แจ๊ส ชวนชื่น | ชีวิตและตัวตน ของ underdog ที่เอาชนะทุกอุปสรรคด้วยหัวใจและสองมือ

The Conversation
9 Apr 2018
เรื่องโดย:

ปริญญา ก้อนรัมย์, ภาสกร ธวัชธาตรี

จากการเป็นตลกสู่การเป็นฟรอนต์แมนของวงดนตรีแจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก ล่าสุด แจ๊ส ชวนชื่น ได้ก้าวมาเป็นโปรดิวเซอร์ในรายการ Show Me The Money Thailand รายการประกวดฮิปฮอประดับโลก

“กูจะบอกว่าตัวเองไม่เก่ง เพราะถ้าคิดว่าตัวเองเก่ง เราจะทำอะไรไม่ได้แล้วนะ เราจะย่ำอยู่กับที่ จะเป็นคนๆ หนึ่งที่นั่งชื่นชมผลงานตัวเองอยู่ได้”

อะไรที่นำพาตัวตนของ underdog คนนี้เอาชนะอุปสรรคที่ผ่านมาได้ ถ้าคุณอยากรู้ว่าหัวใจของผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไร หาคำตอบได้ในบทสัมภาษณ์นี้

แจ๊ส ชวนชื่น

 

ถึงวันนี้คำวิจารณ์ภายนอกมีอิทธิพลกับคุณแค่ไหน

     เมื่อก่อนมีอิทธิพลมาก ช่วงแรกที่ทำเพลง แว้นฟ้อหล่อเฟี้ยว ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเด็กๆ มาชอบเรานะ เหมือนวันหนึ่งแม่งมีคนเปิดประตูรับเราเข้าไป แล้วพอเรามาทำเพลงที่สอง เพลง ยับแม่ ที่ไปใส่กระโปรงเต้นเปิดให้คนดู  เราก็ไม่ได้คิดอะไรนะ ด้วยความที่เราคิดว่าภาพมันสวย แต่ดันผิดที่ผิดทาง ซึ่งวันนั้นเราทำผิดไปจริงๆ กลายเป็นว่าโดนเพจต่างๆ ในเฟซบุ๊กด่า มีเพจหนึ่งแม่งมาต่อว่าถึงครอบครัวเรา ด่าเมียเรา จนเมียไปนั่งร้องไห้ตรงระเบียง

     ซึ่งเอ็มวีตัวนั้นเราทุ่มทุนไปมาก ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังนะ ตอนเริ่มทำเพลงแรกเรามีเงินเก็บในบัญชีอยู่ 5 แสนบาท เมียถามว่า แจ๊ส เอาจริงเหรอ? เราควักออกหมดเลย 5 แสน เพื่อทำเอ็มวี แว้นฟ้อหล่อเฟี้ยว ซึ่งตอนนั้นไม่มีอะไร แต่พอมาเพลง ยับแม่ เราเอาอีกควักเงินเก็บล้านหนึ่งมาทำ เอาเงินตัวเองล้วนๆ ติดต่อ Rocket Sound เอารถคอนเทเนอร์แบบเปิดไฮโดรลิกได้ขับไปพัทยา เอารถซาเล้งใส่เครื่องเสียงอีก 5 คันขนไป เสียเงินค่าโรงแรม ขนทีมงานไปอีก 40 คน แต่สุดท้ายเรากลับได้คำด่าแบบนั้น เราเลยรู้สึกว่าโลกนี้แม่งน่ากลัว แล้วเราดันเสือกเอาคำด่าพวกนั้นมานั่งอ่าน เอามาใส่ในชีวิตเราอีก จนเมียเห็นแล้วร้องไห้ ก็นั่งจับมือกับเมีย พูดกันว่าไม่ต้องดูแล้วนะ ผิดถูกให้คนฟังตัดสิน เขาว่าเราผิด เราก็ต้องยอมรับผิดและปล่อยไป ทำใหม่ ตอนนั้นไม่คิดว่าจะกลับมาได้ด้วยซ้ำ

