มหัศจรรย์ ‘วันวาฬ’ (บรูด้า) ของ นุช นุชจริน ศิลปินงานไม้ผู้เดินทางมาจากนิวยอร์ก

Viewfinder
13 Sep 2020
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

ความอลังการของวาฬบรูด้าที่มีลำตัวขนาดใหญ่กว่ารถบรรทุกพ่วง กับท่วงท่าของการอ้าปาก การพ่นน้ำขึ้นมาหายใจ และการฟาดหางเพื่อต้อนปลาให้เป็นฝูง พูดเฉยๆ เราจะไม่มีทางจินตนาการเป็นภาพหรือมีความรู้สึกตื่นเต้นได้เลย จนกว่าจะพบกับวาฬตัวจริงที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล ดังนั้น ‘นุช’ – นุชจริน หวังพงษ์สวัสดิ์ จึงขอเป็นตัวแทนถ่ายทอดความรู้สึกและบอกเล่าประสบการณ์ดีๆ เหล่านี้ เพื่ออย่างน้อยคุณจะได้นึกภาพตามได้บ้าง และอาจสร้างแรงบันดาลใจให้บางคนอยากออกไปตามวาฬแบบเธอก็ได้ 

 

บรูด้า
แม่สายชล กับเจ้าสายฝน ในจังหวะหลังจากอ้าปากกินปลาเสร็จแล้ว และกำลังจะกลับลงไปในน้ำ สังเกตว่ามุมของปากและมุมการลงจะพร้อมเพรียงกัน ทำให้รู้เลยว่าสายฝนเป็นลูกวาฬที่กินปลาได้อย่างคล่องแคล่วมาก และมีประสบการณ์การกินที่ได้รับจากแม่วาฬมาในระดับหนึ่งแล้ว อีกไม่นานสายฝนก็จะได้เวลาจากแม่วาฬไปเผชิญโลกอย่างแข็งแกร่งเพียงลำพัง

 

บรูด้า
ปี 2014 คือครั้งแรกที่นุชและวาฬบรูด้าในท้องทะเลอ่าวไทยได้พบกัน

เจ้าแกร่งวันนั้น แม่แกร่งวันนี้

        ครั้งแรกที่เราเจอ ‘แกร่ง’ ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเขาเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย เราจึงเรียกเพียงชื่อ หรือใช้คำนำหน้าว่า ‘เจ้า’ ไปก่อน แต่ในปีต่อมา เรากลับมาอีกครั้ง และพบว่าแกร่งมีลูกน้อย นั่นละเราจึงเรียกแกร่งว่า ‘แม่แกร่ง’

        ท่ามกลางท้องทะเลแถวบางตะบูนที่เงียบสงบ ท้องฟ้าแจ่มใสแต่แดดแรงและเริ่มร้อนระอุ ช่างไม้สาวกำลังยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ สายตามองไกลออกไปสู่เวิ้งทะเล ในใจปรารถนาได้จะพบกับ ‘วาฬบรูด้า’ สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่เกิดก่อนมนุษย์ และขณะที่ไม่ทันได้ตั้งตัว วาฬตัวหนึ่งก็ปรากฏกาย นุชไม่ได้คว้ากล้องขึ้นมาในทันที เพราะยังยืนตะลึงอยู่กับความอลังการเบื้องหน้า

        เราเจอแกร่งตอนที่เธอว่ายน้ำอย่างเย็นใจอยู่ใกล้ๆ เรือ และไม่ได้อ้าปากกินอาหาร เราจ้องอยู่นาน ก่อนจะรีบคว้ากล้องขึ้นมาถ่ายภาพ แต่เราก็ถ่ายไม่ค่อยทัน แต่สุดท้ายเราก็ได้ภาพนี้มา เป็นภาพบริเวณส่วนหัวของเรา ที่เผยให้เห็นเอกลักษณ์ของวาฬบรูด้า คือมีสันที่หัวสามสัน และเป็นจังหวะเดียวที่เราได้ ‘สบตา’ กับวาฬเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะตามปกติเวลาวาฬอ้าปากกิน เขาจะปิดตา แต่แกร่งกลับจ้องมองมาที่เรา”

        ชั่ววินาทีสั้นๆ การสบตาระหว่างวาฬและมนุษย์ ไม่มีใครรู้ว่าวาฬแสนฉลาดคิดอะไร แต่ที่รู้เพียงอย่างเดียวคือ ในใจของนุชโล่งโปร่งสบาย ราวกับไม่เคยมีความรู้สึกใดๆ เลยเกิดขึ้น เหมือนมีคนบางคนกดหยุดเวลาโลกทั้งใบไว้ชั่วคราว เพื่อปล่อยให้วาฬสะกดจิตมนุษย์ให้หลงรัก และสิ่งนั้นก็ได้เกิดขึ้นกับนุช นับตั้งแต่วินาทีนั้นจนถึงทุกวันนี้

        เรานึกถึงแกร่งเรื่อยมา แต่เราไม่มั่นใจว่า ทุกวันนี้แกร่งจะยังอยู่หรือเปล่า เพราะไม่ได้ยินการรายงานเรื่องของแกร่งเลย และเราก็ไม่กล้าถาม ‘ทัวร์’ – จิรายุ เอกกุล ช่างภาพสัตว์ป่าและเจ้าของบริษัทนำเที่ยวออกเรือชมวาฬ Wildlife eX ที่เราร่วมเดินทางมาโดยตลอด อาจเป็นไปได้ว่า แกร่งไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว”

 

บรูด้า
ครั้งแรกที่ได้เห็นวาฬโตเต็มวัยสามตัวอ้าปากกินในพื้นที่เดียวกัน / 2019

พฤติกรรมการกินของวาฬโตเต็มวัยสามตัวพร้อมกัน

        ตอนเช้าของวันหนึ่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายน นุชออกเรือจากบางขุนเทียน จังหวัดสมุทรสาคร ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ แต่เมื่อออกเรือไปได้ไม่นาน อากาศที่ร้อนจัดกลับมีสายฝนโปรยปราย ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเทา อากาศก็เริ่มเย็นลง

        วันนั้นฟ้าหม่น แต่เรารู้สึกสดชื่น ทั้งๆ ที่เนื้อตัวเปียกปอน เราเจอกับตุลา ไตร และส้มตำ พร้อมกัน คนดูวาฬมักจะบอกว่า หากได้เห็นวาฬแม่ลูกอ้าปากกินด้วยกันคือความพิเศษ แต่หากได้เห็นวาฬที่โตเต็มวัยอ้าปากกินในพื้นที่เดียวกัน พิเศษยิ่งกว่า” และนุชก็คงเป็นหญิงสาวคนพิเศษ ที่วาฬทั้งสามอยากให้เห็นสิ่งนี้ด้วยตาของเธอเอง

 

บรูด้า
ครั้งที่สองของการดูวาฬ โดยมีฉากหลังคือเมือง / 2015

เจ้าเมษากับท่ากิน 90 องศาที่สวยงาม

        ใครจะไปคาดคิดว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างวาฬ จะอยู่ใกล้กับมนุษย์โดยมีเพียงน้ำทะเลไม่กี่สิบกิโลเมตรเป็นตัวคั่นกลาง เบื้องหลังไกลออกไปคือเมืองที่เธอบอกว่า หากจำไม่ผิดน่าจะเป็นจังหวัดสมุทรปราการ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในหลายๆ ที่ วาฬก็มักจะโผล่ทักทายชาวเมืองที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยมีฉากหลังเป็นตึกระฟ้า อย่างที่อ่าวซานฟราน เมืองนิวยอร์ก หรือที่เมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ก็มักจะพบกับวาฬออร์ก้าอยู่บ่อยๆ

        “ภาพนี้สะท้อนให้เห็นว่า วาฬอยู่ร่วมกับเมืองและมนุษย์ได้ เพียงแค่ว่าคนเราต้องช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อมให้ดี ดูแลต้นน้ำเพื่อปลายน้ำ วาฬจะได้มีแหล่งอาหารและที่อยู่สะอาดๆ เราก็จะได้มองเห็นความน่ารักเขาในระยะใกล้ได้อีกนาน อย่างเจ้าตัวนี้คือ เมษา วาฬตัวผู้รุ่นเก๋า ที่คาดว่าอาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวไทยมานาน ท่วงท่าลีลาการกินของเขาจะสวยงาม ปากที่โผล่ขึ้นผิวน้ำ ทำมุมตั้งฉาก แล้วค่อยๆ อ้าปากออก เพื่อให้ปลากะตักกระโดดเข้าปาก หากสิ่งแวดล้อมดี น้ำทะเลสะอาด แหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ วาฬก็จะรอด และเราก็จะรอดเช่นกัน”

 

บรูด้า
การสังเกตพฤติกรรมของวาฬในอ่าวไทย ที่ไม่เหมือนใครในโลก / มิถุนายน 2020

เจ้ามีสุข และละอองน้ำ

        หากเปรียบว่าภาพถ่ายของวาฬบรูด้าตอนกำลังอ้าปากกินปลากะตักคือซิกเนเจอร์ของการถ่ายวาฬ ภาพตอนที่วาฬกินเสร็จ แล้วกำลังจะขึ้นมาหายใจพร้อมพ่นน้ำเป็นละอองฝอย คงเป็นช็อตแคนดิดที่บ่งบอกเอกลักษ์ของวาฬได้ดีที่สุด และแล้วนุชก็ทำสำเร็จ เธอสามารถบันทึกภาพของเจ้ามีสุขได้ทันเวลา

        วันนั้นเราออกเรือจากท่าบางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเข้าร่วมเวิร์กช็อปการดูวาฬและถ่ายภาพแบบสองวันหนึ่งคืนบนเรือ เราได้รับคำแนะนำจากทัวร์ บอกว่าให้จับจังหวะของวาฬให้ดี เพราะหลังจากที่เขากินเสร็จ ยังไงเขาก็ต้องขึ้นมาหายใจ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ สิ่งนี้เป็นการฝึกให้เรารู้จักมองหาวาฬ และเรียนรู้พฤติกรรมของวาฬแต่ละตัว อย่างเจ้ามีสุข เป็นวาฬวัยรุ่นสุดเปรี้ยว ไม่ค่อยกลัวเรือ ชอบเล่น ว่ายน้ำใกล้ๆ โผล่ผ่านไปผ่านมา เราได้เห็นแบบนี้ก็ชื่นใจ”

 

บรูด้า
การกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่างแม่วาฬ และลูกวาฬที่ออกจากอ้อมอกแม่ไปแล้ว / สิงหาคม 2020

แม่วันสุข และเจ้ามีสุข การรียูเนียนที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ

        อีกหนึ่งเดือนต่อมา นุชออกเรือดูวาฬเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ในครั้งนี้ เธอได้พบกับความน่ารักน่าเอ็นดูของวาฬสองตัว ตัวหนึ่งคือ แม่ อีกตัวคือลูกวาฬวัยรุ่นที่หย่านมและออกจากอ้อมอกแม่ไปสักพักหนึ่งแล้ว ได้กลับมาร่วมโต๊ะบุพเฟต์ปลากะตักด้วยกัน กลายเป็นภาพวาฬสองตัวอ้าปากกินปลาอย่างพร้อมเพรียง

        “จุดสังเกตที่ทำให้เราแยกวาฬแต่ละตัวออกได้ก็คือ อัตลักษณ์บางอย่าง เช่น แม่ศรีสุขเป็นวาฬตัวเดียวที่ไม่มีครีบหลัง เพราะเคยเกิดอุบัติเหตุทำให้สูญเสียครีบส่วนนี้ไป ดังนั้น หากเห็นก้อนมหึมาทะมึนๆ อยู่ใต้ผิวน้ำ ให้คาดเดาไว้ว่าคือแม่ศรีสุข แต่เราก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการดูวาฬ เราเองก็ยังแยกไม่ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหน แต่หากท่องอัตลักษณ์ของแต่ละตัวและจำได้หมด ก็เป็นไปได้ว่าในอนาคต เราอาจจะแยกออกก็ได้” (หัวเราะ)

บรูด้า
พฤติกรรมการกินแบบโชว์ซี่กรองของวาฬ / สิงหาคม 2020

ส้มตำ ตัวแสบประจำอ่าวไทย

        “นี่คือส้มตำ” นุชแนะนำให้เรารู้จักกับขาโจ๋ประจำอ่าวไทยที่มีนิสัยแตกต่างจากวาฬตัวอื่นๆ อย่างชัดเจน และทำให้ท้องทะเลอ่าวไทยแห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากคนดูวาฬ และมักทำให้คนขับเรือมีอาการถอนหายใจถี่ๆ ด้วยความละเหี่ยใจเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเวลาที่ส้มตำกวนใจขั้นสุด

        “ตอนที่เราออกเรือเจ๋ง ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ เรารู้แล้วว่าส้มตำมาว่ายอยู่ไม่ไกลจากเรือ แต่ก็ไม่โผล่ขึ้นมากินสักที เราจึงตัดสินใจขับเสี่ยงเพื่อไปตามหาวาฬตัวอื่น แต่พอเริ่มจะเร่งเรือเพื่อเดินหน้า ส้มตำก็โผล่มา เหมือนไม่ยอมให้ไปและเรือก็ไปไม่ได้ เพราะเขาอยู่ในละแวกเรือ เขาทำแบบนี้อยู่สักพักใหญ่ จนสุดท้ายส้มตำก็โผล่มากินใกล้ๆ เรือ เผยให้เห็นบาลีน (Baleen) แผ่นกระดูกที่มีลักษณะเป็นซี่ คล้ายกับแปรงที่ห้อยลงมาจากขากรรไกรด้านบน เพื่อกรองอาหาร ง่ายๆ คือ ไว้แทนฟันนั่นเอง”

 

บรูด้า
ส่องความน่ารักของคุณยาย ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการโชว์ตัวประจำอ่าวไทย / 2020

ยายกันยา กับริ้วใต้คางสีชมพูน่ารัก

        ในปีนี้ท้องทะเลอ่าวไทยไร้ความเงียบเหงา หากเทียบกับปี 2016 ที่นุชออกเรือดูวาฬ แล้วพบว่าทะเลนิ่งสนิท ไร้การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตใดๆ นิ่งจนให้ความรู้สึกเหมือนว่า ทุกอย่างหายไปจากท้องทะเลจนหมดสิ้น แต่ในปีนี้ตรงกันข้าม ทะเลคึกคักไปด้วยฝูงปลากะตัก นกทะเลและวาฬบรูด้า ที่ออกมาหากินอย่างพร้อมเพรียง

        สีสันที่แต่งแต้มให้ทะเลสีครามสวยงามก็คือ วาฬคุณยาย มีชื่อว่า แม่กันยา ที่นุชเคยเจอเมื่อปีก่อน มาพร้อมกับลูกที่ชื่อว่า ปิ่น แต่ปีนี้เธอมาตัวเดียว มาอ้าปากโชว์ความงดงามของช่วงสันกราม ความพองของใต้คางตอนกำลังจะหุบปากแล้วลงไปใต้น้ำ เผยให้เห็นริ้วที่คล้ายคลื่น มาพร้อมกับเหนียงสีชมพูสดใสใต้คางของเธอ ช็อตนี้ทำเอาหัวใจของนุชพองโต นุชหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

        “เหมือนแม่เพิ่งกินอิ่มๆ แล้วกำลังจะเรอ มันพองแต่น่ารักไปหมดเลย ซึ่งจุดนี้เป็นหนึ่งในสามจุดเด่นของวาฬบรูด้า นั่นก็คือ ที่หัวมีสามสัน ที่ใต้คางมีริ้วสีชมพู และมีซี่กรองที่คล้ายแปรง เราเองก็อยากให้ทุกคนได้เห็นเหนียงน่ารักของวาฬสปีชีส์นี้ด้วย และหากสังเกตดีๆ จะเห็นดวงตาของแม่กันยา เพียงแค่เขาไม่ได้ลืมตาเท่านั้นเอง”

 

บรูด้า
มหัศจรรย์แห่งการกินของวาฬบรูด้า / 2020

แม่พาฝันในมุมตั้งตรงเตรียมอ้าปากกิน

        นุชบอกว่า จริงๆ แล้วภาพนี้แม่พาฝันกำลังเตรียมอ้าปากกิน โดยมีเจ้าตัวเล็กว่ายอยู่ใกล้ๆ แต่เธอครอปออกไปเพียงเพราะต้องการให้เห็นลักษณะการตั้งตรงตอนที่แทงขึ้นมาจากน้ำแล้วปากยังไม่เปิดของแม่พาฝันได้อย่างชัดเจน

        เราว่า วาฬในมุมนี้ดูมีความขลัง ให้ความรู้สึกว่าเขาอยู่บนโลกนี้มาเนิ่นนาน ผ่านกาลเวลามานับไม่ถ้วน เกื้อกูลสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในท้องทะเลมาหลายทศวรรษ อย่างรูปนี้คือมีนกนางนวลมาร่วมโต๊ะบุพเฟต์ด้วย ที่สำคัญ วาฬเองก็เป็นระบบนิเวศสำคัญให้โลกมาตั้งแต่เกิด การรับรู้ได้ถึงความทรงพลังที่เราเองก็อธิบายให้เห็นภาพได้ยาก หากอยากรู้จะต้องลองออกเรือมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง”

 

บรูด้า
ส่องวิธีกินของวาฬตัวเล็ก ที่ยังทรงตัวไม่เก่งแต่กินจริงจังกว่าใคร / 2020

แม่พาฝัน กับเปรมปรีดิ์ ลูกน้อยที่ยังไม่หย่านม

        เปรมปรีดิ์ วาฬเบบี๋ที่ยังกินนมแม่อยู่ แต่ก็ได้เวลาอาหารเสริมเช่นกัน แต่เวลากินยังทรงตัวไม่เก่ง เมื่อได้เวลาตั้งต้น อ้าปากกิน ก็จะค่อยๆ เอียงกระเท่เร่ และล้มลงไปในน้ำ ในขณะที่แม่พาฝัน ตั้งได้ตรง ในท่าที่เป๊ะมาก

        “นี่คือความน่ารักที่ทำให้เราได้เห็นถึงการเจริญเติบโตของวาฬ เขาต้องอยู่กับแม่ เรียนรู้โลกใบใหญ่นี้จากแม่ ปรับวิธีกินให้ได้เหมือนแม่ แล้วอีกสักสี่ห้าเดือนข้างหน้า เขาอาจจะตั้งตรงกินได้สวยเหมือนแม่แล้วก็ได้”

 

บรูด้า
ความหวงลูกของแม่ศรีสุข / 2020

แม่ศรีสุข กับลูกน้อยวัยน่ารัก

        “หัวเล็กๆ ซ้ายมือคือลูกของแม่ศรีสุข” และในวันเดียวกันเธอเองก็ได้เจอกับแม่พาฝันกับเปรมปรีดิ์ นี่คงเป็นวันของนุช และวันของวาฬที่บังเอิญมาพบกัน จนกลายเป็นเรื่องโชคดีที่ไม่ได้พบเจอกันได้บ่อยๆ

        “ลักษณะของวาฬแม่ลูกอ่อนก็ไม่ต่างจากแม่ลูกอ่อนอย่างมนุษย์ หากเริ่มมีเรือแห่กันมาเยอะๆ วาฬก็พาลูกว่ายน้ำหนี เพราะเขาก็ต้องระวังให้ลูกมากขึ้น คิดว่าคงไม่ชอบให้ใครมารุมลูกใกล้ๆ แตกต่างจากตอนที่ยังโสด ศรีสุขจะเป็นวาฬที่กินจุ ลักษณะดูแมนๆ (หัวเราะ) ตอนนั้นเดากันว่าน่าจะเป็นตัวผู้ แต่สุดท้ายปีนี้ก็มีลูกน้อย นิสัยก็เปลี่ยนไป ดูนุ่มนวลและก็หวงลูกขั้นสุด โชคดีอีกต่อของเราก็คือ เรือลำอื่นออกไปแล้ว มีเพียงเรือลำที่เราอยู่ แม่จึงพาลูกอ้าปากกินให้เห็น”

 

บรูด้า
ความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวไทย และบุฟเฟต์ปลากะตัก / 2020

ปลากะตักเล็กเต้นในปากแม่ศรีสุข

        “มุมนี้จะเห็นว่าปลากะตักเล็กจำนวนไม่น้อยที่กระโดดเข้าหาปากวาฬที่คล้ายกับบุ้งกี๋ขนาดใหญ่” นุชบอกว่า จำนวนของปลากะตักเล็กแต่ละครั้งที่วาฬต้อนให้มาอยู่รวมกันเป็นฝูง โดยธรรมชาติของวาฬจะมีลักษณะการกินอยู่สามอย่าง คือกินใต้น้ำ ตะแคงกิน และอ้าปากขึ้นมากิน ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของปลาที่วาฬกิน สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า วาฬที่มีขนาดใหญ่เบิ้ม กลับกินอาหารไซซ์จิ๋ว เล็กกว่าตัวเองตั้งไม่รู้กี่เท่า

        “แต่มันก็ต้องกินเยอะมากถึงจะอยู่รอดต่อได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งหนึ่งที่วัดคุณภาพของน้ำทะเล บ่งชี้ถึงการอยู่รอดของปลาเล็กปลาน้อยที่ไม่ติดไปกับการทำประมงผิดกฎหมาย หรือการใช้อวนตาถี่ๆ ที่จะลากเอาปลาเหล่านี้ไปด้วย ยิ่งช่วงฤดูฝน พายุเข้ามา นำอาหารหลากหลายมาสู่ท้องทะเล และเกิดบุฟเฟต์กะตักอย่างในปีนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าช่วงล็อกดาวห์ทำให้ไม่มีกิจกรรมที่รบกวนธรรมชาติ ทะเลอาจจะฟื้นฟูกลับมาได้ค่อนข้างเร็ว อีกอย่างเป็นเรื่องกฎระเบียบการทำประมงพาณิชย์ อย่างการใช้อวน ที่ไม่ใช่ตาถี่ ดังนั้น ปลาเล็กปลาน้อยจึงรอดจากประมง แต่ไม่รอดวาฬ” (หัวเราะ)

 

บรูด้า

หางของวาฬ และความหมายของชีวิต

        นุชบอกว่า ตามปกติแล้ว วาฬบรูด้าไม่ใช่วาฬที่จะเห็นหางได้บ่อย อย่างท่ายกหาง ซิกเนเจอร์ของวาฬสีน้ำเงิน แต่ที่เธอจับภาพได้เป็นเพราะเธอตั้งใจและเรียนรู้เพื่อจับจังหวะวิถีวาฬมานานหลายปี บวกกับปีนี้เธอออกดูวาฬบ่อย แทบจะทุกสัปดาห์ ทำให้เธอได้เจอกับวิถีวาฬ และจังหวะการตีหางแบบนี้อยู่หลายครั้ง

        “เราจับจังหวะช่วงที่เขากำลังยกหาง เพื่อจะตีน้ำต้อนปลา ฟาดหางลงไปดังตู้ม! และได้เห็นครีบหลังโค้งที่คล้ายพระจันทร์เสี้ยวด้วย ดูสิ! วาฬตัวเบ้อเร่อ แต่ครีบหลังจิ๊ดเดียวเอง (หัวเราะ)

        จุดเล็กๆ แบบนี้ ทำให้เราเพิ่งมาสำรวจความคิดของตัวเอง แล้วพบว่า กว่าเราจะตั้งคำถามว่าดูวาฬไปทำไม มารู้ตัวอีกทีก็คืออยู่ที่ท่าเรือไปแล้ว และเราก็หลงรัก และเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปนานแล้ว แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เราตอบคำถามนั้นได้ก็คือ การที่มาแล้วไม่เจอวาฬเป็นครั้งแรก แต่เรากลับไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือผิดหวัง การไม่เจอในครั้งนั้น ทำให้เราเข้าใจว่า ชีวิตของเราก็ต้องมีวันที่ทุกข์และสุขเป็นวัฏจักรของธรรมชาติ

        “การออกไปดูวาฬ ไม่ใช่แค่การดู แต่สำหรับเราคือการเดินทางเรียนรู้ตัวเองไปในตัว ระหว่างที่รอวาฬ จะเป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นกว่าตอนที่อยู่บนฝั่ง ท่ามกลางเมือง ผู้คนที่จอแจ และไลน์งานที่เด้งตามตลอดเวลา

        “วาฬได้สอนให้เรารู้จักความเป็นมนุษย์มากขึ้น วาฬทำให้เราตั้งคำถามให้กับตัวเองในฐานะมนุษย์ว่า หน้าที่ของคนต่อโลกใบนี้คืออะไร หากเทียบกับวาฬที่มีหน้าที่รักษาสมดุลของระบบนิเวศของโลก เรายังคงหาคำตอบไม่ได้ แต่เราคิดว่า สักวันเราจะตอบตัวเองได้ และวาฬอาจจะนำแนวทางบางอย่างมาให้ก็ได้”

 


ภาพ: นุชจริน หวังพงษ์สวัสดิ์

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