอันดับหนึ่งของยุทธจักรที่ตัวเองอาศัยอยู่ทำร้ายจนเสียแขนขวาไป และเขาก็ได้พบกับคัมภีร์ยุทธ์ลึกลับที่ถูกเผาจนเหลือแค่ครึ่งเล่ม แต่กลับกลายเป็นโชคดีของเขา เพราะอีกครึ่งที่เหลือคือการฝึกเพลงดาบด้วยแขนซ้ายเท่านั้น และเมื่อเขาฝึกสำเร็จ การล้างแค้นที่ดุเดือดก็ได้เริ่มต้นขึ้น 

 

10 หนังฮ่องกง

7. Fight Back to School  (1991) : คนเล็กนักเรียนโต

        การจับคู่ของโจวซิงฉือกับอู๋ม่งต๊ะ โดยตัวเอกเป็นตำรวจที่ต้องปลอมเป็นเด็กโข่งเข้าไปสืบคดีในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง แค่นี้ก็ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว เตรียมตัวฮาท้องแข็งกันตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องได้เลย

 

10 หนังฮ่องกง

8. Cold War II (2016): 2 คมล่าถล่มเมือง ภาค 2

        ผลงานสุดระทึกของกรมตำรวจฮ่องกงที่ถูกมือดีปล้นรถขนอาวุธไป เกิดเป็นคดีเร่งด่วนที่ต้องรีบตามหาว่าคนร้ายและอาวุธสงครามเหล่านั้นไปอยู่ไหน พร้อมทั้งความขัดแย้งที่อยู่ภายในกรมตำรวจที่ร้อนแรงไม่แพ้คดีใหญ่นี้ และการหักมุมตลอดเวลาแทบไม่ให้หยุดพัก รวมถึงดาราฝีมือเยี่ยมที่ยกทัพกันมาฟาดฟันบทบาทจนไม่อยากกะพริบตา ทำให้ต้องนั่งลุ้นว่าเรื่องราวในภาคนี้จะจบลงอย่างไร  

 

10 หนังฮ่องกง

9. Dream of the Red Chamber (1962): ความรักในหอแดง 

        หนึ่งในหนังคลาสสิกที่ว่ากันว่ามีเพลงประกอบที่ไพเราะมาก เรียกว่าแค่เพลงบรรเลงขึ้นมาก็เรียกความสนใจจากอาม่าที่บ้านได้แล้ว ส่วนเนื้อเรื่องก็จะบีบน้ำตาหน่อยๆ โดยเล่าถึงหลินไต้อี้ เด็กกำพร้าที่ต้องมาอาศัยใต้เงาของญาติๆ ในคฤหาสน์ใหญ่โต แต่ภายใต้ความหรูหราที่สวยงามนี้กลับเต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่น อาฆาตริษยา และความลับดำมืดที่สาวไร้เดียงสาคนนี้ต้องเผชิญ

 

10 หนังฮ่องกง

10. Call of Heroes (2016): มังกรหนุ่มผยองเดช

        รวมมิตรชามโตของหนังฮ่องกงที่มีครบทุกรส ทั้งเรื่องราวที่เข้มข้น ตัวเอกที่หมดอาลัยตายอยากต่อสิ่งในโลก แต่กลับมีวรยุทธ์ที่สูงส่ง หัวหน้าหมู่บ้านที่ยอมแลกชีวิตของตัวเองเพื่อให้ทุกคนปลอดภัย และการแสดงเป็นตัวร้ายของกู่เทียนเล่อที่ทำให้เราเกลียดตัวละครของเขา จนแอบภาวนาให้ตายไปเร็วๆ หนังมีฉากให้เราลุ้นใจหายใจคว่ำได้หลายครั้ง และไม่ต้องแปลกใจว่าคุณจะรัก เอ็ดดี้ เผิง หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ เพราะกำกับการแสดงโดย เบนนี่ ชาน ผู้ที่ทำให้ ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ กลายเป็นหนังที่อยู่ในใจคอหนังฮ่องกงมาถึงวันนี้

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon