5 ที่เที่ยวนราธิวาส เพื่อเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและผู้คน

Viewfinder
5 Jan 2021
เรื่องโดย:

adB Team

เราได้นั่งคุยกับ อิทธิกร ศรีกุลวงศ์ และทีมเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี ว่าหนึ่งในเรื่องที่เป็นปัญหามานานของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือเรื่องภาพจำ คนจำว่าพื้นที่นี้อันตรายนะ ไม่ปลอดภัย ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ไม่ควรไป และถ้าเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยง (ผมพยักหน้าเห็นด้วย โดยในใจนึกถึงตอนโทรบอกแม่ว่าจะไปลงพื้นที่ที่นราธิวาสทั้งสัปดาห์นะ แล้วประโยคแรกที่แม่ตอบกลับมาคือ “แล้วมันจะปลอดภัยไหม”)

        “มีอะไรอีกมากมายเกี่ยวกับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คนส่วนมากยังไม่รู้ และการท่องเที่ยวนี่แหละคือตัวช่วยที่ดีมาก ถ้าคนมาเที่ยวที่นี่มากขึ้น เขาไม่ได้เห็นแค่ว่าธรรมชาติที่นี่สวยงามแค่ไหน เขายังจะได้เห็นว่าคนที่นี่เป็นอย่างไร อยู่กันอย่างไร มีวิถีชีวิตอย่างไร เป็นการเปิดพื้นที่ สร้างโอกาสให้คนที่ไม่รับรู้ ไม่เข้าใจกันเลย ให้ได้เข้าใจกันมากขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้ามีคนบอกว่าอยากมาเที่ยวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากมาอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี พวกเราก็ยินดีมากๆ” 

        แววตาของคนเล่าเปล่งประกายเมื่อมีโอกาสได้พูดถึงสิ่งที่ตัวเองได้ไปสัมผัสมา หากใครอยากรู้จักเขามากไปกว่านี้ ขอเล่าสั้นๆ ว่าอิทธิกรคือหนึ่งในทีม adB ARENA ที่กำลังปล่อยผลงานในการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ ร่วมกับกองบรรณาธิการ a day BULLETIN

นราธิวาส

นราธิวาส

พื้นที่อุทยาน และการทับซ้อนกับที่ดินทำกินของชาวบ้าน

        อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ได้รับการจดทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติในวันที่ 17 มิถุนายน 2542 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 96 ของไทย เชื่อมต่อเทือกเขาสองลูกซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำสายบุรี และคลองบาเจาะ โดยอุทยานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส 

        บนเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดีนั้นไม่ได้มีเพียงสัตว์ป่าและพรรณพืชเท่านั้น แต่ยังมีชาวบ้านกว่า 89 หมู่บ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติด้วยองค์ความรู้ ‘สวนดูซง’ หรือการทำสวนป่าผสมที่พัฒนาขึ้นและพบเห็นได้ในแถบคาบสมุทรมลายู ที่แต่ละครัวเรือนจะมีที่ดินทำกินแปลงเล็กๆ เป็นของตนเอง และคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่ต้องการมาปลูกแซมเข้าไปในป่าให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่นั้นๆ โดยไม่มีการถางที่ป่า เป็นวิถีชีวิตที่เน้นการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติควบคู่ไปกับการดูแลผืนป่า 

        องค์ความรู้การทำสวนดูซงยังคาบเกี่ยวถึงมิติวัฒนธรรม ตั้งแต่การจัดสรรที่ดินในชุมชนไปจนถึงการแบ่งมรดกให้ลูกหลาน ทำให้องค์ความรู้ได้รับการสืบทอดส่งต่อกันมาหลายร้อยปี จนกระทั่งมีการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติเมื่อ 21 ปีก่อน ส่งผลให้พื้นที่ทำกินของชาวบ้านนับหมื่นครัวเรือนรอบเทือกเขาบูโดและสุไหงปาดีมีสภาพเป็นพื้นที่ทับซ้อน วิถีชีวิตของชุมชนถูกแบ่งแยกออกจากผืนป่าที่บรรพบุรุษช่วยกันดูแลส่งต่อกันมา และยังมีการเคลื่อนไหว เรียกร้องให้คืนสิทธิในที่ดินทำกินแก่ชาวบ้านจนถึงปัจจุบัน

        วงสนทนาเรื่องปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทำให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งของผู้คนที่สุดปลายด้ามขวาน ได้รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับธรรมชาติ และหากคุณอยากไปลองสัมผัสสิ่งนี้เช่นกัน นี่คือ 5 สถานที่ในจังหวัดนราธิวาสที่เราแนะนำ

 

นราธิวาส

ต้นสมพงภูเขาทอง หลักฐานความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า

        ในป่าบาลา (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา) ที่บ้านภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ก่อนถึงแนวชายแดนไทย-มาเลเซียประมาณ 500 เมตร มีต้นสมพงตามธรรมชาติขนาด 27 คนโอบ อายุมากกว่า 100 ปี ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘ต้นกะพงยักษ์’ การมีอยู่ของต้นไม้ยักษ์ต้นนี้เอง ก็เป็นหลักฐานความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าฝนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมาลายูนี้ได้เป็นอย่างดี

