ชีวิตชีวาของ ‘สัตว์ป่าเขาใหญ่’ ในวันที่ป่ากลายเป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ท่องเที่ยวของมนุษย์

Viewfinder
20 Nov 2020
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

ย้อนกลับไป เขาใหญ่คือเศษเสี้ยวผืนป่าของดงพญาไฟในสมัยโบราณที่อุดมสมบูรณ์มาก มีเขตรอยต่อของพื้นที่ถึง 4 จังหวัด ต่อมาพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลนั้นได้ถูกตัดขาดออกจากกันเป็นหย่อมๆ เขาใหญ่คือส่วนหนึ่ง สัตว์ป่าเองก็โดนแยกออกจากกันไปตามเกาะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นป่าทับลาน หรือปางสีดา ดังนั้น ป่าเขาใหญ่จึงถือว่าเป็นอุทยานแห่งแรกๆ ที่เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า ให้กับนักท่องเที่ยวและนักวิจัยในโครงการต่างๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด พื้นที่เหล่านั้นคือบ้านของสัตว์ป่า คือพื้นที่ที่ทำให้พวกเขามีลมหายใจไปจนวันสุดท้ายของชีวิต

        ‘พี่เชน’ – ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า ได้อธิบายไว้ว่า

        “หากเทียบกับทะเล เขาใหญ่ก็คือเกาะแห่งหนึ่ง พื้นที่หากินตามธรรมชาติที่ไร้ขีดจำกัดของสัตว์ป่าถูกกำหนดด้วยถนน ต่อให้พื้นที่โดยรวมยังคงกว้างขวาง แต่ความเป็นจริงแล้วแคบมากสำหรับสัตว์ป่าแต่ละตัว เพราะทุกตารางเมตรมีเจ้าของ อาณาเขตของสัตว์ป่าจะแบ่งเป็นอาณาเขตพื้นที่ทั่วไป กับ core area หรือพื้นที่หากินหลัก หากเปรียบเขาใหญ่คือบ้านของสัตว์ป่า core area ก็คือห้องนอนของสัตว์แต่ละชนิด เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นที่ที่ผสมพันธุ์และเลี้ยงดูลูกน้อย

        “เราควรยกให้สัตว์ป่าเป็นเจ้าบ้าน ส่วนเราคือผู้มาเยี่ยมเยียน ดังนั้น การเว้นระยะห่างด้วยความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญและดีที่สุดต่อทั้งสัตว์ป่าและมนุษย์ โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่มีลูกน้อย เพราะเขาจะหวงลูกมาก อย่างลูกช้าง ด้วยความน่ารักของมัน เราก็อาจจะเอ็นดูจนเผลอเข้าไปในระยะที่ใกล้เกินไป บางครั้งเจ้าตัวเล็กก็อาจจะนึกสนุกวิ่งเข้าหา จนเป็นเหตุให้แม่ช้างหรือพี่เลี้ยงต้องรีบออกมาป้องกันอันตราย ท้ายสุดอาจทำให้เกิดการปะทะกันได้ และนึกอยู่เสมอว่า สัตว์ป่าคือสัตว์ป่า พวกเขาไม่ได้เชื่องอย่างที่เราคิด” 

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

ช้างและทางช้างเผือก

        “เขาใหญ่คือโรงเรียนธรรมชาติที่ฝึกการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี” 

        หม่อมหลวงปริญญากรจึงได้เลือกเซตภาพถ่ายชีวิตของบรรดาสัตว์ป่าบนเขาใหญ่ของช่างภาพสัตว์ป่ารุ่นใหม่ ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนิน ซึ่งเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า เขาคือบุคคลที่ทำงานด้านการอนุรักษ์และมีความตั้งใจศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างจริงจัง กว่าจะได้ภาพทางช้างเผือกระยิบระยับเป็นแนวยาวพาดท้องฟ้ามาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังมีภาพโขลงช้างที่ต้องเฝ้าศึกษาชีวิตของพวกมันอีกว่าจะออกมาในช่วงไหน เพื่อเฝ้ารอถ่ายภาพช้างทั้งสองอย่างนี้ไว้ในภาพเดียว

