‘ร้อยกิ่ง แสนก้าน ล้านใบ’ ต้นกล้าแห่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน

Branded Content
9 Sep 2019
เรื่องโดย:

a day BULLETIN Team

ร่วมพูดคุยกับ รศ.นพ. ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงการระดมทุนสร้างอาคารส่วนขยายศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ระยะที่ 2 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน ในความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลศิริราช และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก จังหวัดนครปฐม เพื่อขยายโอกาสในการรักษาให้เข้าถึงประชาชน และเพิ่มโอกาสการฝึกฝนให้นักศึกษาแพทย์

 

ศิริราช

แผ่กิ่ง ยิ่งใหญ่ ขยายโอกาสการรักษาไปสู่พื้นที่ห่างไกลศิริราช

        “ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2551 โดยมหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้สังกัดสำนักงานอธิการบดี ด้วยจุดประสงค์คือต้องการให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 สภามหาวิทยาลัยมหิดลได้มีมติให้ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล การรวมกันของทั้งสององค์กรจึงเป็นการประสานเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพราะโรงพยาบาลศิริราชมีการรักษาแบบตติยภูมิ หรือมุ่งเน้นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและซับซ้อน และยังมีพันธกิจให้บริการต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่สุขภาพเขต 5 หรือภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์

        “ในขณะที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กกว่า คอยให้บริการทางการแพทย์ทั่วไป รวมถึงการรักษาเฉพาะทางในระดับทุติยภูมิ หรือระดับต้นเท่านั้น เพราะยังไม่มีเครื่องมือเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง ทำให้เกิดข้อจำกัดในการดูแลคนไข้ ไม่สามารถให้การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนได้ เมื่อศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกตั้งอยู่ระหว่างโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลในเขตภาคใต้ตอนบน การรวมกันเช่นนี้จึงจะทำให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการเชื่อมต่อการให้บริการระบบสาธารณสุข เขต 5 ให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการวิจัยต่อเนื่องอีกด้วย ถือเป็นการพัฒนาระบบการบริหารโรงพยาบาลแบบองค์รวมและครบวงจร”

แตกก้าน เร่งพัฒนา ศักยภาพในการดูแลทุกชีวิต

        “อีกอย่างในเมื่อโรงพยาบาลนี้สามารถตอบสนองในด้านการเรียนการสอนแล้ว ก็ต้องตอบสนองการดูแลคนไข้ในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า การดูแลแบบสหสาขาหรือสหวิชาชีพ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมหิดลมีกลุ่มคณะสาธารณสุขค่อนข้างเยอะ ประกอบกับคนไข้ที่เข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลศิริราชส่วนใหญ่เป็นคนไข้ที่ซับซ้อนมาก ซึ่งอาจเกินระดับความรู้สำหรับนักศึกษาแพทย์ เราจึงมีความมุ่งหวังให้ที่นี่เป็นสถานฝึกสอนและเรียนรู้สำหรับนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาด้านสาธารณสุขทั่วประเทศ รวมทั้งนักศึกษาคณะอื่นๆ เช่น พยาบาล เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และเภสัชศาสตร์ ให้ทุกคนได้รู้จักลักษณะการทำงานร่วมกัน ก่อนจะเรียนจบออกไปประจำโรงพยาบาลในชุมชน ตามเขตอำเภอ หรือจังหวัด การดูแลผู้ป่วยที่ไม่ใช่ชุมชนเมืองหรือเวชศาสตร์ชุมชน จึงมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอน ทำให้นักศึกษาเห็นภาพรวมของการดูแลชุมชนได้ตั้งแต่ตอนฝึกปฏิบัติ

        “ปัจจุบันศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มีบุคลากรทั้งหมดประมาณ 800 คน ภายในปี พ.ศ. 2564 เราจะเพิ่มเป็น 1,200 คน ให้ครบทุกสาขา เพราะในอนาคตจะเปิดแผนกทำคลอด และส่วนดูแลผู้ป่วยเด็ก โดยเพิ่มเติมการปรับปรุงบริการให้ช่วยส่งเสริมการเรียนการสอนภายใต้การดูแลของอาจารย์แพทย์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นบุคลากรจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อีกส่วนหนึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ที่ประจำอยู่ที่นี่แล้ว

        “ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มสถานที่ บุคลากร หรืออุปกรณ์ในการรองรับผู้ป่วย แต่เราจะพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถรับการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียม โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลศิริราช ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกำลังจะเป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตขึ้น”

 

ศิริราช

ศิริราช

ผลิใบ มหาศาล สร้างร่มเงาแห่งความสุขให้คนไทย

        “เดิมทีที่นี่มีเพียง 60 เตียง เพราะเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านทันตกรรม ด้านกายภาพบำบัด รวมถึงการแพทย์แผนไทยและแผนจีน แต่เมื่อศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกมุ่งหวังเป็นโรงพยาบาลทั่วไป จึงต้องขยายการบริการและโครงสร้างอื่นๆ ให้เสร็จภายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 เพราะเราตั้งใจเปิดบริการอาคารผู้ป่วยใหม่ ขยายเป็น 200 เตียง เพิ่มห้องผ่าตัดขึ้นอีกหนึ่งเท่า จาก 8 ห้อง เป็น 16 ห้อง ที่ผ่านมาเราได้เตรียมพร้อมโดยเริ่มเปิดบริการ 24 ชั่วโมง คอยรับเคสอุบัติเหตุและเคสฉุกเฉินทั่วไป ซึ่งคนไข้ทุกสิทธิ์สามารถเข้ามาใช้บริการได้ และคอยประสานงานกับโรงพยาบาลรอบๆ ในเขตเพื่อทำงานร่วมกัน ยังมีการวางแผนต่อไปอีกว่า ในปี พ.ศ. 2568 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกจะสร้างอาคารเพิ่มอีกหนึ่งหลัง จะเพิ่มจำนวนเตียงเป็น 400 เตียง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการรองรับประชาชนและสังคมผู้สูงอายุ การดูแลด้านสาธารณสุขต้องเติบโตตามไปด้วย

        “หลังมีการเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการ เราได้สำรวจความพึงพอใจของคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆ พบว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีความพึงพอใจสูง เพราะการรักษาอาการเจ็บป่วยต้องใช้ระยะเวลาที่สั้นที่สุด และมีการส่งต่อที่เหมาะสมหากเราไม่สามารถให้การรักษาได้ การเข้าถึงการบริการอย่างรวดเร็วจะทำให้เกิดการรอดชีวิตของผู้ป่วยมากขึ้น ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกจะดูแลในเบื้องต้นให้คนไข้อยู่ในระยะปลอดภัยเพื่อเตรียมส่งต่อให้เข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงยังโรงพยาบาลที่เหมาะสม

        “ดังนั้น ช่วงเวลาระยะเริ่มต้นถ้าวินิจฉัยหาสาเหตุอาการเจ็บป่วยได้เร็ว และได้รับการดูแลฟื้นคืนชีพระยะต้น และส่งต่อให้เหมาะสม คนไข้มีโอกาสรอดชีวิตสูงมาก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือคนไข้จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกจึงมาเพิ่มเติมและแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้”

ต้นกล้าแห่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แผ่นดิน

        “ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกพร้อมแล้วที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรง เพื่อผลิดอกออกผลเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้คนอีกจำนวนมากสามารถเข้าถึงบริการและการรักษาทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียมกัน เราตั้งใจทำให้ที่แห่งนี้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคน รวมถึงพัฒนาศักยภาพการช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยการยกระดับการจัดการ การพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้

        “ขณะนี้ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกได้เริ่มพัฒนาและก่อสร้างอาคารส่วนขยายไปแล้ว 30% เข้าระยะที่สอง จากทั้งหมดสามระยะ เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางที่ไม่ซับซ้อนในเขตพื้นที่ได้มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งเพิ่มส่วนดูแลผู้ป่วยในและผู้ป่วยหนักในห้องไอซียูอย่างเต็มระบบ ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเข้ารับบริการประมาณ 350,000 คนต่อปี แต่หลังจากก่อสร้างเสร็จจะสามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มเป็น 700,000 คนต่อปี ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างและจัดหาเครื่องมือการแพทย์ทั้งหมด 850 ล้านบาท โดยได้รับงบสนับสนุนจากรัฐบาลมาแล้ว 500 ล้านบาท ดังนั้น ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกจึงต้องระดมทุนอีก 350 ล้านบาท

        “จึงขอเชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคเพื่อพัฒนาศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ให้ที่แห่งนี้เป็นสถานที่สร้างโอกาสและประโยชน์ต่อประเทศชาติ คอยให้บริการประชาชนทั่วทั้งประเทศ รับใช้แผ่นดินเพื่อความสุขของคนไทย และเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ศิริราชมอบให้แก่แผ่นดิน”

 

ศิริราช

ร่วมพัฒนาและสนับสนุนการสร้างอาคารส่วนขยายศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก (ระยะที่ 2) ได้ 2 ช่องทาง

        1. ศิริราชมูลนิธิ กองทุนสร้างอาคารส่วนขยาย ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

             ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 901-705611-1

             ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 016-453695-1

        2. งานการคลัง ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

             ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 316-304130-9

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

a day BULLETIN Team

Where the Conversations Begin: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่