บินไปเยี่ยม Apple Jewel Changi สโตร์ที่รวมความเก๋และรอยยิ้มไว้ในที่เดียวกัน

The Review
22 Sep 2019
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

Highlights

หลังจากที่ทาง Apple ประกาศเปิดตัว iPhone 11 หลายคนก็ตื่นเต้นและอยากจะเป็นเจ้าของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ไวๆ ซึ่งเมื่อก่อนเราอาจต้องรอให้ทางค่ายโทรศัพท์หรือร้านตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ เพราะได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมกรณีเครื่องมีปัญหา แต่หลังจากที่ Apple Store ได้เปิดให้บริการแห่งแรกในบ้านเรา ณ ไอคอนสยาม ข้อจำกัดหลายๆ อย่างก็หมดไป เพราะเราสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจาก Apple Store สาขาต่างประเทศมาให้สาขาไอคอนสยามช่วยดูแลในกรณีที่เครื่องมีปัญหาและยังอยู่ในระยะประกัน

        นั่นจึงทำให้หลายคนตั้งใจจะบินไปซื้อ iPhone 11 ที่ประเทศสิงคโปร์มาใช้ เพราะที่นี่ได้รับสิทธิ์ในการวางจำหน่ายไอโฟนเป็นลำดับต้นๆ และใช้เวลาเดินทางไม่นาน เรียกว่าลงจากเครื่องไป ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ก็เดินไปซื้อได้เลย เพราะ Apple Jewel Changi Airport ตั้งอยู่ในอาคาร Jewel ข้างๆ สนามบินนี้เอง

        Apple Jewel Changi Airport เป็น Apple Store แห่งที่ 2 ของสิงคโปร์ (ที่แรกอยู่ตรงถนนออร์ชาร์ด มีการตกแต่งคล้ายๆ กับ Apple Store Iconsiam ที่บ้านเรา โดย Apple Jewel Changi Airport อยู่ข้างๆ จุดถ่ายรูปน้ำตกของอาคาร Jewel

 

Apple Jewel Changi

Apple Jewel Changi

 

         ภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้น 1 เป็นพื้นที่ต้อนรับและใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เรียกว่า Today at Apple โดยมีพนักงานมากกว่า 100 คน และไม่ต้องกลัวว่าจะสื่อสารกับพนักงานไม่ได้ เพราะพวกเขานั้นมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาต่างๆ รวมกันแล้วถึง 11 ภาษา (และภาษามือด้วย) ซึ่งเราสามารถทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Apple ภายในร้านได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนมองจากพนักงาน เพราะเราไปลองจับๆ สินค้าของเขามาแล้ว และพบว่านอกจากจะเล่นได้อย่างเต็มที่แล้ว ทางพนักงานยังบอกให้เราเล่นอีกเยอะๆ อย่าเพิ่งรีบไปด้วย

 

Apple Jewel Changi

Apple Jewel Changi

 

        การเดินทางไปอาคาร Jewel สามารถเดินไปได้ผ่านทางเชื่อมใน Terminal 1 (หลังผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง) โดยระยะทางประมาณหนึ่งหอบใหญ่ ตัวอาคารตรงบริเวณน้ำตกมีรางรถไฟพาดผ่านอยู่ด้านข้าง ถ้าคุณยังไม่ออกมาจากตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองก็สามารถไปขึ้นรถไฟนี้ได้ที่ Terminal 3 ซึ่งรถไฟจะขับวนไปตามทางผ่านอาคาร Jewel และน้ำตกนี้ ซึ่งเหมาะกับการฆ่าเวลาระหว่างรอขึ้นเครื่องบินขากลับมากกว่า (ดังนั้นควรเผื่อเวลาไว้ด้วย)

 

Apple Jewel Changi

 

