แหลม 25hours | ความสำเร็จของการสร้างสรรค์งานเพลงจากพลังความกล้า ความโง่ และความรัก

The Conversation
19 Jun 2018
เรื่องโดย:

กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร, ชยพล ทองสวัสดิ์

แม้ว่าจำนวน 4 อัลบั้มของ 25hours อาจเป็นตัวเลขที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานเกือบทศวรรษ แต่ตลอดทางที่พวกเขาก้าวเดินมานั้น เราได้เห็นการสร้างสรรค์และไม่ยึดติดความสำเร็จในรูปแบบเดิมๆ ของพวกเขาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี เนื้อร้อง ภาพลักษณ์ และทุกโชว์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

ความสร้างสรรค์และพลังล้นเหลือของพวกเขานั้นมีที่มาจากไหน? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 25hours ได้ร่วมใน PLAY 2 Project ของค่าย genie records กับเพลง ดูโง่โง่ เพลงฮิตในอดีตที่พวกเขาเลือกมาคัฟเวอร์ของ ‘เสือ’ – ธนพล อินธฤทธิ์ เราจึงไปหาคำตอบจาก ‘แหลม’ – สมพล รุ่งพาณิชย์ นักร้องนำวง 25hours

แหลม 25hours

 

การเป็นศิลปินมาตลอดทั้งชีวิตคือต้องทำงานแบบวนลูปอยู่กับสิ่งนี้มายาวนาน แต่งเพลง ทำอัลบั้ม ถ่ายเอ็มวี ออกทัวร์ วนเวียนปีแล้วปีเล่าตลอดทศวรรษที่ผ่านมา อะไรทำให้คุณยังคงรักษาพลังนี้เอาไว้ เคยมีความรู้สึกเบื่อบ้างไหม

     เรายังไม่ทันเบื่อนะ เพราะถ้าใครที่ได้ดู 25hours ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทุกครั้ง โดยเฉพาะภาพลักษณ์ภายนอกของพวกเรา แต่ว่าแกนกลางของเรายังคงอยู่นะ เรามีการเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนมู้ดไปตามชีวิตของมัน ผมว่าการที่เราทำงานแล้วมีความรู้สึกเบื่อขึ้นมาอาจเพราะศิลปินคนนั้นไม่กล้าออกจากเส้นของตัวเอง หรือเอาแต่เดินบนเส้นทางของความสำเร็จเดิมๆ แต่พวกเราไม่ใช่ พวกเราจะทำอะไรก็ได้ ผมสนุกกับสิ่งที่ผมสนใจ ศิลปะมันควรจะขยับไปกับชีวิตที่มันเคลื่อนตัวออกไป ถ้าเราปิดตัวเองไว้มันจะน่าเบื่อมาก

 

พูดถึง PLAY 2 Project ทำไมต้องเป็นเพลง ดูโง่โง่

     จริงๆ มีหลายเพลงที่เราอยากจะเล่น แต่เพลงนี้เรารู้สึกโป๊ะเชะกันพอดีทั้งวง เราคิดและคุยกันว่าอยากทำเพลงที่ไม่ต้องคิดมาก บางทีการคิดหรือใช้สมองมากไปมันก็จะได้ผลงานเพลงออกมาแบบแข็งๆ ลองใช้ความรู้สึกนำบ้าง พาไปมองอะไรๆ แบบคนไม่ต้องคิดมาก สบายๆ แบบคนโง่บ้าง ก็ทำให้ได้ความคิดสร้างสรรค์ที่ง่ายขึ้นเหมือนกัน

ผมคิดว่าคนเราไม่ต้องไปหาเหตุผลกับทุกเรื่องหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความรัก

     แล้วเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่เรารัก เป็นเพลงที่พูดว่า สิ่งที่ฉันทำไปอาจดูโง่ๆ ในสายตาเธอ แต่ความจริงคือทุกคนสามารถเป็นคนโง่ในความรักได้เสมอ

 

แหลม 25hours

 

แล้วอะไรคือความสนุกในการร่วม PLAY 2 Project

     เป็นการที่เราได้ออกนอกเลน เหมือนเวลาเราขับรถไปเชียงใหม่ แต่ความสนุกคือระหว่างทาง การได้ตะลอนๆ ได้การแวะไปร้านนั้นร้านนี้ ออกไปนอกเส้นทาง บางทีเราก็รู้สึกคร่ำครึกับการร้องเพลงตัวเองเหมือนกันนะ แต่การได้ไปร้องเพลงคนอื่นบ้าง ทำให้เราผ่อนคลายได้เหมือนกัน ได้เลือกร้องเพลงตามใจตัวเองที่ไม่ต้องยึดถือตัวตน แต่ว่าทำยังไงให้เพลงนั้นเป็นภาษาหรือสำเนียงของเราได้ นั่นคือความสนุกและความท้าทายในการทำเพลงใน PLAY 2 Project

 

นอกจากความชอบในตัวเพลง ดูโง่โง่ มีการเรียบเรียงเพลงใหม่อย่างไรบ้าง

     เพลงที่ดีเราอย่าไปตัดส่วนที่ดี ส่วนที่ดีคือเนื้อร้อง ทำนอง เราคงเอาไว้ทั้งหมด แต่ภาคดนตรีเราปรับเปลี่ยน เหมือนรีโนเวตบ้าน คุณได้บ้านเก่ามาหลังหนึ่ง แต่ว่ามันยังไม่ใช่บ้านของเรา เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่ใช่เราก็เอาออก อะไรที่สอดคล้องกับเราหรือดีอยู่แล้วก็เอาไว้ แค่เติมบางอย่างลงไป

     เพลงก็เหมือนจดหมายเก่าที่เอามาเปิดอ่านใหม่ เราเป็นเพียงผู้อ่านที่เล่าเรื่องหรือเนื้อหาด้วยน้ำเสียง ด้วยจังหวะ การทอดลมหายใจในแบบของเรา แล้วส่งข้อความในจดหมายฉบับนั้นออกไปสู่คนรุ่นต่อไป จดหมายแบบนี้มีหลายฉบับ นั่นก็คือ มีเพลงเก่าๆ ที่เป็นเพลงที่ดี แต่มันอาจจะส่งมาไม่ถึงเวลาในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่เอาจดหมายมาเปิดอ่านอีกครั้ง แล้วส่งไปให้คนรุ่นใหม่

 

แหลม 25hours

 

สุดท้ายอะไรคือแรงผลักดันให้คุณยังมีพลังในการ PLAY ดนตรีไปได้เสมอ

     แน่นอนว่าคือเสียงเพลง เราไม่ตั้งความสำเร็จไว้เป็นรูปธรรม แต่เป็นความอยากรู้ว่าตัวเองจะไปได้ไกล กว้าง และลึกแค่ไหน ส่วนตัวเราก็อยากร้องเพลงได้ดีขึ้น อยากเป็นอิสระบนเวทีกับชั่วโมงที่เราได้อยู่ด้วยกันกับคนดูมากขึ้น เรารู้สึกว่ายังทำอะไรได้อีก วงกับทีมก็เหมือนกัน ทุกวันนี้เราพัฒนาเรื่องระบบเสียง ระบบไฟ

     เรากล้าพูดว่า 25hours เป็นวงแรกๆ ที่เอาคนทำเรื่องระบบไฟไปทำในผับ บาร์ แล้วเราก็มีชุดไฟเป็นของตัวเอง มีโปรเจ็กเตอร์เพื่อฉายภาพเป็นกราฟิกซึ่งสอดคล้องกับปกอัลบั้มของเรา นี่คือความท้าทายและความสนุกว่าจะทำได้ดีกว่ามาตรฐานที่เคยทำได้มากแค่ไหน

     อีกอย่างคือ กำลังใจจากแฟนเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เขาคือคนที่เรากำลังมุ่งหน้าไปหา แล้วเขาก็กำลังมุ่งหน้ามาหาเรา ผมค้นพบว่าผมรักแฟนเพลงมาก เพราะแฟนเพลงรักเราด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีอิสระต่อกัน

 


PLAY 2 Project

25hours: ดูโง่โง่

     หนึ่งในเพลงฮิตจากปลายปากกาของ ‘เสือ’ – ธนพล อินทฤทธิ์ ที่หลายคนรู้ว่าเขาแจ้งเกิดในฐานะนักแต่งเพลงและศิลปิน ของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อีกค่ายในช่วงปี 2537 แต่เพลง ‘ดูโง่โง่’ เป็นเพลงที่เสือแต่งในอัลบั้มที่สอง ใจดีสู้เสือ หลังย้ายสังกัดมาอยู่กับค่ายเมกเกอร์เฮดในเครือแกรมมี่ น่าแปลกคือจนถึงวันนี้มีศิลปินที่นำเพลงเพราะๆ เพลงนี้มาคัฟเวอร์แค่สองคน คือ โรส ศิรินทิพย์ และ 25hours

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

หัวหน้าช่างภาพกอง a day BULLETIN

เรื่องโดย

ชยพล ทองสวัสดิ์

เด็กเชียงใหม่ที่พูดคำเมืองไม่ได้ เลิฟดนตรี หนังสือ และรูปถ่าย เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง เติบโตมาในยุค 90s แต่มักฝันถึงชีวิตในยุค 60s อยู่บ่อยๆ