The List | 10 หนังสือแปลน่าจับตาอ่าน ประจำมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 23

รวม 10 หนังสือแปลน่าจับตาอ่าน ประจำมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 23 ที่จะพาผู้อ่านทุกคนท่องไปในโลกของหนังสือแปลผ่านหน้ากระดาษเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต ปัญญา ความสัมพันธ์ และชะตากรรม ที่ร่วมกันอยู่ภายใต้เวิ้งฟ้ากว้างใหญ่ สำรวจทั้งสิ่งรอบตัว และสิ่งที่อยู่ภายในตัว เอื๊อก! รวมถึงความเป็นปริศนาอย่างเวทมนตร์ของผู้ถูกเลือก และความลี้ลับของเวลา พร้อมนำพาให้ออกเดินทางไปนิวยอร์กเพื่อสืบเสาะหาข้อเท็จจริง ก่อนจะดื่มด่ำไปกับความเมามาย และความรักปานน้ำผึ้ง

หนังสือแปล

“Milk and Honey f inds a way to connect to every reader.” — Business Insider

 

01 ปานหยาดน้ำผึ้ง (Milk and Honey)

ผู้เขียน: Rupi Kaur ผู้แปล: พลากร เจียมธีระนาถ

สำนักพิมพ์: Her Publishing พิกัด: J11 โซน Plenary Hall

จำนวนหน้า: 216 หน้า ราคาปก: 279 บาท (ปกอ่อน)

     ทำไมนมและน้ำผึ้ง (เราเรียกชื่อนี้ครั้งแรกเมื่ออ่านฉบับภาษาอังกฤษ) ถึงขายดีติดอันดับหนึ่งระดับ New York Times Best Seller คือคำถามที่เกิดขึ้นในหัว หลังจากเปิดดูภายในผ่านๆ แล้วกลับมาเพ่งดูหน้าปกสีดำเรียบที่มีเพียงผึ้งสองตัว แต่พอได้อ่านจริงๆ จังๆ กลับพบว่า บทกวีและความเรียงที่เขียนขึ้นโดย รูปี กอร์ กวีชาวอินเดียสัญชาติแคนาดาวัย 26 ปี นั้นทำงานกับเราได้รุนแรงและเกินคาด ด้วยภาษาง่ายๆ แต่กินเข้าไปในใจ จนทำให้ต้องพักการอ่านและคิดทบทวนความรู้สึกที่มีต่อตัวเองและคนที่เรารัก (รวมทั้งเคยรัก) อยู่บ่อยครั้ง

     เมื่ออ่านจบ ความเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างในความสัมพันธ์ที่ผ่านมากลับชัดเจนขึ้นอีกครั้ง มันคือความหวานชื่นและขื่นขมที่มีอยู่ในใจของทุกคน บางทีเราก็คงไม่ต่างจากผึ้งบนปก ที่แสวงหาความหวานให้ชีวิต ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเราเองไม่อาจล่วงรู้เลยว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้านั้นใช่สิ่งที่ต้องการหรือไม่ ไม่มีใครรู้ จนกว่าจะได้สัมผัสและประสบกับสิ่งนั้น

     แล้วเราก็มั่นใจด้วยว่า Milk and Honey ฉบับภาษาไทยในชื่อ ปานหยาดน้ำผึ้ง น่าจะทำงานได้รุนแรงยิ่งกว่า

 

หนังสือแปล

“An ambitious book that illuminates a thorny question, that succeeds in being a pleasurable read.” — Wall Street Journal

 

02 ความลี้ลับของเวลา: ถอดปริศนาแห่งเวลาในสายตาควอนตัมฟิสิกส์ (The Order of Time)

ผู้เขียน: Carlo Rovelli ผู้แปล: โตมร ศุขปรีชา

สำนักพิมพ์: Salt พิกัด: D02, D08, H10, L03 โซน Plenary Hall / N02 โซน C1 / R52, S39 โซน C2

จำนวนหน้า: 216 หน้า ราคาปก: 280 บาท (ปกอ่อน)

     เหมือนจะชัดเจนแต่กลับเร้นลับและซับซ้อน จับได้แต่กลับไม่มีใครสักคนเคยแตะต้อง เป็นสิ่งเดียวที่ทรงอิทธิพล มีมูลค่าสูงระดับประเมินไม่ได้ของโลกและมวลมนุษยชาติ รวมถึงเป็นผู้กุมความเป็นความตายของสรรพสิ่ง นี่คือสิ่งที่ได้จากความพยายามบรรยายความรู้สึกและความเข้าใจส่วนตัวเมื่อนึกคิดถึง ‘เวลา’ (ประกันได้เลยว่าแต่ละคนย่อมมีความคิดเห็นต่อเวลาเป็นของตัวเองซึ่งแตกต่างกันไป) ว่าแต่สรุปแล้วเวลาคืออะไรกันแน่ ใช่อย่างที่เราเข้าใจหรือเปล่า

     หนังสือเล่มนี้จึงทำหน้าที่ให้คำตอบในสิ่งที่หลายคนสงสัยและใคร่รู้ในกาลเวลาได้ดีที่สุด ผ่านคำอธิบายของคาร์โล โรเวลลี ผู้รื้อค้น ถอดปลด และคลายความซับซ้อนของเวลา พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นมุมมองที่ทุกคนเข้าใจและเข้าถึงได้ แม้อยู่บนพื้นฐานควอนตัมฟิสิกส์ก็ตาม เพราะถ้าเคยอ่านผลงานของเขาอย่าง Seven Brief Lessons on Physics (ความงามแห่งฟิสิกส์) จะทราบดีว่าสำนวนการเขียนนั้นช่างลื่นไหลและชวนอ่านยิ่งนัก

     รื่นรมย์ไปกับความลับอันน่าหลงไหล ที่นำพาเราไปค้นหาคำตอบที่ซุกซ่อนอยู่ในเวลา ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และอนาคต (อาจเพิ่มสุนทรียะด้วยการอ่านตอนบ่ายๆ ในวันแดดออก คู่กับการดื่มชาอุ่นๆ สักถ้วย พร้อมขนมเค้กสักชิ้น)

 

หนังสือแปล

“Not with cheap consolation or a happy ending. Truth, in all its frightening, ungraspable beauty, is shelter.” — The Independent

 

03 ใต้เวิ้งฟ้า (The Sheltering Sky)

ผู้เขียน: Paul Bowles ผู้แปล: อทิมา

สำนักพิมพ์: มติชน พิกัด: V10 โซน Plaza

จำนวนหน้า: 416 หน้า ราคาปก: 380 บาท (ปกอ่อน)

     วรรณกรรมที่เขียนขึ้นในปี 1949 เป็นเรื่องราวการเดินทางอย่างสิ้นหวังเพื่อเยียวยาชีวิตคู่ของคนสองคนกับหนึ่งผู้ติดตามบนพื้นทะเลทรายซาฮารา สถานที่ที่ไร้ซึ่งความศิวิไลซ์ใดๆ ในทวีปแอฟริกา โดยบางเสี้ยวส่วนของตัวละครมีความคล้ายคลึงกับชีวิตผู้เขียนและภรรยา เพราะเขาตั้งใจให้เป็นดังภาพเสมือนจริงที่สะท้อนให้เห็นประเด็นหรือปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ล่วงพ้นวัยหนุ่มสาวมาอีกขั้นหนึ่ง

     ค้นพบความหมายของชีวิตที่มีความปรารถนาภายในก้นบึ้งของหัวใจ ซึ่งเป็นชีวิตเดียวกันกับที่อยู่บนพื้นทรายใต้เวิ้งฟ้าอันกว้างใหญ่ และคอยไขว่คว้าเฝ้าหาความอารีจากผืนฟ้ามาห่มกาย บางทีความหมายและความปรารถนานั้นอาจหมายถึงความเปราะบางของตัวตน ความไร้แก่นสารของสรรพสิ่ง ความเดียวดาย และความสิ้นหวัง

     น่าแปลก! จวบจนปัจจุบัน ผ่านมา 69 ปี แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ยังคงเป็นภาพความทรงจำชัดเจนเสมือนเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน หรืออาจเป็นชะตากรรมที่กำลังเกิดขึ้นและดำเนินอยู่ ณ พื้นที่ใดสักแห่งใต้เวิ้งฟ้า หรือสักพื้นที่ใดในตัวเรา โดยเฉพาะในหัวใจ

 

หนังสือแปล

“This is a book of some brilliance – probably best consumed with a restorative glass of something by your side.” — Daily Mail

 

04 เมา: ประวัติศาสตร์แห่งการร่ำสุรา (A Short History of Drunkenness)

ผู้เขียน: Mark Forsyth ผู้แปล: ลลิตา ผลผลา

สำนักพิมพ์: Bookscape พิกัด: N02 โซน C1

จำนวนหน้า: 280 หน้า ราคาปก: 325 บาท (ปกอ่อน)

     สัมผัสความรู้สึกเปรี้ยวปากในแบบฉบับที่แตกต่างแต่ลึกซึ้งผ่านตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ ซึ่งเป็นมากกว่าการยกแก้วลิ้มรสขมผสมหวานจากเครื่องดื่มสารพัดชื่อและรูปแบบที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวชวนหลงใหลชนิดที่ว่าเปิดอ่านแล้วอาจถอนตัวไม่ขึ้น

     อะไรคือส่วนผสมสำคัญที่ทำให้มนุษย์ทั่วโลกจำนวนไม่น้อย ครอบคลุมทุกทวีป ทุกพื้นที่ ทุกชนชาติ ทุกวัฒนธรรม และทุกวงสังคม ต้องตกเป็นทาสผู้ยอมจำนนต่ออำนาจของน้ำเมาเหล่านี้อย่างสนิทใจ หนังสือเล่มนี้จะเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังอันหลากมิติให้เราได้รู้ ตั้งแต่ความรุ่งโรจน์โชติช่วง ไปถึงความดำมืดที่ดิ่งลงไปในสัญชาตญาณและสันดานที่ถูกซุกซ่อนไว้

     ไม่มีอะไนน่ากังวลหรือน่าเขินอายเกินกว่าจะเสพ ถึงแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่หนังสือเล่มนี้จะทำให้ใบหน้าและใบหูของผู้อ่านแดงก่ำ แต่กลับไม่พบความเสี่ยงใดๆ ที่จะทำให้รู้สึกวูบหมดสติกลางคันอย่างที่น้ำเมาต่างๆ ทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับคนที่คอไม่แข็งก็สามารถอ่านได้ไม่มีปัญหา

 

หนังสือแปล

“Inexorably draws the reader along with peristaltic waves of history and vividly described science.” — Wall Street Journal

 

05 เอื๊อก! (Gulp)

ผู้เขียน: Mary Roach ผู้แปล: จีรชาตา เอี่ยมรัศมี

สำนักพิมพ์: a book พิกัด: D05 โซน Plenary Hall

จำนวนหน้า: 312 หน้า ราคาปก: 325 บาท (ปกอ่อน)

     ยอมรับตรงนี้เลยว่าไม่เคยรู้สึกเป็นเกียรติขนาดนี้มาก่อน นับเป็นครั้งแรกที่ถูกเชื้อเชิญในฐานะผู้อ่านให้สำรวจตัวเองอย่างแท้จริง ใช่แล้ว สำรวจตัวเองผ่านระบบทางเดินอาหาร เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าที่เรียกว่าปากสู่รูทางออกที่เราใช้งานกันในทุกๆ เช้าหลังตื่นนอน มันคือเรื่องอี๋ แหวะ แหยะ กรี๊ด แต่มันคือเรื่องว้าว สุดยอด มหัศจรรย์ ที่สำคัญเป็นเรื่องจริงในตัวของเราทุกคน

     หนังสือชื่อสั้นและแปลกเล่มนี้ คือบันทึกการผจญภัยในทุกซอกทุกมุมของระบบทางเดินอาหารผ่านข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะทำให้เราหายเหงา และไม่รู้สึกสึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะเราจะได้รู้จักกับผู้อยู่อาศัยร่วมกายนับล้านล้านชีวิตโดยเฉพาะในลำไส้ ซึ่งมีเพื่อนๆ แบคทีเรียอุ่นหนาฝาคั่งไม่แพ้ที่เห็นบนฉลากขวดยาคูลท์

     แล้วถ้าใครสงสัยว่า ทำไมกรดน้ำย่อยในกระเพาะถึงไม่ย่อยกระเพาะเอง หรือถ้าวันหนึ่งเราเกิดถูกเขมือบขึ้นมา โดยถูกกลืนลงไปทั้งตัว เราจะมีสิทธิ์รอดชีวิตไหม เรื่องน้ำลายก็เหมือนกัน ทั้งที่อยู่ในปากเราตลอดเวลา แต่ทำไมพอพ้นปากออกมา เรากลับขยะแขยงซะงั้น ทุกเรื่องราวในหนังสือการันตีได้ว่าจะทั้งอึ้ง ทึ่ง และสนุกไปพร้อมๆ กับอาการอี๋เป็นพักๆ ซึ่งอาจทำให้ปิดหนังสือพักหายใจบ้างเป็นครั้งคราว เอื๊อก!

