Immersive Arts of Thawan Duchanee การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป และกำเนิดใหม่เป็นนิทรรศการระดับโลก

Viewfinder
13 Dec 2020
เรื่องโดย:

ฉัตรกมล เถียรสวัสดิ์

แค่ได้ชมภาพวาดอันล้ำค่าจากปลายพู่กันของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากแล้ว แต่ในงาน Immersive Art Exhibition of Thawan Duchanee กลับเชอร์ไพรส์เราได้กว่าที่คิด เพราะ ดร. ดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ (และลูกชายของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี) ได้ร่วมมือกับทีมงานระดับฮอลลีวูด นำผลงานมาสเตอร์พีซของคุณพ่อกว่า 40 ชิ้น มานำเสนอผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดเป็นงานศิลปะร่วมสมัยสุดล้ำ ที่เปิดให้เข้าชมกันที่ไอคอนสยาม

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        งานนิทรรศการนี้ ดร. ดอยธิเบศร์ ดัชนี เลือกใช้นวัตกรรมระดับโลกมาผสานกับเทคโนโลยีมิติใหม่ในรูปแบบ Immersive Art โดยนำเสนอผ่านเทคโนโลยีดิจิตอลสุดล้ำ โดยการจัดแสดงแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ชั้น M บริเวณธาราฮอลล์ ชมผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี กว่า 40 ภาพ ในรูปแบบ AR Art Gallery และผลงานศิลปะทั้งงานภาพวาด งานประติมากรรม มารวมไว้ด้วยกัน

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        งานประติมากรรมชุดเหรียญสุริยะภูมิจักรวาล ตัวแทนแห่งธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ถอดแบบมาจากภาพสุริยะประภามณฑล หนึ่งในงานมาสเตอร์พีซของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี โดยอาจาจารย์เคยกล่าวถึงความเป็นมาเกี่ยวกับเหรียญสุริยะภูมิจักรวาลนี้ไว้ว่า

        “คราวนี้ผมจะพูดมาถึงเหรียญที่ผมกำลังจะทำในขณะนี้ เหรียญอันนี้เป็นตราสุริยะประภามณฑล ซึ่งผมสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ไว้ที่ปราสาทเก่าแก่แห่งหนึ่งอายุ 700 ปีแล้ว ที่กลางใจเมืองเยอรมนี ปราสาทของเขาเป็นปราสาทที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก มีเนื้อที่หลายตารางกิโลเมตร พอผมไปถึงเขาก็ชี้ให้ผมดูห้องห้องหนึ่ง แล้วบอกว่าเขาอยากให้ผมสร้างงานศิลปะให้เขา เขารู้ว่าผมเป็นจิตรกรคนสำคัญ เขาบอกผมง่ายๆ สั้นๆ ว่า คุณคือมิเกลันเจโลของผม คุณช่วยเนรมิตห้องนี้ให้ผมเถอะ คุณจะทำอย่างไรก็ได้

        “โดยภาษากายของปราสาทนี้ เขานับถือเทพเจ้าสงคราม คือเทพเจ้ามาร์ เพราะฉะนั้น ลักษณะของเขานั้นจึงแข็งแกร่ง ทำด้วยหิน ผนังจุดหนึ่งบอกว่า ครอททอร์ฟ (Crottorf Castle) นี้คือชิ้นส่วนของสวรรค์ที่ร่วงลงมาสู่แผ่นดิน ผมได้รับการบ้านชิ้นใหญ่นี้แล้วก็คิดว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถเอาชนะ หรือทำอย่างไรจึงจะสามารถเอางานศิลปะของตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาเรื่องของไทย นั้นเข้าไปใส่เพื่อให้มันประสานกลมกลืนกันกับเทพเจ้าสงครามของทางตะวันตก

        “ผมใช้เวลาคิดอยู่ 3 เดือน ซึ่งผมได้ความบันดาลใจมาจากนารายณ์ 10 ปาง ตอนที่พระนารายณ์แปลงตัวเป็นนรสิงห์ คือไม่ใช่คนแล้วก็ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์   คือนรสิงห์เป็นตราพระราชลัญจกรประจำของสุริยเทพใส่ตรงกลาง แล้วก็มีช้าง แล้วก็มีวัว แล้วก็มีสัตว์ต่างๆ ในปกรณัมซึ่งแทนธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ   

        “ผมสร้างรูปนี้ขึ้นมาก่อนโดยนอนหงายขึ้นไป แล้วก็รูปนี้อยู่ตรงหน้าผมอย่างนี้ล่ะ คือเขียนเหมือนกับที่มิเกลันเจโลได้เขียนที่มหาวิหารที่ซิสตินอย่างนั้น ผมนอนหงายเขียนรูปอันนี้อยู่เป็นเวลา 3 เดือน เมื่อเสร็จรูปอันนี้แล้ว ผมจึงลงมาเขียนรูปข้างล่างนั้นใช้เวลาอยู่ประมาณสักครึ่งปี

        “จะกล่าวถึงเฉพาะตราสุริยะประภามณฑล ผมเขียนเป็นพระอาทิตย์ และผมเขียนเป็นเหมือนสุริยุปราคา คือแฉกของพระอาทิตย์กำลังคายออกมา เหมือนว่าแสงอาทิตย์นั้นสนเท่ห์ด้วยตนเอง เป็นแค่ซีกหนึ่งของพระอาทิตย์ที่คายแสงจะเต็มบริบูรณ์ก็ต่อเมื่อพระอาทิตย์นี้ได้คายตัวเองมาสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลแล้ว งานอันนี้จึงเป็นหยดหนึ่งในมหาสมุทรแห่งการสร้างสรรค์ของผม เพื่อคืนความงาม คืนสุนทรียภาพ คืนพลังนี้ให้แก่แผ่นดิน ให้แก่ปวงชน ให้แก่ประชาชนทั้งหลายที่จะได้เสพ ที่จะได้เป็นเจ้าของ ครอบครองความคิดอันหนึ่งในขณะที่ตัวศิลปินเองนั้นได้สร้างสรรค์งานนี้ไว้ในดินแดนอันไกลโพ้น

        “ผมยินดีและเป็นที่ประจักษ์ว่า ตัวผมเองนั้นได้ย้อนทวนกลับไปสู่อดีต ขณะเดียวกันก็พบกับกับปัจจุบัน และเดินทางไปสู่อนาคต สามสิ่งนี้คือ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ก้าวเข้ามาในเหรียญที่ผมทำอันนี้ จึงหวังว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นเหมือนกับพระอาทิตย์ที่ถักทออยู่ในดวงใจของผู้คนแล้วเปล่งประกาย ทำให้บ้านดำ ทำให้ชีวิต ทำให้ศิลปะวิทยาการที่ผมสร้างสมนี้ได้ยืดลมหายใจขึ้นไปอีกระลอกหนึ่ง เคยบอกเสมอว่าบ้านดำก็ดี ศิลปวัฒนธรรมที่ผมทำก็ดีนั้น เปรียบเหมือนกับเรือใบไม้ที่ผมเอาไว้พลิ้วขึ้นในโมงยาม ไม่ได้สู่เป้าหมายปลายทางใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป แต่กระนั้นด้วยความเป็นมนุษยชาติผมก็ยินดีและดีใจที่เหรียญตราอันนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมา ได้ถ่ายทอดจากจิตวิญญาณหนึ่งสู่จิตวิญญาณหนึ่ง คือจากพ่อสู่ลูก สู่ผู้คนทั้งหลาย หวังว่ามันคงสืบทอดเจตนารมณ์ที่เราทำบ้านดำและการสร้างสรรค์นฤมิตศิลปะให้แก่แผ่นดินสืบไป”

– ถวัลย์ ดัชนี

(ที่มา : https://www.facebook.com/doytibet)

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        งานแสดงนิทรรศการในชั้น M ของห้างสรรพสินค้าไอคอนสยามนั้น สามารถเข้าชมได้ฟรี และสามารถสนุกกับงานศิลปะได้ทั้งทางกายภาพและงานวิชวลผ่านสมาร์ตโฟน

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        เมื่อเปิดอินสตาแกรมขึ้นมาและเข้าไปที่แอ็กเคานต์ @thawanduchanee ให้เลือกในส่วนของฟิลเตอร์ที่อยู่ช่องตรงกลางถัดจากส่วนของหน้าแสดงรูปภาพ แล้วเลือกภาพที่ตรงกับภาพวาดของคุณตรงหน้า กดเลือก Try It! แล้วส่องกล้องไปที่ภาพนั้น คุณก็จะเห็นภาพวาดตรงหน้าขยับไปมาหรือมีดาวเคราะห์ลอยออกมาจากกรอบรูป เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับงานศิลปะแบบดั้งเดิมได้อย่างน่าทึ่ง

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        นิทรรศการครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพิพิธภัณฑ์บ้านดำ พิพิธภัณฑ์ศิลปะบนพื้นที่กว่าร้อยไร่ของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี จับมือกับบริษัท ฟูลโดม โปร จำกัด สุดยอดผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของโลกที่สร้างผลงานไว้กว่า 500 โครงการทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา ยุโรป เอเชีย และไอคอนสยาม แลนด์มาร์กของประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา   

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        เมื่อเดินมาถึงบริเวณชั้น 2 ของไอคอนสยามพาร์ค ซึ่งเป็นจุดที่สองของการแสดงผลงาน โดยมีส่วนของการแสดงภาพวาดที่สามารถเดินชมท่ามกลางบรรยากาศมุมสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยา (แนะนำให้มาช่วงเย็นย่ำสักประมาณห้าโมง เพื่อจะได้เดินดูได้อย่างรื่นรมย์) สามารถเข้าชมการแสดงชุด Lightning of the Soul ที่มีภาพและเสียงให้เสพอย่างตระการตา 360 องศา ในโดมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ (ค่าเข้าชม 350 บาท) 

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        การนำเทคโนโลยีต่างๆ ทั้ง Immersive 360 fulldome, VR Technology, Augmented Reality (AR) Art Gallery, AR Mask และ 3D Mapping ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ Fulldome.pro ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีระดับฮอลลีวู้ด ส่งผลให้งานศิลปะทุกชิ้นงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนีกลับมาโลดแล่นอย่างสง่างามและตระการตา 

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        Lightning of the Soul คือการแสดงที่ถ่ายทอดความหมายที่หลากหลายเกี่ยวกับความดี ความชั่ว และมนุษย์ทุกคนในโลกของของจินตนาการ อารมณ์ ความรู้สึกและประสบการณ์ต่างๆ ผ่านผลงานของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ที่ถูกต่อยอดให้เป็นงานสามมิติ คลอด้วยบทกวีและการกล่าวถึงความหมายของชีวิต ธรรมชาติของมนุษย์ และการค้นพบความสุขที่แท้จริงในชีวิต โดยยึดโยงเข้ากับหลักสัจธรรมของศาสนาพุทธ

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ในปี 2544 ท่านได้สร้างผลงานและชื่อเสียงให้กับวงการศิลปะไทยมากมาย โดยชาวต่างชาติต่างยกให้ท่านเป็น ‘จักรพรรดิแห่งฝีแปรง’ จากนักศิลปะนานาประเทศ

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        “ผมรู้สึกภาคภูมิใจในฐานะบริษัทโลกชั้นนำด้านดิจิตอลระดับโลกที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้มาจัดแสดงฉายภาพ 360 องศา เป็นการผสมผสานศิลปะดั้งเดิมกับเทคโนโลยีเพื่อสร้างงานศิลปะในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น แน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้ทำให้คุณได้สัมผัสถึงอารมณ์และความรู้สึกทางจิตวิญญาณของงานศิลปะผ่านเรื่องราว ธรรมชาติของมนุษย์ การต่อสู้ระหว่างความดีความชั่วภายในจิตใจของมนุษย์ ตลอดระยะเวลา 20 นาที พวกเราร่วมมือกันและตั้งใจทำสิ่งนี้เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ผู้ชมทุกท่าน”

– มร.จอร์จี้ สวามิ
ประธาน บริษัท ฟูลโดม โปร จำกัด

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

        “ผมเชื่อว่าอาจารย์ถวัลย์ยังมีลมหายใจอยู่ทุกขณะกับผลงานศิลปะทุกๆ ชิ้น ครั้งนี้ที่เราทำผมคิดว่าอาจารย์ถวัลย์แสดงให้เห็นถึงความเป็นประเทศไทยและสามารถนำประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ในระดับสากลได้อย่างน่าภาคภูมิใจ งานนี้เป็นจุดก้าวกระโดดของวงการศิลปะไทยและเป็นของขวัญให้กับพี่น้องคนไทย”                           

– ดร. ดอยธิเบศร์ ดัชนี

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

 

Immersive Arts of Thawan Duchanee

        เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้ถึง 11 มกราคม 2564 ณ ไอคอนสยาม ธารา ฮอลล์ ชั้น M (เข้าชมได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย) และอีกส่วนอยู่ที่ไอคอนสยาม พาร์ค ชั้น 2 เปิดให้ชมตั้งแต่ระหว่าง 13.00-20.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี สำหรับวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์อาทิตย์ เข้าชมได้ในเวลา 13:00-21.00 น.

        บัตรเข้าชมงาน Lightning of the Soul ใน Full Dome ราคา 350 บาท พร้อมรับของที่ระลึก AR Poster (มูลค่า 450 บาท) รายละเอียดเพิ่มเติมที่แฟนเพจ Thawan Duchanee

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฉัตรกมล เถียรสวัสดิ์

นักศึกษาฝึกงาน a day BULLETIN : ความสุขของฉันคือการได้รัก ‘แมว’

ภาพโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter: @Matt_Doraemon