 

ความผิดพลาดครั้งนั้นมันหนักมากขนาดนั้นเลยเหรอ

     หนักมากๆ จนมาทำเพลง มือลั่น ไอ้เหี้ย เรากลับมาได้เฉย ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จนเรามาเข้าใจทีหลังว่า อ๋อ หน้าที่ของเราคือการทำงานไป

คือชีวิตเราไม่ว่าจะล้มรุนแรงมาไม่รู้กี่ครั้ง เราก็สามารถหัวเราะกับสิ่งที่ผ่านมาได้หมดเลย เรารู้วัฏจักรหมดมันหมดแล้ว เคยลำบากมาแล้ว

     และรู้ว่าจุดที่เราอยู่วันนี้มันไม่ได้สูงกว่าใคร เราไม่ได้รู้สึกผยอง ก็อยู่ของกูไปแบบนี้

 

ช่วงเวลาที่ชีวิตตกต่ำขนาดนั้น คุณกลับมาได้อย่างไร

     พูดเลยว่าด้วยเมีย (หัวเราะ) ไม่ได้เทิดทูนนะเว้ย ถามว่าเคยมีเมียคนอื่นมาก่อนหน้านี้ไหม เคย แต่ชีวิตวันนี้… (หยุดนิ่ง) เราอยากขอบคุณคนบนฟ้าที่ส่งผู้หญิงคนนี้มา ส่งมาแบบ ไอ้เหี้ยเอ๊ย มาเพื่อเกื้อหนุนเราจริงๆ ช่วยเหลือทุกอย่างจนไม่รู้จะขอบคุณยังไง มีวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะเมียจริงๆ

     แต่เฮ้ย สำหรับเมียกูนี่ไม่มีคำปลอบโยนนะ คำพูดแบบที่ว่าให้ใจเย็นๆ นะ สู้ๆ นะ เมียกูไม่ได้เป็นแบบนั้น เธอนิสัยผู้ชายมากๆ พูดแค่ว่า แจ๊สเอาใหม่ เขาไม่ใช่ผู้หญิง เขาเป็นผู้ชายในร่างผู้หญิงที่มาอยู่กับเรา ไม่อย่างนั้นเราพูดไม่ได้หรอกว่าคนคนนี้เป็นทั้งเพื่อน เมีย ผู้จัดการฯ เป็นแม่ เป็นได้ทุกอย่าง ตั้งแต่อยู่กันมาเราไม่เคยได้ดูแลเขาในมุมอ่อนแอเลย มีแต่เราที่คอยพึ่งเขา

 

แจ๊ส ชวนชื่น

 

ควรจะหาคนแบบนี้ไว้ในชีวิตสักคนหนึ่ง

     ไม่ทุกคนหรอก บางคนมันแข็งแรงอยู่แล้ว แต่สำหรับเรา เราไม่แข็งแรงพอ คือคนอื่นอาจจะเห็นเราในมุมตลก แต่ชีวิตมันไม่ได้ตลกแบบนั้นนะเว้ย ชีวิตเรามีอะไรคิดเยอะแยะ เพราะ หนึ่ง ครอบครัวเราไม่ได้สบาย ไม่ได้มีเงินมานอนกอด เราจะต้องรู้ตลอดเวลาว่างานนี้จะอยู่กับตัวเองเท่าไหร่ งานนี้จะอยู่ไปถึงผ่อนบ้านหมดไหม ชีวิตมีอยู่แค่นี้จริงๆ

     แต่พอมาเจอเมียคนนี้ เราไม่ต้องลุ้นอะไรเลย มีหน้าที่แค่ถามว่าซื้ออันนี้ได้ไหมจ๊ะ แล้วไม่ต้องมากังขาด้วยว่าจะเอาดีไหมถ้าเขาบอก ไม่ เพราะว่าเขาจัดการไว้ชัดเจนหมดแล้ว คือสิ่งที่เราไม่มี เมียมีหมด จะมีใครที่ไหนที่จู่ๆ เราโยนสมุดงานให้ แล้วสามารถจัดการได้หมด คุยงานกับผู้ใหญ่ คุยงานโฆษณา คุยงานกับลูกค้า ไอ้เหี้ย มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะมึง แถมไม่ขี้หึง ไม่งี่เง่า ไม่เคยมีเรื่องเลย มีแต่เราเองนี่แหละทำผิด

 

อ้าว เคยทำผิดต่อเมียเรื่องอะไรล่ะ

     ก็มีครั้งหนึ่งที่มีข่าวว่าเราไปเล่นตลก แล้วเอาหน้าไปซุกนมผู้หญิง แต่ตอนนั้นเราคิดว่าทำงานไง ไม่ได้บ้ากามอะไร แต่ตอนนั้นพอดีลูกเพิ่งคลอด เขาน้ำตาไหลเลยนะ แต่น้ำตาของเขาไม่ได้ไหลเพราะเสียใจที่เราไปซุกนมผู้หญิงนะ เพราะเขาเคยเห็นเราเล่นมากกว่านั้นอีก แต่เขาพูดว่า แจ๊ส มึงรู้ไหม ทำแบบนี้แล้วคนจะประณามครอบครัวเราขนาดไหน มึงมีลูกแล้วนะ โลกเดี๋ยวนี้ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนนะที่มึงจะทำอะไรก็ได้ คือผมพูดได้เต็มปากเลยนะว่าขาดเมียไม่ได้ เละแน่ โคตรโชคดี เมียหน้าตาดีด้วย ไม่รู้ว่าดีสำหรับใครหรือเปล่า แต่ดีสำหรับกูแน่นอน และดีเกินคาดด้วย บุคลิกดี วางตัวเป็น รักกูจริงๆ ในแบบที่เป็นตัวกูด้วย โอ๊ย เหี้ย หายาก

 

ฟังๆ ดูเหมือนชีวิตคุณครบแล้วนะ มีลูกน่ารัก มีเมียที่เคารพ และมีงานที่เป็นตัวเองจริงๆ

     มากพอแล้ว ถ้าจะให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ดัง ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีตังค์เหมือนเดิม ก็อยู่ได้ แต่ในใจขอให้ลูกเรียนจบก็พอแล้ว ไปอยู่เหมือนเดิมได้แล้ว ทำมาหากินไป ขายลูกชิ้นอะไรก็ได้ ขอแค่ลูกเรียนจบเท่านั้นก็พอ ถ้าเวลานั้นมันบังคับให้เราเป็นแบบนั้นจริงๆ เราทำใจได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นไร คิดแค่นั้น ไม่ได้หวังอะไรอีกแล้ว

     แต่ตอนนี้มันมีคนข้างหลังเราแล้วไง ลูกน้องอีกหลายคนที่กำลังสานฝันกับเราอยู่ ตอนนี้เหนื่อยเพราะวงดนตรีที่ทำเลยนะ แต่มันเป็นรอยยิ้มของเรา รอยยิ้มของทุกคน รอยยิ้มของพ่อด้วย พ่อก็มาอยู่ที่วง เหมือนได้พาพ่อมาเที่ยว พ่อได้ออกกำลังกาย พ่อได้ยิ้ม เราก็แฮปปี้ ก็เหมือนอย่างที่บอกว่าหยุดทำไม่ได้

 

แจ๊ส ชวนชื่น

 

เคยคิดว่าจะมาถึงจุดที่ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ เป็นพ่อ เป็นพี่ เป็นหลักให้คนอื่นแบบนี้ไหม

     ไม่เคยคิดเลย อย่างที่บอก เรารู้สึกถึงคนทุกคนเลยนะ รู้สึกถึงเด็กคนหนึ่งที่อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร เจตนามันจะบอกได้เว้ย กับอีกคนที่วอนนาบี มันจะไม่เหมือนกัน แต่ผมจะเป็นคนมองค่าตัวเองต่ำตลอด จะคิดเสมอว่ากูไม่ได้เก่งอะไร คนมาบอก พี่เก่ง เชื่อเถอะ

กูจะบอกว่าตัวเองไม่เก่ง เพราะถ้าคิดว่าตัวเองเก่งเราจะทำอะไรไม่ได้แล้วนะ เราจะย่ำอยู่กับที่ จะเป็นคนคนหนึ่งที่เอาแต่นั่งชื่นชมผลงานตัวเองอยู่ได้

     เราต้องคิดว่าตัวเองไม่เก่ง คือมันจริงนะเว้ย ถ้ามนุษย์คิดแต่ว่าไอ้เหี้ยตัวเองเก่ง มึงจะอยู่กับใครไม่ได้นะ

 

มนุษย์แบบไหนน่ากลัวที่สุดสำหรับคุณ

     มนุษย์ที่ชอบการแข่งขันน่ากลัวที่สุด แต่มันต่างกับการบอกว่าตัวเองไม่เก่ง แล้วลุกออกมาทำอะไรสักอย่าง อันนั้นคือการแข่งขันกับตัวเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกัน คนละอย่าง แต่มนุษย์ที่น่ากลัวที่สุดและไม่ควรอยู่ใกล้คือคนที่ชอบชีวิตแข่งขันตลอด คำพูดมันจะบอกได้หมด ซึ่งกูเคยเจอเพื่อนแบบนี้มาแล้ว แข่งขันกันทุกเรื่อง แม้แต่การพูดการจา การยกประเด็นอะไรมาสักเรื่อง กูมีนี่ มึงมีนั่น ถ้าของกูดีที่สุดแล้ว ของมึงต้องไม่ดีสำหรับกู มันน่าเลยกลัวมากเลยคนแบบนี้ คืออยู่เป็นผู้รู้ดีกว่า รู้จักตัวเอง รู้จักคนอื่น ผมเลือกที่จะรู้จักคนอื่นมากกว่า

 

อยากให้ฝากพูดถึงรายการ Show Me the Money Thailand บ้าง คุณกระโดดมาสู่อีกบทบาทใหม่อีกแล้ว

     กลัวนะ กลัวเขาจะว่าเรา ตอนแรกบอกปฏิเสธเขาไปสองรอบนะ พี่อย่าเลย ผมรู้ว่าโลกนี้มันเต็มไปด้วยดราม่าโซเชียลฯ แล้วรู้สึกว่าเราจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า ต้องแบกอะไรเยอะไปหรือเปล่า แต่พอมาเจอโปรดิวเซอร์หลายๆ คน เราพูดเรื่องนี้กับเขา ไปเกาหลีก็พูดว่า ผมแม่งเครียดนะ ผมพูดภาษาอังกฤษไม่เป็นนะ ผมฟังภาษาอังกฤษไม่ออกนะ งานที่ผ่านมาผมใช้ความรู้สึกทำนะ เขาบอกว่าก็ใช่ไง ที่เอาแจ๊สก็เพราะแบบนี้แหละ จนมามีเพลงเปิดตัวที่โปรดิวเซอร์จับปากกาเขียน เราเข้าใจมันอยู่แล้วนะ แต่วันที่เราก้าวขึ้นเวทีแล้วมีโชว์ของโปรดิวเซอร์ ทุกคนจับจ้องเราอยู่ เพราะว่าเขาไม่เคยเห็นเราในโหมดนี้ เขาต้องคิดอยู่แล้วว่ามึงจะทำได้หรือเปล่า จนได้ยินเสียงเฮ พี่เขาชมเรา เด็กๆ เข้าไหว้เรา มาปรึกษาเรา เฮ้ย มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดว่ะ

 

 

ประวัติศาสตร์เพลงฮิปฮอปคล้ายกับชีวิตคุณเลย ที่มันผ่านแรงกดจากสังคมและการพิสูจน์อะไรบางอย่าง