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

โขลงช้างเอเชีย เจ้าถิ่นที่คอยรับแขก

        “ช้างเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าที่สามารถปรับตัวให้อยู่ร่วมกับคนที่เข้ามาได้ และเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสัตว์ป่าที่ยังคงอยู่ในป่าเขาใหญ่ทั้งหมด ด้านในป่าลึกยังมีช้างอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ออกมาปรากฏกาย หรือแม้แต่กระทิง ส่วนตัวที่ออกมาให้เห็นก็ใช่ว่าจะเป็นมิตรเสมอไป เพราะท่ามกลางป่าที่เหมือนเป็นเกาะ ถูกตัดขาดจากพื้นที่หากินตามธรรมชาติจากแหล่งอื่น ทำให้ต้องออกมาบนถนน พวกเขาย่อมเกิดความเครียด อาจส่งผลให้พฤติกรรมของสัตว์บางตัวบางชนิดมีนิสัยที่ก้าวร้าวไปบ้าง หรือบางตัวก็อารมณ์เกรี้ยวกราด ไม่ค่อยชอบให้ใครเข้ามาในบ้าน บางตัวก็ขี้รำคาญเวลาเห็นคนและรถราที่วิ่งไปมาทั้งวัน ยิ่งหากไปเจอกับบางตัวที่มีนิสัยจิ๊กโก๋ ก็อาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างสัตว์ป่าและคนได้ ท้ายสุดสัตว์ป่าก็กลายเป็นผู้ร้าย ดูดุร้าย ทั้งๆ ที่ปัญหาที่แท้จริงเกิดขึ้นจากมนุษย์

        “และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนกระทั่งวันที่ป่าปิดจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นเวลากว่า 3 เดือน ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทำให้สัตว์ป่าได้ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวคนหรือระแวงรถราที่วิ่งเข้าออก

        “ข้อเท็จจริงคือ โควิด-19 ไม่ได้ทำให้จำนวนประชากรหรือสถานการณ์สัตว์ป่าดีขึ้นมากไปกว่าที่เคยเป็นมา จนกระทั่งป่าเปิดอีกครั้ง ทุกอย่างจึงกลับไปวนลูปแบบเดิม สัตว์ที่ไม่อยากเจอคนก็หนีกลับเข้าป่าลึก สัตว์รับแขกก็ออกมาเหมือนเคย”  

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

นกกระเต็นน้อยหลังสีน้ำเงิน

        “ที่นี่จะมีโอกาสได้พบเห็นนกสีสวยๆ จำนวนไม่น้อย ด้วยสีสันของพวกนกนานาชนิด คือแรงแรงดึงดูดที่ทำให้นักถ่ายภาพและนักดูนกต้องเฝ้ามอง ทั้งยังดูง่ายแค่เดินไปตามริมถนนก็เจอ เพียงแค่ต้องหัดสังเกต เรียนรู้ธรรมชาติของนกแต่ละชนิดเพิ่มเติม อย่างนกกระเต็นน้อยหลังสีน้ำเงินคู่นี้ โดยตามธรรมชาติของพวกมันมักจะชอบเกาะท่ามกลางแมกไม้ที่ขึ้นอยู่บริเวณชายน้ำ รอจังหวะพุ่งลงไปจับปลาหรือกุ้งกินเป็นอาหาร” 

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

ตะกอง เอกลักษณ์แห่งลำตะคอง

        “ตะกองเป็นสัตว์เลื้อยคลานเฉพาะถิ่นริมคลองลำตะคอง พบเห็นได้ตามลำห้วยที่เขาใหญ่ แต่ก็เหลือน้อยเต็มที เพราะพื้นที่อาศัยถูกบุกรุกกลายเป็นบ้านคนไปหมด

        “ชาวบ้านจะเรียกตะกองว่าลั้ง หรือกิ้งก่ายักษ์ สามารถพบเห็นได้ตามไม้พุ่มข้างลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่านผืนป่าตลอดทั้งปี เวลามันตกใจจะวิ่งสองขาได้ แต่หากมีภัยจะกระโจนลงน้ำและดำน้ำได้เป็นเวลานาน จุดพบเห็นที่เขาใหญ่คือ ริมคลองแถวฐานปฏิบัติการคลองอีเฒ่า ผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยว น้ำตกกองแก้ว ค่ายเยาวชน บริเวณสนามกอล์ฟเก่า น้ำตกผากล้วยไม้ น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวไทร น้ำตกเหวประทุน*”

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

หมาใน สัตว์กินเนื้อเพียงไม่กี่ชนิดในป่าเขาใหญ่

        “บนเขาใหญ่มีหมาในอาศัยอยู่เยอะพอสมควร และทำหน้าที่ควบคุมปริมาณของสัตว์กินพืช น่าจะเป็นสัตว์นักล่าเพียงชนิดเดียวที่สามารถทำหน้าที่นี้แทนเสือโคร่ง ต่อให้ในป่ายังมีเสือลายเมฆ หรือแมวลายหินอ่อน แต่พวกมันก็กินสัตว์เล็ก ไม่ได้กินกวาง เก้ง หรือสัตว์ตัวใหญ่ได้อย่างหมาใน ปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535”

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

นกกก นกกาฮัง กับการปรากฏกายที่บ่อยขึ้น

        “นกกกคือนกตัวใหญ่ที่สุดในบรรดานกเงือกด้วยกัน อยู่ในความดูแลตามโครงการวิจัยนกเงือกของ อาจารย์พิไล พูลสวัสดิ์ ที่ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องมากว่า 40 ปี ซึ่งเราเองก็ได้เรียนรู้จากโครงการนี้ว่า นกเงือกใช้ชีวิตอย่างไร ต้องเลี้ยงลูกอยู่ในโพรง ตัวผู้หาอาหารให้ตัวเมียและลูกที่อยู่ในโพรง แล้วจะออกมารวมฝูงกันอีกครั้งประมาณเดือนตุลาคม หน้าที่หลักของนกเงือกและนกกกก็คือ เป็นผู้ปลูกป่า เพราะช่วยแพร่กระจายเมล็ดของลูกไทรที่กินเข้าไปทั่วทั้งป่า

        “ในขณะเดียวก็ยังทำให้รู้ว่า ลูกไทรสุกแต่ละชนิดจะเหมาะกับช่วงวัยของนกเงือกที่ต่างกัน ลูกไทรสำหรับลูกนกในโพรงที่เพิ่งเกิดก็อีกชนิดหนึ่ง ลูกไทรสำหรับลูกนกที่ออกบินแล้วก็อีกชนิดหนึ่ง กระทั่งลูกน้อยต้องการสารอาหารเพิ่ม เมื่อพ่อนกเอาลูกไทรมาให้ แม่นกก็จะเขี่ยทิ้ง นั่นแสดงว่าพ่อนกต้องออกไปหาโปรตีนอย่างกิ้งก่าหรืองูมาให้ลูกนก ยิ่งเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ยิ่งทำให้รู้ว่าธรรมชาติได้ออกแบบทุกอย่างมาเป็นอย่างดีแล้ว

        “ที่เขาใหญ่เองมีโอกาสพบเห็นนกกกได้ค่อนข้างบ่อย ยิ่งช่วงที่ลูกไทรสุกแดงอยู่บริเวณริมถนน ก็จะมีโอกาสเห็นพวกเขากำลังกินลูกไทรอยู่ หรือบางครั้งแม่นกก็จะพาลูกออกมาบินบนท้องฟ้า เราอาจจะได้ยินเสียงกระพือปีกดังๆ มาแต่ไกลๆ ได้ แต่นี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้น ด้านในป่าลึกยังมีต้นไทรนับพันต้น ไว้เป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าอีกมากมาย”

 

แมวลายหินอ่อน สัตว์หายากที่พบได้ไม่ยาก

        “แมวลายหินอ่อนมีหางที่ยาว ทำให้มันขึ้นต้นไม้ได้เก่ง ชอบพักผ่อนอยู่บนต้นไม้ บ้างก็ขึ้นไปหากินนก และใช้ชีวิตได้ตามปกติบนพื้นดิน เราสามารถพบแมวลายหินอ่อนได้ที่เขาใหญ่ แม้จะไม่มากแต่ก็มีโอกาสเห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่ไม่น่าพบเห็นแล้วก็คือ เสือโคร่ง และเสือดาว”

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

ชะนีมือขาว กับเสียงร้องที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง

        “นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะได้ยินเสียงชะนีกันจนเป็นเรื่องปกติ บางคนก็มีโอกาสได้เห็นหน้าค่าตา ชะนีที่เขาใหญ่มีอยู่ 3 ชนิด คือ ชะนีมือขาวที่พบเห็นได้ทั่วไป ชะนีมงกุฎ และชะนีไฮบริด หรือชะนีลูกผสมระหว่างชะนีมงกุฎและชะนีมือขาว เป็นไปได้ว่าการถูกบีบพื้นที่อาณาเขตอาจเป็นเหตุให้บางครอบครัวต้องผสมข้ามสายพันธุ์กันได้ ซึ่งนักวิจัยกำลังศึกษาถึงสาเหตุที่แท้จริงกันต่อไป”

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

ลูกลิงกังตัวน้อยในอ้อมกอดแม่ ที่อาจจะไม่มีวันได้เติบโต

        “ลูกลิงกังตัวน้อยที่อยู่ในวัยกินนมแม่ลิง ต้องอาศัยการเกาะแม่ลิงไปทุกหนทุกแห่ง หากแม่ลิงออกมาหาของกินบนถนน ลูกน้อยก็ย่อมออกมาด้วย และในหลายๆ ครั้งลูกน้อยก็อาจพลัดจากอกแม่ ถูกรถชนตายได้ และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันแรกของการเปิดป่าหลังจากปิดเพราะสถานการณ์โควิด-19 

        “ลิงน้อยยังไม่รู้จักอันตรายจากรถรถที่วิ่งผ่านไปมา ในขณะที่คนขับขี่บางส่วนก็ยังละเลยต่อกฎกติกาเรื่องการความเร็วของการขับรถบนเขาใหญ่ และห้ามให้อาหารสัตว์ป่าอย่างเด็ดขาด ต้องใจแข็ง ไม่อย่างนั้นเขาก็จะเกิดความเคยชิน ส่งผลให้ออกมารื้อหาอาหารตามเต็นท์หรือที่หลังรถกระบะเวลาจอด สร้างความรำคาญใจให้กับนักท่องเที่ยว และไม่ต้องห่วงว่าเขาจะไม่มีกิน เขาสามารถหาของกินในป่าได้อยู่แล้ว”

 

สัตว์ป่าเขาใหญ่

กวางป่า และการใช้ชีวิตแบบปรับตัวใหม่

        “เขาใหญ่ไม่ใช่แค่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวและเรียนรู้สำหรับคนเราอย่างเดียว แต่เขาใหญ่ยังทำให้เห็นว่า สัตว์น้อยใหญ่ก็ยังคงใช้ชีวิตได้ตามวิถีของมัน มีผู้ล่า มีผู้ถูกล่า สัตว์ป่าได้ทำงานไปตามสิ่งที่เขาได้รับหน้าที่มา ต่อให้จะมีปัญหามากมายเกิดขึ้นก็ตาม แต่บทบาทเหล่านี้ก็ไม่เคยหายไป เพียงแค่ต้องปรับตัวใหม่ให้เข้ากับบางอย่างที่เปลี่ยนแปลง”

 

*ภาพถ่ายโดย ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนิน

 


ที่มา: www.khaoyainationalpark.com

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