 

หนังสือแปล

“Contains some good surprises on the way to a pleasingly nifty conclusion.” — New York Times

 

06 ริสเมทิสต์ (The Rithmatist)

ผู้เขียน: Brandon Sanderson ผู้แปล: ทรงพล ศุขสุเมฆ

สำนักพิมพ์: Words Wonder Publishing พิกัด: F05 โซน Plenary Hall

จำนวนหน้า: 380 หน้า ราคาปก: 350 บาท (ปกอ่อน)

     Rithmatist ชื่อของวรรณกรรมเยาวชนแนวแฟนตาซีเล่มนี้ หมายถึงผู้ถูกเลือกให้สามารถใช้เวทมนตร์ได้ เพียงจับชอล์กให้มั่น แล้ววาดสิ่งที่ต้องการลงบนพื้น เพราะสิ่งที่วาดไว้จะเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นมังกรพ่นไฟ อัศวินผู้กล้า กองทัพน่าเกรงขาม รวมทั้งวงแหวนเวทย์ และสิ่งอื่นๆ ตามแต่จะจินตนาการได้ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นและดำเนินไปอย่างเป็นปกติในโลกของผู้วิเศษ

     แต่สำหรับโจเอล ผู้รอบรู้ทุกสิ่งอย่างในวิชาริสเมติก ทั้งยังมีฝีมือการวาดชอล์กได้ยอดเยี่ยมและโดดเด่น สามารถคำนวณสัดส่วนได้อย่างไร้ที่ติ แต่ผิดตรงที่เขาไม่ใช่ผู้ถูกเลือก แท้จริงเขาเป็นเพียงลูกชายของช่างทำชอล์กที่อาศัยอยู่ในวิทยาลัยสอนเวทมนตร์นี้เท่านั้น ที่สำคัญโจเอลปรารถนาเป็นริสเมทิสต์มากกว่าสิ่งอื่นใด

     จนกระทั่งเมื่อเหล่าริสเมทิสต์ในวิทยาลัยค่อยๆ หายตัวไปโดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทุกอย่างเป็นปริศนาและเป็นภัยที่คุกคามผู้ถูกเลือก ซึ่งทำให้โจเอลต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับการสอบสวนในเรื่องนี้ พร้อมกับศาสตราจารย์วิชาริสเมติก และเพื่อนอีกหนึ่งคนชื่อเมโลดี้ แล้วสิ่งที่พวกเขากำลังจะค้นพบต่อจากนี้ อาจทำให้ทุกสิ่งอย่างแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล

     หนังสือเล่มนี้ คือหนังสือลำดับที่หนึ่ง ซึ่งเป็นปฐมบทของวรรณกรรมชุดแฟนตาซี ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้อ่านทั่วโลกมาแล้ว

 

หนังสือแปล

“A neat and pleasing fable about the virtues and pleasures of conformity that could only be Japanese.” — Times

 

07 มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ (コンビニ人間 Konbini Ningen)

ผู้เขียน: Sayaka Murata ผู้แปล: พรรณวิมล จิตราวิริยะกุล

สำนักพิมพ์: Animag พิกัด: M09 โซน C1

จำนวนหน้า: 153 หน้า ราคาปก: 180 บาท (ปกอ่อน)

     ฟุรุคุระ เคโกะ หญิงสาวกลางคนวัย 36 ปี ซึ่งยังไม่แต่งงาน หลังสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เธอก็ทำงานพิเศษที่ร้านสะดวกซื้อเป็นเวลา 18 ปี โดยไม่ได้หางานประจำเป็นชิ้นเป็นอันทำ และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีแฟน อาหารที่เธอกินในแต่ละวันล้วนเป็นอาหารจากร้านสะดวกซื้อทั้งนั้น แม้แต่ในความฝันของเธอก็ยังกดเครื่องคิดเงินของร้านสะดวกซื้อ จนพูดได้ว่าทุกลมหายใจเข้าออกของเธอคือร้านสะดวกซื้อ ความสะอาดเรียบร้อยของร้านกับเสียงตะโกนทักทายลูกค้าว่า ‘ยินดีต้อนรับ’ ช่วยให้เธอนอนหลับอย่างเป็นสุขทุกเมื่อเชื่อวัน

     จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ชิราฮะ พนักงานหนุ่มหน้าใหม่ซึ่งมีเป้าหมายหาคู่แต่งงานก็ปรากฏตัวขึ้นและเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของเธอ ที่สำคัญเขาพูดจาทิ่มแทงใจเธอว่าการใช้ชีวิตอยู่กับร้านสะดวกซื้อเช่นนั้นเป็นสิ่งที่น่าอับอาย ถ้านั่นเป็นความจริง ณ ที่แห่งนั้นเธอก็พยายามสวมบทบาทเป็นมนุษย์ปกติ แล้วคำว่า ‘ปกติ’ ที่ไม่น่าอับอายคืออะไร

     หาคำตอบได้ใน ‘มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ’ หนังสือที่เคยได้รับรางวัลอาคุตะกาวะอันทรงคุณค่าของวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น ประจำปี 2016 ซึ่งชวนผู้อ่านทุกคนตั้งคำถามอันน่าตกตะลึงเกี่ยวกับการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบันอย่างเรียบง่าย

 

หนังสือแปล

“Auster harnesses the inquiring spirit any reader brings to a mystery, redirecting it from the grubby search for a wrongdoer to the more rarified search for self.” — New York Times

 

08 นิวยอร์ก ไตรภาค (The New York Trilogy)

ผู้เขียน: Paul Auster ผู้แปล: คมสัน นันทจิต

สำนักพิมพ์: กำมะหยี่ พิกัด: E04 โซน Plenary Hall

จำนวนหน้า: 438 หน้า ราคาปก: 490 บาท (ปกอ่อน)

     สำหรับคนที่ชื่นชอบนิยายสืบสวนสอบสวน นิวยอร์ก ไตรภาค คือหนังสือที่พลาดไม่ได้ เพราะนี่คือการรวบรวมเรื่องสั้นจำนวน 3 เรื่องเข้าไว้ด้วยกันในเล่มเดียว ซึ่งสร้างชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวขวัญอันดับต้นๆ ในฐานะงานเขียนที่มีความแปลกใหม่ล้ำสมัยจนได้รับฉายาว่า ‘นิยายแนวสืบสวนที่ต่อต้านนิยายแนวนักสืบ’ รวมไปถึง ‘นิยายแนวสืบสวนแบบโพสต์โมเดิร์น’ เพราะ นิวยอร์ก ไตรภาค ได้ปลุกชีวิตให้กับนิยายสืบสวนสอบสวนแนวใหม่ ด้วยการมุ่งประเด็นไปที่ปริศนาเรื่องตัวตน และการเป็นคนที่คิดว่าไม่ใช่ตัวเอง มากกว่าจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความบันเทิงในลักษณะเกมลับสมองหรือการค้นหาตัวฆาตกร

     ภายในเล่มประกอบด้วยเรื่องสั้น 3 เรื่องที่เกี่ยวพันกัน คือ นครกระจก (City of Glass) ภูตผี (Ghosts) และ ห้องปิดตาย (The Locked Room) ทั้งหมดเป็นเรื่องราวของนักเขียนนิยายสืบสวนที่สวมรอยเป็นนักสืบผู้มีชื่อเหมือนกับนักเขียน เขาได้รับงานชิ้นสำคัญมา ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย แต่แล้วก็มีบางสิ่งบางอย่างเข้ามาทักทายเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ ‘มีเพียงความมืดมิดเท่านั้นที่มีพลังอำนาจดลบันดาลให้มนุษย์เปิดหัวใจให้กับโลก’

 

หนังสือแปล

“Recommend the book to friends and family who have no connection to the business world. They will thank you for it.” — Harvard Business Review

 

09 ปัญญาวิชาชีวิต (How Will You Measure Your Life?

ผู้เขียน: Clayton M. Christensen ผู้แปล: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

สำนักพิมพ์: openbooks พิกัด: H06 โซน Plenary Hall

จำนวนหน้า: 240 หน้า ราคาปก: 280 บาท (ปกอ่อน) 380 บาท (ปกแข็ง)

     ‘หนังสือที่มีปริศนาเพียง 3 ข้อ แต่ต้องคิดต่อทั้งชีวิต’ 

