First Love | ‘รักแรก’ ที่เว้าแหว่ง สูญหาย และจูบที่มีรสขมเหมือนบุหรี่

        ความน่าสนใจของ First Love มีอยู่สองส่วน หนึ่งคือเป็นซีรีส์ที่สร้างโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงชื่อเดียวกันนี้ของ อุทาดะ ฮิคารุ ซึ่งปล่อยออกมาในปี 1999 สองคือเนื้อหาที่พูดถึงความรักครั้งแรกของคนหนุ่มสาว ผ่านงานด้านภาพที่เก็บบรรยากาศของเมืองโอตารุ  และจังหวัดฮอกไกโดได้อย่างสวยงามแบบเหงาๆ ยิ่งสร้างความถวิลหาให้กับคนที่คิดถึงประเทศญี่ปุ่นในวันที่การเดินทางท่องเที่ยวยังไม่สะดวกเหมือนที่เคย

        ทั้งสองอย่างนี้สอดคล้องกันกับเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นกับตัวละครหลักของเรื่องนั่นคือ ยาเอะ โนกุจิ (ฮิคาริ มิตสุชิมะ) และ ฮารุมิจิ นามิกิ (ทาเครุ ซาโต้) ซึ่งในช่วงแรกหนังจะตัดสลับระหว่างยุคปัจจุบันที่ทั้งสองเติบโตเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน และพวกเขาในอดีตที่กำลังจะรู้จักกับความรักเป็นครั้งแรก 

        ตัวซีรีส์ใช้การแบ่งเรื่องราวด้วยงานภาพที่ตรงกันข้ามอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับคนดู โดยตัวเอกในยุคปัจจุบันจะถูกนำเสนอด้วยการใช้ชีวิตในช่วงเวลากลางคืน ส่วนตอนที่เป็นวัยรุ่นจะเป็นภาพในตอนกลางวันที่สดใสดังช่วงวัยที่กำลังผลิบาน

        พร้อมกับประโยคที่บอกเล่าเรื่องราวโดยรวมของโครงเรื่องไว้คร่าวๆ ว่า “ทุกๆ ช่วงเวลาของชีวิตคือจิ๊กซอว์ของชีวิตที่ไม่มีอะไรจะมาทดแทนได้ แต่ว่าถ้าเราเสียชิ้นที่สำคัญที่สุดไปจะทำอย่างไร“ 

        แน่นอนว่ามันต้องมีทั้งความหวานหอมของรักแบบ Puppy Love และการเปรียบเปรยว่าจูบแรกนั้นรสชาติมันขมขื่นเหมือนบุหรี่ตามเนื้อเพลง ที่ทำให้ต้องกดดูอีพีต่อไปทันที 

 

ตัวอย่าง

 

        ในอีพีแรกๆ ของซีรีส์นอกจากการแนะนำตัวละคร บุคลิก นิสัยใจคอ และการดำรงชีวิตของตัวละครอย่างคร่าวๆ แล้ว คนสร้างใช้วิธีเล่าเรื่องตามขนบของหนังและละครรักโรแมนติกในแบบญี่ปุ่นที่แทบจะเดาได้แบบฉากต่อฉาก จนคนที่ดูหนังแนวความรักในวัยรุ่นวัยเรียนมาเยอะจะรู้สึกเอียน และซ้ำซาก พานไปจนถึงกับรู้สึกเบื่อ เหมือนที่บางคนบอกว่าเอาเพลย์ลิสต์เพลงที่อยู่ในซีรีส์มาเปิดฟังยังสนุกเสียกว่า

        แต่เราเชื่อว่าทีมงานนั้นได้คิดมาแล้ว และจงใจวางเนื้อหาให้เป็นเช่นนั้น เพื่อเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมป็อปของญี่ปุ่นในต้นปี 2000 ที่หลายคนเติบโตขึ้นมาพร้อมกัน First Love จึงพาเราไปสำรวจอดีตที่ยังไม่เลือนหายไปจากความทรงจำของคนดู และไม่ยืดจนเกินไปนักสำหรับการเดินเส้นเรื่องให้มาบรรจบที่ยุคปัจจุบันโดยที่ตัวละครกำลังอยู่ในช่วงวัยยังมีพลังพอในการเดินต่อไปข้างหน้า เนื้อหาของซีรีส์ในช่วงแรกจึงมีทั้งความรักหวานซึ้งของวัยรุ่น การต่อสู้ฝ่าฟันเมื่อถึงวัยที่เติบโต และความไม่สมเหตุสมผลบางอย่างที่เกิดขึ้นกับคนดู ที่คนอ่านมังงะหรือดูหนัง (รัก) ญี่ปุ่นมาเยอะๆ ก็คงรู้สึกว่าเนื้อเรื่องก็ทรงๆ นี้แหละ เป็นขนบของหนังญี่ปุ่นอยู่แล้ว ดังนั้นอีพีต้นๆ ของซีรีส์จึงมาพร้อมกับความขัดอกขัดใจที่เราเผลออินไปกับตัวเนื้อเรื่องหลายครั้งว่าทำไมถึงไม่ทำอย่างนั้น ทำไมถึงไม่ทำอย่างนี้ ทำไมคนเหล่านี้ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก (จัง)

         เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินผ่านไปเราจะพบว่าตัวเองถูกผู้กำกับเล่นงานเข้าให้แล้ว ถ้าพูดแบบภาษาของหนังรักคือ กว่าจะรู้ตัวอีกทีเราก็ตกหลุมรักคนตรงหน้าไปโดยไม่ทันตั้งตัวเสียแล้ว (เหมือนเพลง Automatic อีกเพลงฮิตของ อุทาดะ ฮิคารุ ที่ใช้ประกอบในเรื่อง)

         จากนั้นในอีพีต่อๆ มา First Love ได้ค่อยๆ ปล่อยเหตุผลต่างๆ ออกมาช่วยเพิ่มน้ำหนักกับสิ่งที่เรารู้สึก ‘อิหยังวะ’ ในตอนแรกทีละเล็กละน้อย และขยายประเด็นเหล่านั้นผ่านหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นทั้งเรื่องของการตัดสินใจเข้าร่วมกับอเมริกาในการส่งกองกำลังป้องกันตัวเองไปร่วมรบในสงครามอิรัก ปรากฏการณ์โรงหนังแตกเมื่อ Titanic (1997) เข้าฉาย ที่ใครทันในตอนนั้นคงคุ้นๆ กันว่าบ้านเราก็เคยมีตั๋วยืนจำหน่ายให้กับคนที่อยากดูหนังในรอบนั้นจริงๆ (เชื่อว่าคงมีใครหลายคนแอบทำแบบที่พระเอกกับนางเอกทำหลังดูหนังจบเหมือนกันแน่ๆ) ความแข็งแรงในป็อปคัลเจอร์ของญี่ปุ่นอย่างเครื่องเล่นซีดีวอร์กแมน เหตุการณ์สึนามิในปี 2011 วัยรุ่นกับการใช้ Instagaram และดำเนินมาถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของตัวละครอย่างเจ็บปวด

         ด้วยผลกระทบเดียวกันนี้ของโควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นกับคนดูอีกจำนวนมากในรอบสามปีที่ผ่านมา ตัวซีรีส์จึงเหมือนพยายามช่วยฮีลใจของคนที่มีปัญหาทั้งเรื่องของการถูกแช่แข็งชีวิต ความฝัน และเป้าหมายในการใช้ชีวิต รวมทั้งความสัมพันธ์ที่น่าเศร้าจากการต้องเว้นระยะห่าง ที่ทำให้คู่รักจำนวนมากต้องเลิกรากันไป และคงมีคนจำนวนหนึ่งที่ต้องยุติความรักครั้งแรกของตัวเอง หรือไม่เคยได้พบเจอกับความรู้สึกแรกรักขึ้นมาเลย

         ส่วนความเจ็บปวดที่กัดกินใจเรายิ่งกว่านั้นคือ หากเราต้องเผชิญกับการสูญหายของช่วงเวลาสำคัญในชีวิตที่แม้จะสุขสมหรือขมขื่นก็ตาม คำถามเดียวกันนั้นคือแล้วเราจะเป็นอย่างไร เราจะยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปได้จริงไหม ส่วนหนึ่งของคำตอบนี้ถูกเฉลยผ่านชีวิตของยาเอะ ในวัยที่มีลูกชายเป็นวัยรุ่น และต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะแม่ที่ดีควบคู่ไปด้วย

        First Love จึงทำงานด้วยการให้ความหวังกับคนดูผ่านตัวละครหลักจนเรียกว่าติดหวานเกินไปสักหน่อย แม้จะใส่ความทุกข์ระทมเข้ามาตัดเลี่ยนไว้บ้าง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ถึงกับที่เรียกว่ากลมกล่อมได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ก็ทำให้เราไม่สามารถจะหยุดดูมันต่อได้ (ก็ตกหลุมรักไปแล้ว)

