SCALA | ที่ระลึกรอบสุดท้าย สารคดีจดหมายรักบอกเล่าความทรงจำ ครั้งนึงของโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลนที่สวยที่สุดใน SEA ที่สยามสแควร์หันหลังให้

        ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘SCALA ที่ระลึกรอบสุดท้าย’ สำหรับผู้เขียนเป็นเหมือนไดอารีลับที่ผู้กำกับค่อยๆ รื้อฟื้นค้นในลิ้นชักวัยเด็กที่ไขกุญแจล็อกไว้ เด็กที่เคยเข้าออกได้ทุกซอกมุม วิ่งเล่นอยู่หลังม่านมีลุงๆ ป้าๆ เคยดูแลระหว่างที่ผู้เป็นพ่อทำงานที่โรงภาพยนตร์ในเครือ ทำให้เราได้เห็นมุมมองและบทสนทนาที่สนิทใจ คุยกันในแบบที่คนแปลกหน้าไม่สามารถล่วงและล้วงเข้าไปได้ ความทรงจำที่สวยงามและไม่น่ายินดีปะปนกระจัดกระจายอยู่ร่วมกัน ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเสียงบรรยายราบเรียบแต่เนื้อหาเข้มข้นสะเทือนอารมณ์ ทั้งนี้ต้องชมว่ายังสามารถสอดแทรกอารมณ์ขันหยอดไว้ให้ผู้ชมไม่ดำดิ่งและฟูมฟายแต่รวดร้าวภายใน

        แม้เรื่องทั้งหมดจะเป็นภาพบันทึกของการรื้อถอนโครงสร้างโรงภาพยนตร์แห่งนึง แต่ผู้ชมคนไทยที่เคยได้มีประสบการณ์ร่วมในการรับชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ ‘SCALA’ และในเครือ เติบโตเคียงคู่มากับความรุ่งเรืองและการเป็นศูนย์กลางของสยามสแควร์ มาตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2512 จนประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม .. 2563 และเริ่มการทุบทำลายอาคารในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 รวมแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปีที่โรงหนังแห่งนี้ได้บุกเบิกและเป็นแหล่งความบันเทิงที่สำคัญของใจกลางเมืองของคนในหลายเจนเนอเรชัน

        คนจำนวนไม่น้อยนึกเสียดายสถาปัตยกรรมแห่งนี้เพราะแม้ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นและสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระราชูปถัมภ์ การันตีถึงคุ้นค่าในเชิงศิลปะและวัฒนธรรม ก็ยังไม่อาจหยุดยั้งไม่ให้ถูกทำลายลงได้ รวมทั้งผลตอบรับจากผู้ชมชาวต่างชาติในรอบจัดฉายต่างประเทศที่แม้ไม่เคยได้มาเยือนที่แห่งนี้ ก็ยังนึกสงสัยและตั้งคำถามกับผู้กำกับถึงการตัดสินใจรื้อถอนโรงภาพยนตร์ ‘SCALA’ 

        นักแสดงนำในเรื่องนี้คือเหล่าพนักงานที่อยู่เบื้องหลังจอและม่านขนาดใหญ่ มีทั้งผู้คนและหมู่แมวกินนอนอาศัยที่แห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังแรกของพวกเขามาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เส้นทางต่อไปของพนักงานที่ต้องตกงานก็เป็นหนึ่งในข้อสงสัยที่ทิ้งไว้ให้ผู้ชมตั้งคำถามต่อ พวกเขาได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมกันในเทศกาล ‘World Film Festival of Bangkok’ กล่าวชื่นชมและขอบคุณผู้กำกับทั้งน้ำตาหลังรับชม 

        อีกทั้งในช่วงเวลาที่ผู้กำกับได้เก็บรวบรวมฟุตเทจโรงภาพยนตร์ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของการเมืองไทยไปด้วยโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม นั่นคือเสียงบันทึกที่ลอดเข้ามาภายในอาคารของผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่อยู่ในวัยเยาวชนในปี 2563 หรือที่ฝ่ายตรงข้ามเรียกขานในนามม็อบสามนิ้ว หรือ ม็อบสามกีบอันมาจากข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ที่สร้างแรงกระเพื่อมและแรงต้านมหาศาลในสังคม 

        หนึ่งในผู้ชมที่ได้แสดงความเห็นหลังจากรับชมภาพยนตร์กล่าวว่าการที่ภาพยนตร์บันทึกการชุมนุมทางการเมืองนี้ไว้และใส่เข้ามาในเรื่อง ทำให้สะท้อนสถานการณ์ของสิ่งที่โรงหนังแห่งนี้ต้องเจอ นั่นก็เป็นผลมาจากการเมืองและผลประโยชน์เบื้องหลัง” 

ที่มาของคำว่า ‘Scala’ 

        มาจากภาษาอิตาลีมีความหมายว่าบันได’ ออกแบบโดยสถาปนิกไทย ‘พันเอกจิระ ศิลป์กนก’ ที่มีชื่อเสียงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยชื่อโรงภาพยนตร์ตั้งชื่อตามโรงอุปรากร ‘Teatro alla Scala’ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

        ฟิลิป แจบลอน (Philip Jablon) เจ้าของเพจ The Southeast Asia Movie Theater Project ผู้บันทึกภาพถ่ายโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน (Stand alone) เก่าทั่วพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกให้โรงภาพยนตร์สกาล่าเป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในภูมิภาค ซึ่งเมื่อถูกทุบทิ้งไปแล้วโรงภาพยนตร์ในพม่าจึงถูกเลื่อนมารับตำแหน่งโรงหนังสแตนด์อโลนที่สวยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน

        พื้นที่ใจกลางเมืองที่มีราคาต่อตารางเมตรสูงลิ่วที่เป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ ‘SCALA’ และในเครือ เป็นทำเลทองที่เมื่อตีราคาเป็นมูลค่าแล้วย่อมทำเงินให้เจ้าของที่ดินได้จำนวนมาก คุ้นค่าในทางสถาปัตยกรรมที่โรงภาพยนตร์แห่งนี้ได้รับจึงไม่มากพอที่จะเก็บรักษาโครงสร้างสวยงามนี้ไว้ได้ 

        ถึงแม้ในทางพุทธศาสนาจะสอนให้เราเข้าใจการเกิดดับของชีวิตว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลกก็ตาม แต่เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมากที่รักและผูกพันกับโรงภาพยนตร์แห่งนี้ต่างใจหายเมื่อเห็นอาคารที่เคยเป็นที่พักใจและอยากหาความสงบบริเวณสยามถูกถอดชิ้นส่วนลงจนไม่เหลือภาพจำเดิมเช่นเดียวกับผู้เขียน

        จากข่าวล่าสุดระบุว่าผู้เช่ารายใหม่ที่ประมูลพื้นที่ดังกล่าวนี้ได้มีแผนสร้างคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ (อีกแล้ว) ขึ้นบนบริเวณที่ตั้งเดิม

        ภาพยนตร์เรื่อง ‘SCALA ที่ระลึกรอบสุดท้าย’ กำกับโดย ‘อนันตา ฐิตานัตต์’ ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลดัง อาทิ Berlin Film Festival ครั้งที่ 72 และอีกหลายแห่ง ทั้งยังคว้ารางวัล ‘Youth Eye Award’ จากเทศกาลภาพยนตร์สารคดี EBS International Documentary Festival ที่ตัดสินโดยคณะกรรมการที่เป็นนักเรียนและนักศึกษาด้านภาพยนตร์ จากสมาคมนักศึกษาภาพยนตร์คยองกี (GFSA) ประเทศเกาหลีใต้โดยจะมอบให้กับหนึ่งในภาพยนตร์ในสาย ‘Festival Choice’ และล่าสุดคว้ารางวัล ‘Grand Jury Prize’ จากเทศกาล World Film Festival of Bangkok ที่ผ่านมา

        ภาพยนตร์เรื่อง ‘SCALA ที่ระลึกรอบสุดท้าย’ จะเข้าฉายในวันที่ 22 ธันวาคมเป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง ‘SCALA ที่ระลึกรอบสุดท้าย’

เรื่อง : จันจิรา ยีมัสซา  ภาพ : เฟซบุ๊ก SCALA Documentary