        สนามบินชางงีมีบริการ Free Wi-Fi ให้ใช้เหมือนสนามบินอื่นๆ ก็จริง แต่ก็มีขั้นตอนการใช้งานนิดหน่อย ทำให้หลายคนกลัวและไม่กล้าใช้งานไว-ไฟของที่นี่ แต่ข้อดีคือเมื่อมีคนใช้บริการน้อยก็ทำให้อินเทอร์เน็ตที่นี่ค่อนข้างเร็ว ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างเร่งด่วนสำหรับส่งงานผ่านแลปท็อปหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่มีซิมการ์ด โดยให้คุณมองหาตู้ที่ให้บริการพาสเวิร์ด Free Wi-Fi นี้ แล้วกดเลือกขอรับรหัสด้วยการนำหน้าแรกของพาสปอร์ตเราไปสแกน จากนั้นบนหน้าจอตัวเครื่อง เราก็จะได้รหัสล็อกอินเป็นเวลา 3 ชั่วโมง

 

Apple Jewel Changi

 

        บนชั้น 2 ของ Apple Jewel Changi Airport เป็นพื้นที่สำหรับทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และถ้าใครที่ซื้อสินค้าของแอปเปิลก็สามารถรับบริการตั้งค่าแบบเป็นส่วนตัวได้ รวมถึงมีพนักงานคอยให้คำปรึกษาและช่วยสอนการใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแอปเปิล ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าอีเมล แบ่งปันเกร็ดความรู้ในการใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือแนะนำบริการต่างๆ อาทิ Apple Music หรือแอพฯ ที่เป็นประโยชน์บน App Store ถ้าคุณถูกใจสินค้าตัวไหนก็สามารถบอกพนักงานที่อยู่บริเวณนั้นได้ทันที และเขาก็จะให้เราชำระเงินผ่าน Apple Pay ตรงนั้นเลยไม่ต้องเดินไปที่เคาน์เตอร์ จากนั้นก็จะมีคนนำผลิตภัณฑ์ที่เราซื้อเดินขึ้นมาส่งให้กับคุณเพื่อทำการตรวจสอบสินค้าก่อนนำกลับไป

 

Apple Jewel Changi

Apple Jewel Changi

 

        ความน่ารักอย่างหนึ่งของพนักงาน Apple คือบางครั้งสินค้าที่เราต้องการนั้นไม่มี เช่น เราถามเขาว่ามี Macbook Pro ตัวใหม่ล่าสุดที่เป็นคีย์บอร์ดภาษาไทยไหม เขาก็จะรีบเช็กให้ทันที พร้อมกับมาแจ้งว่าทางสาขาไม่มีเครื่องที่เป็นคีย์บอร์ดภาษาไทย แต่เราสามารถไปซื้อได้ที่ Apple Store สาขาไอคอนสยาม (เขารู้จักด้วย) แต่ถ้าเป็นสินค้าอื่นๆ เช่น iPad, iPhone, Apple Watch หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ สามารถซื้อกับเขาได้เลย นี่คือหนึ่งในความเอาใจใส่ที่ได้ใจคนใช้สินค้าขอแอปเปิลอย่างเราทันที

 

Apple Jewel Changi

 

Jewel Changi Airport

        มีพื้นที่กว่า 135,700 ตารางเมตร ที่นำธรรมชาติ เทคโนโลยี และห้างร้านต่าง ๆ มารวมไว้ในสถานที่เดียวกันอย่าลงตัว ด้วยฝีมือการออกแบบของ Moshe Safdie สถาปนิกชื่อดังระดับโลก ที่เคยออกแบบตึกชื่อดังของสิงคโปร์อย่าง Marina Bay Sands ที่มีเรืออยู่ด้านบน 

HSBC Rain Vortex

        น้ำตกที่ตั้งอยู่ใจกลางอาคาร มีความสูงกว่า 40 เมตร  (เท่ากับตึก 7 ชั้น) ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก ในตอนกลางวัน น้ำตกจะส่งเสียงซู่ซ่าเรียกความสนใจ พร้อมมีละอองน้ำเย็นๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นตลอดเวลา ส่วนช่วงกลางคืน น้ำตกจะเปลี่ยนเป็นเวทีการแสดงแสงสีขนาดใหญ่ และน้ำจากน้ำตกจะถูกนำไปใช้หมุนเวียนภายในคาคารแห่งนี้

 


*ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย iPhone XS

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon