เมื่อครั้งยังเด็กฉันฟัง… A*Teens: The ABBA Generation

When I Was Young
21 Jun 2020
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

ช่วงนี้น้องในกอง a day BULLETIN ชื่อก้อง (กฤตนัย จงไกรจักร) เจ้าของคอลัมน์ Easter Egg และอื่นๆ เพิ่งซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียง และกำลังเห่อกับการหาซื้อแผ่นเสียงอย่างหนัก จนอดแซวไม่ได้ว่านี่คงซื้อแผ่นใหม่อาทิตย์ละครั้งเลยสินะ และพอเราถามว่ากำลังเล็งอัลบั้มของใครอยู่ น้องก็บอกว่าอยากได้แผ่นของวง ABBA เพราะเขาชอบเพลง Dancing Queen

        เราเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย ทำไมเด็กเจนวายอย่างก้องถึงชอบเพลงของ ABBA เพราะดนตรีดิสโก้ที่แปลกหูคนยุคนี้อย่างนั้นเหรอ หรือเป็นเพราะเขากำลังไล่ย้อนไปฟังเพลงเก่าๆ ที่เป็นรากฐานของเพลงในยุคต่อมา แต่สิ่งอื่นใดก็คือ คำตอบของก้องนั้นทำให้เราพบว่า ตัวเราเองไม่เคยฟังเพลงของวง ABBA อย่างจริงจังเลย แต่เรากลับรู้จักเพลงทั้งหมดของ ABBA จากวงดนตรีรุ่นลูกที่ชื่อ A*Teens เสียอย่างนั้น

 

A*Teens

 

        A*Teens คือวงจากสวีเดนบ้านเดียวกับวง ABBA มีสมาชิกสี่คนได้แก่ Marie Serneholt, Sara Lumhold, Amit Sebastian Paul และ Dhani Lennevald พวกเขาประกาศตัวว่าเป็นทายาทของวง ABBA ด้วยอัลบั้มแรกชื่อ The ABBA Generation ซึ่งเพลงในอัลบั้มนี้ทั้งหมดคือการเอาเพลงฮิตของ ABBA มาทำใหม่ในแนวป็อปแดนซ์ที่สดใหม่ โดยซิงเกิลแรก Mamma Mia ติดชาร์ตเพลงฮิตในสวีเดนและประเทศต่างๆ อย่างรวดเร็ว สามารถทำยอดขายได้ถึงสองล้านแผ่นทั่วโลก และต่อมาพวกเขาก็พาเพลง Dancing Queen เข้าไปอยู่ในอันดับที่ 95 ในชาร์ต Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ โดยทำยอดขายซิงเกิลนี้ได้ถึงห้าแสนแผ่นในสหรัฐอเมริกา

 

Mamma Mia ซิงเกิลเปิดตัวที่เอาเพลงของ ABBA มาทำใหม่ได้อย่างสดใส ที่เอามาฟังตอนนี้ก็ยังรู้สึกทันสมัยอยู่ เสียอย่างเดียวใน MV นี้ไม่มีฉากซูมปากสลับกันร้องคำว่า Mamma Mia แบบต้นฉบับ

        Dancing Queen ของ A*Teens สำหรับเราถือว่าเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบมาก เพราะตั้งแต่ยุค 2000s เป็นต้นมา เรายังไม่เจอ Dancing Queen ของใครที่เอามาทำใหม่แล้วดีกว่าของ A*Teens เป็นเวอร์ชันเดียวที่สามารถวางคู่กับเพลงต้นฉบับของ ABBA ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และความสำเร็จของพวกเขานั้นก็ทำให้วงได้ออกทัวร์ร่วมกับ Britney Spears ซึ่งทำให้อัลบั้ม The ABBA Generation ของพวกเขาสามารถขึ้นไปถึงอันดับที่ 71 ของ Billboard 200 Albums สำเร็จ

        และเมื่อไหร่ที่เราอยากฟังเพลงของ ABBA หรือมีใครพูดถึงเพลงของ ABBA เสียงในหัวเราจะไม่ใช่เสียงกีตาร์ของ บียอร์น อัลเวอุส หรือเสียงร้องของ แอนนี-ฟริด ลิงสตัด หรือ อักเนตา ฟัลส์ค็อก แต่เป็นเสียงของพวกเขา A*Teens ซึ่งจริงๆ คือเสียงร้องของสองสาวในวง โดยเฉพาะซาร่า ที่เราประทับใจเป็นพิเศษ เพราะใบหน้าของเธอเก๋มาก มีความเป็นคนลุกส์ยุค 70s มากๆ ส่วนผู้ชายสองคนของวงนอกจากการเต้นและร้องประสานเสียงแล้ว ความน่าสงสารคือพวกเขาถูกวางตำแหน่งให้เป็นแค่ไม้ประดับชัดๆ

 

Dancing Queen เพลงจากยุค 70s ที่ถูกเด็กยุค 90s เอามาทำใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง

 

        เมื่อเข้าสู่ปี 2001 เป็นช่วงที่เราอิ่มตัวจากเพลงอัลเทอร์เนทีฟ (อังกฤษ) โมเดิร์น ร็อก (อเมริกา) และกำลังล้างหูด้วยการเริ่มฟังเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พวกเขาออกอัลบั้มใหม่ชื่อ Teen Spirit และเป็นอัลบั้มที่พิสูจน์ให้เราเห็นถึงพลังของพวกเขาที่เป็นได้มากกว่าเงาของวง ABBA 

        Teen Spirit เป็นเพลงใหม่ทั้งอัลบั้มเปิดตัวด้วยซิ่งเกิล Upside Down เพลงสูตรจังหวะคึกคัก และสมาชิกของวงทุกคนได้รับตำแหน่งเด่นเท่ากัน (เสียที) เพลงแรกของพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะในอังกฤษที่เคยเมินวงนี้ไปตอนอัลบั้มแรก ส่วนบ้านเรา อัลบั้ม Teen Spirit ก็ได้รับการสนับสนุนจาก Channel [V] Thailand ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะได้ THE CHOSEN ONE ประจำเดือนนั้นเลยด้วย แต่ที่จำได้แน่ๆ คือทั้ง Upside Down และ Halfway Around The World ดังกระหึ่มถึงขนาดทุกผับใน RCA ต้องเปิดเพลงนี้

        ความเจ๋งของอัลบั้มนี้อีกอย่างคือเพลงเด่นๆ ทั้งสามอันได้แก่ Upside Down, Halfway Around The World และ Sugar Rush จะมีเวอร์ชันรีมิกซ์ที่ทำให้เพลงเจ๋งขึ้นกว่าเดิม จนทำให้ซิลเกิลทั้งสามนั้นขายดีอย่างมาก เพราะส่วนหนึ่งคือแฟนๆ ต้องการเวอร์ชันรีมิกซ์ที่เป็นเพลงแถมในแผ่นซิงเกิลนั้นเอง และพวกเขาก็เคยเดินทางมาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทยร่วมกับศิลปินป็อปแดนซ์ชื่อดังอย่าง แคทรียา อิงลิช จากเคมเปญของทางโคคาโคล่าด้วย

 

Sugar Rush เพลงจังหวะโยกๆ ฟังสบายๆ ที่ดู MV แล้วอยากไปทะเล และเวอร์ชันริมิกซ์ (M12 Remix) ก็ทำให้เพลงนี้เก๋ขึ้นแบบต้องเปิดฟังต่อกัน

 

        สัจธรรมหนึ่งของวงดนตรีป็อปส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็คือ วงจรชีวิตของวงจะอยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี ซึ่ง A*Teens ก็หนีไม่พ้น อัลบั้ม Pop ’til You Drop! ที่ออกตามมาในปี 2002 แม้จะมีเพลงเก๋ๆ อย่าง Floorfiller หรือ Closer To Perfection แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจเหมือนกับที่ Teen Spirit ทำได้ และเป็นไปได้ว่าอัลบั้มนี้ถูกรีบปล่อยออกมาเพราะพวกเขาได้รับโอกาสให้ร้องเพลง Can’t Help Falling in Love ซึ่งต้นฉบับเป็นของ เอลวิส เพรสลีย์ ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นซาวนด์แทร็กของหนังการ์ตูนเรื่อง Lilo & Stitch ของดิสนีย์ด้วย (โดยมีเวอร์ชันเอเชียที่ร้องเป็นภาษาจีนโดย F4)

        แม้จะได้อานิสงส์ของ Can’t Help Falling in Love จนทำให้อัลบั้มเข้าไปอยู่ในอันดับที่ 45 ของชาร์ต Billboard 200 ได้ แต่เราก็เริ่มเห็นเค้าลางที่ไม่สดใสของวงกันแล้ว เพราะในปี 2002 เพลงบอยแบนด์/เกิร์ลกรุ๊ปก็เริ่มที่จะอิ่มตัว และการทวงบันลังก์ยอดขายอัลบั้มของศิลปินรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ก็ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด เช่น Eminem, Red Hot Chili Peppers, Coldplay หรือเอาแค่ในหมวดเพลงเต้นรำพวกเขาต้องเจอกับ Missy Elliott, Kylie Minogue หรือ Justin Timberlake, Christina Aguilera, Robbie Williams รวมถึงเลือดใหม่อย่าง Avril Lavigne และกระแสของเพลงนูเมทัลที่นำโดย Linkin Park ซึ่งกำลังเป็นที่ถูกใจของวัยรุ่น 

        New Arrival จึงเป็นเหมือนอัลบั้มสั่งลาที่ออกในปีต่อมา โดยเป็นการรวมเพลงจากอัลบั้มก่อนหน้าบางส่วน เพราะ Pop ’til You Drop! ถูกดันให้รีบออกวางขายในอเมริกา ดังนั้น ในบางประเทศอัลบั้มนี้จึงยังไม่มีวางจำหน่าย แม้ใน New Arrival จะมีเพลงเอาใจคนไทยอย่าง One Night in Bangkok หรือ Can’t Help Falling in Love ใส่มาเป็นโบนัสแทร็ก แต่นั่นก็แทบช่วยอะไรไม่ได้ ยิ่งถ้าดูคู่แข่งในทางเดียวกันที่ออกอัลบั้มในปีเดียวกันนั้นพวกเขาต้องเจอกับ In the Zone ของ Britney Spears อัลบั้ม Seven ของ Enrique Iglesias วงเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง The Pussycat Dolls ของอเมริกา หรือ Girls Aloud จากสหราชอาณาจักร และกระแสของ K-Pop ที่เริ่มบุกตลาดโลก ก็แทบไม่เห็นทางรอดของ A*Teens 

 

A*Teens

 

        แม้จะมีอัลบั้มรวมฮิตออกมาในปี 2004 และยอดขายก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่สุดท้ายเพวกเขาต่างก็แยกย้ายไปมีผลงานของตัวเอง โดยมาเรียได้ออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง และไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของรายการ X Factor สวีเดน และงานเบื้องหลัง ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ก็มีผลงานเล็กๆ ของตัวเองออกมา แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นจนทำให้เราคิดถึง 

        แต่เมื่อไหร่ที่คิดถึงเพลงของวง ABBA ชื่อของ A*Teens จะลอยขึ้นมาอีกครั้ง และเราก็ยังคงเลือกฟังเพลงของ ABBA เวอร์ชัน A*Teens เป็นหลัก พร้อมกับนึกถึงคืนวันเก่าๆ ของตัวเองผ่านเพลงในอัลบั้ม Teen Spirit ที่ได้ไปซื้อแผ่นซิงเกิลของพวกเขาที่ร้าน Tower Records และตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็น MV จากอัลบั้ม Teen Spirit ฉายอยู่บนโทรทัศน์ผ่านช่องรายการเพลงในเคเบิลทีวี 

 

Voulez-vous (ah-ha)

Take it now or leave it (ah-ha)

Now it’s all we get (ah-ha)

Nothing promised, no regrets

 

        Voulez-vous คือเพลงที่อดฮัมตามไม่ได้ระหว่างที่เขียนเรื่องนี้ ขอบคุณที่โลกนี้มีวงดนตรีอย่าง ABBA และ A*Teens เกิดขึ้นมา พวกเขาทำให้เราคิดถึงพลังของตัวเองในตอนเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง วันที่มีความสุขง่ายๆ กับเพลงป็อปแดนซ์ใสๆ ที่แค่เห็นศิลปินออกมาเต้นกิงก่องแก้วไปมาก็เพลินแล้ว แถมบางท่ายังเต้นตามได้ด้วย

        พอยิ่งโตสมการความสุขที่พยายามหาให้ตัวเองกลับมีแต่ความซับซ้อน เพราะอย่างนี้สินะเขาถึงบอกกันว่า อย่าทิ้งความสนุกในวัยเด็กไป เพราะมันทั้งเรียบง่าย สดใส และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่จะปลุกให้หัวใจของเราได้เบิกบานอีกครั้ง

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon