ติ๊ก เจษฎาภรณ์

‘ติ๊ก’ – เจษฎาภรณ์ ผลดี | ธรรมชาติและความเป็นเมือง ชีวิตคู่ขนานในโลกใบเดียว?

เมื่อตัวเรากับธรรมชาติต่างเกี่ยวข้องและมีความสัมพันธ์ต่อกันและกัน การกลับมาสนใจสิ่งรอบตัว และทำเรื่องเล็กๆ ที่เราอาจมองข้ามไปให้ดีเสียก่อน และเมื่อให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เราก็จะพร้อมออกไปทำสิ่งดีให้กับโลกที่เราอยู่ นี่คือมุมมองของ ‘ติ๊ก’ – เจษฎาภรณ์ ผลดี ผู้ใช้ชีวิตด้วยความผูกพันกับธรรมชาติมาหลายสิบปี

ส่วนคนเมืองอย่างเราล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติได้ เพียงแค่ตระหนักให้ได้ว่าการตายของเสื้อดำกำลังสะท้อนและบอกอะไรเราอยู่ แล้วเราจะหันกลับมาใส่ใจหรือทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ้าง ไม่ต้องตอบใคร ขอเพียงคุณตอบกับตัวเองก็พอ

ติ๊ก เจษฎาภรณ์

 

คุณทำงานรายการ เนวิเกเตอร์ มาหลายปี คงทำให้คุณได้เห็นสภาพป่าไม้ของบ้านเราตอนนี้ คุณคิดว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงแค่ไหน

     ถ้าเราฟังผู้ใหญ่หรือคนที่ผ่านประสบการณ์มาเยอะ เขาจะบอกว่าเมื่อก่อนเขาเจอป่าแบบไหน บ้านเขาตอนนั้นยังเป็นป่า เมื่อก่อนบางกะปิยังเป็นทุ่งนาอยู่เลย (หัวเราะ) หรือเขตชานเมืองยังเป็นทุ่งอยู่เลย

     ทีนี้ก็ต้องมองว่าผืนป่าธรรมชาติจริงๆ คือผืนป่าอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นวนอุทยาน อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ หากกางแผนที่ประเทศไทยดูจะพบว่าผืนป่าของประเทศไทยเปรียบเสมือนเกาะเล็กเกาะน้อย บางผืนป่าขาดการเชื่อมโยงกัน เหมือนเป็นเกาะกลางทะเลที่ถูกล้อมรอบด้วยหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งต้นไม้อาจกระจายพันธุ์ออกไปได้โดยพวกสัตว์ปีก แต่ถ้าเป็นสัตว์ป่า การจะกระจายพันธุ์มันต้องข้ามไปอีกป่า การที่มันเดินทางข้ามป่าแล้วต้องผ่านหมู่บ้าน มันก็ถูกยิงตายบ้าง สัตว์ป่าจึงเหมือนกำลังติดเกาะอยู่แบบนั้น

     ตามธรรมชาติของสัตว์ต้องการอยู่สามอย่างคือ อาหาร ที่อยู่อาศัย และการผสมพันธุ์ ในการผสมพันธุ์ก็ต้องการเพศผู้และเพศเมียที่แข็งแรง เพศเมียมักจะเลือกตัวผู้ที่มาเกี้ยวพาราสี มาโชว์ความแข็งแกร่ง ตัวที่สามารถไล่ตัวผู้ตัวอื่นไปได้ แต่ถ้าเป็นผืนป่าที่เหมือนอยู่เกาะกลางทะเล มันไปไหนไม่ได้ ก็เลยผสมพันธุ์กันอยู่แบบนั้น ไม่สามารถข้ามสายพันธุ์ได้ ทำให้เกิดการผสมในเครือญาติเดียวกัน กลายเป็นภาวะที่เรียกว่ายีนด้อยหรือเลือดชิด เกิดพันธุกรรมที่เป็นลักษณะด้อยต่อไปในอนาคต

     เรื่องธรรมชาติเป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้อย่างมาก ผมอยากจะปลูกฝังเด็กๆ อยากให้ความรู้เขาเยอะๆ ในสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้ ผมว่าเราต้องไม่ปิดกั้นเขา บางอย่างเรามักปิดกั้นให้เห็นแต่ภาพพจน์ดีๆ แต่อะไรที่แย่ๆ เราก็หมกไว้ ผมว่ามันเป็นองค์ความรู้ที่ผิด เราต้องเปิดโอกาสให้เขารู้ทั้งหมด เราต้องใจกว้าง ทุกเรื่องเลย ยกเว้นเรื่องอบายมุขนะ (หัวเราะ) ซึ่งก็แล้วแต่วัย ผมว่าให้เป็นไปตามวัยการเรียนรู้ของเขา

 

อยากรู้ว่าป่าในต่างประเทศเขามีระบบการจัดการที่ดีและน่าจะนำมาเรียนรู้ไหม

     มีระบบจัดการที่ดีมาก บ้านเราน่าจะเป็นความชะล่าใจมากกว่า เพราะในต่างประเทศเขาอาจจะไม่ได้มีสัตว์ที่หลากหลายเหมือนกับเรา ในหลายประเทศ ยิ่งเป็นประเทศในเขตหนาว มีทรัพยากรธรรมชาติน้อย มีความหลากหลายน้อย มีต้นไม้อยู่ไม่กี่ชนิด แต่เขาเห็นคุณค่าในสิ่งที่มีอยู่ ในขณะที่เรามีเยอะ เราก็น่าจะภูมิใจในสิ่งที่เรามี อย่างเช่นงู ประเทศไทยมีงูมากกว่า 150 ชนิด อเมริกาทั้งประเทศมีประมาณ 50 ชนิด อเมริกาใหญ่กว่าประเทศไทยขนาดไหน เห็นไหมว่าป่าบ้านเรามีความหลากหลายกว่า

 

วันที่ออกจากป่าแล้วกลับเข้าเมือง รู้สึกถวิลหา เสียดาย อยากอยู่ต่อ อะไรแบบนี้บ้างหรือเปล่า

     โคตรหงุดหงิดเลย (หัวเราะ) เข้าเมืองปุ๊บเจอรถติด อย่างตอนนี้ผมอยู่แถวลาดพร้าว ถ้าจะกลับบ้านแล้วเป็นช่วงเวลาพีกๆ โดนแน่นอน สองชั่วโมงกว่าจะถึง ทำให้คุณภาพชีวิตของเราแย่ ผมลองคิดเล่นๆ นะ ถ้าเราจะรณรงค์ให้คนหันมาขี่จักรยาน ก็จะมีคนถามกลับมาว่า ไหนล่ะเส้นทางของจักรยาน ถ้าบอกว่า นี่ไงทางจักรยานของ กทม. ทำไว้ให้แล้ว ไม่ได้หรอก มันสั้นไป ธุระของผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น

     แต่ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ เราทำทางจักรยานลอยฟ้าอยู่ใต้ทางด่วนหรือใต้เส้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ชั้นบนเป็นทางด่วนให้รถยนต์วิ่งหรือรถไฟฟ้าวิ่ง ถัดมาอีกชั้นเป็นทางจักรยาน ชีวิตเราจะดีแค่ไหนถ้าได้ปั่นจักรยานไปทำงานตามเส้นทางเหล่านี้ คุณจะเก็บเงินคนใช้ทางจักรยานก็ได้ เพราะเวลาเราอยากขึ้นทางด่วนเราก็ยอมจ่ายค่าผ่านทาง เส้นไหนที่กำลังจะสร้างรถไฟฟ้า ลองดีไซน์อีกหน่อยไหม แล้วถ้าทำได้โดยทุกเส้นเชื่อมโยงกันหมดจะดีแค่ไหน จะเก็บเงินก็ไม่ว่ากัน คนก็จะยินดีในการใช้จักรยานไปทำงานหรือเรียนหนังสือ ช่วยลดการใช้รถยนต์ได้ดีมาก ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นเรื่องเดิมๆ

สมมติว่าคนหนึ่งคนทำงานได้เงินวันละ 500 บาท มีรถเก่าๆ อยู่หนึ่งคันขับไปทำงาน บ้านอยู่ดินแดง ที่ทำงานอยู่รังสิต ก็ขึ้นโทลเวย์ไป คุณโดนแน่ๆ ร้อยบาท ไปกลับก็สองร้อยบาท ต้องเติมน้ำมันอีก ผมให้วันละ 150 บาท แล้วผมจะเหลือเงินเท่าไหร่ 250 บาทใช่ไหม เงินเท่านี้เอาไปทำอะไรได้ไหม ก็คงไม่ได้ มันโหดร้ายมากเลยนะ แต่ถ้าผมยอมไม่ขึ้นโทลเวย์ ขอวิ่งทางธรรมดา ก็จะต้องเสียเวลาไปสองสามชั่วโมงบนถนน ซึ่งมันไม่แฟร์เลย โดยเฉพาะถ้าเราอยากใช้ถนนเส้นทางปกติ เพราะไม่อยากเสียเงินค่าทางด่วน แต่เราก็ไม่ได้รับการดูแลที่ดี ปล่อยให้รถติดอย่างไรก็ติดอย่างนั้นไปเรื่อยๆ ซึ่งผมยอมรับได้ว่า ถ้าอยากไปเร็ว ถึงเร็ว ก็ต้องจ่ายเงิน แต่มันแฟร์ไหมกับราคาที่ต้องจ่ายที่แพงมากๆ สำหรับพวกเรา

 

ตอนที่เข้าป่าแรกๆ เทียบกับตอนนี้ ความคิดของคุณมีการเปลี่ยนแปลงหรือเติบโตขึ้นอย่างไร

     ผมมีประสบการณ์มากขึ้น เริ่มแรกก็มาจากเป็นคนชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ไปน้ำตกกับเพื่อน เดินไปเอาของที่รถ เอาเต็นท์ไปกาง เฮฮากับเพื่อน จากนั้นเราก็ค่อยเรียนรู้มาเรื่อยๆ ทั้งจากผู้คนต่างๆ ที่เขาเดินทางผ่านมา เกิดเป็นมิตรภาพ เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีๆ เลยทำให้รู้ว่าทุกๆ ย่างก้าวที่เราทำมันมีคุณค่า ถ้าเราเป็นคนช่างสังเกต พอเวลาเข้าสู่กระบวนการทำงาน อย่างในรายการ เนวิเกเตอร์ ก็ยิ่งมีกฎเกณฑ์เพิ่มมากขึ้น ทั้งเวลา โอกาสที่เรากำลังจะไป สิ่งที่เรากำลังค้นหา การเดินทาง ทำให้เราต้องเจอกับปัญหา และต้องแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ แก้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่เราพยายาม เพราะฉะนั้น ผมเคยเจอปัญหามานานัปการ ทั้งการเดินทาง ผู้คน ธรรมชาติ มันก็เลยทำให้เรามีความเข้มแข็งและเข้าใจว่าปัญหาในการทำงานหลายๆ อย่างมันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เราเจอ ซึ่งก็จะสั่งสอนให้เราแข็งแกร่งในบางอย่าง และอ่อนโยนในบางอย่างได้

 

ติ๊ก เจษฎาภรณ์

 

ตอนเข้าป่าคุณทำตัวเองให้กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างไร คิดแบบเดียวกับสัตว์มันคิดไหม หรือสมมติว่าตัวเองเป็นสัตว์ป่าสักตัว

     ไม่ครับ ผมอยากเป็นคนนี่แหละ แต่อยากเป็นคนที่ทำให้สัตว์รู้สึกว่าเป็นเพื่อนมัน แต่ก็ไม่รู้ทำไมสัตว์จะค่อนข้างกลัวเรา กลัวคนเดินสองขาแบบเรา สัญชาตญาณของสัตว์ทุกอย่างมันกลัวคน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้มันเรียนรู้ในเรื่องนั้น

 

เวลาเดินป่า คุณเก็บเห็ดเก็บผักที่ขึ้นตามข้างทางมากินบ้างไหม

     ถ้าส่วนตัวผมจะไม่แตะต้องเลย จะเตรียมเสบียงของตัวเองไป นอกจากว่าเป็นพืชหรือมีใบไม้บางอย่างที่เคี้ยวได้ หรือลูกไม้บางชนิดที่กินได้ ผมจะขอแบ่งส่วนหนึ่งเล็กๆ จากธรรมชาติมานิดหน่อยสำหรับใช้ปรุงอาหาร แต่ต้นแม่ของมันยังอยู่ ถ้าเป็นเห็ดนี่ผมไม่แน่ใจ เพราะเห็ดแต่ละชนิดก็มีวิถีชีวิตในการเติบโตไม่เหมือนกัน หรือหน่อไม้ผมก็ไม่ขุดมากิน แต่ผักต่างๆ ในป่า ปกติชาวบ้านเขาก็ไปเก็บมาใช้ดำรงชีวิตกันอยู่แล้ว

 

เวลาได้เฝ้ามองดูสัตว์อยู่ห่างๆ คุณรู้สึกอย่างไร

     โอ้โฮ ผมมีความสุขมากเลย ความใกล้ชิดกับสัตว์ของผมคือการเฝ้าดูพวกมันอยู่หลังม่านบังไพร ทุกภาพที่เราได้เห็น สัตว์ป่าทุกตัว คือภาพที่ประทับใจของผมทั้งหมด ผมได้เห็นกิริยาท่าทาง ได้เห็นมุมต่างๆ ที่เป็นไปตามธรรมชาติของมัน แต่เอาจริงๆ นะ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราแบบนี้ เราก็สามารถเห็นมันที่บ้านเราเองได้ ถ้าเราช่างสังเกต อย่างเช่น แมลง ด้วง กระรอก นก จิ้งจก ตุ๊กแก ผมอยากถามว่าปกติที่คุณอยู่บ้าน คุณได้สังเกตพวกมันไหม ถ้าไม่เคย เราก็อย่าเพิ่งไปวุ่นวายกับเรื่องอื่น

คนไทยเรามักจะชอบเฮๆ ถ้ามีกระแสอะไรเราก็จะเฮๆ คือมันก็ดีถ้ากระแสมันเป็นเรื่องดีแล้วเราก็เฮๆ กัน แต่เราก็ต้องให้เรื่องพวกนี้มันซึมอยู่ในตัวเราด้วยว่า เราเฮๆ กับมันเพราะอะไร เราไปโหนกระแสเพราะอะไร

     ไม่ใช่ว่าเราเห็นเพื่อนทำก็ทำตาม คนอื่นทำก็ทำด้วย แค่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของกระแสนั้นด้วย ผมอยากให้คนเรามองย้อนกลับไปที่ตัวเองมากกว่าว่าเราทำไปเพื่ออะไร หัวใจของเราคืออะไร

 

เคยกลัวไหมเวลาเข้าป่าแต่ละครั้ง อาจโดนสัตว์เข้ามาทำอันตราย

     ไม่เคยกลัวเลย แต่ต้องระมัดระวัง ถ้าเจอเสือตัวเป็นๆ ต่อหน้า ผมนี่ก้มลงกราบเลยนะ มากินฉันเถอะ (หัวเราะ) เพราะจริงๆ แล้วสัตว์ทุกอย่างหนีเราหมด นอกเหนือจากว่าเราไปล่ามันหรือมันอยู่ในจุดอับ แล้วมันรู้สึกว่าจะต้องสู้ เวลาเจอกันปกติ ต่างฝ่ายต่างจะแยกกันไปทางใครทางมัน เราเจอช้าง เราก็ต้องให้เขาไปก่อน ค่อยๆ ถอยออกมา

     แต่บางอย่างก็ต้องระวังเพราะเราไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น เช่น ผมโดนต่อหลุมต่อย เพราะเราไปยืนอยู่ตรงหลุมของมันพอดี ซึ่งผมก็รอดมาได้ ไม่ตาย แต่ก็โดนต่อยหลายทีเหมือนกัน (หัวเราะ) พวกมันบินมากันเป็นฝูงเลย ตอนนั้นเราต้องวิ่งขึ้นเขาอย่างเดียวเลย จำได้ว่าเหนื่อยมาก ทีมงานคนอื่นๆ ก็วิ่งกันกระจาย (หัวเราะ) เป็นบทเรียนให้เราว่า ต้องมองที่พื้นและบนต้นไม้ด้วย ที่พื้นมีอะไร บนต้นไม้มีอะไร มีหมีอยู่บนนั้นไหม มีผึ้ง มีต่อ มีแตนไหม

 

แสดงว่าเหตุการณ์นั้นคือช่วงเวลาที่คุณได้ใกล้ชิดกับสัตว์ป่าแบบตัวต่อตัวที่สุดแล้วใช่ไหม

     นึกออกแล้ว ผมเคยใกล้ชิดกับลิงวอกภูเขาที่สุด อยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ที่นั่นเขาทำการวิจัยลิงวอกภูเขามาเป็นสิบปีแล้ว เขาดูแลจนลิงพวกนี้รู้สึกว่าคนเป็นพวกเดียวกับมัน เป็นสิ่งที่ไม่แปลกปลอม พอไปเจอมันก็จะเฉยๆ กับคน ผมก็จะตามพวกมันไปเรื่อยๆ วันนี้ไปไหน ไปหากินที่ไหน พวกมันก็จะไปอยู่ตามแหล่งน้ำ กินดอกทองหลาง เก็บหอยในน้ำกิน ผมก็เดินเข้าไปเหมือนกับเป็นสมาชิกในฝูงของมัน ซึ่งพวกลิงก็ไม่ได้แสดงอาการแตกตื่นตกใจกับผม

 

เรากลัวเหลือเกินกับความคุ้นเคยแบบนี้ เพราะถ้ามันไปเจอกับพวกนักล่ามันจะไม่ทันได้ระวังตัว

     ใช่ แต่โชคดีที่พื้นที่ตรงนั้นเป็นเขตอนุรักษ์ที่มีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอยู่ พวกนักล่าก็จะไม่ค่อยกล้าเข้ามาสักเท่าไหร่

 

ติ๊ก เจษฎาภรณ์

 

ช่ำชองในการเดินป่าขนาดนี้ เคยหลงป่ากับเขาบ้างไหม

     เคยสิ สมัยแรกๆ ที่ทำรายการ เนวิเกเตอร์ เลย ช่วงปีที่สองมั้ง ตอนนั้นทีมงานรถติดหล่มอยู่ ยังข้ามมาไม่ได้ ผมก็เดินนำไปก่อน อยากเดินเล่นสำรวจรอบๆ ป่า และเป็นช่วงเวลาที่โพล้เพล้ด้วย เดินไปเดินมา เดินจนค่ำก็ไม่เจอใครตามมา เพราะเข้าใจว่าเส้นที่กำลังเดินอยู่เป็นเส้นทางหลักที่ทุกคนจะตามมารับ บังเอิญว่าในป่ามีทางแยกเยอะ ผมก็เดินไปเรื่อยๆ ฝ่าความมืดไปเรื่อยๆ แล้วป่าตอนมืดไม่ได้ดูน่ากลัวเลยนะ แต่เพราะป่าที่หลงอยู่เป็นแหล่งของช้างป่า แถมเดินอยู่คนเดียวด้วย ก็เป็นความกลัวนิดๆ หลังจากที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่สักพักก็หลุดออกมาได้ จนมาเจอรถที่มาดักรออยู่ข้างหน้า โชคดีว่าทีมงานพอจะเดาได้ว่าเราจะออกมาจากทางนี้ นั่นเป็นบทเรียนว่าต่อไปต้องจดจำพื้นที่ของป่าให้ดี อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าชะล่าใจ อุปกรณ์ที่เอาไปก็ต้องพร้อม