 

นราธิวาส

วิถีประมงท้องถิ่น เรือเล็กที่ออกทะเลพร้อมกับแสงของวันใหม่

        ในอดีตชาวเลเมืองนราจะใช้เรือกอและซึ่งมีการประดับลวดลายประณีต เหมือนงานศิลป์ที่ออกไปโลดเเล่นในทะเล เป็นวิถีประมงพื้นบ้านที่กลายเป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวนราธิวาส 

        การทำประมงชายฝั่งแบบนี้เป็นการประมงแบบยังชีพ หาอาหารและสร้างรายได้สำหรับครัวเรือนของตน แต่ไม่พัฒนาไปสู่ระดับอุตสาหกรรม ปัจจุบันเรือที่ชาวเลเมืองนราเลือกใช้นั้นมีหลากหลายประเภทมากขึ้น อย่างที่เห็นในรูปนี้เป็นเรือเล็กท้ายตัดซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเรือกอและ ใช้เวลาและงบในการประกอบน้อยกว่า ทุกเช้าหากคลื่นลมสงบ ชาวเลเมืองนราจะมารวมตัวกันที่ชายหาดบ้านทอน ตำบลโคกเตียน เพื่อช่วยกันเข็นเรือลงน้ำ ใช้เวลาไม่นาน เรือลำเล็กมากมายก็ออกทะเลไปพร้อมกับแสงของวันใหม่

 

นราธิวาส

สานกระจูดบ้านทอนอามาน หัตถกรรมหมู่บ้านชายทะเล

        ที่บ้านทอนอามาน ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส มีการส่งต่อภูมิปัญญา นำพืชจำพวกกกกระจูดที่หาได้ง่าย มีขึ้นเป็นจำนวนมากในเขตน้ำท่วมขังมาสานเป็นของใช้ ทั้งสาดเสื่อสำหรับนั่ง หรือกระสอบสำหรับใส่ข้าวสาร ปัจจุบันมีการนำภูมิปัญญานี้มาประยุกต์ สานเป็นกระเป๋าขายในฐานะสินค้าประจำตำบล

        งานสานกระจูดนี้ไม่ใช่แค่เพียงข้าวของเครื่องใช้ เพราะลวดลายบนเครื่องสานแต่ละลายเองก็บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของชุมชนด้วยเช่นกัน ทุกวันนี้ช่างสานแต่ละคนก็ยังไม่หยุดคิดค้น และพัฒนาลายสานแบบใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของชุมชนต่อไป

 

นราธิวาส

นราธิวาส

บ้านโต๊ะโมะ วิถีร่อนทอง ชุมชนต้นน้ำสายบุรี

        ลำคลองเล็กๆ ในผืนป่าบาลาจะไหลมารวมกันกลายเป็นแม่น้ำสายบุรี มีการค้นพบแร่ทองคำในแม่น้ำสายนี้มานานกว่า 100 ปีแล้ว มีผู้คนเข้ามาปักหลักตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำ การร่อนทองเลยกลายเป็นวิถีชีวิตของชุมชนโต๊ะโมะ อำเภอสุคิรินมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้มีการเปิดศูนย์เรียนรู้เรื่องร่อนทองในชุมชนให้ผู้มาเยือนสามารถลงไปหัดร่อนทองในแม่น้ำได้ และแน่นอนว่าภาพชาวบ้านลงมาที่ริมน้ำเพื่อร่อนทองก็ยังหาพบได้ทั่วไปในบ้านโต๊ะโมะในฐานะอาชีพเสริมของชุมชน

 

นราธิวาส
นราธิวาส

น้ำตกฉัตรวาริน สายน้ำแห่งเทือกเขาสุไหงปาดี

        “ที่นี่อยู่ตรงกลางระหว่างสองเทือกเขา คือบูโดกับสุไหงปาดี ผืนป่าที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก น้ำตกมีน้ำตลอดทั้งปี ก็เลยมีทั้งคนในท้องที่และนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันเข้ามาทั้งปีด้วย ส่วนมากจะมากันเป็นครอบครัวนะ ยิ่งถ้าเป็นวันเสาร์จะคนเยอะเลยล่ะ” เจ้าหน้าที่อุทยานเล่า

        น้ำตกฉัตรวาริน เดิมมีชื่อว่า ‘ไอปายง’ ตั้งอยู่ในเขตบ้านโผลง ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี นอกจากสภาพผืนป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ถนนแถวนี้ยังมีสภาพดี เดินทางได้สะดวก ทำให้น้ำตกแห่งนี้กลายเป็นเหมือนจุดพักผ่อนหย่อนใจของคนท้องถิ่น ทั้งจากอำเภอสุไหงปาดี อำเภอใกล้เคียง หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวที่ข้ามมาจากประเทศมาเลเซียอีกด้วย


เรื่องและภาพ: อิทธิกร ศรีกุลวงศ์

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่