เลือกตั้ง 2562: ไพบูลย์ นิติตะวัน | อุดมการณ์อันแรงกล้า และหลักศรัทธาที่ถูกสังคมตั้งคำถาม

บนสนามของการแข่งขันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจจากใครหลายๆ คน รวมทั้งพื้นที่สื่อ ด้วยบุคลิกเฉพาะและลีลาการปะทะคารมระหว่างดีเบตด้วยคำพูดประจำตัวว่า “แล้วมันผิดตรงไหน” ซึ่งเขาเลือกใช้เป็นคำตอบเพื่อถามย้อนเมื่อถูกท้วงติงถึงแนวคิดและแนวทางที่ยึดถือ ตั้งแต่การน้อมนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติเพื่อการทำงานด้านการเมือง ไปจนถึงการสนับสนุนพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจเผด็จการทหาร

     ในฐานะผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรคเขาคือผู้เล่นใหม่ แต่ถ้าในสนามของการเมืองไทย เขาคือผู้เล่นมากประสบการณ์ผู้พาตัวเองผ่านความร้อนหนาวของจุดเปลี่ยนสำคัญของขั้วอำนาจทางการเมืองมาอย่างโชกโชน เขาบอกกับเราอย่างภูมิใจว่าเขาคือคนที่ล้มนางสาวยิ่งลักษณ์ และเป็นคนที่ทำให้พลเอกประยุทธ์ ได้เป็นหัวหน้า คสช. ในที่สุด รวมไปถึงได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่มีบทบาทสำคัญทั้งสิ้น เขายืนยันอีกครั้งว่า “ทุกอย่างผมจะต้องเป็นผู้นำ เพราะผมเป็นตัวของตัวเองสูง”

     จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่าอะไรทำให้ชายหนุ่มผู้นิยามตัวเองว่าเป็นเสรีชนและมีอุดมการณ์อันแรงกล้าไปบุกเบิกทำไร่ในชนบทเป็นสิบปี และกลายเป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จระดับพันล้าน ถึงยอมเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาสู่การทำงานด้านการเมืองอย่างทุกวันนี้ และนี่คือคำตอบจากชายแก่วัยลุงคนเดียวกันกับชายหนุ่มในวันวาน

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน

 

คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อประโยคที่คุณพูดระหว่างดีเบต “แล้วมันผิดตรงไหน” กลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในโซเชียลมีเดีย

     ก็ดีใจนะ เป็นประโยชน์ ทุกคนเอาไปใช้ได้ เพราะเป็นการถามย้อนผู้พูดถึงเรื่องดังกล่าวว่ามันผิดตรงไหน ถ้าเขามั่นใจจริงๆ ว่าข้อมูลที่กล่าวห หรือยกตัวอย่างมาผิดจริง เขาจะต้องตอบได้ว่ามันผิดตรงไหนบ้าง หลายเรื่องจะได้กระจ่าง แต่ถ้าเขาตอบไม่ได้แสดงว่าไม่ได้เป็นความผิด เป็นแค่ความเห็นของคนนั้นเท่านั้นเอง เพราะผมไม่เห็นว่ามันผิดตรงไหน ส่วนคนอื่นเห็นว่ามันผิดตรงไหนก็บอกมา คำพูดนั้นจึงเป็นทั้งคำตอบและเป็นทั้งคำท้วงที่สมบูรณ์ในตัว

 

คุณดูเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง

     ผมเป็นคนนิยมความตรงไปตรงมาหรือความสุจริต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการทำงาน ตัวเองคิดอย่างไรก็ควรจะซื่อสัตย์ต่อความคิดตัวเองแล้วพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา สำหรับพรรคประชาชนปฏิรูป เราตั้งอุดมการณ์ตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะไม่ทำเหมือนพรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น เราจะเป็นพรรคการเมืองฝ่ายคุณธรรม คือยึดความสุจริต ตรงไปตรงมา เปิดเผย โปร่งใส ดังนั้น เวลาพูดอะไรก็จะพูดตรงๆ สิ่งที่พูดคือสิ่งที่คิด รักษาทุกคำพูด และน้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ จะได้แก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนให้ประชาชนได้ เพราะว่าคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นสอนเรื่องทุกข์และวิธีดับทุกข์ ถ้าทุกคนศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็จะลดปัญหาสังคมลงได้

     ไม่ใช่สังคมต้องอาศัยการอุปถัมภ์จากรัฐอย่างเดียว หรือรอว่าจะต้องมีใครเอาอะไรมาให้ บางครั้งการเอามาให้ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา แต่เป็นการเติมความทุกข์ยิ่งไปอีก เช่น เอาเงินกู้มาให้เพิ่ม ผมจึงเห็นว่าจุดนี้คือสิ่งที่พรรคการเมืองควรกลับมาคิดและทำ ทำไมไม่ทำให้การเมืองเป็นประโยชน์ ส่งเสริมความสงบสุขและความเข้าใจระหว่างกันของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งพรรคประชาชนปฏิรูปจะทำหน้าที่นั้น

 

กว่าคุณจะตกตะกอนทางความคิดจนมีหลักความเชื่อที่เหนี่ยวแน่นอย่างในปัจจุบัน วิวัฒนาการทางความคิดของคุณ ผ่านการเรียนรู้อะไรมาบ้าง ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น จนเริ่มเข้ามาสู่แวดวงการเมือง

     ผมมาเรียนธรรมศาสตร์ทีหลัง ช่วงนั้นผมยังอยู่ต่างจังหวัดทำไร่ บุกเบิกเองทั้งหมด ก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไป หนุ่มๆ ชอบผจญภัย ชอบท้าทาย เป็นนักพัฒนา ใช้จินตนาการสร้างความคิด แล้วมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายต่างๆ ที่เป็นสิ่งดี เป็นหนทางที่ถูกต้อง อยากได้ อยากทำอะไร อยากจะเด่นดังก็คิดไปหมด เพราะอุดมการณ์แรง ออกไปทำไร่ทั้งๆ ที่ไม่มีไฟฟ้า ใช้เทียนจุดตะเกียงอยู่ได้เป็นสิบปี ขณะที่ทำอยู่ก็คิดตลอดไม่จบเสียที แล้วเราก็เห็นคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ เช่น กรณีนักการเมือง ทำไมถึงมีอำนาจ เสื่อมอำนาจ ติดคุก ติดตาราง ก็มาฉุกคิดตอนหลัง ถึงได้ไปรับฟังบรรยายธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ เลยเข้าใจเรื่องการอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปยึดมั่นถือมั่น ธรรมชาติของสิ่งทั้งปวงมันไม่เที่ยง

     ก็เหมือนกัน ไม่ว่าคนที่เรารัก รวมถึงคนที่เราเกลียด (หัวเราะ) ทุกคนทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ถึงเวลาหนึ่งต้องเสื่อมต้องเสียไป ถ้าเราเข้าใจ ทุกอย่างก็จะสงบ เบา มีปัญหาน้อยลง การหยุดปรุงแต่ง เลยได้ความคิดเหล่านี้นี่แหละ น้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติจะเห็นความสงบอย่างแท้จริง

     ส่วนเหตุที่ทำไร่เพราะรู้สึกว่าการเติมเต็มที่แท้จริงคือต้องเข้าสู่ชนบท การทำเกษตรน่าจะช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนและลำบากได้ดีที่สุด ขณะที่ทำก็โดนข้อกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ บางสายข่าวบอกเป็นคอมมิวนิสต์จีน บางสายบอกเป็นรัสเซีย เราก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะอุดมการณ์เราไม่ได้แค่ไปบอกว่าชาวชนบทว่าต้องทำอย่างไร แต่เราเข้าไปทำไร่ในชนบทเลย

     ตอนหลังพบว่าการทำสิ่งเหล่านั้น แม้จะสร้างงานช่วยคนเป็นพันๆ แต่มันน้อยมากเมื่อเทียบกับการที่เราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐแล้วค่อยไปดำเนินการช่วยเหลือ เช่น เข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเข้ามาทำหน้าที่โดยอำนาจรัฐ แล้วใช้อำนาจรัฐเหล่านั้นไปช่วยเหลือประชาชน จะได้ประโยชน์มากกว่าที่เราไปทำด้วยตัวเองแต่เพียงคนเดียว

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน

 

เกิดอะไรขึ้น ณ จุดเปลี่ยนตรงนั้น จากคนบุกเบิกทำงานสร้างธุรกิจการเกษตร ในที่สุดคุณพบว่ามันอาจจะไม่ได้ผลอะไรเท่าไหร่กับสังคมหรือประเทศ จนคิดว่าการเข้ามาสู่อำนาจอาจจะได้ผลกว่า

     ช่วงที่พัฒนาการเกษตรขึ้นมาก็เป็นธุรกิจใหญ่มูลค่าหลายพันล้าน เกิดวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตกปี พ.ศ. 2540 พอดี ทำให้การลงทุนติดขัด หลายคนคิดว่าเป็นผลจากการเมืองที่นักการเมืองละเลยหรือขาดความสามารถ ผมเองสนใจเรื่องการเมืองอยู่แล้วแต่ไม่ได้เข้ามาทำงานด้านนี้โดยตรง เมื่อมีโอกาสได้เข้าไปทำงานใกล้ชิดการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มมองว่าการที่ทำแต่ส่วนของเรามันก็ได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าทำการเมืองจะเป็นประโยชน์มากกว่า

 

ถ้าไม่มีวิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 ธุรกิจของคุณอาจใหญ่โตเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

     คงไม่หรอก เพราะเวลาทำธุรกิจผมไม่เอากำไรเป็นตัวตั้ง ดังนั้น ความสามารถในการบริหารธุรกิจของผมอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่เป็นนักพัฒนาที่ดี คือกล้าบุกเบิกสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ ถ้าผมคิดทำงานหวังกำไรผมคงไม่ไปทำไร่หรอก เพราะการทำไร่ไม่ได้สร้างกำไร แต่เราต้องการทำกิจการที่เป็นประโยชน์กับสังคมและได้ช่วยเหลือชนบท

     เรารับรู้ทุกปัญหาของเกษตรกร ผมเองก็เป็นชาวนา ลูกสาวผมเกิดในช่วงระหว่างที่ผมทำนา ผมจึงตั้งชื่อว่าต้นข้าว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความเป็นชาวนาที่ผมภูมิใจ และเพลงที่ผมชอบคือ กลิ่นโคลนสาบควาย ชอบก่อกองไฟตอนกลางคืนเล่นเพลงเพื่อชีวิต ชีวิตเป็นอย่างนั้น

     ต่างจากตอนหลังที่ต้องมาใส่สูททำงานด้านการเมือง ก็เป็นวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่ง แต่สุดท้ายมันคือตัวเราที่ยังค้นหาอยู่ตลอดว่าต้องการทำอะไรกันแน่ ค้นหามาตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงปัจจุบัน ก็เพิ่งเจอว่าเราควรน้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ร้อน นี่เป็นจุดสูงสุดของสิ่งที่เราค้นหามาตลอดชีวิต

 

มองย้อนกลับไป คุณเสียดายเงินที่สูญเสียไปเพราะวิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 ไหม

     ตอนนั้นน่าจะสูญเสียไปกว่าพันล้านบาท เป็นส่วนของกิจการและหุ้น ก็รู้สึกเสียดายและทุกข์เหมือนกับคนทั้งประเทศ แต่ตอนนี้คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่แล้ว เงินส่วนนั้นเป็นเพียงสิ่งที่เราสมมติขึ้นมา มันเป็นอดีต ทำอะไรเราไม่ได้ อย่าไปคิดอะไรเยอะ อยู่กับปัจจุบัน

 

แล้วตอนนี้คุณเจ็บแค้นนักการเมืองในยุคปี พ.ศ. 2540 ไหมที่ทำให้ประเทศย่ำแย่

     ไม่เหลือความรู้สึกอะไรเลย มันผ่านและหายไปหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเจ็บแค้นอะไรอีก ถ้าคิดอย่างนั้นแสดงว่าเราไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน เราอยู่กับอดีต ซึ่งเป็นปัญหาสังคมในปัจจุบัน นักการเมืองทุกฝ่ายที่โต้เถียงกันไปมาล้วนไม่อยู่กับปัจจุบัน มัวแต่เอาอดีตมาแค้นกัน และมองอนาคตว่าถ้าพรรคนี้พรรคนั้นได้เป็นรัฐบาลแล้วจะแย่ จนเกิดความพยายามทำลายซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้เป็นทุกข์ทั้งนั้น

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน

 

คนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งกำลังสงสัยว่าคุณทำงานการเมืองเพื่อสนับสนุนรัฐบาล คสช. เพื่อวันหนึ่งคุณอาจจะสร้างตัวกลับไปมีรายได้เหมือนเมื่อก่อนได้หากคุณกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

     เขามีสิทธิ์จะคิดอย่างนั้น แต่ผมอยู่กับปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้คิดอะไรอีกแล้ว ผมผ่านอะไรมาเยอะ ผมไม่ได้อยากแล้ว การสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ เป็นความเห็นส่วนตัวของผม เราเห็นแล้วว่าเขาเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริตมากกว่าคนอื่น ดังนั้น หากต้องเลือกใครสักคนมาเป็นนายกรัฐมนตรี เราต้องเลือกคนที่เราคิดว่ามีความเหมาะสมที่สุด

     แต่ถ้าหากสิ่งที่เลือกทำให้คนไม่ชอบเรา มันจะเป็นธรรมไหม เราก็มีสิทธิ์จะชอบพลเอกประยุทธ์ การไม่ชอบกันด้วยเหตุผลว่าคนหนึ่งไปสนับสนุนสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบถือเป็นมิจฉาทิฏฐิ เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเขา เราว่าไม่ได้ สิ่งที่สำคัญคือต้องปล่อยไปตามวิถีของเขา ไม่ว่าใครได้เป็นนายกผมก็ไม่มีปัญหา ส่วนพลเอกประยุทธ์ที่เราสนับสนุน ถ้าได้เป็นนายกก็ดี หรือไม่ได้เป็นก็ดี

     ส่วนเรื่องที่คิดว่าหาผลประโยชน์ เราไปทำธุรกิจที่ให้กำไรไม่ดีกว่าเหรอ แต่ถ้าทำพรรคการเมือง เราจะทำให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลระดับชาติ เราไม่ต้องการทำให้เหมือนพรรคอื่นๆ ที่แสวงหาผลประโยชน์ อยากได้ตำแหน่งสำคัญ สัมปทาน สัญญา ความร่ำรวย เขามาจากความอยากได้ ส่วนเรามาจากความอยากช่วยแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนให้แก่ประชาชน เราจึงมีวิถีที่ต่างกัน

     ดังนั้น ถ้าการสนับสนุนพลเอกประยุทธ์กลายไปเป็นเรื่องใหญ่ของคนอื่น เราก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาปรุงแต่งไปเอง ถ้าเราไปยุ่ง เราเองจะเป็นฝ่ายที่ผิด

 

บางทีอาจจะต้องรอให้คนรุ่นใหม่โตกว่านี้ถึงจะเข้าใจ เพราะคนรุ่นใหม่มักจะไม่เชื่อคนมีอายุแบบคุณ

     คนมีอายุก็ไม่ค่อยเชื่อคนรุ่นใหม่เช่นกัน ไม่มีใครเชื่อใครอยู่แล้ว พระพุทธเจ้าให้ใช้ปัญญากระทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง จะคนรุ่นใหม่หรือคนมีอายุก็ต้องใช้สติปัญญาของตนเอง วิทยาศาสตร์กล่าวว่าทุกอย่างเกิดเพราะการปรุงแต่งจากระบบการทำงานของสมองและประสาทผ่านอายตนะทั้งหลาย (ประสาทรับสัมผัส) แต่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้มาก่อนหน้านั้นกว่า 2,600 ปี ขณะที่วิทยาศาสตร์เพิ่งรู้กลไกการทำงานนี้เพียงไม่กี่สิบปีนี้เอง และยังไม่เข้าไปถึงขั้นสูงที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ไว้ด้วย ทุกอย่างที่เรารู้สึกเกิดจากการปรุงแต่งของสมองเท่านั้นเอง สิ่งที่เราคิดว่าเป็นของเรา มันเป็นของเราจริงหรือเปล่า ถ้าเข้าใจตรงนี้แล้วก็อาจจะลดละเลิกหลายๆ เรื่องได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องมีนะ เพียงแต่พอใจในสิ่งที่ตนเองมี เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้คนมีอายุมาสอน ต้องรับรู้เอง

 

แต่ระบบประสาทและสมองจะทำงานได้ดีที่สุดตอนช่วงวัยหนุ่มสาว จึงเป็นไปได้ที่คนหนุ่มสาวอาจจะคิดได้มากกว่าคนมีอายุด้วยซ้ำ

     พระพุทธเจ้าออกบวชตอนอายุ 20 กว่าปี แต่ท่านคงคิดเรื่องปัญหาชีวิตมาตั้งแต่อายุ 10 กว่าปีแล้วล่ะ ท่านหาหนทางที่จะหาคำตอบจนกระทั้งตรัสรู้ เป็นการตรัสรู้ของคนที่คิดมาตั้งแต่อายุยังน้อย

 

แสดงว่าเป็นไปได้ที่เด็กรุ่นใหม่อาจจะมีความรู้และการตัดสินใจด้านการเมืองได้ดีกว่า

     แน่นอน อย่าไปตัดสินว่าใครที่อายุน้อย เรียนน้อย หรือจน แล้วจะถือว่าความคิดเห็นของเขาไม่ถูกต้อง และอย่าบอกว่าไม่ควรฟังคนที่แก่แล้ว ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี ถือเป็นมิจฉาทิฏฐิ ใครพูดอะไรก็คิดด้วย แต่ทุกอย่างอยู่ที่เรา คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่สามารถถ่ายทอดเหมือนกำลังภายใน แต่ละคนจะได้ประโยชน์ก็ต่อเมื่อคิดและปฏิบัติเอง

     ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ผมเป็นนักประชาธิปไตยฝ่ายที่แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ผมไม่คิดว่าการเห็นต่างจะสร้างความรังเกียจกัน การเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่ตัวเราเองยังเห็นต่างกับตัวเองเลย (หัวเราะ) ทำไมจะต้องให้คนมาเห็นด้วยกับเราแล้วจึงจะเป็นคนดี มันเป็นการตัดสินที่ไม่ถูก

 

ทุกคนอาจไม่เข้าใจเรื่องการยอมรับความแตกต่าง เพราะเมื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ มีการจับกุมคนที่เห็นต่างไปปรับทัศนคติ หรือจับเข้าห้องขัง ด้วยเหตุผลนี้จึงส่งผลให้คนรุ่นหนุ่มสาวเกิดความไม่พอใจ และคลางแคลงใจกับคนรุ่นคุณว่าไม่ยอมรับฟังคนเห็นต่าง

     ก็ต้องให้พวกเขาเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาคิด คุณประยุทธ์มาเกี่ยวข้องอะไรกับผม คุณประยุทธ์ทำ แล้วทำไมต้องเป็นผมทำ คุณประยุทธ์รุ่นเดียวกับผม เลยกลายเป็นว่าผมก็ผิดด้วยเหรอ เราต้องทำให้คนรุ่นหนุ่มสาวมีสติ กลับไปคิดให้มากขึ้น ดูให้รู้ว่ามีเหตุและปัจจัยอะไรบ้าง สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่อีกคนหนึ่งทำ จะไปบอกให้อีกคนมารับผิดชอบด้วยมันก็ยิ่งจะทำให้เกิดการโจมตีว่าฝ่ายนี้ไม่ได้ใช้ปัญญา และไม่ได้ใช้สติ

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน

 

อยากทราบว่าตอนหนุ่มๆ คุณดื้อไหม

     ผมเป็นเสรีชน เป็นคนมีอิสระมาตลอดทั้งชีวิต จนถึงปัจจุบันนี้ผมก็ยังคงมีอิสระ คนเรียกลักษณะแบบนี้ว่า ดื้อ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ฟังใคร สุดแล้วแต่คนพูด อย่างไรก็ตามเราก็เป็นเรา ตอนหนุ่มๆ เป็นอย่างไร ปัจจุบันก็เป็นอย่างนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง ผมไม่ถือว่าเป็นความดื้อ แต่ผมถือว่าคนเรามีหน้าที่สำคัญคือคิดว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องหรือเปล่า และต้องมีความรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ ถ้าเราทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งทางสังคม ทั้งที่รู้ว่ามันผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกลงโทษ จะไปโทษว่าทำไมมันต้องมีกฎหมายแบบนี้ไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่วิธีการคิดที่ถูกต้อง

     ถ้าได้เรียนรู้ จะรู้ว่าการดำรงชีวิตอยู่มันไม่ง่ายถ้าเราจะเอาทุกอย่างโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เราจะต้องคำนึงถึงบริบททางสังคม เพราะเราอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ก็ต้องคำนึงถึงกฎหมายเป็นสำคัญ

 

คุณเคยทบทวนความคิดของตัวเองไหมว่าตอนนี้คิดผิดพลาด ไปสนับสนุนคนผิด หรือได้แสดงความคิดเห็นที่ผิดไป แต่ที่สุดแล้วมันดึงให้เราต้องยืนหยัดอยู่กับสิ่งนั้นไปเรื่อยๆ

     มีการทักท้วงมา แล้วเราก็คิด คิดว่าทำเราถูกแล้ว เพราะว่าเราคิดก่อนทำ เมื่อมีคนท้วงมาก็มานั่งคิดใหม่ และยังคงเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว ก็เดินหน้าต่อไป

 

อยากทราบว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ คุณคิดว่าลูกสาวของคุณซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ เขาจะเลือกลงคะแนนให้กับใคร

     แน่นอน ลูกสาวผมเขาจะกาให้ผม เพราะเขาชอบแนวคิดของผมที่น้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ

 

คุณได้ถ่ายทอดความเป็นเสรีชนให้กับคนรุ่นลูกๆ ให้มีความกล้าเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ด้วยไหม

     ผมคงไม่ได้ถ่ายทอด ผมต้องฟังเขามากกว่า เพราะผมมีหลักการเคารพความคิดเห็นของคน ลูกผมเป็นคนที่มีอิสระทางความคิด เพราะผมไม่เคยแทรกแซงความคิดใคร ผมเติบโตมาจากการที่มีคนชื่นชมการมีอิสระทางความคิด ในบรรดาพี่น้องทั้งหลายผมไม่เหมือนใคร ผมมีอิสระทางความคิดสูงที่สุด ซึ่งในมิติของเขาอาจมองเป็นคนดื้อหรือไม่ฟังใคร

     อยากจะให้ผู้ที่มีความเห็นต่างจากผมมาพูดคุยกับผมเยอะๆ เพราะจะเป็นประโยชน์ทั้งผมและเขา จะได้มีมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น เวลาที่ผมไปออกรายการจะมีคนโพสต์โจมตี หลายคนก็ถามว่าไม่รู้สึกอะไรเหรอ ผมจิตว่างอยู่แล้ว เพราะคนที่โพสต์เขามีความเห็นอย่างนั้น แต่คนที่ชอบผมเขาคงไม่ชอบโพสต์

     ผมยึดคำสอนของพระพุทธเจ้า ครั้งหนึ่งมีพราหมณ์มาต่อว่า พระองค์จึงถามพราหมณ์ว่า เวลาที่เราเอาของไปให้ใครแล้วเขาไม่รับของควรจะอยู่ที่ใคร พราหมณ์ตอบกลับว่าของก็ยังอยู่ที่ตัวคนให้ พระองค์เลยบอกว่าสิ่งที่พราหมณ์ต่อว่ามาทั้งหลาย พระองค์ไม่รับ ดังนั้น คำด่าก็อยู่ที่พราหมณ์ ฉะนั้นพวกที่โพสต์ด่าผม ผมไม่ได้รับมาเลย คำต่อว่าก็ยังอยู่ที่พวกท่านทั้งหลาย

 

หลังจากที่คุณเริ่มเข้ามาทำงานด้านการเมือง เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา เป็นแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. และร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่ม กปปส. แต่ละช่วงเวลาเหล่านั้นยิ่งทำให้คุณเชื่อมั่นในทางที่เลือกเดินว่าถูกต้องแล้ว

     ในการทำงานแต่ละขั้น ทุกอย่างผมจะต้องเป็นผู้นำ เพราะผมเป็นตัวของตัวเองสูง กลุ่ม 40 ส.ว. นี้ ผมเป็นคนรวบรวมเพื่อนและขับเคลื่อนมันไปตามอุดมการณ์ของเรา ดังนั้น เราก็ทำหน้าที่ของเราตามมุมมองที่เห็นว่ามันถูกต้อง การไปร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่ม กปปส. ผมไม่ได้ไปร่วมเฉยๆ ผมเป็นคนไปช่วยให้ประชาชนกลับบ้าน เพราะผมเป็นคนไปล้มรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ผมเป็นตัวหลักสำคัญที่ทำให้พลเอกประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. คือถ้าเราไม่ล้มรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ พลเอกประยุทธ์ก็เข้ามายึดอำนาจไม่ได้ ดังนั้น ผมไม่ได้ไปติดค้างบุญคุณพลเอกประยุทธ์ แต่พลเอกประยุทธ์ติดค้างผม

     แต่ในขณะที่ทำ ผมมีความรู้สึดเกลียดคุณยิ่งลักษณ์ไหม ไม่มีเลย ไม่เกลียด ไม่โกรธ เราทำแค่พอหยุดเขา เพื่อให้ประชาชนกลับบ้านได้ สิ่งเหล่านี้เป็นมุมมองในการทำงานทุกครั้ง ครั้งล่าสุด กรณีพรรคไทยรักษาชาติ เป็นประเด็นที่ผมต้องไปยื่นเรื่องในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ไม่ทำไม่ได้และไม่มีใครทำได้ ฉะนั้นเป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำ

 

ไล่ย้อนไปในประวัติศาสตร์ของการเคลื่อนไหวทางการเมือง มีครั้งไหนที่คุณรู้สึกผิดพลาดหรือทำไว้ไม่ดี จนอยากจะกลับไปแก้ไข

     ผมอยู่กับปัจจุบัน อดีตผ่านไปแล้ว ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีอย่าไปเอามาเป็นบทเรียน เพราะถ้าเราเลือกมองอดีต บางส่วนเราอ้างว่าเป็นบทเรียนก็จริง แต่อีกส่วนมันเป็นความเจ็บช้ำ เป็นความอาฆาตแค้น เป็นความทุกข์ ก็อย่าไปเอามันมาสักอันเลย รวมถึงอนาคตก็อย่าเพิ่งไปคิดถึง ดังนั้น ถ้าอยู่กับปัจจุบัน เราจะเห็นว่ามนุษย์ก็ดีนะมีความสุขดี ทำไมเราจะต้องไปทุกข์ในเรื่องที่ยังไม่มาหรือเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน

 

คุณเลือกข้างจุดยืนทางการเมืองชัดเจน

     ค่อนข้างสงสัยคนที่แยกข้าง ฝ่ายประชาธิปไตยบ้าง ฝ่ายเผด็จการบ้าง ผมก็ไม่เห็นว่ามีอะไรที่จะไปแบ่งกันอย่างนั้นได้ ทุกพรรคที่สมัครลงเลือกตั้งก็เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว ทำไม มีใครเป็นเจ้าของประชาธิปไตย หรือเป็นนายประชาธิปไตย หรือตระกูลเขาเป็นเจ้าของประชาธิปไตย เป็นคนต้นคิดประชาธิปไตยมางั้นหรือ เสร็จแล้วมาบอกว่าคนนี้ใช่ คนนี้ไม่ใช่ ก็เป็นวาทกรรมสร้างความแตกแยก ถ้าใช้ความเป็นประชาธิปไตยมาแยกฝ่ายขณะที่ทุกฝ่ายมาลงเลือกตั้ง นั่นแหละเป็นความคิดมิจฉาทิฏฐิ

     ดังนั้น เราจะไม่ไปถกเถียงกันเรื่องเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ เพราะเราเลือกฝ่ายคุณธรรม แต่ผมก็ไม่ได้ประณามว่าพรรคอื่นเป็นฝ่ายอธรรมนะ แต่ถ้าใครร้อนตัวก็ช่วยไม่ได้ ผมอยากจะกระตุ้นให้ทุกคนเห็นว่าทำไมเราไม่มาอยู่ฝ่ายคุณธรรมด้วยกัน การเมืองไทยจะดีขึ้นมากๆ สภาก็จะเป็นสภาที่มีแต่ธรรม ความดีงาม เป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น ไม่ได้เข้ามาเพื่อกอบโกยทุจริตคอร์รัปชัน และควรปลุกกระแสให้ทุกพรรคเป็นฝ่ายคุณธรรม เซ็นสัญญาประชาคมร่วมกันว่าจะรักษาหลักการแห่งคุณธรรม คือคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดมากกว่าประโยชน์ของตนเอง สิ่งเหล่านี้ต่างหากเป็นสิ่งที่ควรทำ

 

ชื่อพรรคของคุณใช้คำว่า “ปฏิรูป” คือการเปลี่ยนจากสิ่งเก่าไปเป็นสิ่งใหม่ที่ดีขึ้น แต่ถ้าดำเนินตามวิธีคิดของคุณ แล้วได้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายก เท่ากับว่ายังอยู่กับสิ่งเดิม เหมือนไม่ได้ไปไหน สุดท้ายไม่มีใครได้เป็นเสรีภาพในแบบที่คุณบอก

     พรรคประชาชนปฏิรูป คำแรกคือ ประชาชน ก็ชัดเจนว่าพรรคมีเจตจำนงที่จะเป็นพรรคของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน ส่วนคำว่า ปฏิรูป คือประชาชนเป็นผู้ปฏิรูป ไม่ใช่การปฏิรูปประชาชน ไม่ใช่ให้ข้าราชการมาปฏิรูปต้องเป็นประชาชนเท่านั้น เรื่องที่เราจะปฏิรูปมีหลักใหญ่ 3 เรื่อง คือ (1) ปฏิรูปเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนด้วยการให้มีสภาประชาชนปฏิรูปทุกจังหวัด มีสิทธิ์มีเสียงในการตรวจสอบเพื่อถ่วงดุลอำนาจรัฐ (2) ปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ปฏิรูปการจัดการทรัพย์สินวัด ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนน้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ (3) ปฏิรูปให้มีการนำบุคคลหรือแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งต่างๆ โดยระบบคุณธรรมไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์

     ดังนั้น เรียกง่ายๆ ว่า เราเป็นพรรคฝ่ายคุณธรรม ยึดในความถูกต้อง เปิดเผย โปร่งใส ตรงไปตรงมา ถือเป็นการปฏิรูปพรรค ปฏิรูปการเมือง ส่วนกรณีพลเอกประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐสภา อยู่ที่จำนวนมือ ส.ส. และ ส.ว. จะยกมือให้ มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายการปฏิรูปของพรรคเรา ดังนั้น มันเป็นคนละเรื่องกัน

 

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้าว ที่รัฐบาลกำลังสนับสนุน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการเพาะปลูกให้กลับเข้ามาสู่ศูนย์กลางอำนาจและเงื้อมมือนายทุนมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นว่าเสรีภาพของเกษตรกรในการเลือกที่จะเพาะปลูก ขยายพันธุ์ กลับลดลง คุณคิดเห็นอย่างไร เพราะเสรีภาพก็เป็นคุณธรรมประการหนึ่งที่พรรคของคุณต้องยึดถือ
ทุกอย่างต้องยึดหลักกฎหมายและความถูกต้อง

      ในฐานะที่ผมเป็นชาวนามานานพอสมควร เรื่องนี้ก็แล้วแต่คนจะคิด ผู้ที่ออกกฎหมายก็ต้องมาทบทวน ศึกษาคำวิพากษ์วิจารณ์ และรับฟังความคิดเห็นให้ดีก่อนที่จะออกกฎหมาย จริงๆ กรณีนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ ซึ่งมีความซับซ้อนอยู่หลายมิติ ถ้าเราไม่ควบคุมเลยจะมีปัญหาเรื่องพันธุกรรมข้าว การหลอกลวงเอาเมล็ดข้าวที่มีการปลอมปนเข้ามาสู่ระบบการปลูกจะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง ฉะนั้น ในส่วนนี้ต้องทำ

     ขณะเดียวกันส่วนที่ไปทำให้กระทบกับกระบวนการปลูกพืชที่จะต้องพึ่งพิงบางเมล็ดพันธุ์ซึ่งก็อาจขยายไปถึงเมล็ดพันธุ์ลูกผสม หรือเมล็ดพันธุ์ที่อาจจะต้องให้บริษัทผู้ผลิตผูกขาดกับธุรกิจขนาดใหญ่ ก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง และต้องระวังว่าจะใช้วิธีการใดที่ให้ประสิทธิภาพการใช้เมล็ดพันธุ์ไม่มีการปลอมปน หรือการได้ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีโดยไม่ไปสร้างปัญหาให้กับระบบการผลิตในนาข้าวทั้งระบบ และต้องไม่ไปกระทบทำให้เกิดการผูกขาด เกิดการทำมาหากินที่ทำลายกลไก สร้างต้นทุนที่สูงให้เกษตรกร ในกรณีต้นทุนเมล็ดพันธุ์สูงขึ้นแต่ผลตอบแทนดีขึ้นก็ต้องคำนึงประกอบไปด้วย ต้องให้เกษตรกรมีทางเลือก รัฐต้องมีมาตรการออกมา

     ถ้าผมอยู่ในสภา และ พ.ร.บ. ข้าวถูกนำเข้าสู่การพิจารณา ผมจะเป็นผู้นำในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ เพราะผมเป็นชาวนาที่จะไปออกกฎหมาย ผมย่อมรู้ถึงสิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ หรือควรทำแค่ไหน

 

ปัญหา พ.ร.บ. ข้าวเป็นกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมาก อย่างที่คุณพูดว่ามีหลายมิติประกอบเข้าด้วยกัน ชาวนาต้องการมีเสรีภาพเลือกได้ว่าจะทำอะไร ในขณะเดียวกันรัฐก็ต้องเข้าไปควบคุมคุณภาพ ทำให้แต่ละคนยึดถือมิติที่แตกต่างกัน บางคนจะยึดถือมิติเรื่องการควบคุมคุณภาพ บางคนยึดถือว่าต้องมีทางเลือกให้เกษตรกร แล้วคุณยึดถือมิติไหนเป็นสำคัญที่สุด

     รับฟังทุกด้าน และเดินทางสายกลาง ไม่สุดโต่งด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ใช่ปล่อยเสรีจนเลอะเทอะ หรือควบคุมจนกลายเป็นการผูกขาด ดังนั้น ก็ต้องตอบสนองในส่วนโดยรักษาหลักการทั้งสอง เช่น หลักการแห่งเสรี ไม่ทำให้เกิดการผูกขาด หลักการแห่งการควบคุมคุณภาพ ไม่ทำให้เกิดโอกาสปลอมปน ไม่สร้างความเสียหายต่อพันธุกรรมของระบบพันธุ์ข้าวในประเทศ และไม่ทำลายความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์

     มีหลายเรื่องต้องระวัง เพราะกลุ่มพ่อค้าที่มักได้จะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจนปลอมปนเมล็ดพันธุ์ แล้วเอาชาวนาเป็นเครื่องมือ สิ่งต่างๆ ทุกอย่างตกไปที่ชาวนาหมด ในฐานะที่เป็นอดีตชาวนา ถ้าได้เข้าไปดูกฎหมายเหล่านี้ เราก็ต้องระวัง เพราะผลสุดท้ายกฎหมายไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ต้องการแค่ให้เป็นประโยชน์ต่อชาวนาที่สุด แต่คนออกกฎหมายอาจมี hidden agenda อยู่ในใจกลายเป็นเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทใหญ่หรือข้าราชการให้มีอำนาจ หรืออะไรต่างๆ เราก็ต้องระวัง

     กลไกการออกกฎหมายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ขาดความหลากหลายย่อมมีปัญหาเป็นธรรมดา แต่ก็เห็นว่ากฎหมายนี้จะถูกนำไปพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน

 

มีคำกล่าวหนึ่งบอกว่า การมีอำนาจทำให้คนเปลี่ยนไป ทุกครั้งที่คุณได้เข้ามาทำงานแวดวงการเมือง คุณเคยทบทวนไหมว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนด้วยอำนาจที่ตัวเองถือครอง เสียผู้เสียคนหรือหลักลอยไปจากเดิมหรือเปล่า

     ผมไม่ค่อยคิดว่าตัวเองมีอำนาจอะไรมากมาย แต่ผมคิดว่าตัวเองมีความสามารถที่จะใช้กฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชน เรากลับมองเห็นฝ่ายอื่นต่างหากที่ลุแก่อำนาจ แล้วเราก็เห็นผลร้ายของการใช้อำนาจมาแล้ว ตอนนั้นแรกๆ ผมเห็นว่าไม่มีอะไรไปโค่นรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ได้หรอก ไม่มีม็อบ ไม่มีใครไปคัดง้างได้ เขามีความชอบธรรมทุกอย่าง แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยลุแก่อำนาจ คือเริ่มสุดโต่งหรือไม่ประนีประนอมอำนาจกัน ถึงขั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย มันเลยเป็นจุดระเบิดสังคมขึ้นมา

     ส่วนที่ถามผมว่าเคยมีอำนาจอะไรต่างๆ นั้น ผมไม่เคยมีอำนาจ แต่ผมใช้อำนาจความถูกต้องตามกฎหมายเขียนคำฟ้องไปดำเนินการกับนางสาวยิ่งลักษณ์ จนกระทั่ง ครม. ล้มไปทั้งคณะ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอำนาจ แต่เกิดจากปัญญา ที่ต้องทำเพราะต้องหยุดยั้งการลุแก่อำนาจต่างหาก ดังนั้น เราจึงต้องใช้วิธีนี้

 

แล้วรัฐบาลนายกพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ถือว่าลุแก่อำนาจไหม

     เขาเป็นผู้ใช้อำนาจ แต่ยังไม่ลุแก่อำนาจ ถ้าเขาลุแก่อำนาจเขาอยู่ไม่ได้ไปนานแล้ว แต่ถามว่าเขาใช้อำนาจไหม ใช่ และเขาฉลาดพอที่จะใช้กฎหมาย ไม่ใช้กำลังทหาร

 

เมื่อเข้ามาสู่แวดวงอำนาจทางการเมือง จะตรวจสอบตัวเองอย่างไรไม่ให้เป็นคนลุแก่อำนาจ

     ตอนนี้ถ้าใครคิดว่าเข้ามาทำหน้าที่ตำแหน่งต่างๆ แล้วมีอำนาจ ก็ต้องรู้ว่ามันมีความรับผิดชอบด้วย มีกลไลตรวจสอบการใช้อำนาจที่เข้มข้นมาก ดังนั้น ทันทีที่มีตำแหน่งหรือดำรงตำแหน่ง ต้องรู้ว่าก้าวขาเข้าหนึ่งไปในตารางแล้ว โดยเฉพาะมาตรา 157 โดนกันประจำนะ (หัวเราะ) การมีอำนาจทำให้ผิดกฎหมายในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่โดยมิชอบได้ง่ายที่สุด

 

สุดท้ายคุณบอกตัวเองอย่างไรในวันที่ถูกเกลียด หรือถูกมองว่าเป็นตัวตลก

     ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องนั้น เราไม่ได้มีหน้าที่ทำให้คนหนึ่งคนใดพอใจ และไม่ได้มีหน้าที่ให้คนหนึ่งคนใดมาตัดสินว่าเราเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ เรามีเพียงสติรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ และสิ่งที่เราทำ เราได้พิจารณาไตร่ตรองแล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง ส่วนใครจะวิพากษ์วิจารณ์ยังไงก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราไม่ต้องไปทำตามสิ่งที่เขาพูด เพราะเราไม่ได้เป็นทาส เป็นลูกน้องใคร เราเป็นอิสระ เป็นเสรีชน

     แล้วผมก็ชอบอยู่คำหนึ่งที่ยึดเป็นหลักปฏิบัติของตัวเองเลยคือ จะไม่ทำตามสิ่งที่คนอื่นพูดโดยไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็เหมือนนิทานเรื่อง ลุงโง่จูงลา ลุงจูงลาแล้วเอาหลานนั่งก็มีคนด่าว่าไอ้เด็กทำไมนั่ง คนแก่ทำไมจูง พอคนแก่นั่งเด็กจูงก็มีคนมาบอกว่า ทำไมเอาเปรียบเด็ก ทั้งคู่เลยขึ้นไปนั่งบนลา ก็มีคนมาบอกอีกทำไมทารุณสัตว์ ถ้าเรามัวแต่ทำตามสิ่งที่คนวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีจุดยืน ความคิด หลักการของตัวเอง คนนั้นต่างหากที่ไม่มีคุณค่า

 


 เลือกตั้ง 2562:

• ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ | ถ้าคุณไม่กล้าเสี่ยง คุณจะไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลยในชีวิต

• อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ | ประชาชนยังมีสิทธิ์ในการเขียนบทให้ประเทศ

• ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ | ความทะเยอทะยาน การจัดลำดับความสำคัญที่จะทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น

• เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส | ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยจะไม่มีรัฐประหารอีกต่อไป

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ | สามัญชนผู้หวังหอบหิ้วเสียงของคนตัวเล็กๆ เข้าไปในสภา

• บ.ก. ลายจุด | ขอเป็นไม้ประดับในการเมืองไทย เพิ่มสีสันและแชร์ไอเดียให้เกิดเป็นร่องความคิดของสังคม

• พอลลีน งามพริ้ง | ถ้าทุกคนมีความเท่าเทียม ประเทศไทยจะเดินหน้าไกลกว่าทุกวันนี้

Share Post
Like 0 View 5672

Author

ตนุภัทร โลหะพงศธร

อดีตนักเรียนจิตวิทยา ปัจจุบันเป็นนักเขียนผู้หลงใหลการสังเกตตั้งแต่พฤติกรรมบุคคลไปจนถึงปรากฏการณ์สังคม พร้อมค้นหาคำอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยมุมมองและความรู้จิตวิทยา

วงศกร ยี่ดวง

ฝ่ายสร้างสรรค์วิดีโอประจำ a day BULLETIN

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN นักเขียนผู้ชอบแมวและหมา แต่เกลียดเสียงหมาเห่า เลยเลี้ยงแมวดีกว่า เคยเชื่อว่าตัวเองเป็นคนลักษณ์ 4 แต่เพื่อนๆ บอกว่าเป็นลักษณ์ 5 ชอบเขียนถึงเรื่องราวที่โศกซึ้ง แต่เพื่อนบอกว่ามันเป็นมุมมองของคนคิดลึกซึ้งมากกว่า