กระเตงลูกเที่ยวภูลมโล: นั่งรถกระบะตะลุยขึ้นดอยสีชมพู ไปดูดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่ง

Life
17 Jan 2020
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

Highlights

“ดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลบานแล้วนะ เราพาลูกไปดูกันไหม” สามีเอ่ยชวนเราทันทีหลังจากได้ยินข่าวจากทางฟรีทีวีเมื่อตอนตี 5 ของวันที่ 30 ธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่มนุษย์จิ๋ววัยหนึ่งขวบสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะนอนผิดที่ สิ้นเสียงของสามี เราหันหลังไปอาบน้ำ เตรียมของใช้ให้มนุษย์จิ๋วเล็กน้อย เพราะเราจะไปกันแบบไปเช้า-เย็นกลับ หลังจากผ่านไป 10 นาที พวกเราก็ออกเดินทางกันทันที

 

ภูลมโล

บ้านร่องกล้า 

        จุดตั้งต้นของเราในครั้งนี้เริ่มที่บ้านเกิดของสามีในอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร อยู่ห่างจากภูลมโลไปประมาณ 200 กิโลเมตร ทำให้เราสามคนสามารถออกเดินทางได้ทันทีที่รู้ข่าว

        เราใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงที่หมาย ‘บ้านร่องกล้า’ และเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นภูลมโล ที่นี่ไม่อนุญาตให้ขับรถยนต์ส่วนตัวขึ้นยอดภูด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เราจึงต้องจอดรถไว้ด้านล่าง แล้วไปติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านร่องกล้า เพื่อเหมาหรือจอยกรุ๊ปไปกับรถกระบะของชาวบ้าน 

 

รถหมายเลข 84 

        เนื่องจากเรามากัน 3 คน จึงขอไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ จนได้เป็นกรุ๊ปผู้ร่วมเดินทางที่มีผู้ใหญ่ 9 คน และมนุษย์จิ๋ว 1 คน ในราคาคันละ 1,000 บาท เราจ่ายไป 300 บาท เผื่อให้หารลงตัว สำหรับเราที่กระเตงมนุษย์จิ๋วมาด้วย (เด็กเล็กที่สุดบนยอดดอยวันนั้น) เราจึงได้นั่งข้างคนขับ ส่วนคนที่เหลือนั่งหลังกระบะ กินลมชิมฝุ่นไปตลอดทาง

        “รถของเราหมายเลข 84 นะครับทุกคน หากพร้อมแล้วก็ลุยกัน” คุณลุงชาวม้งย้ำ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปบนเส้นทางเลาะภูเขา ค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ระยะทางจากทางขึ้นภูจนถึงยอดภูประมาณ 8 กิโลเมตร

        ระหว่างนั้นเราก็ชวนลุงขับรถคุย ลุงบอกว่า ตามปกติลุงมีอาชีพเป็นเกษตรกร แต่ทางด้านอุทยานฯ อยากพัฒนาให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงชักชวนชาวม้งในพื้นที่มาร่วมกันปลูกและดูแลต้นนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 1,000 ต้น จากนั้นก็ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมด้วยการเปลี่ยนรถกระบะขนพืชผักมาเป็นรถนำเที่ยว ลุงบอกว่า เมื่อสองปีที่แล้ว ลุงสามารถขับรถขึ้นลงได้วันละ 4-5 เที่ยว แต่ในปีนี้ได้ 1-2 เที่ยวเท่านั้น ลุงบอกว่า อาจเป็นเพราะคนไม่รู้ว่าดอกนางพญาเสือโคร่งที่นี่บานแล้วก็ได้

 

บนหลังกระบะของม้ง 

        เส้นทางเบื้องหน้าของเราเต็มไปด้วยฝุ่นที่ลอยตลบอบอวล สงสารคนที่นั่งกระบะอยู่ด้านหลัง ไร้ที่บังแดดและกันฝุ่น เนื้อตัวของทุกคนเต็มไปด้วยฝุ่นสีขาว หากไม่ได้ใส่เสื้อแขนยาว ผิวก็จะถูกแดดเผาไหม้เป็นรอยแดง แต่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการชมดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยวิวภูเขาที่สวยงาม และเมื่อเข้าใกล้เขตปลูกต้นนางพญาเสือโคร่ง สีชมพูระเรื่อของดอกไม้ชนิดนี้ก็สะท้อนเข้าตา ทำให้เราเห็นภาพเบื้องหน้าเป็นดอยสีชมพูเหมือนคนกำลังมีความรักก็ว่าได้

 