     จริง ฮิปฮอปเป็นเพลงแห่งคำพูด บ้านเรามีลิเก เพียงแค่มันไม่ใช่ฮิปฮอป แต่เรารู้และเราก็ทำไปตามทิศทางของเรา อย่างที่บอกว่า เราไม่ได้เจ๋ง เราทำได้ ดีไม่ดีไม่รู้แต่เราทำได้ การมาอยู่ในรายการนี้มันก็เหมือนกัน เราแบกอะไรไว้มาก เราต้องพิสูจน์ให้คนเห็นว่าเราทำได้

 

การได้เป็นตัวเองและเป็นอิสระจากการกดของคนอื่นแบบนี้ดีแค่ไหน

     สะใจนะกับสิ่งที่เราทำ สะใจกับความสำเร็จแล้วก็สนุกกับมัน ก็รู้สึกว่าไม่คิดอะไรแล้ว มีคนเจอดาราดังๆ อยู่ข้างๆ แล้วไม่มาถ่ายรูปเรา ก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ไม่รู้สึกล้มเหลวหรือเสียใจอะไร เพราะเราผ่านมาหมดแล้ว แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาใครที่เขาดังกว่าด้วย เรามีความสุขแล้วที่เป็นแบบนี้ จริงๆ บนนั้นมันไม่มีอะไรเลยนะ ไม่มีอะ เราได้ฐานคนที่ชอบเราแบบที่เป็นเราแล้ว ไม่ได้ต้องขวัญใจมหาชนที่ต้องคิดตลอดเวลาว่าจะทำอะไรไปคนอื่นจะเกลียดหรือเปล่า เราชอบแบบนี้มากกว่า

 

แจ๊ส ชวนชื่น

 

คุณจะให้คำแนะนำคนที่ยังพ่ายแพ้อยู่ คนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังไงบ้าง

     มนุษย์ทุกคนแม่งมีจุดเหี้ยเหมือนกันหมด นักธุรกิจร้อยล้านก็มี คนที่ผูกไทดูดีเขาอาจจะไม่ทำชั่วให้เราเห็น แต่เขาอาจจะเหี้ยในการพูดจาก็ได้ เหี้ยในการกระทำบางอย่างก็ได้ สิ่งสิ่งเดียวที่อยากบอกเลยคือคุณจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นคนดี

มึงจะขับมอเตอร์ไซค์ก็ได้ มึงจะสักเต็มตัวก็ได้ ถอดเสื้อเดินตามถนนก็ได้ แต่มึงต้องเป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่เอาเปรียบใคร แค่สองอย่างนี้แล้วคุณจะเป็นอะไรก็ได้หมด

     คือทำแล้วรู้สึกว่ามันดีหรือเปล่าแค่นั้น ถ้าดีก็ทำไป แต่ไม่ใช่ว่าดีแค่กับตัวมึงนะ เพราะมันอาจจะไม่ดีกับคนอื่นก็ได้ ต้องทำอะไรที่มันดีต่อตัวคนอื่นด้วย

 

มองความทุกข์ความสุขในทุกวันนี้อย่างไร

     ตอนนี้คิดอย่างเดียวเว้ยว่าสุขมันมีทุกวัน พูดจริงๆ นะว่าเรามีความสุขทุกวัน จะมีบ้างที่ไม่มีความสุข มีความทุกข์เข้ามาบางอย่าง แต่คิดอย่างเดียว ช่างแม่ง ช่างแม่งคำเดียวเลย สมมติมีปัญหากับงาน คิดอย่างเดียวว่าช่างแม่ง สุดแค่ไหนก็แค่นั้น ติดคุกก็ติด แต่ต้องแก้ปัญหาให้ดีที่สุดด้วยนะ อะไรที่แก้ไม่ได้ก็ปล่อยไป แต่สุขมันมีทุกวัน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ปริญญา ก้อนรัมย์

ชื่นชอบการถามเพื่อนว่า “ชีวิตช่วงนี้เป็นไงบ้าง?” ส่วนถ้าช่วงนี้ใครถามกลับมา จะตอบไปว่า “กำลังหามรุ่งหามค่ำเพื่อชีวิตเอกเขนก...”

เรื่องโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN