หอบชีวิตเมืองกรุง มุ่งสู่อ้อมกอดธรรมชาติที่ Hippocampus ณ เขาหลวงเชียงดาว

Out There
8 Nov 2017
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

หลังจากที่เม็ดฝนสุดท้ายจากเราไป ไอหนาวจางๆ ก็เข้ามาแทนที่ ภาพขุนเขาหินปูนที่สูงเป็นอันดับสามของประเทศ ‘เขาหลวงเชียงดาว’ ตั้งตระหง่าน แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่กำลังเริงระบำ ลมหนาวเอื้อยๆ มากระซิบอย่างแผ่วเบา เสียงห่านที่ชื่อ วิค และเดอะแกงค์พร้อมใจกันส่งเสียงเรียกหา เสียงเมี๊ยวๆ ของดินดี และขนมปัง แมวน้อยขี้อ้อนแผ่วเบาดังมาแต่ไกลเป็นระยะๆ กลิ่นกรุ่นกาแฟร้อนๆ และขนมปังนวดมืออบใหม่ๆ แสนนุ่มส่งกลิ่นเย้ายวน ไหนจะรอยยิ้มพริ้มใจของ พิม- พิมพิดา กาญจนเวทางค์ และ เรียว – พรประเสริฐ ยามาซากิ เจ้าของโฮมสเตย์และแกลลอรี่แห่งนี้ ก็ปรากฏขึ้นพร้อมคำทักทายด้วยคำว่า สวัสดีจ้า … ฮิปโปแคมปัสยินดีต้อนรับ

ทุกคนต่างก็มีแรงขับเคลื่อน แรงผลักดันเป็น ‘ความรัก’ อยู่แล้วแหละ มันมักปรากฏอยู่ในช่วงเวลาสำคัญๆ ในชีวิตของเรา

01 ชีวิตติด (เชียง) ดาว

ทันที่ที่ฉันถึงฮิปโปแคมปัส พลันเห็นยอดภูเขาหลวงเชียงดาวเป็นครั้งแรก กวาดสายตาก็พบกับพื้นที่โดยรอบชะอุ่มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ และนาข้าวขนาดย่อมตรงกลางพื้นที่ ด้านฝั่งเขาหลวงคือ คาเฟ่และแกลอรี่ ข้างๆ กันคือ บ้านยุ้ง จัดเป็นที่พักสำหรับคนที่มาลองใช้ชีวิตติดดาว ถัดไปตรงกลางคือ บ้านน้อย บ้านพักสำหรับนักเดินทางอีกหลัง ท้ายสุดคือ สตูดิโอทำงานศิลปะของเรียว และบ้านหลังที่หันหน้าเข้าสู่เขาหลวงคือ บ้านพักของพวกเขา วิวช่างดี

“ชอบใช่มั้ย” พิมลากเสียงคำถามจนกลายเป็นคำว่าม้า ฉันพยักหน้าแรงๆ ก่อนที่พิมจะชวนเราเข้ามานั่งในคาเฟ่ ก่อนจะเริ่มต้นเรื่องราวน่าสนุกของที่นี่ให้ฟังว่า เดิมทีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 4 ไร่ของที่นี่เป็นที่ปลูกข้าวโพดมาก่อน แต่เพราะวิวดีเหลือเกิน คนกรุงเทพฯ อย่างพวกเขาจึงหลงรัก ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่เดิมให้เป็นที่ใหม่ ถางหญ้า ปรับดิน ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา

“อย่างต้นสน เราเอามาลง 10 ต้น แต่รอดแค่ 4 ต้น แต่ก็ชวนเปลี่ยนบบรรยากาศได้” พิมอธิบายถึงทิวสนริมรั้วกำแพง

จากนั้นก็สร้างบ้านหลังเล็กๆ ค่อยๆ ขยับขยายภารกิจต่างๆ พร้อมกับเรื่องเล่าอีกมากมายที่ค่อยๆ ทยอยเล่าให้ฟัง

02 ฤดูกาล

“ภาพของเขาหลวงเชียวดาวในทุกๆ เช้า สาย บ่ายค่ำ ไม่เคยซ้ำกันสักวัน” พิมบอกอย่างนั้น

เราเชื่อหมดใจ พลางคิดบางอย่างขึ้นมาได้ว่า ชีวิตที่ใกล้ธรรมชาติ ปรับเปลี่ยนและปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติไม่ง่าย ทุกอย่างต้องการเวลา แต่ไม่ฝืน คล้ายๆ กับวิวยอดหลวงเชียงดาว ชัดเจนตามฤดูกาล หน้าร้อนก็เผยตัวมากหน่อย หน้าฝนก็ลุ้นเข้ามาไอหมอกจะกลบจะมิดหรือเปล่า หน้าหนาวยอดเขาหลวงเผยโฉมให้เห็นเป็นระยะ รวมทั้งอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในแต่ละฤดู ทุกอย่างหมุนเวียน และบรรจบที่เดิม ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง และไม่เปลี่ยนไป ชีวิตติดดาวอาจจะเป็นเช่นนั้น

“แถมเวลากลางคืน ดวงดาวยังเต็มท้องฟ้าเลยนะ” พิมชี้ชวนอีกครั้ง

0ปลูกข้าว

ความเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับการเริ่มต้น พิมเล่าว่า พวกเขาเลือกที่จะปลูกข้าวกินเองเมื่อสามปีที่แล้ว เริ่มจากปลูกข้าวดอย เพราะพื้นที่นี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลค่อนข้างมาก ข้าวดอยคือคำตอบ และปลูกได้เพียงปีละครั้งตอนฤดูฝนเท่านั้น แรกๆ พวกเขาเจออุปสรรคตัวฉกาจอย่าง หญ้า ที่โตเร็วแซงต้นข้าว พิมและเรียวเลือกถอนด้วยมือ เพราะไม่อยากใช้สารเคมี ไหนจะสาระวนกับพี่วิค ห่านหนุ่มที่แอบมาเล็มจนเกือบหมดอีก

“ทำกันอยู่สองคนลมแทบจับ” พิมทำท่าประกอบ

กระทั่งท้ายสุดก็ลองปรับมาเป็นใช้พลาสติกคลุมนำไปก่อน ซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ แม้จะเหนื่อยกว่าเดิมแถมมีรายจ่ายมากขึ้น แต่พวกเขาบอกว่าคุ้ม ในขณะที่พิมและเรียว ตั้งหน้าตั้งตาปลูกข้าวตามแบบฉบับของตัวเอง คนรอบข้างต่างพากันปฏิเสธแนวคิดนี้ หัวเราะเยาะเย้ยบ้าง ดูถูกอยู่ไกลๆ บ้าง แต่นี่คือ สิ่งที่เขาเลือกว่าเหมาะกับพวกเขาแล้ว เพราะบางอย่างไม่ต้องเหมือนคนอื่นก็ได้ จนวันที่เกี่ยวข้าวมาถึงและได้ผลผลิต แม้ปริมาณจะไม่มากแต่ก็ทำให้ทั้งคู่ชื่นใจหายเหนื่อย เวลานั้นเสียงหัวเราะเย้ยที่เคยได้ยิน ก็หมดไป ความสงสัยและการเรียนรู้ใหม่ของคนอื่นกำลังเริ่มต้นขึ้นจากสองมือของพวกเขาเอง

0บ้าน

เมื่อเริ่มต้นได้ การก้าวต่อไปจึงเกิดขึ้น โดยในช่วงแรกๆ หลังจากปรับพื้นดิน ปลูกต้นไม้ สร้างที่อยู่อาศัย พิมและเรียวจึงตัดสินใจเปิดเป็นคาเฟ่และแกลอรี่เล็กๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเดินทางแวะมาละเลียดวิวยอดเขาหลวงเชียงดาว ดื่มกาแฟดีๆ ชมงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยฝีมือของเรียว และเหล่าศิลปินเพื่อนพี่น้องที่หมุนเวียนมาร่วมแจม หลังจากนั้นไม่นาน ฮิปโปแคมปัสได้เปิดบ้านเต็มตัว ต้อนรับนักเดินทางด้วยบ้านน้อยหลังแรกเพียงแค่หนึ่งหลัง ก่อนจะไปพบกับยุ้งข้าวเก่าของชาวเชียงดาว ที่คงเสน่ห์ความวินเทจด้วยโครงสร้างไม้ ใต้ถุนสูง มีชานบ้าน และหลังคาเตี้ย พิมและเรียวปรับปรุงบ้านยุ้งใหม่แต่เหลือกลิ่นอายเดิม และเปิดเป็นบ้านพักหลังที่สอง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ไม่ต่างจากบ้าน เพราะบ้านคือ สถานที่ที่ทิ้งตัวได้สบายๆ กลิ้งเล่น และปล่อยใจได้ง่าย บ้านทุกหลังในนี้จึงมีบรรยากาศเหมือนกันคือ ความสุขที่อิ่มเอม

0วิคแอนด์เดอะแกงค์

“หลายคนมาหาพี่วิคค่ะ” พิมเปรยขึ้น ก่อนเดินไปทางเล้าห่านที่สร้างด้วยไม้ไผ่แบบง่ายๆ แต่เป็นระเบียบ

วิคคือ ห่านตัวผู้ที่หลงทางมา พิมเขียนเรื่องราวของวิคไว้ในเป็นหนังสือภาพน่ารักๆ อ่านง่าย สองภาษาชื่อว่า Vic The Price นอกจากหนังสือภาพแล้ว หากใครมาที่นี่ต้องไม่พลาดการเข้าหาวิคและเดอะแกงค์ ซึ่งเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เรียกรอยยิ้มและความตื่นเต้นให้กับสาวเมืองอย่างเรา ที่ไม่เคยเข้าใกล้ห่าน พร้อมการเรียนรู้ฉบับย่ออย่างใกล้ชิด

“ลองอุ้มมั้ย” พิมถามขึ้น หลังจากที่เห็นเราจดๆ จ้องๆ พี่วิคอย่างไม่วางตา

ก็พี่วิคเล่นยืดคอเป็นเส้นตรงระนาบกับพื้น แล้วปรี่เข้ามาหาแบบนั้น ใครจะกล้าเข้าใกล้ล่ะงานนี้ ฉันคิดในใจ

“อาการแบบนั้นเขากำลังขู่ และบอกว่านี่คือ อาณาเขตของเขานะ อย่าเข้ามาใกล้เชียวล่ะ” พิมรู้ความในใจของฉัน

แต่นั่นแหละ ยังไงเสียเราก็ไม่ขออุ้มพี่วิคเด็ดขาด อยู่ห่างๆ อย่างนี้ชัวร์กว่า ว่าแล้วพิมก็ยิ้มให้เราและพี่วิค ก่อนเรียกเข้าเล้าไปอย่างง่ายดาย

06

ดินดีและขนมปัง

เช้าๆ อากาศช่วงปลายฝนสดชื่น ความชื้นของเม็ดฝนรั้งท้าย ต้นขาในนายังเป็นสีเขียว มีแมวสองตัวออกมาต้อนรับ

“พี่ดิน ขนมปัง ออกมาทักทายกันหน่อยเร็ว” พิมส่งเสียงเรียกสมาชิกในบ้าน และแล้วทั้งสองตัวก็เดินมาคลอเคลีย ประหนึ่งรู้จักกันมาเนิ่นนาน สักพักขนมปังก็มุ่งหน้าไปบ้านยุ้ง โดยไม่รอพี่ดินสักนิด

“ตอนกลางพี่ดินและขนมปังอยู่กับเรา ส่วนตอนเช้าๆ ชอบออกไปนอนเล่นที่บ้านยุ้ง แม้จะมีแขกหรือไม่ก็ตาม หากมีแขกพี่ดินและขนมปังก็ต้อนรับได้อย่างดีจริงๆ” พิมเล่าความน่ารักของทั้งสองตัวให้ฟัง

0อาหารเช้าและเย็น

เชฟเรียวเข้าประจำครัว เตรียมอาหารทุกมื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้า พลาดไมได้กับ Poached egg with Salad and Homemade bread with coffee ขนมปังโฮมเมดที่พิมนวดมืออบใหม่ๆ เนื้อนุ่ม มาพร้อมกับไข่สดๆ จากเล้า สลัดผักต่างๆ จากโครงการหลวงและผักท้องถิ่น มันบดเนื้อหยาบหอมๆ พร้อมด้วยอเมริกาโน่ร้อนอีกแก้ว ช่างเข้ากับบรรยากาศยามเช้าจริงๆ

“อาหารของเราไม่ใส่ผงชูรสนะ” พิมยิ้มกว้าง

พลางนึกถึงมื้อเย็นที่ฉันเลือกไว้ อย่าง ชุดดินเนอร์ เสิร์ฟเป็นลำดับ เริ่มด้วยซุปบล็อคโคลี่ข้นๆ เคียงด้วยขนมปังโฮมเมด ซดร้อนๆ จนหมดถ้วย ตามด้วยสเต็กหมูเนื้อฉ่ำ คู่สลัดผักที่นำไปย่างไฟอ่อนๆ มันบดราดน้ำเกรวี่นิดๆ อิ่มแล้วก็ เสิร์ฟ welcome jelly เพื่อกล่าวราตรีสวัสดิ์ ความรื่นรมย์อันละเมียดการแสดงออกอันละไมแบบนี้ เต็มไปด้วยความตั้งใจของเขาทั้งคู่ ฉันในฐานะนักเดินทางผู้หลงทางขอน้อมรับไว้ด้วยความเต็มใจ

08

ความสุข

ทันทีที่อิ่มกับมื้อเช้า ฝนสุดท้าย (หรือเปล่า) ก็ตกลงมาอย่างหนัก ฉันจึงมีเหตุผลกับการอ้อยอิ่งอยู่ที่นี่ได้นานขึ้นอีกหน่อย ได้คุยกับพิมและเรียวมากขึ้น เราคุยกันถึงเรื่องแมว เรื่องการเดินทาง ชีวิตที่อยู่ที่นี่ กับ ชีวิตที่อยู่ในเมือง การตัดสินใจ ครอบครัว การแต่งงาน เราแลกเปลี่ยนกันอย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่ฝนจะเบาลง และได้เวลาที่ฉันต้องร่ำลา

กลิ่นดินเชียงดาวเวลานี้หอมยิ่งนัก แต่กลิ่นความสุขของที่นี่กลับหอมยิ่งกว่า ไม่มีคำถามใดจะเอ่ยกับพิมและเรียวอีก เพราะพอจะคาดเดาคำตอบของพวกเขาว่า เหตุใจจึงเลือกพาชีวิตมาอยู่ตั้งไกล แต่ใกล้ดาวแบบนี้

ตามไปสูดไอลมหนาว ณ เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ต่อกันได้ ที่นี่

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