จุดชมวิวที่ 1 

        คุณลุงเบอร์ 84 บอกเราว่า จะขับรถขึ้นไปจอดให้ชมวิวมุมสูงของภูลมโลก่อน โดยให้เวลาที่ละ 25 นาที เริ่มต้นที่บริเวณเนินเขาที่มีแต่ทุ่งหญ้าสีน้ำตาลไร้รั้วกั้น เมื่อมองลงไปด้านล่างฝั่งหนึ่งจะเห็นกลุ่มต้นนางพญาเสือโคร่งที่ออกดอกบานสะพรั่งเป็นจำนวนมาก อีกฝั่งหนึ่งเป็นหน้าผา ด้านหลังคือเนินเขาอีกลูก เวลานี้แดดแรง แต่ลมเย็น ท้องฟ้าสีสวย สวยถึงขนาดมนุษย์จิ๋วยิ้มกว้าง  

 

ภูเขาสูงของเด็ก 1 ขวบ 

        เราปล่อยมนุษย์จิ๋วลงเดินบนพื้นหญ้าและคอยตามติดอยู่ไม่ห่าง อีกใจก็หวั่นว่ามนุษย์จิ๋วในวัยเตาะแตะจะสะดุดเท้าตัวเองแล้วกลิ้งตกเขาไปดื้อๆ แต่อีกใจก็อยากให้มนุษย์จิ๋วได้สัมผัสธรรมชาติ เราจึงตัดสินใจปล่อยเขาลง แต่ก่อนที่จะให้เดิน เราบอกเขาว่า “รอ (แม่)” “มอง (ทาง)” “(แล้วค่อย) เดิน” สามคำนี้ที่เราใช้เสมอเมื่ออยู่ในที่สาธารณะและพื้นที่เสี่ยงต่างๆ มนุษย์จิ๋วของเราทำตาม แต่เราก็ต้องประกบไม่ให้คลาดสายตาอยู่ดี และสิ่งที่ได้คือเขาสนุกไปกับสิ่งรอบตัว ได้ดึงหญ้าเล่น ได้เงยหน้ามองท้องฟ้า สายตาสู้แดด ได้เดินบนทางที่ไม่เสมอกัน ท้าทายกำลังขาและการทรงตัว ท้ายสุดภูเขาของมนุษย์จิ๋วก็เล็กลงเท่าวงแขนของเขาเอง

 

ภูลมโล

จุดชมวิวที่ 2 

        หลังจากชมวิวจุดแรกเรียบร้อย คุณลุงก็พาเราไปยังจุดที่สอง ซึ่งเป็นจุดไฮไลต์ของภูลมโล เราจะเห็นดอกนางพญาเสือโคร่งบานใกล้ตา มองดูเหมือนทุ่งดอกสีชมพูสุดสายตา จุดนี้จะมีเก้าอี้สูงสำหรับให้ขึ้นไปนั่งถ่ายภาพกับดอกนางพญาเสือโคร่งได้อย่างใกล้ชิด แต่มีข้อห้ามก็คือ ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ดอกไม้จะเสียหาย

 

ภูลมโล

ภูลมโล

ดอกนางพญาเสือโคร่ง

        คุณลุงเบอร์ 84 เล่าให้ฟังว่า ตามปกติ ช่วงนี้ (30.12.19) ดอกนางพญาเสือโคร่งจะยังไม่บานสะพรั่ง ที่ผ่านๆ มา จะบานเต็มต้นทั่วดอยก็ราวเดือนมกราคม แต่ในรอบนี้ ดอกบานเร็วกว่าเดิม และมีโอกาสที่จะร่วงหมดเร็วกว่าเดิมเช่นกัน หากใครมาหลังจากนี้ (11.01.20) ก็อาจจะอดดู

 

จุดชมวิวที่ 3 และ 4

        จากนั้นคุณลุงก็พาเราไปยังจุดชมวิวที่ 3 ซึ่งเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ และจุดสุดท้ายบริเวณป้ายภูลมโล แต่พวกเราเลือกที่จะไม่ลงไป เพราะเกรงว่ามนุษย์จิ๋วจะไม่สบายจากความร้อนของเวลาเที่ยงตรงสลับกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในรถของลุง เราจึงพามนุษย์จิ๋วหลบแดดที่ใต้ต้นนางพญาเสือโคร่ง ให้เขานั่งมองดอกไม้ที่อยู่บนต้น มองต้นหญ้าที่งอกจากผืนดิน มองนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ไม่นานทุกคนก็กลับขึ้นรถ พร้อมแล้วที่จะกลับลงไปที่หมู่บ้านด้านล่าง 

 


<<ตอนที่แล้ว

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