TerraCycle Loop | แก้ปัญหาขยะ ช้อปสินค้ารีฟิล รับ-ส่งถึงหน้าบ้านเหมือนเด็กส่งนมในยุค 60’s

        ช่วงปี 60’s ที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ประชาชนเริ่มออกมาเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง วงดนตรี The Beatles กำลังดังเป็นพลุแตก ไลฟสไตล์อย่างฮิปปี้ขยายไปสู่คนยุคเบบี้บูมเมอร์ และโลกกำลังถูกขยับเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อม ๆ กับนวัตกรรมใหม่เปลี่ยนโลกอย่าง ‘พลาสติก’ ด้วย

        “ตลาดของพลาสติกนั้นมหาศาล” สำนักข่าว The New York Times เคยกล่าวเอาไว้ และพวกเขาก็พูดถูก

        ลองดูตัวอย่างธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างเด็กส่งนมตามบ้าน ก่อนหน้าที่จะมีพลาสติก เด็กส่งนมก็ใช้ขวดแก้วอยู่เป็นประจำ เช่น วันนี้มาส่งขวดใหม่ พร้อมเก็บขวดเก่าไปล้างทำความสะอาด พรุ่งนี้เช้าก็วนกลับมาอีกรอบ ครอบครัวชาวอเมริกันกว่า 1/3 ใช้บริการของเด็กส่งนม แต่พอมีพลาสติกทุกอย่างก็เปลี่ยนไป พลาสติกตกไม่แตก เบากว่าขวดแก้ว ดีกว่ากล่องกระดาษเพราะเห็นด้านในว่านมเหลือเท่าไหร่ สำหรับผู้บริโภคแล้วพลาสติกทั้งสะดวกสบายและดีไปหมดทุกอย่าง

        แต่เด็กส่งนมไม่ชอบพลาสติก และ โลกของเราก็ไม่ชอบเช่นเดียวกัน

        ผ่านมาถึงตรงนี้ราว ๆ 60 ปี มีการคาดการณ์ว่าพลาสติกจะมีปริมาณเยอะกว่าปลาในทะเลภายในปี 2050

        มันเป็นสถิติที่เลวร้ายและเป็นตัวเลขที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก เราจะเห็นข่าวสัตว์ทะเลที่ติดบ่วงหรือกินถุงพลาสติกจนตายเกลื่อนเป็นประจำ วันที่ 11 เมษายน 2018 วาฬหัวทุยวัยรุ่นเกยตื้นตายบนฝั่งทางตอนใต้ของประเทศสเปนพร้อมขยะพลาสติกในท้องกว่า 30 กิโลกรัม ไมโครพลาสติกอยู่ในดิน ในอาหาร ในน้ำ ในอากาศ เข้ามาอยู่ในร่างกายมนุษย์ บางส่วนถูกพ่นออกมาทางควันกลายเป็นมลพิษ และกลายเป็นกองเป็นขยะที่ใช้เวลานานกว่า 450 ปีถึงจะย่อยสลายได้ เรากำลังฆ่าโลกของเราด้วยพลาสติกและดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะไม่ได้สนใจตรงนี้เลยด้วยซ้ำ

        แต่เรายังมีความหวังเล็ก ๆ จากโครงการที่ชื่อว่า Loop ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการใน World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Procter & Gamble, Unilever, Nestlé, PepsiCo, Danone, Mars Petcare และ Mondelēz International (และอื่น ๆ อีก) กับบริษัท TerraCycle โดยมีเป้าหมายในการลดการใช้พลาสติกในอนาคตให้น้อยลง มอบทางเลือกแทนการรีไซเคิลให้กับลูกค้า โดยการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค (แชมพู สบู่ น้ำยาล้างจาน ซีเรียล นม ฯลฯ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน) จากพาร์ทเนอร์ของโครงการนี้ จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่เอาสินค้ามาส่งที่บ้านที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ พอใช้หมดก็เรียกมาเก็บแล้วทางพาร์ทเนอร์ก็ส่งคืนให้กับ TerryCycle เพื่อทำความสะอาด บรรจุผลิตภัณฑ์ใหม่ และส่งไปยังลูกค้าคนต่อไป

        ถ้าจะเรียกว่า TerryCycle Loop ว่าเป็นการพลิกธุรกิจเด็กส่งนมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งก็คงไม่ผิดนัก

        จากปี 2019 – 2022 ตอนนี้โครงการ Loop ได้ขยายไปกว่า 4 ประเทศ ในอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ส่วนอีกสองประเทศที่กำลังจะตามมาคือ แคนาดาและออสเตรเลีย โดยพาร์ทเนอร์ในแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันไป อย่างที่อเมริกาก็จะมีบริษัท Walmart และ Kroger หรืออย่างในญุ่ปุ่นก็มีร้าน Aeon และที่อังกฤษก็มี Tesco และ Lyreco โดยทาง TerraCycle

        สินค้าของ ​Loop มีมากกว่า 300 รายการ ตั้งแต่น้ำยาซักผ้าของ Tide, แชมพูของ Pantene, ไอศรีมของ Häagen-Dazs, น้ำยาบ้วนปากของ Crest ฯลฯ ซึ่งทุกอย่างก็มาในบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งสิ้น หลังจากใช้เสร็จก็เอาใส่ถุงวางหน้าบ้าน กดเรียกคนมารับผ่านแอพฯ แล้วบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นก็ถูกนำไปล้างแล้วกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ไม่มีพลาสติกเข้ามาเกี่ยวข้องเลย

        ทอม แซคกี้ (Tom Szaky) ซีอีโอของ TerraCycle ที่ดร็อปเอาท์จากมหาวิทยาลัย Princeton ในปี 2001 เพราะมีไอเดียในการสร้างปุ๋ยมูลไส้เดือนจากเศษอาหารเหลือทิ้งในโรงอาหารและใช้บรรจุภัณฑ์จากขวดน้ำอัดลมที่ใช้แล้ว ก่อนจะเอาใส่กล่องที่กลายเป็นขยะถูกทิ้งเพราะมีตำหนิ เช่น โรงงานพิมพ์ผิด ทำเกิน ฯลฯ ไปวางขายตามร้านต่าง ๆ กลายเป็นสินค้ายอดนิยมสำหรับการเกษตร วางขายตามร้านค้าขนาดใหญ่ต่าง ๆ ทั่วอเมริกาอย่าง Home Depot, Walmart และ Target

        แซคกี้เป็นชาวฮังการีอพยพมาที่แคนาดาในปี 1987 พร้อมครอบครัวตอนที่เขาอายุได้ 4 ขวบหลังจากเหตุการณ์​ Chernobyl เขาเติบโตที่เมืองโตรอนโตและแวดล้อมไปด้วยผู้คนที่รักธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเขาสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนิยมไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการรีไซเคิลและกำจัดขยะเหลือทิ้ง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาลาออกจากมหาวิทยาลัยเมื่อมีโอกาสสร้างธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดขยะอาหารด้วยไส้เดือนหลังจากเรียนไปได้แค่สองปี

        ตอนนี้ในวัย 40 ปี เป้าหมายของเขาก็ยังคงเหมือนเดิม ลดปริมาณขยะให้ได้มากที่สุดก่อนจะสร้างธุรกิจที่สามารถอยู่รอดได้ตามมาทีหลัง โดยเป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้มีคนที่ยอมรับเงินเดือนน้อยลงเพื่อมาทำงานให้กับ TerraCycle ด้วย จากรายงานของ CNN

        เหตุผลที่เขาได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ใหญ่ ๆ มากมายในงานที่ดาวอสเพราะผลงานมากมายที่ทำมาในอดีตและเป้าหมายที่ชัดเจนไม่เคยเปลี่ยนแปลง อย่างในปี 2017 เขาได้ช่วยบริษัท Procter & Gamble ออกผลิตภัณฑ์แชมพูที่ใช้ขวดทำมาจากขยะพลาสติกที่เก็บมาจากชายหาด จึงทำให้การเข้าถึงแบรนด์อื่น ๆ อย่าง Walmart, Alibabba และ Heineken เป็นเรื่องที่เอื้อมถึงในเวลาต่อมา

        โดยเขาก็ตั้งคำถามนี้ในการประชุมกับแบรนด์ต่าง ๆ ว่าเมื่อบรรจุภัณฑ์เหล่านี้เป็นขยะแล้ว ใครกันที่ต้องดูแล เพราะตอนนี้บริษัทขายทั้งสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งหน้าที่ก็เป็นของลูกค้าที่ใช้แล้วต้องนำไปรีไซเคิล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่อยู่ของลูกค้าคนนั้นอีกว่าจะมีการคัดแยกขยะได้ดีแค่ไหน บางแห่งแม้จะแยกเป็นขยะรีไซเคิลสุดท้ายแล้วก็ถูกนำไปรวมกับขยะปกติอยู่ดี

        แซคกี้จึงตั้งคำถามต่อว่าแล้วถ้าบรรจุภัณฑ์พวกนี้บริษัทผู้ผลิตเป็นคนจัดการดูแลล่ะจะเป็นยังไง? หากนำกลับมาใช้ใหม่ได้ กลายเป็นสินทรัพย์ระยะยาวภายใต้การทำบัญชีและเสื่อมลงตามกาลเวลาของมันเหมือนกับสินทรัพย์อื่น ๆ ภายใต้ข้อตกลงนี้ผู้ผลิต ก็ต้องพยายามสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ อยู่ได้นานขึ้นด้วย

        ซึ่งหลาย ๆ บริษัทก็ทราบดีถึงผลกระทบของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกนั้นกลายเป็นขยะเกลื่อนโลกอยู่ในเวลานี้ แซคกี้ไม่ได้เอ่ยชื่อบริษัทตรง ๆ ในการประชุมครั้งนั้น แต่เชื่อว่าแบรนด์ใหญ่ ๆ ต่างทราบดีและนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ Loop ที่แบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาร่วมมือกับแซคกี้และ TerraCycle จนกลายเป็นจริงขึ้นมาได้

        วิธีการทำงานของ Loop คือสร้างบัญชีบนเว็บไซต์หรือแอพฯแล้วก็เริ่มซื้อของใช้ในนั้นได้เลย (ในพื้นที่ที่ให้บริการ) ราคานั้นก็แทบไม่แตกต่างจากสินค้าตามร้านซูปเปอร์มาเก็ตทั่วไปเลย สิ่งเดียวที่แตกต่างกันคือการที่ลูกค้าจะต้องมัดจำค่าบรรจุภัณฑ์ด้วย (ซึ่งก็จะได้เงินคืนหลังจากใช้เสร็จ) ซึ่งค่ามัดจำก็แล้วแต่ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์เล็กใหญ่ มีตั้งแต่ไม่กี่เซนต์ไปจนหลักสิบกว่าเหรียญ ค่าส่งก็จะฟรีหลังจากซื้อประมาณ 5-7 ไอเทมขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักด้วย

         ในอเมริกาก็จะใช้บริการของ UPS ที่มาพร้อมกับถุงใส่ ส่วนของแช่แข็งอย่างไอศครีมก็จะมีถุงเก็บความเย็นมาในนั้นด้วยเลย พอใช้เสร็จก็ใส่ถุงเรียก UPS มารับ จะซื้อของต่อก็ได้ หรือจะขอเงินค่ามัดจำคืนก็ได้แล้วแต่เราเลย (ซึ่งถ้าไม่คืนสุดท้ายก็ถือเป็นค่าบรรจุภัณฑ์ไป)

         เมื่อบรรจุภัณฑ์ถูกเก็บมาเรียบร้อย TerraCycle ก็จะล้าง ทำความสะอาด ส่งไปให้ผู้ผลิตแล้วก็วนลูปใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าบรรจุภัณฑ์ไหนที่ใช้งานไม่ได้แล้ว (ยังไงก็ต้องเสื่อมตามกาลเวลา) TerraCycle ก็จะเอาไปรีไซเคิลเพื่อนำกลับไปสร้างบรรจุภัณฑ์ใหม่

        แซคกี้ทราบดีว่าแม้จะเป็นเรื่องที่ฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นระบบที่สะดวกสบาย แต่การโน้มน้าวให้ลูกค้ามาใช้ก็ยังเป็นความท้าทายอยู่ เพราะตอนนี้ตลาดมีเจ้าใหญ่อย่าง Amazon ครองอยู่ และหวังว่าวันหนึ่งเขาจะสามารถทำงานร่วมกันได้ เพราะเป้าหมายของเขาไม่ใช่การกินส่วนแบ่งตลาด แต่เป็นการเพิ่มออพชั่นให้กับลูกค้าได้มีทางเลือกมากขึ้น

         เพราะอย่างที่บอกว่าตอนนี้มีร้านค้าใหญ่ ๆ อย่าง Walmart, Carrefour (ในฝรั่งเศส) และ Tesco ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Loop อยู่แล้ว ตอนนี้ก็หวังว่า Amazon จะมาร่วมวงช่วยการลดขยะพลาสติกด้วยกันในอนาคต

         บริษัทผู้ผลิตที่เป็นพาร์ทเนอร์ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้ามาอยู่ในโครงการ (แซคกี้ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขแต่อยู่ในราว ๆ 400,000 – 500,000 เหรียญ) และต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สามารถใช้งานได้มากกว่า 100 ครั้งเพื่อใช้ในโครงการนี้ด้วย มันเป็นภาระที่บริษัทต่าง ๆ ต้องจ่ายแต่ทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยกันทำ

        เหตุผลที่ต้องใช้ให้ได้มากกว่า 100 ครั้งเพราะ TerraCycle คำนวณแล้วว่าถ้าใช้ได้ไม่นานก็ไม่คุ้มค่าขนส่ง เพราะอย่าลืมว่าถึงแม้จะไม่ได้ใช้พลาสติกแล้ว ก็ยังมีคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากการขนส่งอยู่ดี ถ้าใช้ได้แค่ไม่กี่ครั้งแล้วเสียก็ถือว่าไม่คุ้มค่า วัสดุที่ใช้จึงเป็นอะลูมิเนียม, แสตนเลส หรือแก้ว

        บริษัทต่าง ๆ ทราบดีว่าตอนนี้ลูกค้าเรียกร้องให้บริษัททำธุรกิจที่สร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่การรณรงค์ให้ลูกค้ารีไซเคิลนั้นไม่เพียงพอ จากสถิติโดย Royal Statistical Society บ่งบอกว่า 91% ของพลาสติกที่ถูกสร้างขึ้นมาไม่เคยถูกรีไซเคิลเลย เพราะฉะนั้นการไม่ใช้เลยตั้งแต่แรกดูจะเป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้น และถ้า Loop สามารถขยายไปได้ทั่วโลกเราจะทำแบบนั้นได้จริง ๆ

        ก็น่าคิดว่า พลาสติกที่เคยถูกมองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ถูก แข็งแรง ผลิตง่ายและตัดลดต้นทุนของบริษัทมากมายมาตลอดหลายทศวรรษ แต่อาจจะถึงเวลาที่ธุรกิจเด็กส่งนมกลับมาครองตลาดแล้วรึเปล่า? แม้ทุกวันนี้ Loop จะยังเป็นโครงการทดลองที่ยังไม่แพร่หลายมาก แต่มันก็มีศักยภาพที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เป็นไอเดียที่มากกว่าแค่การเอาขวดไปรีฟิลผลิตภัณฑ์ที่ร้าน แต่เป็นการร่วมมือกันของบริษัทใหญ่ ๆ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่ต้นตอ

        จริงอยู่ว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (ที่รักสบาย) ของผู้บริโภคเป็นเรื่องยาก แถมยังต้องจ่ายมัดจำค่าบรรจุภัณฑ์อีก ซึ่งหลายครอบครัวอาจจะไม่ได้มีเงินสำหรับตรงนั้น ความจริงที่โลกไม่สวยคือ คนอาจจะไม่แคร์ ไม่สนใจก็ได้ด้วยซ้ำแต่แน่นอนว่ามันอาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงก็ได้ มันอาจจะเวิร์กแล้วขยายกิจการไปทั่วโลก (ซึ่งก็เป็นเรื่องที่วิเศษมาก) คนอาจจะเห็นถึงความสำคัญมากพอแล้วยอมเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ Loop ก็ได้ เพราะการตื่นรู้เกี่ยวกับเรื่องของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเลวร้ายก็เริ่มมีมากขึ้น คนรุ่นใหม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ถ้า Loop จะทำได้สำเร็จ ก็น่าจะเป็นตอนนี้แหละ

        TerraCycle ต้องการพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง เงินทุนก้อนใหญ่ เพื่อจะผลักดันและพัฒนาโครงการ Loop ไปให้ไกลที่สุด มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นกับลูกค้าและหวังว่าบริษัทอื่น ๆ ทั่วโลกจะมาร่วมมือกันด้วย

        แซคกี้หวังว่าภายในปี 2060’s หรือประมาณหนึ่งศตวรรษที่พลาสติกเริ่มเข้ามายังอุตสาหกรรมอาหาร ทุกอย่างจะเริ่มเปลี่ยนไป เขาบอกว่า

        “หวังว่าอีก 50 ปีต่อจากนี้ เราจะมองขยะว่าเป็นของแปลกและดีใจที่มันผ่านพ้นมาแล้ว”

         ส่วนตัวคนเขียน ก็หวังว่ามันจะเกิดขึ้นจริงเช่นเดียวกัน

เรื่อง : โสภณ ศุภมั่งมี


ที่มา : 

https://edition.cnn.com/interactive/2019/01/business/loop-reusable-packaging-mission-ahead/index.html

https://exploreloop.com/

https://www.uscc.gov/sites/default/files/Research/October%202017%20Trade%20Bulletin_0.pdf

https://edition.cnn.com/2018/04/11/health/sperm-whale-plastic-waste-trnd/index.html

http://advances.sciencemag.org/content/3/7/e1700782.full

https://www.weforum.org/agenda/2019/01/loop-s-launch-brings-reusable-packaging-to-the-world-s-biggest-brands

https://money.cnn.com/2016/01/19/news/economy/davos-plastic-ocean-fish/index.html

https://www.inc.com/magazine/20060701/coolest-startup.html