บทบันทึกถึงเชียงดาวสู่แม่ริมกับเส้นทางที่แสนคิดถึง

Viewfinder
19 Feb 2021
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

“คิดถึงเชียงดาว” ฉันเปรยขึ้นในวันที่อากาศของเดือนกรกฏาคมปีที่ผ่านมา ร้อนฉ่าพอๆ กับเดือนเมษายน แสงของพระอาทิตย์เจิดจ้า ไอแดดแรงแสบผิว ชวนให้ฉันคิดถึงไอเย็นและฤดูหนาวบนยอดดอยที่เชียงใหม่ และความคิดถึงของฉันก็ได้รับการตอบรับ หน้าหนาวของเชียงดาวมาเร็วกว่าที่คิด

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

        “เราไปกลับโอบกอดเชียงดาว และห่มความหนาวที่แม่ริมกันนะ” สามีเอ่ยประโยคที่แสนโรแมนติก ก่อนจะรีบจัดแจงจองที่พักเพียงสองคืน คืนแรกที่เชียงดาว คืนที่สองที่โป่งแยง เพราะเวลาที่เหลือ พวกเราอยากจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านของเราในจังหวัดพิจิตร 

        ฉันจัดแจงเตรียมมินิแพลนสำหรับโร้ดทริป ดูเส้นทางการท่องเที่ยวแบบฉบับที่เราชอบด้วยและเหมาะกับลูกชายวัยสองขวบ ในขณะที่สามีเริ่มตรวจสอบรถคันเล็กที่มีอายุเกิน 10 ปี พร้อมตระเตรียมความพร้อมให้กับรถยนต์คันน้อยของเรา เพื่อความปลอดภัยของทุกคนตลอดการเดินทาง สามีให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะการเลือกยางล้อรถยนต์

        เราใช้ยาง Yokohama รุ่น BlueEarth AE-50 ที่มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะ สามารถควบคุมรถได้อย่างดียิ่งขึ้น ช่วยประหยัดน้ำมัน และที่สำคัญคือให้ความเงียบ เหมาะกับรถของเราที่มีลูกน้อยอยู่ด้วย 

        แต่เพื่อไม่ให้พวกเราเหนื่อยจากการเดินทางที่ยาวนานมากเกินไป เราจึงวางแผนเริ่มต้นด้วยการกลับบ้านที่จังหวัดพิจิตรกันล่วงหน้า เพื่อเป็นจุดสตาร์ทของการโร้ดทริปพิจิตร-เชียงใหม่-เชียงดาว-แม่ริม-ดอยสะเก็ด-พิจิตร 

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

แวะซื้อพิซซ่าโฮมเมดที่ ‘เกษมสโตร์’ ตัวเมืองเชียงใหม่ 

        6 ชั่วโมงครึ่งคือเวลาขับรถจากจังหวัดพิจิตรถึงตัวเมืองเชียงใหม่ 

        ท้องน้อยๆ เริ่มรองเสียงดัง เราจึงนึกถึง ‘เกษมสโตร์’ ร้านเบเกอรี่เก่าแก่ประจำกาดหลวงที่เปิดมากว่า 50 ปีแล้ว โดยมี ‘ยายกี’ – วิไล อุดมผล เจ้าของร้านวัย 86 ปี ซึ่งเป็นทายาทรุ่นสองของเกษมสโตร์ นั่งรอต้อนรับ พร้อมกล่าวคำทักทาย และไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบราวกับเราเป็นลูกหลาน หากมองแค่ภายนอกและขับรถผ่าน จะมองไม่ออกเลยว่าด้านในของร้านแห่งนี้ เต็มไปกลิ่นหอมของขนมปัง และวัตถุดิบทำเบเกอรีหลากหลายชนิด ละลานตาอยู่บนชั้นวางจนแน่นขนัด

        อีกฝั่งหนึ่งของร้านก็มีเบเกอรี เค้ก ขนมปังที่ทำสดใหม่น่ากินหลากอย่างจนเลือกไม่ถูก ยายกีจึงแนะนำให้เราลอง ‘พิซซ่าโฮมเมด’ ที่วันนี้มีฮาวายเอี้ยน และแฮมชีส ในราคาชิ้นละ 35 บาท 

        ไม่ผิดหวัง, แป้งขนมปังที่ไม่บางจนกรอบ และไม่หนาจนแข็ง ยังคงนุ่มทั้งๆ ที่เย็นแล้ว คงรสชาติของพิซซ่าได้อย่างทุกกระเบียดนิ้ว อร่อยมาก รู้ตัวอีกทีก็กินจนเกลี้ยงไปแล้ว

Yokohama Tire เชียงดาวทริป 

นอนมองดูวิวเขาหลวงที่ ‘เชียงดาวแคมปิ้ง’ 

        ความปลอดภัยยังคงเป็นเป้าหมายของการเดินทางของพวกเราสามคนพ่อแม่ลูกเสมอ ดังนั้น เราจึงเลือกพักในที่ที่ห่างกันผู้คน เพื่อให้เราได้มีโอกาสสูดอากาศดีๆ โดยไม่ต้องกังวลสิ่งใด 

        ‘เชียงดาวแคมปิ้ง’ จึงตอบโจทย์ ที่นี่อยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ออกไปราวๆ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง และอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอเมืองเชียงดาวประมาณ 15 นาที แถมยังต้องขับรถเข้าซอยต่อไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ และคุณปู่เขาเชียงดาวก็ออกมาต้อนรับ พร้อมวิวเนินเขาเล็กๆ และเวิ้งที่ดินทำการเกษตรกว้าง พร้อมไอหนาวที่ทำให้เรายิ้มออก

        ที่นี่เป็นที่พักสไตล์แคมปิ้ง มีเต็นท์ใหญ่ประมาณ 10 หลัง แต่ละเต็นท์จะมีระยะห่างกันพอสมควร เบื้องหน้าคือสระน้ำขนาดใหญ่ ฝูงนกพาส่งเสียงเจื้อยแจ้ว คอยบินอยู่เหนือน้ำ พอได้จังหวะก็โฉบลงมากินปลาตัวเล็กๆ ถัดไปคือภาพของภูเขาเชียงดาวที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า สายหมอกหนายังอ้อยอิ่งคลอเคลียอยู่แถวยอดเขา มองไปซ้ายก็คือเนินเขาสูง ส่วนทางขวาก็คือทุ่งโล่ง  

        ลูกชายวิ่งเล่นได้อย่างเต็มที่ พ่อแม่ได้นั่งมองวิวภูเขาที่คิดถึง ท่ามกลางอากาศที่พอดิบพอดี อุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียสในตอนเย็นๆ และค่อยๆ ลดลงไปจนถึงประมาณ 15-16 องศาเซสเซียสในตอนกลางคืนจนถึงรุ่งสาง ก่อนที่อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อพระอาทิตย์ตื่นนอน

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

สูดไอดินเคล้ากลิ่นความหนาวพร้อมวิวอลังการที่ ‘ท้องนาไม่รู้จักชื่อ’  

        เรามักจะชอบคุยกันว่า ทุกการเดินทางมาพร้อมกับความสวยงามที่เรามักไม่ได้วางแผน 

        ครั้งนี้ก็เช่นกันเมื่อ เราเจอสถานที่ที่ไร้ชื่อในกูเกิลแมป ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก ดูคล้ายเป็นทางเข้านาของชาวบ้านสักคน เพราะมีรั้วไม้เตี้ยๆ กำหนดขอบเขตเอาไว้ แต่ประตูเล็กๆ กลับเปิดออก มีรอยทางล้อรถยนต์ 

        มองซ้ายมองขวาเราไม่เห็นใครสักคน เห็นแต่วิวที่สวยหยดจนอดไม่ได้ที่จะต้องขออนุญาตในใจแล้วขับรถเข้าไปด้านใน ขวามือของฟาร์มคือ สระน้ำธรรมชาติเล็กๆ ที่มีฝูงห่านกำลังเดินเล่น ซ้ายมือของเราคือเนินเขาเตี้ยๆ ที่สามารถขับรถขึ้นไป และจะพบกับเขาหลวงเชียงดาวอีกมุม

        มุมนี้เห็นเขาหลวงเชียงดาวที่ถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาลของภูเขาอีกลูก นอกนั้นก็คือท้องฟ้าสีครามสดใส หากมองลึกเข้าไปด้านในจะเห็นท้องนาที่เวลานี้มีควายสองสามตัวกำลังเล็มหญ้าอย่างสบายใจ มองไปลิบๆ ถึงจะเห็นหลังคาบ้านคนอยู่สองสามหลัง

        แต่ก็ยังไม่มีใครออกมา เราจึงใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ที่นี่กันพักใหญ่ ก่อนที่จะกล่าวคำขอบคุณอยู่ในใจและขับรถออกไปโดยไม่ทิ้งสิ่งใดไว้เบื้องหลัง

  Yokohama Tire เชียงดาวทริป

คาเฟ่และแกลเลอรีที่แสนเป็นมิตร ‘ฮกหลงคาเฟ่’ และ ‘ฮิปโปแคมปัส’

        เพราะฉันเชื่อคำว่า แล้วเราจะพบกันอีก สำหรับมิตรสหายและผู้คนที่เราสนทนาอย่างถูกคอ 

        ‘พี่ยุทธ’ – ธีรยุทธ์ จันทโชติ เจ้าของฮกหลงคาเฟ่ ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ปากทางเข้าตัวอำเภอเชียงดาว คือหนึ่งในคนเหล่านั้น

        “4 ปีแล้วนะที่เราไม่ได้พบกัน” พี่ยุทธเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนจะชงชาอัญชันในกาดินเผาน้อยๆ มาต้อนรับให้เรานั่งรับลมหนาวอยู่ด้านนอกร้าน ที่เวลานี้ขนาดใหญ่ขึ้น และมีผู้ช่วยในร้านเพิ่มขึ้น ตามจำนวนปริมาณนักท่องเที่ยวที่ทยอยกันมาเชียงดาวและแวะนั่งจิบกาแฟกันที่นี่ 

        ฮกหลงคาเฟ่ยังคงทำให้ฉันรู้สึกสบายใจเหมือนวันแรกที่มาพบโดยบังเอิญ กลิ่นกาแฟที่ปลูกเอง คั่วกระทะด้วยตัวเองยังคงหอมฟุ้งเหมือนวันวาน บทสนทนายังคงราบเรียบ แต่อบอุ่น 

        อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ ดื่มด่ำกาแฟคั่วหม้อดิน ที่ Hoklhong Cafe กระท่อมใจกลางหุบเขา ณ เชียงดาว 

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

        ฮกหลงคาเฟ่ยังทำให้เรานึกถึง hippocampus คาเฟ่แอนด์แกลเลอรี และโฮมสเตย์ของอดีตบรรณาธิการนิตยสาร ‘พี่พิม’ – พิมพิดา กาญจนเวทางค์ และ ‘พี่เรียว’ – พรประเสริฐ ยามาซากิ คู่รักแสนน่ารัก ที่หอบชีวิตเมืองกรุง มุ่งสู่ชีวิตที่ใกล้ดวงดาวและใกล้เขาหลวง

        ที่นี่ใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปทางอำเภอไชยปราการ แต่ก็ไม่ได้ไกลจากฮกหลงคาเฟ่เท่าไหร่นัก ปลายสุดของเส้นทางแคบๆ ที่กูเกิลพามาก็คือ ฮิปโปแคมปัส และเมื่อเราเลี้ยวรถเข้ามาจอด เปิดประตูรถลงไป ของขวัญปีใหม่ที่แสนเซอร์ไพร์สก็ถูกเปิดออก

        ฉันมาที่นี่ครั้งแรกเมื่อ 4 ปีก่อน ที่นี่ทำให้ฉันมีพลังในการทำงานเขียน มีพลังสร้างสรรค์งานศิลปะและงานคราฟต์ ที่นี่นอนอุ่น ขนมปังนวดมือก็อร่อย ชีสเค้กเนื้อนุ่มก็ฉ่ำจนได้ใจ กาแฟดริปร้อนในแก้วเซรามิกก็ดีงาม พวกเรารักที่นี่ หวังว่าลูกชายจะรักเช่นกัน 

        อ่านเรื่องราวของฮิปโปแคมปัสเพิ่มเติมได้ที่ หอบชีวิตเมืองกรุง มุ่งสู่อ้อมกอดธรรมชาติที่ Hippocampus ณ เขาหลวงเชียงดาว  

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

ยืดแข้งยืดขาที่ ‘สวนสนแม่แตง’

        ปลายทางสำคัญมากเท่าไหร่ ระหว่างทางก็สำคัญมากเท่านั้น นี่คือสิ่งที่ฉันรู้สึกมาโดยตลอด

        สำหรับทริปนี้ระหว่างทางสำคัญกว่าปลายทาง เพราะเรามีลูกเล็กมาด้วย เราจึงต้องแวะพักระหว่างทางอยู่บ่อยครั้ง และแต่ละครั้งก็ไม่ใช่แค่เพียงจุดพักรถตามสถานีเติมน้ำมันที่มีคนพลุกพล่าน เราให้เวลาในการค้นหาระหว่างทาง และก็พบว่า สวนสนแม่แตงคือจุดพักรถที่ดีที่สุดอีกแห่ง

        ที่นี่เต็มไปด้วยทิวสวนสนกว้าง มองไปทางไหนก็แต่ต้นสนและลูกสนที่ร่วงหล่นลงพื้น เราพักทั้งรถคันน้อย ตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัยกันอีกสักครั้ง เมื่อทั้งคนและรถพร้อมก็ลุยกันต่อได้เลย

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

มื้อเที่ยงที่ ร้านอาหารสวัสดิการ ณ ‘เขื่อนแม่งัด’

        กินอิ่ม นอนหลับ ได้รับความรักจากธรรมชาติ คือสโลแกนการเดินทางของครอบครัวเรา

        เขื่อนแม่งัดอยู่ไม่ไกลจากสวนสนแม่แตงเท่าไหร่นัก เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะใช้บริการนั่งเรือหางยาวออกไปชมวิวด้านในเขื่อนอยู่หลายเจ้า มีร้านค้า ร้านอาหารตลอดทางเข้าสู่ตัวเขื่อนแม่งัดหลายเจ้า แต่เราเลือกร้านอาหารสวัสดิการ อาหารอร่อย แถมวิวริมเขื่อนยังสวยไม่แพ้กัน

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

ปล่อยให้ลูกได้วิ่งเล่นที่ ‘สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์’ อำเภอแม่ริม

        การมีลูกไม่ได้ทำให้แพลนการท่องเที่ยวของพวกเราเปลี่ยนไป เพราะทุกๆ ที่ที่เราไป ลูกสามารถเรียนรู้ รับรู้และสนุกไปด้วยกันเสมอ 

        เพียงแค่ว่า บางที่อาจจะต้องเพิ่มความพิเศษสำหรับเด็กเข้าไปอีกนิดหน่อย เราจึงเลือกสถานที่ที่เราคุ้นเคยอย่าง สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ที่เต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดในโดม พลางทำให้เรานึกถึง Garden by the Bay ที่ประเทศสิงคโปร์ ต่างกันเพียงขนาดเท่านั้น 

        ไฮไลต์ของที่นี่ เรายกให้เป็น Canopy Walks’ เส้นทางเดินชมธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ จุดทำให้ลูกชายตื่นเต้นและรู้สึกเหมือนถูกธรรมชาติท้าทายอยู่ เพราะเป็นเส้นทางเดินลอยฟ้าที่แบบโครงเหล็กและพื้นเหล็กที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ด้วยระยะทางกว่า 400 เมตร ระดับความสูงกว่า 20 เมตร

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

        ทางเดินที่ทั้งสูงและเป็นซี่ๆ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องล่างแถมบางจังหวะก็ยังแกว่งเบาๆ พอให้รู้สึกตื่นเต้นเป็นพักๆ ลูกชายตัวน้อยขอเดินแบบไม่จับมือแม่ เดินดุ้มๆ ไปตามทาง จนถึงปลายสุดของทางเดิน ตรงนั้นคือจุดชมวิว ที่มีพื้นกระจกใสให้ได้ไปยืนถ่ายภาพ พร้อมวิวสวยๆ แบบพาโนราม่า 

นอนห่มความหนาวที่ ‘แคมป์ไม่มีชื่อ’ 

        ที่ใดมีลูก ที่นั่นมีความสนุกที่คลุกเคล้าด้วยอาการไมเกรน (ของแม่)

        เราเลือกที่พักนอกตัวเมืองในสไตล์แคมปิ้งเหมือนเดิม อย่างที่ ‘แคมป์ไม่มีชื่อ’ แห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ในตำบลโป่งแยง และสร้างอยู่บนเนินเขาเพียง 4 หลัง โดยมีเต้นท์หลังใหญ่ ไฮไลท์คืออยู่ริมผาที่มีความสูงประมาณ 5-6 เมตร สามารถมองเห็นวิวหุบเขาได้ 180 องศา

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

        ที่นี่ออกแบบและตกแต่งได้อย่างน่ารัก นอกจากเต็นท์ใหญ่แล้ว ยังมีเต็นท์บนหลังคารถโฟล์กเต่าโบราณอีกสองคันเป็นตัวเลือก มีโซนนั่งกินมื้อเช้าริมผาชมหมอกยามเช้า กลางคืนมีก่อไฟส่วนรวมขนาดใหญ่ให้ความอบอุ่น พร้อมเซตบาร์บีคิว อุณหภูมิหลังพระอาทิตย์ตกดินลดลงต่ำอย่างรวดเร็ว ความหนาวมาเยือนให้เราได้สนุกกันที่หน้ากองไฟ แถมกอดกันก็ยังอุ่นไปถึงหัวใจ 

        แต่ว่าความซุกซนของลูกสองขวบกับเต็นท์ริมหน้าผาแบบนี้ ทำเอาแม่ไมเกรนขึ้น พ่อก็แทบจะอยู่ไม่นิ่ง เพราะต้องวิ่งจับลูกและเอาตัวไปกันไว้ ป้องกันความทะเล่อทะล่าของลูกเผลอวิ่งพรวดสวนไปทางริมผาให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน 

        หัวใจแม่จะวาย, หากใครมีลูกในวัยซน เราแนะนำว่าให้เลือกที่พักบนพื้นราบจะปลอดภัยต่อลูก และไมเกรนแม่ก็จะไม่ขึ้น

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

ความหนาวและสายหมอกยามเช้าที่โป่งแยง

        ความหนาวทำให้ความสุข ณ ปัจจุบันขณะเกิดขึ้นโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ

        12 องศาเซลเซียสคืออุณหภูมิต่ำสุดในเวลาเช้ามืด ลูกชายยังคงนอนหลับขดตัวใต้ผ้าห่มหนาอยู่ในเต็นท์ ท้องฟ้าเริ่มสว่าง เผยให้เห็นทะเลหมอกจางๆ ที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่แอ่งกระทะเบื้องล่าง และลอยตัวหนาเมื่อพระอาทิตย์โผล่จนเต็มดวง

        ลูกชายตื่นมานั่งมองวิวกับแม่อยู่หน้าเต็นท์ ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ที่รู้ก็คือเขายิ้ม และขยับเข้าใกล้พร้อมโอบกอดแม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้านนอกหนาวและข้างๆ ของฉันทั้งปลอดภัยและอบอุ่น ฉันมีความสุขเหลือเกิน 

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

ปิดทริปที่บ้านฮอบบิต ณ ‘Take a Walk เตวแอ่ว House & Coffee’ อำเภอดอยสะเก็ด

        ความฝันเป็นจริง เพราะเราอยากให้เป็นจริง

        เราขับรถออกนอกเมืองไปถึงอำเภอดอยสะเก็ด เพื่อไปเยือนบ้านฮอบบิตหลังน้อย กันที่ Take a Walk เตวเอ่ว เป็นที่พัก คาเฟ่ และสนามเด็กเล่นท่ามกลางธรรมชาติและสายน้ำไหลเอื่อย 

        จากลานจอดรถ เราต้องเดินเข้าลึกเข้าไปตามทางเดินปูนเล็กๆ ขนานไปกับสายน้ำ ข้ามสะพานแขวนหนึ่งครั้ง ก็จะถึงกับจุดหมายที่เราอยากเจอ ที่นี่มีสนามหญ้ากว้าง ด้านซ้ายมือมีบ้านของเจ้าไก่ และมีคอกม้าให้เด็กๆ ได้ชมอย่างใกล้ชิด 

        ขวามือคือสนามเด็กเล่น บ้านต้นไม้พร้อมสะพานแขวนโยกเยกให้เด็กๆ ได้ปีนป่าย มีบ้านฮอบบิตน้อยให้ได้เข้าไปนั่งเล่นด้านใน หรือปีนขึ้นไปนั่งบนหลังคาหญ้าก็ได้ พ่อแม่สามารถมานั่งปิกนิกริมธารใต้ต้นไม้ใหญ่ได้ พร้อมบริการเบเกอรี อาหารและเครื่องดื่ม

        ความฝันในวัยเด็กของแม่อย่างฉันเป็นจริงที่นี่

        และความฝันในวัยเยาว์ของลูกชายก็เริ่มต้นที่นี่เช่นกัน

Yokohama Tire เชียงดาวทริป

        ความสุข ความสนุก และความปลอดภัยตลอดการเดินทาง เราต้องขอบคุณสามีที่ขับรถอย่างปลอดภัย ขอบคุณรถคันเล็กที่ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม และคิดไม่ผิดที่เลือกยางล้อ Yokohama แล้วพาออกเดินทางโร้ดทริประยะทางกว่า 500 กิโลเมตร จากพิจิตรสู่เชียงดาว ให้เราท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ 

 


หมายเหตุ: เดินทางในเดือนธันวาคม ก่อนการระบาดระลอกสองของโควิด-19

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ

ภาพโดย

พฤษ อ่าวสมบัติกุล

ว่าที่ช่างภาพ (จำเป็นและชั่วคราว) พ่วงตำแหน่งคุณพ่อลูกอ่อนนอนเยอะ