     How Will You Measure Your Life? เป็นหนังสือขนาดสั้น แต่สำคัญที่สุดในชีวิตผู้เขียน ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้รอบรู้ด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เจ้าของทฤษฎี Disruption อันโด่งดัง เขาได้นำเสนอการประยุกต์ทฤษฎีบริหารธุรกิจ มาใช้กับชีวิตอย่างแหลมคม เราจะใช้ เวลา (time) พลังงาน (energy) และ ปัญญา (talent) อันมีจำกัดของเราอย่างไร ที่จะทำให้การเดินทางไปสู่เป้าหมายนั้น ให้เป็นไปอย่างรื่นรมย์ สมดุล เกื้อกูลคนรอบข้าง ไม่ทิ้งครอบครัว บุตรหลาน เพื่อนมิตร กระทั่งคุณค่าที่แท้แห่งชีวิตไว้เบื้องหลัง

     ถ่ายทอดด้วยภาษาไทยที่ไพเราะราวบทกวี พร้อมคำอรรถาธิบายที่จะช่วยให้เข้าใจได้อย่างแจ่มชัด นับเป็นหนังสือที่ทำให้การอ่านมีรสอร่อยชวนเคี่ยวกลืน มีประโยชน์ต่อหัวใจ สมอง และเหนือสิ่งอื่นใดคือชีวิต ซึ่งผู้แปลแนะนำไว้ว่า ‘อ่านแล้วจงหยุด หยุดแล้วจงคิดทบทวนเหตุการณ์ในชีวิตที่ผ่านมา ว่าความมุ่งมาดปรารถนาในชีวิตของเราคือสิ่งใด’

     ร่วมค้นหาความหมายที่ว่าแท้ที่สุดแล้ว อะไรคือสิ่งมีค่าของชีวิต และปริศนา 3 ข้อนั้น สำคัญกับเรามาแค่ไหน ใน ‘ปัญญาชีวิต

 

หนังสือแปล

“เป็นอุทาหรณ์ด้านกลับ สำหรับคนรุ่นใหม่เพื่อการหลุดพ้นจากความบอดใบ้ทางปัญญา และการไร้ศรัทธายึดเหนี่ยวในวิถีชีวืต” — รางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2558

 

10 The Blind Earthworm in the Labyrinth (ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต)

ผู้เขียน: วีรพร นิติประภา ผู้แปล: ก้อง ฤทธิ์ดี

สำนักพิมพ์: River Books พิกัด: M60 โซน C1

จำนวนหน้า: 209 หน้า ราคาปก: 399 บาท (ปกอ่อน)

     ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต คือวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประจำปี พ.ศ. 2558 เป็นนวนิยายที่เต็มไปด้วยลีลาที่วาดท่าทางผ่านการใช้ภาษาและการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ เป็นเรื่องรักสามเส้าแสนธรรมดาแต่มากด้วยเสน่ห์ในรายละเอียดของความร่วมสมัยผ่านบุคลิก รสนิยม และการดำเนินชีวิตของตัวละคร

     จะอ่านเอารส หรือจะอ่านเอาเรื่อง นวนิยายเรื่องนี้ต่างทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบทั้งสองประการ แต่ไม่ว่าจะอ่านแบบไหน สุดท้ายแล้วผู้อ่านจะได้ขบคิด พินิจพิเคราะห์ และคาดเดาไปต่างๆ ถึงสาเหตุ ผลลัพธ์ และคำอธิบายถึงชะตากรรมของตัวละคร หรือถ้าอ่านแบบไม่คิดอะไรเลย อย่างน้อยก็อาจทำให้สนใจดนตรีขึ้นมาบ้าง หรือเมื่อถึงฉากอาหาร ก็อดไม่ได้ที่จะไปสรรหามากิน นับเป็นนวนิยายที่ชวนให้สำรวจตัวเอง และตั้งคำถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

     เมื่อ ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษในชื่อเดียวกันว่า The Blind Earthworm in the Labyrinth จึงถือเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์และความสำเร็จก้าวสำคัญของแวดวงวรรณกรรมไทย ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ภาษาอังกฤษได้เข้ามาสัมผัสเรื่องราวเหล่านี้ จนตัวเราเองก็อยากอ่านเหมือนกัน ด้วยเหตุผลข้อเดียวคืออยากสำรวจตัวเองอีกครั้งผ่านความแตกต่างที่น่าจะคงความเหมือนกันไว้อย่างสวยงาม

Share Post
Like 0 View 7282

Author

ตนุภัทร โลหะพงศธร

อดีตนักเรียนจิตวิทยา ปัจจุบันเป็นนักเขียนผู้หลงใหลการสังเกตตั้งแต่พฤติกรรมระดับบุคคลไปจนถึงปรากฏการณ์ทางสังคม พร้อมค้นหาคำอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยมุมมองและองค์ความรู้จิตวิทยา