Family Trip with JESPIPAT: สะท้อนมุมมองของคำว่าครอบครัว ผ่านภาพถ่ายของ เจษ เจษฎ์พิพัฒ

Viewfinder
22 Dec 2019
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

Highlights

เรื่องราวความน่ารักที่มีต่อครอบครัวของนักแสดงหนุ่มจากค่ายเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ‘เจษ’ – เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ผ่านภาพถ่ายการเดินทางท่องเที่ยวพร้อมครอบครัวในแบบฉบับ long road trip  ซึ่งเขายืนยันว่า การท่องเที่ยวกับครอบครัวมีความสุขและสนุกมากกว่าที่คิด มุมเล็กๆ ที่น่ารักของเขา อาจทำให้คุณมองย้อนกลับมาบอกตัวเองว่าปีนี้ (และปีต่อๆ ไป) เราควรมีเวลาให้กับครอบครัวบ้างแล้ว

 

เจษฎ์พิพัฒ

หุบเขามรณะ (Death Valley National Park) ระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนียกับรัฐเนวาดา

        เดธวัลเลย์ตั้งอยู่ในพื้นที่สองรัฐคือแคลิฟอร์เนียและเนวาดา เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าร้อนและแห้งแล้งที่สุดในอเมริกา จนได้ชื่อว่าหุบเขามรณะ ที่ในอดีตราวปี 1849 ได้คร่าชีวิตของนักขุดทองที่หลงทางไปหลายคน บางส่วนที่รอดชีวิตจึงออกมาบอกเล่าความน่ากลัวปนความสวยงาม และท้ายสุดได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด

        “ที่นี่เวิ้งว้างและอันตราย ไร้รั้วกั้น แต่ถึงอย่างนั้นวิวด้านบนก็สวยงามคุ้มค่ากับการเดินขึ้นมา จุดนี้พี่ชายและคุณแม่วัย 62 ปีของผมก็เดินขึ้นมาด้วย ส่วนคุณพ่อรออยู่ด้านล่าง เพราะเขาบอกว่าเคยมาแล้ว” เจษเล่าพร้อมกับหัวเราะออกมา

 

เจษฎ์พิพัฒ

ความสุขของผม

        เจษบอกว่า เดธวัลเลย์ ทำให้เขามีภาพถ่ายครอบครัวครบทั้ง 5 คน เรียกว่าเป็น Happy Valley สำหรับเขา

        “สำหรับผมแล้ว คำว่าบ้านไม่ได้หมายถึงบ้านที่เป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว บ้านคือสมาชิกทั้ง 5 คน ที่ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ พี่ชายสองคน และผมที่เป็นน้องคนเล็ก เมื่อบ้านไม่ใช่สถานที่ ดังนั้น บ้านจึงพาผมไปได้ทั่วโลก จนเกิดเป็นวัฒนธรรมประจำบ้าน คือการท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง”

        ตลอดการเดินทาง เขาจะเป็นช่างภาพประจำบ้าน ทำให้หลายๆ ภาพไม่ปรากฏรูปเขาอยู่ในเฟรม แต่ทุกภาพที่เขาถ่าย ทุกการเดินทางที่เขาไป เจษเล่าไว้ว่า “บางรูปเป็นภาพที่ธรรมดามาก ไม่มีองค์ประกอบศิลป์ใดๆ แต่สำหรับผม ภาพนั้นกลับเต็มไปด้วยความหมาย เอากลับมาดูกี่ครั้งก็เห็นความสุขซ่อนอยู่ในนั้นเสมอ อย่างภาพนี้ ถ่ายที่ death valley ผมเห็นคาแรกเตอร์ของทุกคนและสัมผัสได้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรอยู่ อย่างพี่ชายคนโต (คนถือกล้องโกโปร) ก็จะเป็นพี่ที่น่ารัก มักโดนน้องแกล้งบ่อยๆ พี่ชายคนรองคอยทำหน้าที่นำทาง แม่ที่ลุยกับเราทุกที่ ส่วนพ่อก็จะมีมาดนิดหนึ่ง ไม่ค่อยยอมมองกล้อง (หัวเราะ) ส่วนผมอยู่หลัง viewfinder ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏคือความสุขของผม”

 

เจษฎ์พิพัฒ

แซนเคลเมนที (San Clemente) รัฐแคลิฟอร์เนีย

        “ชายหาดที่ไหนก็สวยไม่เท่าชายหาดที่นี่” เจษเอ่ยขึ้นหลังจากเปิดภาพชายหาดที่มีแนวต้นมะพร้าวย้อนแสงพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า “เพราะรูปนี้เป็นรูปแรกก่อนที่พวกเราจะมุ่งหน้าเข้าแอลเอ ระหว่างที่ขับรถ ผมเห็นแสงสวยๆ มองแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น ผมจึงชวนทุกคนลงไปถ่ายรูป พร้อมฟังเสียงคลื่นริมทะเลที่ร้านอาหารใกล้ๆ กัน กลายเป็นดินเนอร์ที่ดีที่สุดอีกมื้อสำหรับผม”

 

เจษฎ์พิพัฒ

แมวน้ำมังค์ฮาวาย (Hawaiian Monk Seal)

        “ระหว่างที่ผมเดินเล่นอยู่ริมทะเล จู่ๆ ก็เจอแมวน้ำตัวใหญ่นอนสบายใจเฉิบท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่เดินกันไปมา ผมรู้สึกว่าที่นี่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สัตว์ที่จริงจัง มีการทำรั้วง่ายๆ กั้นอาณาเขตระหว่างคนและแมวน้ำ พร้อมติดป้ายเตือนห้ามรบกวน พวกเขาไม่ได้ผลักไสแมวน้ำเจ้าถิ่น และยังสนับสนุนแมวน้ำให้ใช้ชีวิตตามปกติ แค่กั้นคนไม่ให้ไปวุ่นวายเท่านั้น”

 

เจษฎ์พิพัฒ

 

        ที่แห่งนี้ เจษบอกความลับเล็กๆ ให้ฟังว่า “จริงๆ แล้วพวกเราได้ถ่ายภาพครบสามพี่น้องครั้งล่าสุดน่าจะเป็นตอนทารก” (หัวเราะ) พร้อมเปิดภาพชายหนุ่มสามคนบนชายหาดในฮาวาย “เป็นธรรมดาที่วันเวลาทำให้พี่น้องต้องแยกย้ายกันไป ต่างคนต่างเติบโตในที่ที่เป็นของตัวเอง จนอาจทำให้ดูเหมือนห่างเหินกันและกัน”

        เขาจึงให้ความสำคัญกับการรักษาสายสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดเหมือนเดิมทุกครั้งที่รวมตัวกัน เขาบอกว่าความรู้สึกและการกระทำทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่ต่างจากตอนเด็กๆ ที่ได้เล่นด้วยกัน หัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน “ลองออกเดินทางไปด้วยกัน คุณจะเห็นโมเมนต์ของพี่น้องที่แตกต่าง สำหรับผมสิ่งนี้เรียกรอยยิ้มกว้างๆ ได้ดีทีเดียว”

 

เจษฎ์พิพัฒ

โขดหินสีดำ ที่เกาะโคน่า (Kona Island)

        “ผมชอบภาพนี้เพราะคล้ายขนมโอริโอ้ ที่ทำให้ผมต้องรีบไปซื้อกินทันที” เนื้อความสั้นๆ ที่เจษบอกกับเรา ก่อนจะเล่าให้ฟังว่าชายหาดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะโคน่า รัฐฮาวาย จุดเด่นคือโขดหินที่เกิดจากการรวมตัวกันของลาวาจากภูเขาไฟที่ยังคงประทุอยู่

 

เจษฎ์พิพัฒ

แอนเทอโลปแคนยอน (Antelope Canyon) รัฐแอริโซนา

        เขื่อนแกรนด์แคนยอนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเพจ (Page City) รัฐแอริโซนา จุดเด่นคือภูเขาหินทรายที่โดนน้ำกัดกร่อน ทำให้หินกลายเป็นริ้วๆ ตามกระแสน้ำและแรงลม เกิดเป็นลายเส้นของชั้นหินที่สวยงาม เมื่อแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลาตกกระทบที่ชั้นหิน จะเกิดโทนสีที่แตกต่างกัน

        “ที่นี่สวยมาก สวยจนพ่อแม่ต้องพาผมมา ทั้งๆ ที่พวกเขาเคยมาแล้ว แต่อยู่คนละฝั่งของแกรนด์แคนยอน ซึ่งจุดนี้จะต้องเดินลงไปด้านล่าง ผ่านชั้นหินสีน้ำตาลไล่ระดับไปเรื่อยๆ ในระหว่างที่ผมกำลังชมหินเพลินๆ ไกด์นำเที่ยวของเราก็บอกว่าจะถ่ายรูปให้ แต่ก็ไม่ทันให้เราได้เก๊กหล่อ (หัวเราะ) เขาก็แชะภาพพร้อมปรับสีให้เป็นขาวดำเอง ..สวยดีนี่!”

 

เจษฎ์พิพัฒ

หน้าผาชมวิวโค้งน้ำรูปเกือกม้า (Horseshoe Bend) รัฐแอริโซนา

       ไม่ไกลจากแอนเทอโลปแคนยอนมีแหล่งท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดอยู่ นั่นก็คือ Horseshoe Bend หน้าผาหินที่สูงกว่าหนึ่งพันฟุตริมเเม่น้ำโคโลราโด มีลักษณะโค้งเป็นรอบวงจนคล้ายรูปเกือกม้า หากต้องการจะไปถ่ายรูปกับวิวนี้ จะต้องเดินเท้าขึ้นไป

        “เกือกม้าแห่งนี้ เป็นอีกที่ที่ครอบครัวผมเคยมาแล้ว การเดินมายังจุดชมวิวนี้จะต้องเดินเท้าขึ้นภูเขาที่ทั้งชันและขรุขระ จริงๆ สำหรับคนอื่น การเดินแค่นี้คงเป็นเรื่องสบายๆ แต่สำหรับผมตรงกันข้าม เพราะระหว่างที่เดินอยู่นั้น เข่าที่เคยหลุดจากอุบัติเหตุตอนเล่นบอล ล้มจนเอ็นข้อเข่าขาด เกิดหลุดขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เจ็บปวดและเดินได้อย่างลำบาก แต่ผมก็ฝืนเดินต่อเพราะอยากไปให้ถึง เมื่อไปถึงแล้วขาของผมก็สั่น คล้ายจะหมดแรงไปดื้อๆ แต่ผมก็ชินกับความเจ็บจนสามารถหมุนเข่าให้คืนที่ได้ แต่สุดท้ายเกือกม้าแห่งนี้ก็ทำให้ผมตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเข่า หลังจากที่บ่ายเบี่ยงมานาน”

 

เจษฎ์พิพัฒ

อุทยานแห่งชาติไซออน (Zion National Park) รัฐยูทาห์

        ไซออนเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ เป็นหุบเขาที่มีสายน้ำตื้นๆ แต่ไหลเชี่ยวทอดยาวไปจนสุดสายตา

        “ไฮไลต์ของการมาที่นี่คือการมาสัมผัสกับทางเดินน้ำที่ทอดยาวไปกว่า 3 กิโลเมตร การเดินค่อนข้างลำบาก เพราะน้ำเชี่ยว เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ทางจะค่อยๆ แคบลง จนหุบเขาสองข้างขนาบเท่าตัวเรา จนเดินต่อไปไม่ได้”

 

เจษฎ์พิพัฒ

 

        “ตอนที่ผมกำลังเดินอยู่ท่ามกลางหินกรวดที่ลื่นและสายน้ำตื่นที่เชี่ยวกราก ผมเห็นแม่สะพายลูกน้อย อายุน่าจะประมาณ 3-4 ขวบไว้บนหลัง ทำให้ผมมองย้อนถามตัวเองว่า ถ้าหากเรามีลูก จะกล้าพาเขามาผจญภัยไหม เราจะเลี้ยงลูกได้หรือเปล่า” (หัวเราะ)

        ในขณะที่เขายกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพแม่ลูกคู่นั้น เขาเองก็กำลังเดินอยู่ในทางน้ำเชี่ยวกับแม่เช่นกัน ภาพนั้นสะท้อนกับผิวน้ำ กลายเป็นภาพตอนที่เขายังเป็นเด็กที่แม่อุ้มและโอบกอดเขาด้วยความมั่นคงทางใจ ส่วนวันนี้สองมือของเขานั้นจะทำหน้าที่ประคองใจของแม่ไว้เอง

 

เจษฎ์พิพัฒ

(ว่าที่) อนาคตของผม

        “นอกจากรูปวิวทิวทัศน์และรูปครอบครัวแล้ว ผมชอบรูปนี้ที่สุดเลย” เขาบอกพร้อมรอยยิ้ม

        “ในภาพอาจเป็นเพียงแค่รูปชายชราอยู่เพียงลำพัง แต่รายละเอียดที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้คือเขามาพร้อมภรรยาที่นั่งอยู่ตรงข้าม ชายชรากำลังนั่งดื่มน้ำส้มและกินมื้อเช้า ส่วนภรรยากำลังนั่งสูบบุหรี่ นี่คงเป็นวิถีชีวิตของคนแก่ชาวอเมริกันวัยเกษียณ ที่มานั่งกินมื้อเช้า รับแสงแดดอุ่นๆ กับคู่ชีวิตอย่างมีความสุข พวกเขาอาจจะมีหรือไม่มีลูกหลานก็ได้

        “ผมรู้สึกว่า พวกเขาทั้งคู่มีความสุข อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้คาดหวังกับการให้ลูกมาเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า ชาวอเมริกันจะเลี้ยงลูกให้ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่เด็ก และเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเอง หากวันที่ผมแก่ ผมก็อยากเป็นคนแก่แบบนี้”

 

เจษฎ์พิพัฒ

เรื่องราวของผม

        บางครั้งการเดินทางก็ทำให้ย้อนมองตัวเองอยู่บ่อยๆ ซึ่งเขาบอกกับเราว่า “ผมเห็นภาพของตัวเองเปลี่ยนไป จากผู้ชายที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงจนไม่ฟังใคร แต่วันนี้ผมเห็นตัวเองที่เป็นคนใหม่ ผมเห็นเจษที่รับฟังคำตำหนิและคำเตือนจากผู้ใหญ่ได้มากขึ้น ปรับตัวต่อโลกใบใหม่อย่างโลกของการเป็นนักแสดงได้ ทั้งยังสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น และมองว่า ‘เวลา’ ไม่แค่เปลี่ยนคน แต่เวลาจะช่วยพาคนมากหน้าหลายตามาเราให้เรียนรู้ชีวิตมากกว่า” (ยิ้ม) 

 


ภาพ: เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