        อาจเป็นไปได้ว่า ซีรีส์เรื่องนี้เขียนบทและกำกับโดย ยูริ คันชิคุ ดังนั้นอารมณ์ของเรื่องจึงมีความประนีประนอมต่อความเศร้าระดับหนึ่ง โดยไม่พาคนดูดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดมากมายนัก ซึ่งข้อดีคือเธอสามารถถ่ายทอดตัวละครหญิงในเรื่องออกมาได้มีเสน่ห์ทุกคน และไม่ทำให้ตัวละครบางตัวถูกมองว่าเป็นส่วนเกินหรือเอาใจช่วยใครคนใดคนหนึ่งจนเกินไปนัก ทั้งยังทำให้เราเห็นใจบางตัวละครจนอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตของคนคนนั้น จะเติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไปอย่างไร

        แม้ว่าเนื้อเรื่องจะมีตัวละครที่คนดูต้องรู้สึกหมั่นไส้จนอยากหยุมหัวตามขนบหนังแนวนี้มาไว้ด้วยก็ตาม แต่ผู้กำกับก็ไม่ลืมที่จะหยอดมุมที่ยังคงความเป็นมนุษย์ของตัวละครไว้ แต่ก็เป็นความสอดคล้องกันกับวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นที่มีคนบุคลิกลักษณะแบบนั้นอยู่จริงๆ

        ช่วงสุดท้ายของเนื้อเรื่องจึงมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง เพื่อใช้แก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเข้าสู่ช่วงไคลแม็กซ์ ซึ่งแทบจะเป็นสูตรสำเร็จของเนื้อเรื่องแนวนี้ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือละครก็ตาม แต่ความบังเอิญเหล่านั้นก็เข้ากันดีกับเรื่องของความรักที่มีทั้งความหวานและขมปนกันไป รวมถึงความดราม่าที่ใส่มาจนเกือบสุดเพื่อเรียกน้ำตาของคนดู

        เมื่อมองมันในฐานะซีรีส์ที่นำเสนอวัฒนธรรมป็อปเรื่องหนึ่ง ตัวมันก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วในทุกองค์ประกอบทั้งด้านเนื้อหาและงานด้านภาพ

        ดังนั้นถ้าชีวิตที่ผ่านมาของคุณมันขมขื่นเหลือจะทนแล้ว การได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ก็ช่วยให้ใจฟูขึ้นมาได้ไม่มากก็น้อย เพราะบางทีเราก็ต้องการความหวานมาช่วยเจือจางความทุกข์ที่มีให้เบาบางลง First Love จึงเป็นซีรีส์ที่ค่อนข้างซื่อตรงกับความต้องการของตัวเองอย่างสูง ตั้งแต่การสดุดีต่องานเพลงของ อุทาดะ ฮิคารุ เรื่องราวเฉพาะตัวตามสไตล์ป็อปคัลเจอร์ของคนญี่ปุ่น ซีนไม้ตายที่คนดูหนังญี่ปุ่นหรือชอบอ่านมังงะตัวละครตาใสคุ้นเคย ความอินโทรเวิร์ตของตัวละครส่วนใหญ่ และฉากโรแมนติกที่คิดว่าแทบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยในชีวิตจริง

        First Love บอกเราว่าแม้ ‘รักแรก’ จะไม่ง่ายในการประคองรักษาไว้ให้คงอยู่ได้เสมอไป แต่ก็สวยงามทุกครั้งที่ได้นึกถึงความรู้สึกวูบวาบใจเต้นแรงกับเรื่องราวครั้งนั้น และมันสร้างจังหวะการเต้นของหัวใจที่สัมพันธ์กับบีทในเพลง First Love ของ อุทาดะ ฮิคารุ ที่ 180 BMP (แม้เพลงนี้จะเป็นเพลงช้าในความรู้สึกก็ตาม) ซึ่งค่าอัตราความเร็วนี้ ช่วยกระตุ้นให้เลือดลมของเราได้รับการสูบฉีดอีกครั้ง หลังจากที่หัวใจนั้นอ่อนล้าหมดแรงจนเต้นช้าลงมานาน


เรื่อง: ทรรศน หาญเรืองเกียรติ