 

เวลาเข้าไปจริงๆ ทุกอย่างจะพรางตัวกลมกลืนไปหมดจนดูไม่ออกเลยใช่ไหม

     ใช่ แต่ประสบการณ์จะช่วยให้เรามองออกเอง เหมือนเวลาผู้หญิงไปช้อปปิ้งไง ทำไมพวกเธอเห็นของบางอย่างที่เราไม่เห็น คุณนึกออกไหม (หัวเราะ) ทั้งๆ ที่เดินอยู่ร้านเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมพวกเธอเจอของชิ้นนี้ได้ นั่นเพราะเรามองกันคนละแบบ

 

เคยมองตัวเองว่าถ้าแก่ๆ แล้วจะเข้าไปอยู่ในป่า ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบบ้างไหม

     เรื่องนี้ไม่แน่ใจเลย แต่ผมเชื่อว่าอะไรที่เป็นมุมสงบ ถือเป็นโลกของเรา เราก็อยู่ตรงนั้น ผมอยู่ในเมืองหลวงได้ ก็มีพื้นที่ของตัวเอง เราสามารถสร้างพื้นที่ของเราให้เป็นที่ที่เราชอบได้ นี่เป็นสิ่งที่อยากให้ทุกคนมอง เพราะเรามักชอบมองอะไรที่ไกลตัว เห็นเรื่องนั้นก็เฮไปช่วยเรื่องนั้น เห็นเรื่องนี้ก็เฮไปช่วยเรื่องนี้ ไปช่วยแต่ไม่เคยได้ช่วยสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว พ่อ แม่ พี่น้อง บ้านตัวเองล่ะ เคยเหลียวแลบ้างไหม ก่อนไปร่วมปลูกป่า ปลูกต้นไม้ให้บ้านตัวเองหรือยัง เราเริ่มต้นตรงนี้ก่อนได้เลย แล้วถ้ามีสิ่งอื่นที่เราอยากทำก็ค่อยไปทำ แต่อย่าลืมบ้านตัวเอง สถาบันครอบครัวและโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ

     การอยู่ร่วมกันก็เป็นเรื่องสำคัญ แค่การจ่ายค่าส่วนกลางของหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งใครที่อยู่หมู่บ้านจะเข้าใจ บางโครงการจ่ายกันแค่ 20% จากลูกบ้านทั้งหมด คนที่จ่ายก็จ่ายอยู่อย่างนั้น หรือเวลาเข้าหมู่บ้านจะเจอคนขับรถลัดวงเวียนแล้วเราก็ทำเฉย รถยนต์ปกติขับลัดวงเวียนก็ไม่ไหวระดับหนึ่งแล้ว ผมเจอรถโรงเรียนขับลัดวงเวียนเสียเอง แล้วเราจะสอนเด็กให้ปฏิบัติตามกฎของการอยู่ร่วมกันได้ยังไง เราจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ใช่ไหม

 

เป้าหมายในใจของคุณที่ยังไม่ได้ไปสักที

     ป่าฮาลาบาลา จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นทำให้เราไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยไหม ถ้าใครได้ไปที่นั่นผมจะรู้สึกตื่นเต้นและดีใจแทน ถ่ายรูปมาฝากกันด้วยนะครับ